Share

บทที่ 17

last update publish date: 2026-03-02 02:57:51

ใช้เวลาภายในโรงภายยนตร์สองชั่วโมง แต่ฉันกลับไม่ได้จดจ่อกับหนังเลยสักนิด เมื่อกลับออกมาข้างนอกพี่เซจิก็ยังพาฉันไปทานข้าวและขนมตามร้านคาเฟ่อีกด้วย

พอได้ออกมาข้างนอกแล้วก็รู้สึกหายใจได้เต็มปอดหน่อย ถ้าหากยังต้องนั่งใกล้ชิดต่อไปแบบนั้น ฉันต้องหัวใจวายตายแน่เลย ขอยอมรับตามตรงว่าฉันยังไม่มีภูมิคุ้นกันต่อพี่เซจิมากมายขนาดนั้นหรอกนะ ก็คนมันชอบมามากกว่าสิบปี ก็ต้องมีไคว่เขวกันบ้างเป็นธรรมดา

สัญญาว่าต่อไปของขวัญคนนี้จะมุ่งมั่นมูฟออนอย่างเต็มที่แล้วค่ะ วอนทุกนอย่าเพิ่งด่ากันเลยนะ...

“ขอบคุณมากเลยนะคะ สำหรับวันนี้” ฉันบอกเขาหลังจากรถมาจอดลงที่หน้าคอนโด หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้องของตัวเอง ถือว่าเป็นวันที่สนุกมากวันหนึ่งเลยทีเดียว

‘ขอบคุณที่เข้ามาทำให้วันแสนเครียดกลายเป็นวันที่สนุกเต็มเปี่ยมนะคะ’

@Seiji Talk

เมื่อผมส่งของขวัญกลับเข้าห้องเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาข้างนอกอีกครั้ง เพราะมีนัดกับพวกกลุ่มเพื่อนขาประจำเอาไว้

“กว่าจะมานะไอคุณเซจิ” เป็นหนึ่งเห็นผมก็กล่าวต้อนรับด้วยประโยคแสนสุภาพทันที แบบนี้ก็ถือว่าสุภาพแล้วแหละ -_-

“เออ ช่วงนี้หายหน้าหายตาบ่อยนะเว้ย หรือว่า...” ประโยคแรกนั้นมาจากมาร์ตินเจ้าเก่าเจ้าเดิม “มีสาวใช่ไหมวะ” ส่วนประโยคหลังนี่คือไอโฮปที่เป็นฝ่ายรับต่อเติมประโยคขาประจำจากมาร์ติน

ให้ตายเถอะ ทำไมวันนี้สองคนนี้มันต้องว่างมาพร้อมกันด้วยวะเนี่ยะ...การที่มันพูดอะไรแบบนี้ผมไม่ได้ติดขัดอะไรหรอก แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า พวกนี้มันจับความรู้สึกของคนอื่นเก่งเนี่ยะสิ

เอ๊ะ แต่ผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรที่จะต้องปิดบังอยู่แล้วนี่นา...

“พวกมึงนี่ก็คิดกันได้เนอะ” ผมถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วกระดกแก้วเหล้าที่เป็นหนึ่งชงให้จนหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่อึก

“เออ หลังจากเรื่องเชอรีน มึงว่าไอเซจิมันยังจะคบใครจริงจังอีกเหรอวะ” และแล้วพวกมันก็พูดชื่อของบุคคลตองห้ามแห่งปีขึ้นมา

‘เชอรีน’ หรือหากว่ากันตามตรง สถานะของเธอคนนี้ก็คือ ‘แฟนเก่าคนโปรด’ ของผมนั่นเอง

ไม่ใช่สิ ไม่ใช่คนโปรดหรอก สำหรับผม เธอหายเป็นคนโปรดไปตั้งแต่ตอนที่เธอนอกใจผมแล้ว ทั้งที่ผมไม่ค่อยเปิดใจคบกับใครมากนัก แต่เธอกลับตอบแทนความเชื่อใจที่ผมมีให้ด้วยการทำลายมันไปเสียหมดสิ้น นับตั้งแต่นั้นมา ผมก็ไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนอีกเลย และพวกเพื่อนของผมก็รู้สาเหตุที่ผมเป็นแบบนี้กันดี

“ก็ไม่แน่ไหมวะ” โฮปกล่าวขึ้น “ผู้หญิงบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่แบบยัยเชอรีนะเว้ย”

ที่โฮปมันพูดขึ้นมานั้นก็จริงอยู่หรอก

“เงียบแบบนี้ แสดงว่ามึงมีจริง ๆ ใช่ไหมวะ” โฮปว่าขึ้นก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับไอมาร์ติน “ใครวะ”

“อะไรของพวกมึงเนี่ยะ ไม่ต้องยุ่งสักเรื่องได้ไหมวะ” ผมบ่นอุบแล้วกระดกแก้วเหล้าเข้าปากอีกครั้งเพื่อเลี่ยงบทสนทนา แต่ดูเหมือนว่าไอสองตัวนี้จะไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ

“มีจริงด้วย...” ไอโฮปจ้องหน้าผมไม่กระพริบตา “มึงหลอกกูไม่ได้หรอก”

“ให้กูเดานะ...” มาร์ตินเสริมขึ้นอีกทาง

“ของขวัญ...” และแล้วพวกมันก็พูดชื่อนี้ขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง ราวกับวางแผนกันเอาไว้แล้ว

“ไม่ใช่เว้ย!” ผมรีบตอบปัดทันที ไม่รู้ว่าพวกมันเอามูลเหตุจากไหนมาคิดเรื่องนี้กันได้ ผมกับของขวัญเนี่ยะนะ...ไม่...มีทาง...ซะหรอก...

ว่าแต่...จะลังเลทำไมเนี่ยะเซจิ อย่าไปลังเลสิวะ เออ! ใช่! ไม่มีทางซะหรอก!

“ฟังจากน้ำเสียงการตอบของมึง พวกกูมั่นใจสักแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว”

“กูบอกว่าไม่ใช่ไง นั่นน้องสาวกู...” ผมพยายามกดเสียงเข้มต่ำแทนเสียงสูงเมื่อสักครู่เพื่อให้พวกมันจบหัวข้อสนทนานี้สักที

“เก้าสิบละ” ยังอีก -_-

เพราะแบบนี้ไง ผมถึงไม่อยากให้สองตัวจับผิดนี่มาอยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่ พออยู่ด้วยกันแล้วเป็นแบบนี้ทุกทีเลย แต่พอพวกมันพูดถึงของขวัญแล้ว ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าไอ้เด็กคิรันนั่นจะบุกมาถึงห้องของเธออีกหรือเปล่านะ

เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว อยู่ ๆ กล้ามเนื้อขาของผมมันก็หดตัวออกแอคชั่นให้ผมลุกขึ้นยืน ทำเอาพวกเพื่อนพากันมองมาด้วยสายตาฉงนก่อนจะเอ่ยถาม “มึงจะไปไหนวะ เข้าห้องน้ำเหรอ?”

“เปล่า กูว่าจะกลับละ ช่วงนี้กูง่วงเร็วว่ะ”

“ไม่น่าใช่ อย่างมึงนอนเช้ายังไหวเลย”

“มีนัดสาวชัวร์ เออ แล้วสรุปว่าใช่ของขวัญป้ะ”

“ไม่ใช่ กูบอกแล้วไงว่านั่นมันน้องสาวกูเว้ย!” และตอนนี้พี่ชายอย่างผมก็กำลังจะทำหน้าที่ของตัวเอง ว่าจบผมก็รีบคว้ากุญแจรถที่วางเอาไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกมาจากห้องวีไอพีทันที

“อ้าว ไอนี่...มาเร็วเคลมเร็วจังวะ!” เป็นหนึ่งตะโกนไล่หลังผมมา แต่ผมก็ไม่ได้หันไปสนใจแต่อย่างใดแล้วมุ่งหน้าสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว แต่ในตอนนั้นเอง...

“เซจิ...” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังผม เป็นเสียงที่ฟังดดูคุ้นเคยเป็นอย่างดี และเมื่อหันไปมอง คำว่า ‘ตายยาก’ ก็ผุดขึ้นมาในสมองของผมทันที

ใช่แล้ว...คนตรงหน้าคือเชอรีน...แฟนเก่าของผม

“มีอะไร?” ผมไม่ค่อยสบอารมณ์ที่จะเสวนาด้วยสักเท่าไหร่ น้ำเสียงจึงอาจฟังดูห้วนกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นคนตรงหน้าก็ยังยิ้มรับขึ้นมา ไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีของผมเลย

“จะกลับแล้วเหรอ?”

“เรื่องของฉัน เธอไม่เกี่ยว” ว่าจบผมก็กำลังจะก้าวเดินต่อไป แต่แล้วผมก็รู้สึกถึงพันธนาการบริเวณข้อมือของตัวเองจนต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง

“เซจิ เราก็จะกลับแล้วเหมือนกัน ไปส่งเราที่ห้องหน่อยได้ไหม”

“มาเองได้ ก็หาทางกลับเองสิ...” ว่าจบผมก็แกะมือของเธอออกแล้วก้าวเดินออกมาข้างนอกผับโดยไม่ได้สนใจเธออีก...

ก๊อก ก๊อก

“ใครคะ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้น ทั้งที่ยังไม่เปิดประตู แต่ผมก็พอจะรู้สึกได้ว่าเธอกำลังงัวเงีย สงสัยก่อนหน้านี้จะเข้านอนไปเรียบร้อยแล้ว นี่เรามาผิดจังหวะและจะทำให้ของขวัญหงุดหงิดอีกหรือเปล่านะ กลับดีกว่าเรา...

แต่ในขณะที่ผมกำลังหมุนตัวหันหลังและกำลังจะก้าวขาออกตัว ประตูห้องก็เปิดเสียก่อน ของขวัญอยู่ในชุดนอนบางเฉียบจนผมต้องรีบก้มหน้าหลุบตาลงกับพื้นทันที

“พี่เซจิ? มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“คือ...”

“มาหาเซนโตะเหรอ? เซนโตะไม่อยู่หรอกนะคะ เห็นว่าไปห้องแฟน”

“เปล่า ไม่ใช่เซนโตะหรอก มาหาเธอนั่นแหละ” ให้ตายเถอะหลุดปาก! ผมว่าตัวเองก็ดื่มไม่เยอะนะ แต่ทำไมถึงได้พูดแบบนั้นออกไปอย่างไม่ยั้งคิดกันล่ะ

“มาหาน้องเหรอ?”

“เอ่อ...จำได้ว่าเธอเคยใส่เสื้อพี่ไป ว่าจะมาขอเสื้อคืนน่ะ” จริง ๆ ผมก็อยากให้เสื้อตัวนั้นมันอยู่ที่ของขวัญต่อไปนั่นแหละ ไม่รู้สิ มันดูดีเวลาอยู่กับเธอมากกว่าตอนที่อยู่กับผม แต่ตอนนี้ผมไม่รู้จะหาข้ออ้างไหนแล้วเนี่ยะสิ...

“อ๋อ...ถ้าอย่างนั้นเข้ามานั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวน้องไปหยิบให้” เธอเปิดประตูห้องให้กว้างขึ้นเป็นการเชื้อเชิญให้ผมเดินเข้าไปข้างใน

แต่หลังจากประตูปิดลง แทนที่ผมจะเดินไปนั่งบนโซฟาก็ทำเป็นก้าวขาเดินรอบห้องแทน พลางกวาดสายตามองดู หากมีคนอื่นนอกเหนือจากผมอยู่ภายในห้องนี้ โชคดีที่ตอนนี้ของขวัญอยู่ในห้องนอน จึงไม่เห็นการเดินสำรวจของผม

แต่ว่านะ...ห้องนอนก็น่าจะต้องเช็คเหมือนกัน แต่จะเช็คด้วยวิธีไหนล่ะเซจิ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 24

    เพิ่งรู้ตัวว่าโทรศัพท์แบตหมดไปตั้งแต่ตอนอยู่ในห้าง ฉันกลับมาถึงบ้านจึงเพิ่งมีโอกาสได้ชาร์จ ถือว่าโชคดีนะเนี่ยะของขวัญที่ตัดสินใจให้คิรันมาส่ง ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตลำบากแน่เลย“ยังไงเนี่ยะเรา ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลับมานอนที่บ้าน” หลังจากลงมานั่งทานอาหารกันพร้อมหน้า แม่ของฉันก็เปิดประเด็นขึ้นทันที เพราะช่

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 23

    ฉันเดินอย่างล่องลอยไปทั่วห้างหลังจากปลีกวิเวกออกมาจากสองคนนั้น ในสมองตอนนี้ขาวโพลนไปหมด จึงตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนต่อดี ครั้นจะกลับคอนโดก็รู้สึกว่าไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว“ของขวัญ...”“เอ๊ะ คิรัน นายมาได้ไงเนี่ยะ” ฉันทำเสียงแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขามาปรากฎอยู่ตรงหน้าพอดี“มาซื้อของน่ะ แล้วของขวัญมาทำ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 22

    “ของขวัญ เราลงแข่งว่ายน้ำในงานกีฬาเฟรชชี่ด้วย” คิรันบอกฉันขณะที่เดินขึ้นไปยังห้องเลคเชอร์คณะด้วยกัน“จริงเหรอ?” นึกไม่ถึงเลยว่าคิรันจะลงแข่งว่ายน้ำ ดูไม่ออกเลยว่าถนัดทางด้านกีฬาด้วย เพราะเขาดูสุขุมเรียบร้อยมาก“ใช่ เธอจะไปเชียร์ไหม?” เขาว่าพลางส่งสายตาคาดหวัง แล้วเรื่องแบบนี้คนอย่างของขวัญจะพลาดได้

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 21

    @Seiji Talkผมค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจนเซนโตะรู้ว่าผมไม่ได้อยู่ห้องทั้งคืน“เอ้า ตื่นแล้วเหรอ?” เซนโตะเดินออกมาพร้อมกับหยิบจานและช้อนไปทานอาหารเช้า“อ...เออ...” ทำไมอยู่ ๆ วันนี้มันถามวะ ปกติไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ“กูว่าวันนี้จะเข้าคณะสายหน่อย วิชาแรกไม่ค่อยมีอะไรเย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status