แชร์

บทที่ 19

ผู้เขียน: มินซอลทัง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-02 02:58:06

เมื่อเขาเริ่มโน้มหน้าลงมาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาของฉันก็หลับลงโดยอัตโนมัติ ก่อนจะสังเกตได้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นหยุดลงไปแล้ว จึงแอบลืมตาขึ้น

พี่เซจิแสยะยิ้มก่อนจะพลิกตัวเองให้นอนหงายแผ่ลงบนเตียงข้างฉัน

“...เตียงเธอก็นอนสบายเหมือนกันนะ” ว่าพลางยกมือประสานตรงท้ายทอยตัวเองแล้วหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ฉันนอนพะงาบเหมือนปลาที่เมื่อสักครู่นี้เพิ่งมีโอกาสได้กลับมาหายใจหายคอ

ฉันยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางจ้องมองหน้าของคนที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายใจเฉิบอย่างเอาเรื่อง แต่แล้วก็เหมือนว่าเขาจะนิ่งไป...นี่คงไม่ได้หลับจริงหรอกใช่ไหม...

“พี่เซจิ...” ฉันใช้นิ้วจิ้มเพื่อเป็นการสะกิดให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงนิ่งไม่ไหวติง “ไหนบอกว่าจะนอนบนพื้นไง”

ฉันบ่นเสียงเบาแต่ก็ไม่ได้ฝืนปลุกเขาแต่อย่างใด พลางรีบลุกขึ้นไปเก็บข้าวของภายในห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแทน โชคดีที่เขายังไม่เดินพล่านไปทั่วห้อง โดยเฉพาะในห้องน้ำ ก็มันน่าอายจะตายไป -///-

 @ Seiji Talk

ผมมองตามของขวัญที่กำลังเดินเก็บของไปทั่วห้อง แต่ก็ไม่ขยับตัวมากเพื่อให้เธอคิดว่าผมกำลังนอนหลับอยู่นั่นเอง พอเห็นว่าเธอคิดว่าผมกำลังหลับอยู่แบบนี้ ก็อดทำให้นึกถึงตอนนั้นขึ้นมาเสียไม่ได้ ตอนที่ผมเอานมกล้วยไปให้ระหว่างที่ของขวัญกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในที่นั่งอ่านหนังสือตามแนวรถไฟฟ้า

อันที่จริง วันนั้นผมเห็นเธอเดินออกมาจากบ้านจึงแอบเดินตามไปขึ้นรถไฟฟ้าด้วย เพราะวันนั้นเซนโตะต้องอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน ผมจึงใช้โอกาสนั้นตามไปเพื่อดูว่าเธอจะแอบหนีไปเที่ยวเล่นที่ไหน แต่ก็พบว่าของขวัญเป็นเด็กดีกว่าที่คิด ไปนั่งอ่านหนังสือ ผมจึงซื้อนมกล้วยของโปรดเธอไปเป็นกำลังใจให้

แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เมื่อเธอฟุบหน้าลงมาจนใบหน้าของเราเกือบแนบชิดกัน ทำเอาผมแทบกลั้นหายใจจนต้องลืมตาขึ้นมาเพื่อให้เธอรู้ตัวเลยทีเดียว แต่จะว่าไป...ตอนที่เธอตกใจแล้วรีบหันหน้าหนีนั้นก็เรียกรอยยิ้มจากผมได้ไม่น้อย

ในตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากมายหรอก แต่เมื่อมานึกถึงตอนนี้แล้วกลับรู้สึกสงสัย สรุปว่าเธอตั้งใจทำมันหรือเปล่านะ...

ผมนอนอยู่บนเตียงได้สักพักแล้ว ในขณะที่ตอนนี้ของขวัญแทบจะทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ หยิบทั้งไม้กวาดและไม้ม็อบ อีกนิดเดียวก็ถึงขั้นขั้นห้องน้ำแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรถึงขนาดนั้น ทั้งที่ห้องก็ไม่ได้รกรุงรังเสียด้วยซ้ำ แต่ก็นะ...ปล่อยให้ทำไปนั่นแหละ ผมจะได้อยู่ในนี้ต่ออีกสักหน่อย...

นี่คงไม่คิดว่าผมจะนอนที่นี่จริง ๆ หรอกใช่ไหม ความจริงผมเพียงแค่เข้ามาดูให้แน่ใจ ว่าไม่ได้มีใครแอบอยู่ในนี้ก็เท่านั้นเอง

และแล้วของขวัญก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำจนได้ สงสัยจะเข้าไปขัดห้องน้ำอย่างที่ผมคิดนั่นแหละ ผมจึงได้โอกาสลุกขึ้นแล้วเดินสำรวจภายในห้องของเธออย่างจริงจังอีกครั้ง

ผมนั่งลงบนโต๊ะอ่านหนังสือของเธอก่อนจะเหลือบไปเห็นสมุดโน๊ตอันเล็กเล่มหนึ่ง ซึ่งจำได้ว่าตัวเองให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดในตอนแปดขวบ (แม่บังคับให้แลกของขวัญกับน้อง) คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะยังเก็บเอาไว้ เพราะนี่ก็ผ่านมาสิบปีได้แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงถือวิสาสะเปิดดูข้างใน

ภายในสมุดปรากฎลายมือของเธอตั้งแต่สมัยช่วงชั้นประถม คงเริ่มเขียนมาตั้งแต่ตอนนั้นเลยสินะ เมื่อพลิกดูข้างในก็เจอเข้ากับหัวข้อที่เขียนว่า ‘ไดอารี่วันเกิด’

14/07/2013

            วันเกิดอายุครบเจ็ดขวบ วันนี้พ่อกับแม่พาฉันไปจัดวันเกิดที่บ้านของเพื่อนสนิทแม่ เพราะลูกชายบ้านนั้นเกิดวันเดียวกันกับฉัน แต่ดูเหมือนว่าสีหน้าของเขาจะไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่ นี่ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ หรือว่าไปแย่งพื้นที่จัดงานวันเกิดจนเขาเกิดไม่พอใจขึ้นมา? ฉันว่าเขาก็หน้าตาดีอยู่หรอก แต่กลับทำหน้าไม่รับแขกแบบนั้น น่ากลัวที่สุด...แต่ว่าน้องชายของเขา เซนโตะเนี่ยะ ดูเหมือนเราจะสนิทกันได้เร็วมากเลย

            “เหอะ บ่นตั้งแต่เจอกันแรกเลยสินะ” ผมพึมพำอยู่คนเดียว ก่อนจะหันมองต้นทางเป็นครั้งคราว เพื่อแอบอ่านไดอารี่วันเกิดของเธอต่อไป

          14/07/2014

            ฉันอายุแปดขวบแล้ว หนึ่งปีผ่านไป ลูกชายบ้านนั้นก็ยังทำหน้าไม่รับแขกใส่ฉันอยู่เหมือนเดิม ทั้งที่ฉํนมาวิ่งเล่นเข้าออกบ้านนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนทุกครั้งที่มา เขาก็จะทำตัวเหมือนรังเกียจฉันทุกทีเลย...แต่ฉันไม่สนใจหรอก ถึงยังไงฉันก็จะไปเล่นกับเซนโตะ!

          “เหอะ ยัยตัวแสบ”

ผมกวาดสายตาไล่อ่านทุกบรรทัด ทุกหน้ากระดาษที่เลื่อนผ่านปรากฎลายมือของเด็กสาวที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงวัย และในระหว่างนั้นผมก็หันไปเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนกับกระจก บ้าจริง...นี่ผมกำลังยิ้มอยู่เหรอเนี่ยะ...ได้ยังไงกันเซจิ...

          14/07/2020

อายุสิบสี่แล้วค่ะ เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดเอาไว้นะ แต่ฉันว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปก็ทำให้คนเราโตขึ้น และสิ่งต่าง ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เหมือนอย่างตอนนี้...ฉันรู้สึกว่าลูกชายคนโตบ้านนี้-

“พี่ทำอะไรน่ะ!” ดูเหมือนว่าจะอ่านเพลินไปหน่อย จึงไม่รู้ตัวเลยว่าของขวัญออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่ พลางคว้าสมุดไดอารี่เล่มจิ๋วไปไว้ในมืออีกต่างหาก

หมดกัน...ผมอดอ่านต่อเลยว่าเธอกำลังจะพูดถึงผมว่ายังไงอีก แต่จะว่าไป ไดอารี่วันเกิดที่เธอเขียนส่วนใหญ่เป็นเรื่องของผมทั้งนั้นเลย อยากรู้จังเลยว่าไดอารี่ที่เธอเขียนในทุกวันจะมีผมอยู่ในนั้นบ้างหรือเปล่า...

“ก็...พี่จำได้ว่ามันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่ซื้อให้...”

“แล้วยังไงคะ... พี่อ่านไปมากนอยแค่ไหนเนี่ยะ -//-” ของขวัญหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่ามีอะไรต้องเขินหนักหนา ก็แค่บ่นเรื่องที่ผมทำหน้าไม่รับแขกในงานวันเกิดเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ

“แค่พลิกดูแค่นั้นเอง ไม่ได้อ่านอะไรเลย...” ผมพยายามดึงสีหน้าเรียบเฉยเพื่อไม่ให้น่าสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ยังหรี่ตามองผมอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อสักเท่าไหร่ ก็แน่ล่ะ...ใครเชื่อก็โง่แล้ว

ผมจึงบอกไปตามความจริง “ถึงวันเกิดปีที่สิบสี่ ยังอ่านไม่จบเลย แค่บรรทัดแรกเอง”

“ดีนะที่น้องออกมาทัน ไม่อย่างนั้นคงอ่านไปเยอะกว่านี้แน่เลย”

“ทำไมล่ะ ไม่เห็นมีอะไรเลย เธอเอาแต่บ่นที่พี่ทำหน้าไม่รับแขกก็แค่นั้นเอง”

“เห็นแค่นั้นก็ดีแล้วค่ะ” ของขวัญย่นจมูกทำท่าไม่พอใจเล็กน้อย พลางเก็บไดอารี่เอาไว้กับตัวเองราวกับกลัวว่าผมจะแอบหยิบกลับไปอ่านต่อ จริง ๆ ผมก็ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก แต่อย่าให้เผลอเชียว ;)

“ถ้าจะนอนที่นี่ก็ไปหยิบฟูกบนตู้มาปูตรงนี้ค่ะ” แต่ก็ยังใจดีที่จะอนุญาตให้ผมนอนที่นี่อยู่ ผมจึงไม่รอช้า รีบไปดึงฟูกลงมาปูนอนทันที

ก่อนหน้านี้ผมบอกใช่ไหมว่าจะไม่นอนที่นี่ แต่เอาเป็นว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วล่ะ

“เธอมีผ้าเช็ดตัวไหม” ผมหันไปถามของขวัญที่กำลังนั่งเช็ดผมตัวเองอยู่ตรงโต๊ะเครื่องแป้ง เธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่เอี่ยมออกมายื่นให้

“พี่ขอใช้ห้องน้ำนะ”

“ตามสบายค่ะ” ได้รับอนุญาตเรียบร้อย ผมก็เดินเข้าไปอาบน้ำแล้วใส่เสื้อตัวที่มาทวงคืนจากของขวัญแทน ส่วนกางเกงผมก็ใส่ตัวเดิม แต่จะว่าไปมันก็น่าประหลาดอยู่หรอก เพราะห้องของผมอยู่ห่างเพียงแค่ขึ้นลิฟต์ไปนี่เอง แต่กลับจะมาปักหลักอยู่ที่นี่ ดีนะที่ของขวัญไม่ตั้งข้อสงสัยเยอะ

“พี่เซจิ ของขวัญเตรียมหมอนกับผ้าห่มเอาไว้ให้แล้วนะคะ” เธอนั่งอยู่บนเตียงพลางชี้ไปตรงฟูกที่ปูเอาไว้ เมื่อเห็นว่าผมเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว

“ขอบคุณนะ” ผมทิ้งตัวนั่งลงบนฟูกหนานั่นก่อนจะเช็ดผมที่เปียกหมาดของตัวเอง ก่อนที่ของขวัญจะเดินเข้ามาจับมือแล้วลากผมไปนั่งอยู่บนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง

“ต้องเป่าผมให้แห้งค่ะ เดี๋ยวคันหัว” ว่าพลางมือเรียวบางก็จับไดร์เป่าผมมาเป่าให้ผมจนแห้งสนิท เรื่องแบบนี้ผมก็พอรู้อยู่หรอก ทำเหมือนผมเป็นเด็กน้อยไปได้ -///-

หลังจากนั้นเราสองคนก็เข้านอนพร้อมกัน ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว และในวันพรุ่งนี้พวกเราต่างก็ต้องไปเข้าเรียน เมื่อปิดไฟลงจนมืดสนิท ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ของขวัญเงียบมากเลย แบบนี้...คงมีแค่ผมคนเดียวสินะที่นอนไม่หลับ...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 30

    ไม่หนาวอย่างที่คิดนี่นา ฮ่าๆๆ ฉันทำปากเก่งไปอย่างนั้นแหละ เป็นเพราะได้เสื้อโค้ทกับผ้าพันคอรวมถึงถุงเท้าที่พี่เซจิเตรียมมา จึงช่วยให้ความอบอุ่นกับฉันได้พอสมควร ทำดีก็เป็นเหมือนกันนะเราเนี่ยะฉันแอบมองเขาจากทางด้านหลัง เพราะตอนนี้พี่เซจิกำลังนั่งอยู่ตรงเบาะข้างหน้าพร้อมกับคุณอา มาซาชิ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะต้องไปพบปะทีมผู้บริหารโรงพยาบาลในอีกสองวันข้างหน้าใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้านตระกูลทากาฮาชิที่ญี่ปุ่น ฉันว่าบ้านที่ไทยก็ใหญ่มากแล้วนะ แต่พอเป็นบ้านที่ญี่ปุ่นแล้วที่ไทยกลับเทียบไม่ติดเลยเนี่ยะสิ แบบนี้ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่าบ้านแล้ว“ของขวัญเคยใส่กิโมโนไหมลูก” คุณอามาซาชิหันมาพูดกับฉันระหว่างทางที่พวกเรากำลังเดินเข้าไปในตัวบ้าน“ไม่เคยค่ะ” ฉันส่ายศีรษะด้วยความงุนงง คงจะเคยแหละ หน้าอย่างฉันคงจะซื้อกิโมโนมาใส่เดินเล่นที่ประเทศไทยอยู่หรอก -_-“เดี๋ยววันนี้อาจะให้ช่างตัดผ้าเข้ามาวัดตัวให้ เป็นชุดที่ต้องใส่ไหว้บรรพบุรุษในวันสุดสัปดาห์นี้ หนูแพทเองก็ด้วยนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันและแพทพยักหน้ารับทราบแล้วกล่าวขอบคุณ นี่พวกฉันต้องไปร่วมพิธีอะไรกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นเหรอ คิดว่าจะเป็นพิธีเฉพ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 29

    “ไม่เอา ของขวัญไม่อยากไป…” ฉันกอดอกยืนหันหลังให้พ่อกับแม่ที่เข้ามาเจรจาว่าจะให้ฉันไปญี่ปุ่นกับครอบครัวของพี่เซจิ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าจะให้ลองไปดูงานในโรงพยาบาลถ้าฉันไปก็หลบหน้าเขาต่อไม่ได้น่ะสิ บอกตามตรง ตั้งแต่เรื่องวันนั้นฉันก็ยังงอนเขาอยู่ อย่าคิดว่าของขวัญคนนี้จะยอมยกโทษให้ง่าย ๆ นะ!“แต่แม่ตอบตกลงกับอาน้ำไปแล้วนะ ทริปนี้เซนโตะก็ไปด้วยกัน ปกติเห็นตัวติดกันตลอดไม่ใช่เหรอ”“ตอนนี้ไม่ติดแล้วค่ะ เซนโตะมันติดเมียมันนู่น” ดูท่าคงจะพกเมียติดไปด้วยแน่ ๆ และฉันก็คงต้องไปอยู่ที่นู่นอย่างโดดเดี่ยว เพราะจะให้ไปอยู่กับพี่เซจิฉันก็ไม่เอาหรอก!“นี่อย่าบอกนะว่าครั้งก่อนที่เราพูดว่าอกหัก…” พ่อเปรยขึ้นมาพลางยกมือขึ้นชี้นิ้วมาทางฉัน อย่าได้คิดเรื่องแบบนั้นเชียว...“?”“เพราะเซนโตะมีแฟนเหรอ?” พ่อถามออกมาตามตรง ส่วนแม่เองก็รอคำตอบเรื่องนี้เหมือนกัน นั่นไง! ว่าแล้วเชียว!“โอ๊ยยยย ไม่ใช่ค่ะ ไอ้นี่น่ะ ปล่อยมันไปมีเมียก็ดีแล้ว คนเขาจะได้เลิกเข้าใจผิดว่ามันเป็นแฟนหนูสักที” ฉันบ่นลับหลัง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ ยอมรับตามตรงที่ฉันโสดก้เป็นเพราะมันส่วนหนึ่งด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากจะโทษมันมากนักหรอก เพราะสาเหตุห

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 28

    “หลับสบายจังเลยนะเมื่อคืนนี้” ว่าพลางบิดขี้เกียจแล้วยกยิ้มสดใส ต่างจากอีกคนที่ทำหน้ามุ่ยไม่รับบุญตั้งแต่เช้า“คนเจ้าเล่ห์”“เจ้าเล่ห์ตรงไหนกัน เธอหล่นมาหาพี่เองนะ”“พี่นั่นแหละดึงน้องลงไป” เธอจำความรู้สึกนั้นได้แม่น ว่าเหมือนมีคนดึงลงไปจนทำให้ตัวเองตกเตียงแล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็ถกเถียงเรื่องนี้กันตลอดทั้งเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ของขวัญซซึ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งจึงไม่มีธุระจำเป็นที่จะต้องเข้ามหาลัย แต่สำหรับเซจิที่เป็นนักศึกษาแพทย์ปีที่สาม เขาต้องไปเข้าแล็ปส่งกล้องวิชาพยาธิวิทยา ที่นัดติวกับเพื่อนในรุ่นเอาไว้“ไปแต่งตัวซะ เดี๋ยวพี่ลงมารับ” ว่าจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ฉันงุนงง รับไปไหน วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ (. .)?หรือว่าจะพาไปเดทกันนะ -///- บ้าบอ คิดอะไรเพ้อเจ้อนะของขวัญ...แต่ก็เอาเถอะ อาบน้ำแต่งตัวรอก็ได้ ในตอนแรกฉันก็แอบหวังว่าเขาจะพาไปที่ที่น่าสนใจ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ในคณะเป็นที่เรียบร้อยวันหยุดยังจะพามาที่นี่อีก แต่ไม่เป็นไร ฉันพอจะให้อภัยได้เพราะตัวเองได้อยู่ข้างเขาเนี่ยะแหละ -///-“อ้าว เซจิ เข้ามาสิ” เพื่อนร่วมรุ่นของพี่เซจิทักทายแล้วเชื้อเชิญให้เขา

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 27

    กลับจากคุยเรื่องหัวใจกับพี่เซจิแล้ว พวกมิ้งและน้ำหวานก็ชวนฉันออกไปเที่ยวฉลองที่ร้านประจำ เนื่องในโอกาสที่คิรันได้แชมป์ และใช่ค่ะ พวกมันชวนดาวเด่นอย่างคิรันลับหลังฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมาชวนฉันเสียอีก และถ้าฉันไม่ไปก็คงเสียมารยาทมากแน่นอนของขวัญคนนี้จึงต้องแต่งตัวออกมาข้างนอกอีกครั้ง ทั้งที่บอกฝันดีพี่เซจิเรียบร้อยแล้ว ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยแฮะของขวัญ“ทางนี้คิรัน” มิ้งโบกมือเรียก ก่อนจะเว้นที่ว่างข้าง ๆ ฉันเอาไว้เพื่อให้คิรันได้เดินมานั่งอย่างรู้งาน -_-คิรันเดินเข้ามาพร้อมกับชุดลำลองที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะส่วนใหญ่เจอกัแต่นที่มหาลัยจึงคุ้นตาเขาในคาบชุดนักศึกษาเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่เปลี่ยนไปใส่เสื้อยืดสีขาวแทนเสื้อเชิ้ตเท่านั้น ส่วนกางเกงเป็นกางเกงแสล็คเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกสะกดสายตาได้ขนาดนี้นะ หรืออาจเป็นเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาเกินมนุษย์ของเขาล่ะแต่ฉันว่าเลิกพรรณนาถึงรูปร่างหน้าตาของเขาเถอะ เพราะถึงหล่อแค่ไหนคนในใจของฉันก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ก็คือพี่เซจินั่นแหละพูดถึงพี่เซจิแล้วก็ทำให้ฉันถึงเรื่องที่เราตกลงคุยกัน บอกตามตรงฉันก็รู้สึกว่าตั

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 26

    พี่เซจิพามาถึงจุดหมาย ซึ่งเป็นสวนหย่อมที่ผู้คนต่างมาเดินเล่นพักผ่อนกันเป็นคู่ ในช่วงยามเย็นแบบนี้ ดวงอาทิตย์กับลังลับขอบฟ้า แสงอาทิตย์กำลังอบอุ่นได้ที่เลยทีเดียวแต่ก็อบอุ่นหัวใจได้เพียงบรรยากาศเท่านั้น เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ บอกตามตรง ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเขาเลย อยากจะหนีไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องอะไรหรือว่าพี่เซจิจะพาฉันมาคุยเรื่องที่ฉันสารภาพออกไปวันนั้น และเรียกมาปฏิเสธกันนะ...ไม่เอาอะ ของขวัญไม่อยากฟังคำนั้น...ฉันควรจะวิ่งหนีไปให้ไกลสิ แต่มานึกขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะของขวัญพี่เซจิมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน แววตาของเขาดูจริงจังประกอบกับความลึกลับซึ่งทำให้ฉันไม่สามารถอ่านได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขายืนนิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับว่าเขากำลังรวบรวมความกล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง"มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจเปิดปากถามออกไปตรง ๆ เพราะต้องการรีบตัดความอึดอัดใจนี้ทิ้ง เอาเลย ของขวัญพร้อมแล้ว จะปฏิเสธก็บอกมาตามตรงเลยสิ!พี่เซจินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 25

    และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ฉันพยายามหลบหน้าพี่เซจิอยู่ตลอด โธ่เอ๊ย ของขวัญ เรื่องบนรถวันนั้นน่าอายชะมัด พูดออกไปได้ยังไงกัน -///- และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะรู้ตัวว่าฉันพยายามหลบหน้า จึงไม่โผล่มาให้ฉันเห็นเหมือนกันแต่บอกตามตรง...อีกความรู้สึกหนึ่งฉันก็แอบน้อยใจเหมือนกันนะ เขาไม่พยายามที่จะมาเจอกันเลยอย่างนั้นสิขณะที่ภายในสมองกำลังครุ่นคิดเรื่องว้าวุ่นใจอยู่นั้น ขาของฉันก็ก้าวขึ้นไปบนแท่นอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสระว่ายน้ำเพื่อจับจองที่นั่งเข้าชมการแข่งขัน ใช่แล้ว วันนี้ฉันมาเชียร์คิรันแข่งขันกีฬาเฟรชชี่ แต่ไม่ได้มาคนเดียวหรอกนะ เพราะกลุ่มเพื่อนของฉัน พวกมิ้งและน้ำหวานก็มาด้วยเหมือนกันเมื่อถึงเวลาแข่งขัน ฉันก็รีบนำป้ายที่อุตส่าห์ตัดแปะสติ๊กเกอร์อย่างประณีตออกมา“คิรัน!” ฉันตะโกนเรียกเขาที่กำลังยืนอยู่ข้างสระเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน หลังจากเขาหันมามองฉันก็รีบยกป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า ‘สู้เขานะคิรัน’ ขึ้นมาโบกทันทีที่คิรันอ่านป้ายนั้นจบเขาก็ยกยิ้มแล้วโบกมือมาให้ฉันอย่างรับทราบ“แหม มึง เหมือนผัวเมียมาเชียร์กันเลยนะ” มิ้งเอ่ยแซวขึ้นมา ก่อนจะเบ้ปากให้ฉํนด้วยความหมั่นไส้“จริง ถ้าจะหว

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 20

    ก๊อก ก๊อกฉันลืมตาขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงียเพราะได้ยินเสียงเหมือนกับว่าใครมาเคาะประตู หรือว่าเป็นเสียงจากความฝันกันนะ ฉันรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่มเลยสักนิด เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับก็กลิ้งไปมาอยู่บนเตียงนานมาว่าแต่...ทำไมฉันรู้สึกว่าที่นอนมันแคบแปลก ๆ ล่ะ -_-“พี่เซจิ!” เมื่อพลิกตัวหันไปอีกด้านของเตียงก็พบว่

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 18

    โอ๊ย มาเคาะประตูอีกแล้ว ช่วงหลังมานี้พี่เซจิเคาะเก่งเหลือเกิน หรือฉันควรบอกรหัสเข้าห้องให้เขาไปเลยดีนะ จะได้ไม่ต้องมาคอยเคาะอยู่ตลอดเวลา บอกตามตรง ฉันเริ่มหลอนเสียงเคาะประตูก็เพราะเขาเนี่ยะแหละ“ได้แล้วค่ะ...เอ๊ะ...พี่เซจิ...” หายไปไหนของเขาแล้วนะ ก่อนหน้านี้ยังอยู่แถวนี้อยู่เลย...“ได้แล้วเหรอ”“เ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 17

    ใช้เวลาภายในโรงภายยนตร์สองชั่วโมง แต่ฉันกลับไม่ได้จดจ่อกับหนังเลยสักนิด เมื่อกลับออกมาข้างนอกพี่เซจิก็ยังพาฉันไปทานข้าวและขนมตามร้านคาเฟ่อีกด้วยพอได้ออกมาข้างนอกแล้วก็รู้สึกหายใจได้เต็มปอดหน่อย ถ้าหากยังต้องนั่งใกล้ชิดต่อไปแบบนั้น ฉันต้องหัวใจวายตายแน่เลย ขอยอมรับตามตรงว่าฉันยังไม่มีภูมิคุ้นกันต่อ

  • พี่ชาย(ข้างบ้าน)ที่รัก   บทที่ 16

    “ก็กูจะใช้...”“แต่ผมหยิบก่อน”“กูจำเป็นต้องใช้ตอนนี้...เดี๋ยวผัดผักมันไหม้”“ผมก็จำเป็นเหมือนกัน เดี๋ยวไข่ไหม้”ฉันตื่นขึ้นเพราะเสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่าพี่เซจิและคิรันกำลังเข้าครัวทำอาหารด้วยกันอยู่ ถึงแม้จะดูเหมือนคนกำลังจะเปิดศึกฆ่าแกงกันมากกว่าก็เถอะ“ทำอะไรกัน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status