Share

บทที่7 หิวหมูกระทะ

last update publish date: 2026-07-08 18:20:29

ฉันยืนมองตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตที่เพิ่งถ่ายรูปให้ฉันเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเคยชินเหมือนเมื่อก่อนหรือว่าเขาเข้าใจผิดว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของเขาถึงได้กดรหัสผ่านปลดล็อคเครื่องได้โดยไม่เคอะเขินหรือถามอะไรฉันสักคำ แต่จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ลืมเรื่องของฉันไปซะทีเดียว แค่อาจจะมีอะไรบางอย่างในสมองของเขาที่บิดเบี้ยวไปนิดหน่อยก็เท่านั้น

ไม่เป็นไร ฉันจะทำให้เขากลับมาเป็นพี่พายคนเดิมของฉันให้ได้

"เสร็จเร็วกว่าที่คิดเนอะ"

"นั่นสิ พี่ๆ เขาเก่งกันดีจัง"

"ไปหาอะไรกินกันดีมั้ย"

"หมูกระทะดีมั้ย"

ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ หมูกระทะร้านดังหลังมหาวิทยาลัยที่เขาว่ากันว่าอร่อยนักอร่อยหนายังไม่ตกถึงท้องกลมๆ ของฉันเลย ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันเสาร์แถมตอนนี้ท้องฟ้าก็ยังไม่มืดเหมาะให้นักล่าหมูกระทะอย่างฉันได้ไปลองลิ้มชิมรสความอร่อยที่เขาว่ากันเป็นที่สุด อยากรู้เหมือนกันว่าจะอร่อยเหมือนร้านประจำของฉันหรือเปล่า

"สองสาวไปไหนกันต่อ"

"ยุ่ง"

"เมจิ ไปกินหมูกระทะค่ะพี่บีม"

ฉันถึงกับต้องหันไปปรามเตือนสติเพื่อนเบาๆ ที่ชักสีหน้าใส่พี่รหัสของตัวเองจนแววตาภายใต้กรอบแว่นของพี่บีมเปลี่ยนเป็นดำมืดชวนให้ขนแขนของฉันลุกซู่ ฉันเลยต้องแก้ไขสถานการณ์อันน่ากลัวนี้โดยการตอบพี่รหัสของยัยเมจิแทน ทำเพื่อนสนิทของฉันทำหน้าบึ้งตึงสะบัดไปอีกทางเหมือนว่ากำลังผิดใจอยู่กับพี่รหัสของตัวเองอย่างนั้นแหละ แล้วคนกลางอย่างฉันจะทำอย่างไรได้นอกเสียจากฉีกยิ้มให้กว้างแล้วรับหน้าแทน

"ไปสิ พี่เป็นเจ้ามือเอง"

"จะดีเหรอคะ"

"ก็เพื่อนเราเป็นน้องรหัสพี่ ส่วนเราตัวเท่านี้คงไม่ทำให้พี่ล้มละลายหรอกมั้ง"

"..." ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันกินจุขนาดไหน

"ไปไหนกันวะ"

"พาน้องไปกินหมูกระทะ"

"ไปด้วยดิ"

เหมือนว่าพี่บีมจะสนิทกับพวกพี่เฟิร์สพอสมควรไม่อย่างนั้นพี่เฟิร์สคงไม่เดินมาทักทายง่ายๆ แบบนี้ จนสุดท้ายทีมงานทุกคนตกลงจะไปกินหมูกระทะด้วยกัน มีเขา พี่เฟิร์สและพี่พาลันเป็นเจ้ามือมื้อใหญ่วันนี้ ก็พอจะรู้ว่าฐานะทางบ้านเขาจะดีมาก แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นสายเปย์ขนาดนี้

กลางวันควักเงินในกระเป๋าสตางค์มาเลี้ยงกาแฟทุกคน ตกเย็นพาไปเลี้ยงหมูกระทะสบายๆ ไม่มีปริปากปฏิเสธ หล่อและสปอร์ตที่หนึ่งเลย

"เราสองคนไปยังไง"

"เรียกรถค่ะ"

"ถ้างั้นไปรถพี่"

"อ๋อ ได้ค่ะ"

บอกตามตรงใจฉันหน่ะ อยากจะวิ่งตามหลังใครบางคนเพื่อขอติดรถไปด้วยมากกว่า แต่ติดตรงที่มีคนมากเกินไปเกินกว่าที่ฉันจะทำใจกล้าเข้าใกล้เขา แค่เมื่อตอนกลางวันก็มากพอแล้ว เลยทำได้เพียงติดรถไปกับพี่รหัสของยัยเมจิก็จะได้ประหยัดค่าเดินทางด้วยยังไงละ ไหนๆ จุดหมายปลายทางก็คือที่เดียวกันอยู่แล้ว ค่อยหาโอกาสนั่งใกล้เขาก็แล้วกัน

แต่ทุกอย่างนั้นไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดเอาไว้ ทันทีที่มาถึงร้าน ฉัน เมจิ และพี่บีมถูกจัดให้นั่งอีกโต๊ะ โต๊ะที่มีแต่คณะอักษรฯ นั่งอยู่ก่อนอีกสองคน ส่วนเขานั่งแยกอยู่กับพี่เฟิร์สและพี่พาลัน ไม่นั่งรวมกับพี่วิศวะอีกกลุ่ม แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกอย่างไม่เป็นใจ ฉันก็ได้แต่พาตัวเองหย่อนตัวลงนั่งข้างเพื่อนแล้วก็สั่งหมูกระทะชุดใหญ่มาสองชุด ปลอบใจตัวเองอย่างไรละ

"น้องขนมปัง ชิ้นนี้สุกแล้วพี่ให้"

"อ่อ ขอบคุณค่ะ"

หมูสามชั้นสไลด์ย่างสุกกำลังพอดีถูกวางใส่ในถ้วยของฉันชิ้นแล้วชิ้นเล่าจากรุ่นพี่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามฉันเอง จนฉันแอบรู้สึกเกรงใจที่เป็นฝ่ายนั่งกินสบายๆ ไม่ได้ช่วยย่างเลยสักชิ้น เลยต้องรีบวางตะเกียบในมือและทำหน้าที่เติมน้ำสีในแก้วให้พี่เขาเป็นการตอบแทนไม่ให้ดูเสียมารยาทจนเกินไป

"แก ไปตักน้ำจิ้มเพิ่มกัน"

"ไปสิ"

ก่อนที่ฉันกับเมจิจะปลีกตัวออกมาจากโต๊ะที่มีควันหอมฟุ้งกระจาย เดินตรงไปยังโซนน้ำจิ้มที่เรียงรายอยู่หลายโถ ฉันตักน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้านพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ร้านที่ดีทั้งบรรยากาศ ผู้คนและรสชาติที่สมคำร่ำลือ จนฉันแอบให้คะแนนรีวิวไปถึงห้าดาว ก่อนที่สายตาคู่กลมจะไปสบดวงตาคู่คมที่มองอยู่ก่อน จนฉันอยากจะรู้ว่าเขาก็มองไปเรื่อยไม่ต่างจากฉัน หรือว่า ที่จริงแล้วเขาแอบมองฉันอยู่กันแน่ ขอให้เป็นอย่างหลังนะ

"พี่พาย..."

"แกว่าอะไรนะ"

"เปล่าสักหน่อย"

ฉันทำเป็นเฉไฉตักน้ำจิ้มเพิ่มอีกสองถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นน้ำจิ้มสูตรของทางร้านส่วนอีกถ้วยเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เขาชอบ ตั้งใจตักไปเผื่อเขา หาโอกาสให้ตัวเองได้ขอบคุณเจ้ามือสักหน่อย แต่เหมือนว่าฉันจะช้าเกินไป เพราะในตอนที่ฉันกำลังจะเกินกลับไปที่โต๊ะ ก็มีใครอีกคนถือถ้วยน้ำจิ้มไปวางให้เขาแล้ว เป็นรุ่นพี่คณะวิศวะเพื่อนร่วมรุ่นของเขาหนึ่งในทีมงานนั่นหละ ผู้หญิงซะด้วยนะ

"ฉันว่าพี่เมชอบพี่พายแน่เลย"

"แกก็เม้าท์ไปเรื่อย"

"ถ้าไม่ชอบจะคอยส่งตาหวานให้พี่เขาเหรอ ถ้าแกไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูสิ"

ลองมองๆ ดูแล้วก็จริงอย่างที่เมจิว่า ใครบ้างจะไม่ชอบคนหน้าตาดีที่เหมือนหลุดออกมาจากในนิยายอย่างเขากันบ้าง หล่อทรงแบดแถมเป็นตัวท็อปของวิศวะอีก กร้าวใจอย่าบอกใคร

"พี่เมกับพี่พายคบกันเหรอ"

"ไม่นะ ไม่แน่"

"ไหงไม่แน่หละ?"

"ไอ้พายไม่เคยคบใครจริงจัง"

ไม่รู้ว่าทำไมพอได้ยินยัยเมจิถามถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคน ใจฉันมันก็คอยเต้นแรงลุ้นในคำตอบ แต่พอได้ยินคำตอบ กลับไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกดีใจ เสียใจ หรืออย่างไร 'ไม่เคยคบใครจริงจัง?' หมายความว่า...ช่วงที่เราห่างกันมีเพียงฉันคนเดียวที่ไม่มีใคร ใช่หรือเปล่านะ

"พี่พายเจ้าชู้เหรอ?"

"ธรรมดาของคนหล่อ"

ยัยเมจิยังคงทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวคอยถือไมค์สัมภาษณ์รุ่นพี่ถึงเรื่องราวของเขาในระยะที่เรียกได้ว่าแทบเผาขน จนฉันต้องคอยแอบลอบมองไปที่โต๊ะของคนในบทสนทนาเพื่อดูต้นทางว่าเขาจะมีหูทิพย์จนได้ยินเรื่องราวของตัวเองจากปากคนอื่นหรือเปล่า

"ก็คงจะจริง คนหล่อก็ต้องคู่กับความเจ้าชู้เป็นธรรมดา"

เมจิพยักหน้าหงึกหงักพลางคีบหมูเข้าปาก ส่วนฉันได้แต่เขี่ยน้ำจิ้มซีฟู้ดในถ้วยที่ตั้งใจตักมาให้เขา ความรู้สึกหน่วงข้างในเริ่มก่อตัวขึ้นมาเสียดื้อๆ ความเจ็บแปลบแล่นผ่านหัวใจเมื่อคิดว่าที่ผ่านมาอาจมีใครต่อใครแวะเวียนเข้ามาในชีวิตเขามากมาย ในขณะที่ฉันเอาแต่กอดเก็บความทรงจำเก่าๆ ไว้เพียงลำพัง

"ขนมปัง เป็นอะไรไป หน้าซีดๆ นะเรา"

"เปล่าค่ะ สงสัยควันจะเข้าตานิดหน่อย"

และเพื่อให้ดูสมจริง ฉันเลยแกล้งทำเป็นหยิบกระจกและผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าขึ้นมาส่องดูตาคู่กลมทำทีเป็นซับน้ำใสๆ ที่คลอเบาเบาเหมือนว่าเป็นเพราะควันจากเตา โดยไม่มีใครรู้ว่ากระจกเงาในมือของฉันกำลังสะท้อนตาคู่คมที่เหลือบมามองให้ได้สบตากัน ก่อนที่ต่างคนจะหันกลับไปสนใจหมูย่างตรงหน้า และฉันเลือกที่จะชวนทุกคนเปลี่ยนเรื่องคุย ให้ใจตัวเองได้หยุดพักหายใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่25 ถ้าน้องไม่กลับมา

    "เลิกกี่โมง""สี่โมงเย็นค่ะ""ในตารางเลิกเที่ยง"สองสามวันมานี้เธอดูแปลกไปจนผมเองเริ่มเกิดความรู้สึกสงสัยว่าเธอกำลังปิดบังอะไรไว้ไม่อยากให้ผมรู้หรือเปล่า ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรรู้สึกอย่างนั้น เรื่องของความคิดเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้แต่ไม่ถึงขนาดที่ผมจะเอามาเป็นชนวนอารมณ์ให้ต้องทะเลาะกันจนเรื่องราวไปกันใหญ่"ก็ คือว่า...""สี่โมงพี่รอตรงนี้""ค่ะ"ฟอด"ปังไปก่อนนะ"รอฟังคำตอบที่เธอพยายามคิดหาเหตุผลมาบอกกันอยู่นาน เหลือบมองมือเล็กที่วางประสานบีบเข้าหากันแน่นบนตักดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะเสียงหวานอึกๆอักๆ กับสีหน้าคล้ายกังวลจนผมต้องเป็นฝ่ายตัดบทเสียเอง เลือกที่จะมารอรับกลับห้องพร้อมกันตามเวลาที่เธอบอก เพียงเท่านั้นก็ทำให้ใบหน้าที่กำลังจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นสดใสได้ในพริบตายื่นหน้าเข้ามากดปลายจมูกเชิดรั้นหอมแก้มผมฟอดใหญ่อย่างออดอ้อนก่อนจะลงรถไปด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางจนลับสายตาหายเข้าไปในอาคารเรียนด้วยสายตาเกินคาดเดา เธอคงไม่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลยสักนิดจนเผยพิรุธออกมาให้ผมจับสังเกตได้เต็มไปหมดkanom.pang🍞 : พี่มินิน ขนมปังถึงแล้วค่ะ(ข้อความถูกยกเลิก)ผมเลือก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่24 อยาก(ให้)ง้อ

    รู้ว่าวันนี้เธอมีนัดกินข้าวกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง ซึ่งแฟนอย่างผมก็เข้าใจไม่ตามไปให้เธอต้องรู้สึกอึดอัดจนคุยกับเพื่อนไม่สนุก แต่ถึงตัวไม่ไปผมก็ไม่ลืมที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายถือโอกาสยื่นบัตรแบล็คการ์ดอีกใบที่แอบทำไวัให้เผื่ออยากได้กระเป๋าสักใบสองใบ เธอจะได้ชอปปิ้งอย่างสบายใจแต่ที่ทำให้ผมหงุดหงิดมากจนอยากจะจับมาฟาดก้นสักทีสองทีก็เพราะธอเล่นขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง โทรไปไม่รับ ส่งข้อความไปไม่ตอบจนผมเป็นห่วงคิดกังวลไปต่างๆ นานากลัวว่าเธอจะเกิดอุบัติเหตุหรือมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า กระทั่งเห็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรแบล็คการ์ดผมถึงโล่งอกพอจะนั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็นได้บ้าง แต่ก็ไม่เย็นมากพอที่จะหายหงุดหงิดเพียงได้กินแซนวิชที่เธอป้อนไม่กี่คำ"...""ถ้าพี่พายไม่พูด ขนมปังไม่ง้อ"แล้วดูเอาเถอะ! ว่าเธอดื้อมากขนาดไหน พอเห็นว่าผมไม่หายโกรธ ปากเล็กๆ ก็เชิดขึ้นจนเกือบถึงปลายจมูกนั่งทำหน้างอนใส่ จนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดในชั้นลานจอดรถของคอนโด คนแสนดื้อก็เปิดประตูลงจากฝั่งข้างคนขับรีบซอยเท้าเดินไปกดลิฟต์ไม่รอผมเดินไปพร้อมกันเหมือนทุกวัน"ไม่ง้อพี่ แล้วจะง้อใคร""ง้อใครก็ได้ค่ะ ขนมปังโต

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่23 พี่ขี้งอน

    "ไหนแกลองว่ามาซิ ทำไมถึงเบี้ยวนัดฉันได้""ก็..."เมื่อวันที่นัดกันไปเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของฉัน ทั้งๆ ที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายเพื่อนสนิทที่สุดของฉันกลับส่งข้อความมาบอกว่ามีธุระกระทันหันในตอนสามทุ่มและขอชดเชยเวลาให้โดยการพาฉันมาเลี้ยงปิ้งย่างวันนี้แทน"อื้ม ก็..."มีธุระฉันพอจะเข้าใจได้ แต่ที่ทำให้ฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้คือท่าทางอึกอักเหมือนเจอโจทย์ที่ยากมากดูพยายามคิดหาเหตุผลมาอธิบายให้ฉันฟังไม่ได้ ไหนจะสายตาเลิ่กลั่กพยายามซ่อนพิรุธไม่ให้ฉันสังเกตได้นั่นอีก ชวนให้ฉันนึกสนุกอยากจะแกล้งลองเป็นฝ่ายไล่ต้อนให้เพื่อนจนมุมดูบ้าง วางตะเกียบในมือแล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคางมองฝั่งตรงข้ามด้วยสายตากรุ่มกริ่มรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจอย่างที่ฉันเคยเจอ ก็จากยัยเมจินี่แหละสนุกดีเหมือนกันนะ"โอเค ฉันยอมแล้วๆ"และในที่สุดธุระที่ว่าของยัยเมจิก็ถูกเล่าออกมาอย่างอัดอั้นจนฉันเองแทบจะฟังไม่ทันประติดประต่อเรื่องราวแทบไม่ถูก สรุปได้เพียงว่าสิ่งที่ยัยเมจิเจอไม่ต่างจากฉันมากนัก แต่ฉันอาจจะดีกว่าตรงที่คนขี้หวงพอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง ถึงจะเป็นเหตุผลของเขาคนเดียวก็เถอะ!"ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไ

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่22 ไม่ให้ผ่าน

    และแล้วก็ถึงวันที่ฉันได้ไปฉลองวันเกิดในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อนนั่นก็คือร้านเหล้า อยากจะลองไปดูสักครั้งอยากลองสัมผัสบรรยากาศที่ใครหลายคนพากันหลงใหลสักหน่อยอันที่จริงวันคล้ายวันเกิดของฉันล่วงเลยมาหลายวันแล้วนะ แต่เพราะว่าวันนั้นฉันโดนพิษไข้เล่นงานเสียก่อนพาให้ต้องเลื่อนนัดยัยเมจิมาเป็นวันนี้แทน จะวันไหนสำหรับฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอแค่มีเขาคุณแฟนของฉันและเพื่อนที่สนิทที่สุดมากินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็สุขใจมากแล้ว"พี่พาย พี่พายเห็นเสื้อกล้ามสีดำของปังมั้ยคะ" ฉันจำได้ว่าเขาอาสาเอาไปส่งร้านซักรีดให้นี่นา ไม่ใช่ว่าทางร้านเอามาส่งแล้วหรอกเหรอ"ทิ้งไปแล้ว""ห๊ะ?""ตกใจอะไร""เอาเสื้อปังไปทิ้งทำไม""พี่ไม่ชอบ""แต่นั่นเสื้อปังนะ""เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่"ฉันไม่ได้ฟังผิดไปหรอกใช่ไหม อยู่อยู่คนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนตอนนี้บอกว่าตัวเองเป็นคนเอาเสื้อผ้าของฉันไปทิ้งหน้าตาเฉย เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหลือจะเชื่อเขาเลย!แล้ววันนี้ฉันจะใส่ชุดอะไรไปกันละ ในเมื่อตู้เสื้อผ้าของฉันตอนนี้เหลือเพียงชุดเดรสน่ารักๆ และเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เหมาะกับการใส่ไปทำบุญที่วัดมากกว่า ไม่หลงเหลือเสื้อที่เข้าก

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่21 ติดหนึบ

    กว่าสองชั่วโมงพายุลูกใหญ่ถึงจะสงบลง เป็นผมที่ใจดีปล่อยให้คนอ่อนแรงนอนพักเพราะไม่อยากให้เธอตื่นตกใจกับสัมผัสของผมจนไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมจะไม่ยอมและยอมไม่ได้เด็ดขาดค่อยๆ ช้อนตัวเธอเดินเข้าห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงกว้างให้เธอได้นอนพักสบายๆ ส่วนผมพาตัวเองไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วออกมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดผิวสีชมพูอย่างทะนุถนอมจนทั่วไม่เหลือความเหนียวเหนอะหนะให้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ก่อนจะกลับไปจัดการตัวเองในห้องน้ำบ้างแล้วกลับออกมาล้มตัวนอนลงข้างๆ ดึงเอวบางเข้ามานอนหนุนแขนในอ้อมกอดหลับตาลงตามเธอเข้าไปในความฝัน"..."จนกระทั่งแผงอกสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอันร้อนระอุที่ค่อยๆ สูงขึ้นปลุกให้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เวลานี้ผิวขาวอมชมพูของคนในอ้อมกอดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคิ้วเรียวเล็กผูกกันเป็นปมแน่นราวกับกำลังฝันร้ายอย่างไรอย่างนั้น ให้ผมต้องรีบลุกไปหาอุปกรณ์เช็ดตัวและเจลลดไข้มาวางบนหน้าผากมนด้วยความร้อนใจ คอยเช็ดตัวไม่ห่างให้อุณหภูมิที่สูงค่อยๆ ลดจนเย็นลง ให้คิ้วที่ผูกเป็นโบว์ค่อยๆ คลายออกปมออกให้ผมรู้สึกโล่งใจที่เธอต้องนอนซมอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากผม

  • พี่วิศวะคนนั้นแฟนเก่าฉันเอง   บทที่20 ลงโทษเด็ก NC

    "อื้อ..."บทลงโทษเริ่มขึ้นทันทีทั้งที่ประตูห้องยังไม่ทันปิดลงสนิท มือใหญ่ก็คว้าคอระหงส์เข้ามารับการลงโทษบทแรกที่เธอจะได้รับในคืนนี้โทษฐานที่กล้าพูดจาไม่เข้าหูเพียงเพราะอยากจะแกล้งให้ผมหัวร้อนและเธอทำสำเร็จ อยากจะแกล้งกันอย่างไรก็ได้ผมไม่ว่า แต่การบอกว่ามีคนอื่นเพียงแค่ได้ยินสั้นๆ สมองของผมก็แทบระเบิด ยังดีที่รู้จักยอมรับผิด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโทษของเธอจะลดน้อยลงไป ทำผิดคือทำผิด ทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษจะได้ไ่ม่มีครั้งที่สองหรือครั้งต่อไปเกิดขึ้นสัมผัสรุนแรงในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลที่ผมอยากชวนให้เธอลุ่มหลงไปพร้อมกัน ปากได้รูปละเมียดชิมกลีบปากบางซ้ำๆ แอบขบกัดเบาเบาสลับกันไปมาอยากจัดการต้นเหตุที่กล้าอวดเก่งทำให้อารมณ์ของผมขุ่นมัวได้ขนาดนี้ ร่างเล็กถูกต้อนให้ถอยร่นจากหน้าชั้นวางรองเท้าไปตามโถงทางเดินสั้นๆ โดยที่ริมฝีปากของผมและเธอยังไม่ผละออกจากกัน เป็นผมที่ไม่ยอมปล่อยแม้เสียงเล็กจะคอยร้องประท้วงเพื่อขออากาศหายใจ ทุกเคลื่อนไหวที่ขยับเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจคอยกวาดต้อนพาสองขาเรียวอ่อนระทวยจนแผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของโซฟาในห้องนั่งเล่น แรงกดจูบเพิ่มระดับความโหยหาจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status