Se connecter
**คำเตือน**
-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก
-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
*****************
นามปากกาศศิชา เป็นงานแนว PWP เน้นฉากเน้ด วางขายใน M*B หมวดรักผู้ใหญ่ ต้องยืนยันบัตรประชาชนก่อนถึงจะซื้อได้นะคะ
*****************
แสงแดดสายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกสีสไตล์ตะวันตกกระทบพื้นไม้สักขัดมันภายในห้องพักครู โรงเรียนมิชชันนารีแห่งพระนคร บรรยากาศเงียบสงบ หอมกลิ่นชาอังกฤษและกระดาษตำรา ทว่าใจของแม่บุษกลับล่องลอยไปไกล ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเบาๆ ของมิสซิสแอนเดอร์สัน ครูใหญ่ชาวต่างชาติ
"แม่บุษ... แม่บุษจ๊ะ?"
เสียงเรียกที่ดังขึ้นซ้ำๆ ทำให้เด็กสาวสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตที่เจือแววเหม่อลอยกะพริบปริบๆ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงด้วยความตกใจ รีบประสานมือไว้บนตักตามกิริยาอันเรียบร้อยที่ได้รับการอบรมมา
มิสซิสแอนเดอร์สันวางปากกาขนนกในมือลง ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนเป็นห่วง เธอมองเด็กสาวตรงหน้าผู้เพิ่งย้ายจากหัวเมืองเหนือเข้ามาพักในพระนครกับพี่สาวและพี่เขยได้ไม่ถึงเดือน
"เธอเป็นอะไรไปหรือแม่บุษ? ช่วงนี้ดูเหม่อลอย สมาธิไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะจ๊ะ มีเรื่องทุกข์ร้อนใจอันใด หรือปรับตัวกับชีวิตในพระนครไม่ได้หรือเปล่า?" ครูใหญ่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง
แม่บุษเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้างดงามเจือสีเรื่อด้วยความละอาย
"มะ...ไม่มีอะไรเจ้าค่ะมิสซิส บุษเพียงแต่... ยังปรับตัวเรื่องใช้ชีวิตในพระนครไม่ค่อยชิน... ก็เลยคิดถึงบ้านเจ้าค่ะ"
มิสซิสแอนเดอร์สันพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ยย้ำเตือนด้วยความหวังดี "อย่าลืมเป้าหมายของเธอนะแม่บุษ เจ้านายสตรีในวังทรงฝากฝังและคาดหวังในตัวเธอมากแค่ไหน ครอบครัวของเธอก็มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ตั้งใจเรียนภาษาและวิชาการให้เต็มที่เถิดนะ"
"เจ้าค่ะมิสซิส บุษจะตั้งใจปรับปรุงตัว ไม่ให้เสียชื่อเสียงและไม่ทำให้ผิดหวังเจ้าค่ะ" แม่บุษกราบลาด้วยกิริยานอบน้อมงดงาม ก่อนจะถอยหลังเดินออกจากห้องพักครูไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อประตูห้องพักครูปิดลง เสียงซุบซิบชื่นชมจากบรรดาครูมิชชันนารีก็ดังขึ้นเบาๆ
"เด็กคนนี้งดงามจริงๆ ว่าไหมคะ" ครูสาวชาวต่างชาติอีกคนเอ่ยขึ้น "ทั้งพี่ทั้งน้องบ้านนี้ งดงามเป็นเลิศและมีชื่อเสียงเลื่องลือเสียจริง"
มิสซิสแอนเดอร์สันพยักหน้าเห็นพ้อง "จริงแท้ทีเดียว แม่บัวผู้เป็นพี่สาวนั้นเลื่องชื่อนัก ได้รับความโปรดปรานจากเจ้านายสตรีในวังอย่างยิ่ง เธอทั้งเฉียบแหลม เก่งกาจด้านภาษา สามารถติดต่อเจรจาพาทีกับชาวต่างชาติและแปลเอกสารราชการได้อย่างคล่องแคล่ว วาจาก็นุ่มนวลน่าฟัง กิริยามารยาทเพียบพร้อมสมเป็นกุลสตรี เจ้านายท่านถึงกับเมตตาประทานงานสมรสพระราชทาน ให้แต่งงานกับ คุณหลวงเดช ขุนเธอหนุ่มอนาคตไกลผู้เพียบพร้อม"
"แล้วน้องสาวเล่าคะ? แม่บุษผู้น้องดูเงียบขรึมกว่าพี่สาวนัก" ครูอีกคนเอ่ยถามด้วยความสนใจ
"แม่บุษผู้น้องนี้น่ะหรือ... แม้จะอายุอ่อนกว่าแม่บัวอยู่สองปี แต่ความฉลาดเฉลียวและเรียนรู้เร็วนั้นไม่แพ้พี่สาวเลยทีเดียว ติดจะขี้อายและพูดน้อยไปสักหน่อย แต่ความที่เธอมีกิริยามางดงามสง่า ช่างสังเกต และอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้เจ้านายท่านโปรดปรานและถูกพระทัยยิ่งนัก"
มิสซิสแอนเดอร์สันยิ้มด้วยความชื่นชม "เจ้านายท่านจึงเมตตาฝากฝังให้แม่บุษเข้ามาศึกษาที่โรงเรียนมิชชันนารีแห่งนี้ ตั้งใจว่าเมื่อเธอเรียนภาษาและวิชาการสำเร็จเมื่อใด ก็จะให้เข้าไปรับราชการในวัง คอยทำงานเข้าคู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับแม่บัวผู้พี่ เป็นหน้าเป็นตาให้แก่ตระกูลสืบไป"
บรรดาครูต่างพากันพยักหน้ารับและชื่นชมในบุญวาสนาของสองพี่น้องตระกูลนี้ ทว่ามิสซิสแอนเดอร์สันก็ยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความกังวล
"ช่วงนี้แม่บุษดูใจลอยพิกล สมาธิหลุดหายไปไหนก็ไม่รู้... หวังว่าเธอจะดึงสติกลับมาได้เร็ววัน"
ความลับที่ทำให้เด็กสาวใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เป็นสิ่งที่แม่บุษไม่มีวันเอ่ยปากบอกผู้ใดบนโลกนี้ได้ แม้แต่มิสซิสแอนเดอร์สันผู้เมตตา หรือคุณพี่บัวผู้เป็นพี่สาวแท้ๆ ก็ตาม
นับตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากหัวเมืองเหนือเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมชายคาในเรือนหอตึกฝรั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนตามความคาดหวังของวงศ์ตระกูล ชีวิตยามค่ำคืนของเด็กสาวผู้เรียบร้อยอ่อนหวานกลับกลายเป็นช่วงเวลาทรมานอันแสนวาบหวิวที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ตึกฝรั่งหลังงามนี้สร้างขึ้นด้วยโครงสร้างไม้สักทองและก่ออิฐถือปูน แม้จะดูโอ่อ่ามั่นคงเพียงใด แต่กลับเก็บเสียงที่ลอดผ่านรอยต่อของฝาผนังและพื้นไม้ได้ไม่ดีนัก ยิ่งยามดึกสงัด ตัวตึกยิ่งเงียบงัดจนได้ยินสรรพเสียงรอบกายชัดเจน และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้แม่บุษต้องนอนกอดหมอนซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความกระวนกระวายใจทุกค่ำคืน
เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากห้องนอนใหญ่ของผู้เป็นพี่สาวและพี่เขย คุณหลวงเดช ข้าราชการหนุ่มผู้สุขุมเยือกเย็น ช่างแตกต่างจากยามปกติราวฟ้ากับเหว
เสียงเตียงไม้ขยับโยกโยนดังเอี๊ยดอ๊าด เป็นจังหวะจะโคน ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบกันหนักหน่วงดัง ตับๆๆ สะท้อนก้องผ่านผนังห้องมาถึงห้องพักของน้องสาวที่อยู่ถัดไปไม่ไกล และที่ทำลายสมาธิของแม่บุษจนแทบแตกซ่าน คือเสียงครางกระเส่าอันหวานล้ำและเสียงสะอื้นไห้ระคนสุขสมของแม่บัวผู้เป็นพี่สาว
“อู้ว... คุณพี่ขา... เบาหน่อยเจ้าค่ะ... น้องเสียวเหลือเกิน...”
น้ำเสียงที่ปกติเคยนุ่มนวลอ่อนหวาน บัดนี้กลับกระเส่าพร่าและเต็มไปด้วยแรงตัณหา ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำดุดันของคุณหลวงที่กระซิบด้วยความเร่าร้อน ยิ่งปลุกเร้าให้จินตนาการอันบริสุทธิ์ของเด็กสาววัยสะพรั่งต้องสั่นคลอน
แม่บุษนอนตัวสั่นเทาอยู่บนฟูกหนา มือเรียวบางกำผ้าห่มแน่นจนยับยู่ยี่ ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาถ่านไฟมาแนบแก้ม ความอับอายผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในช่องท้อง ความรู้สึกวูบวาบ เสียวแปลบ และร้อนรุ่มอย่างที่ตำรากุลสตรีบทใดก็ไม่เคยสอนเธอมาก่อน
ทุกค่ำคืนผ่านพ้นไปด้วยการนอนลืมตาโพลงท่ามกลางเสียงสังวาสอันเร่าร้อนของคนทั้งคู่ แม่บุษพยายามยกมือขึ้นอุดหู พยายามท่องบทเรียนภาษาอังกฤษเพื่อขับไล่ภาพและเสียงเหล่านั้นออกไปจากหัวสมอง แต่ยิ่งพยายามหนี เสียงทุ้มต่ำและจังหวะตับๆๆ รุกเร้าก็ยิ่งฝังรากลึกในความทรงจำ
“อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!”องคชาติที่เขาภาคภูมิใจในสมรรถภาพและเป็นเครื่องมือชำเรากาม บัดนี้ขาดสะบั้นออกจากพวง แม่บุษถ่มทิ้ง ร่วงหล่นลงสู่พื้นไม้ เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงฉานผสมกับน้ำกามสีขาวขุ่นจนน่าสะพรึงกลัวแม่บัวที่นั่งมองเหตุการณ์ด้วยความพึงพอใจมาตลอด ถึงกับเบิกตากว้างจนแทบถลน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องหวีดหวานด้วยความตกใจสุดขีดดังระเบิดตามมาทันที“คุณพี่?!! คุณพี่!!”สองมือสั่นเทากุมปากมองภาพสามีที่ทรุดฮวบลงกุมหว่างขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆแม่บุษค่อยๆ ลุกขึ้นเชื่องช้าน้ำหนักจากครรภ์แก่ใกล้คลอดทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก ทว่าสงบนิ่ง มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้า คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนรอบริมฝีปากและคางของเธออย่างน่ากลัว บ่าวไพร่ที่วิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันผวาถอยหลังด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีใครสักคนกล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้หรือยื่นมือเข้าช่วยท่ามกลางความโกลาหลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเจียนตายของคุณหลวงเดชที่นอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้นเรือน แม่บุษประคองครรภ์อุ้ยอ้ายของตนเดินฝ่าความมืดออกไปสู่ระเบียงริมน้ำ ลมยามค่ำคืนพัดโชยกลิ่นไอความชื้น
บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเรื่องการตั้งชื่อเด็กน้อย แม่บุษช้อนสายตาขึ้นสบตากับคุณหลวงเดชผู้เป็นพี่เขย แววตาของหญิงสาวที่ตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดฉายแววความกระหายใคร่ที่อัดอั้นมานานแรมเดือนแม่บุษขยับตัวเข้าหาคุณหลวงเดชเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงกระเส่าและเว้าวอน"พี่ท่าน... ตั้งแต่ท้องโตใกล้คลอด ตัวน้องรู้สึกวุ่นวายใจและมิได้คลายกำหนัดมานานแรมเดือน... ยิ่งเห็นหน้าท่าน ยิ่งเกิดความใคร่รัญจวนใจนัก น้องใคร่อยากใช้ปากปรนเปรอและดูดซับน้ำกามจากคุณพี่สักครั้งให้หายอยาก... เถิดนะเจ้าคะ"แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูและตามใจน้องสาวทุกอย่าง เธอจึงพยักหน้ารับอย่างใจกว้าง"เอาสิแม่บุษ... อยากทำอันใดก็ตามใจเถิด ช่วงนี้เธอเหน็ดเหนื่อยกับการตั้งครรภ์มามากแล้ว พี่อนุญาต"แม่บัวขยับเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอิ่มอุ้ยอ้ายของน้องสาวให้นอนเอนกายพิงหมอนใบใหญ่อย่างสบายตัว ก่อนที่แม่บัวจะหันไปพยักหน้าและส่งสัญญาณให้สามีคุณหลวงเดชขยับกายเข้าใกล้ปลดสายรัดและรูดผ้านุ่งลง เผยให้เห็นท่อนดุ้นใหญ่โตที่ตื่นตัวและตั้งชันขึ้น เขาโน้มตัว
“ยินดีด้วยนะขอรับคุณหลวง คุณบัว... เด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงดีมาก อีกไม่กี่วัน... ทุกท่านจะได้ยลโฉมหน้าทายาทตัวน้อยคนนี้แล้วขอรับ” หมอมิชชันนารีเอ่ยเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งๆสิ้นคำบอกเล่าของแพทย์หนุ่ม แม่บัวถึงกับแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเนื้อตัวสั่นเทา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าจนแทบหุบไม่ลง เธอหันไปสบตาคุณหลวงเดชผู้เป็นสามี ซึ่งในยามนี้ก็มีแววตาปีติยินดีไม่แพ้กัน ทั้งสองคนต่างพากันหัวเราะและโอบกอดกันด้วยความตื้นตันใจที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม“ได้ยินแล้วใช่ไหมคุณพี่... ลูกของเราใกล้จะลืมตาดูโลกแล้วเจ้าค่ะ!” แม่บัวเอ่ยกับสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความสุขสมเมื่อความหวังใกล้เป็นจริง บรรยากาศในเรือนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก แม่บัวสั่งให้บ่าวไพร่จัดแจงตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อนไว้เพียบพร้อม ทั้งผ้าอ้อมเนื้อดี เปลไม้สักแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง และเสื้อผ้าตัวจิ๋วที่สั่งตัดพิเศษจากต่างประเทศ ทุกค่ำคืน สามีภริยาต่างพากันนั่งล้อมวงพูดคุย วาดฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ขณะที่กำลังช่วยกันเลือกผ้าอ้อมเนื้อนุ่ม คุณหลวงเดชก็ชะงักมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภริยาและนึกขึ้นได้“นี่แม่บัว..
ในที่สุด ความพยายามและหยาดเหงื่อแห่งการรอคอยก็สัมฤทธิ์ผล เมื่ออาการแพ้ท้องคลื่นไส้และรอบเดือนที่ขาดหายไปเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า แม่บุษตั้งครรภ์สำเร็จตามความตั้งใจข่าวการตั้งครรภ์นี้สร้างความปีติยินดีให้แก่แม่บัวยิ่งนัก เธอรีบก้าวเข้ามาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ดูแลประคบประหงมแม่บุษประดุจดั่งว่าตนเองเป็นมารดาผู้ตั้งครรภ์เสียเอง ทั้งจัดหาอาหารบำรุงชั้นดี และคอยตระเตรียมทุกอย่างให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง“กินเสียหน่อยเถิดแม่บุษ ลูกในท้องของพี่จะได้แข็งแรง... พี่ตั้งใจเลือกของบำรุงเหล่านี้มาให้โดยเฉพาะเชียวหนา” แม่บัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะตักยาบำรุงยื่นให้ด้วยมือตนเองแม่บุษรับถ้วยยามาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สาวก่อนจะเอ่ยถามเรียบๆ “ขอบคุณคุณพี่ที่กรุณา... ว่าแต่เรื่องที่น้องจะขอหยุดเรียนในพระนครเล่า เรียบร้อยดีแล้วหรือยังเจ้าคะ?”“เรียบร้อยดีทุกประการ พี่จัดการอ้างกับทางเรือนเรียนและผู้คนรอบข้างให้หมดแล้ว ว่าเจ้าจำเป็นต้องเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดสักพักใหญ่เพื่อพักผ่อน... น้องไม่ต้องกังวลผู้ใดจะสงสัยหรอก”เมื่อครรภ์ในยามนี้ยังอ่อนและอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังเป็น
บทส่งท้ายนับจากนั้นเป็นต้นมา บรรยากาศภายในเรือนใหญ่ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์อันต้องห้ามระหว่างคุณหลวงเดชและแม่บุษหาได้ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป หากแต่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยท่ามกลางความยินยอมพร้อมใจทุกค่ำคืนในห้องนอนส่วนตัว แม่บัวผู้เป็นภริยาเอกหาได้มีความริษยาหรือขัดเคืองไม่ ตรงกันข้าม เธอกลับเป็นผู้กำกับดูแลทุกขั้นตอนอยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการสืบสายเลือดนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีข้อผิดพลาดพรวดด... พรวดด...“อ๊าาา!! ซี้ดด คุณพี่บัว น้ำ ค คุณพี่เขยแตกใส่ ห แล้วเจ้าค่ะ น้องรับไม่ไหวแล้ว”“ทนอีกนิด เพิ่งจะนำที่สามเท่านั้น อย่าเพิ่งขยับนะแม่บุษ”ดวงตาของแม่บัวจ้องมองลึงค์ของสามีและกลีบแคมน้องสาวที่ประกบชิดติดกัน กระตุกรัดหงึกๆ ขณะกำลังน้ำแตกพุ่ง โดยที่แม่บัวคอยเอ่ยปากสั่งการ“คุณพี่... ขยับเข้ามาให้ลึกกว่านี้เจ้าค่ะ... อย่าให้เสียหยดน้ำกามไปแม้แต่น้อย” แม่บัวเอ่ยกำกับด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด “แม่บุษต้องตั้งท้องโดยเร็วที่สุด”ตามตำรากามโบราณที่ตกทอดกันมา แม่บัวบังคับให้คุณหลวงเดชเชื่อมต่อองคชาติร้อนระอุเข้ากับรูรักของแม่บุษในท่าทางนิ่งสนิท ลำเอ็นใหญ่อัดแน่
“ใช่! ฉันทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อการนี้!”แม่บุษส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้น “ใจร้ายนัก... น้องเป็นน้องแท้ๆ ของคุณพี่ ไฉนเลยถึงทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของน้องได้ลงคอ!”แม่บัวแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม่บุษ! ฉันเป็นพี่สาวคนโต เป็นลูกสาวของเจ้าคุณพ่อที่ใครๆ ต่างก็คาดหวัง... ฉันแต่งงานมาเป็นปีแต่ไร้ลูก พวกญาติๆ และคนนินทากำลังหัวเราะเยาะฉันลับหลัง! ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกฉันเด็ดขาด! และเธอ... เป็นน้องสาว เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน เธอก็ต้องช่วยฉัน!”“ไม่... น้องไม่ช่วย! น้องไม่มีวันยอมทำร้ายตัวเองอีกแล้ว!” แม่บุษแผดเสียงปฏิเสธลั่น น้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว“ถ้าเธอไม่ยอม... ก็ลองก้าวเท้าออกจากห้องนี้ดูสิแม่บุษ! ฉันจะประกาศให้คนทั้งพระนครได้รู้ว่าเธอแอบลอบเล่นชู้กับพี่เขยตนเองอย่างหน้าไม่อาย คราวนี้ล่ะ... เธอก็จะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป จำคำฉันไว้!”คำขู่ทำให้แม่บุษชาวาบไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่าในสังคมศักดินานี้ ผู้หญิงอย่างเธอหากไร้ซึ่งเกียรติและถูกตราหน้าว่าเป็นหญิงชั่ว ชีวิตก็จะยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น...เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งอย่างเดี







