แชร์

พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก
พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก
ผู้แต่ง: เลขาท่านประธาน

บทนำ

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-25 01:31:52

หากจะนับเรื่องที่โด่งดังเป็นขี้ปากชาวบ้านชุมชนริมแม่น้ำจระเข้สามพันแห่งสุพรรณบุรีในตอนนี้ คงไม่มีเรื่องไหนเกินเรื่องของไอ้กล่ำกับจันทรเป็นแน่ ชาวบ้านร้านตลาดจับกลุ่มนินทากันสนุกปากว่าไอ้กล่ำลูกชายคนเดียวของท่านหมื่นกล้า ชายหนุ่มผู้ไม่เป็นที่หมายปองของผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้านทั้งสิ้น เลี้ยวขบวนขันหมากจากกระต๊อบแม่หญิงปากดีอย่างจันทร ผู้ช่วยปลงศพของสัปเหร่อเชย ไปยังเรือนของดวงเดือน สาวสวยประจำหมู่บ้าน ทั้งยังหอบทองคำแท่งเอยเครื่องประดับและผ้าพับจากอินเดียเอย เปอร์เซียเอย ไปเป็นหีบ ๆ ปล่อยว่าที่เจ้าสาวคนแรกให้กลายเป็นหญิงผู้น่าสมเพชแห่งสุพรรณบุรีไปเสียนี่

แน่นอนว่าหากชาวบ้านคนไหนมีเวลาว่างเมื่อใดหัวข้อนี้ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาสนทนากันอย่างสนุกปาก โดยเฉพาะเวลาที่ทุกคนมารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายอย่างเช่นวันนี้ยามบ่ายคล้อยเช่นนี้ วันที่หมอแสง หมอเสน่ห์ผู้มีวิชาอาคมจะเปิดชานเรือนให้ชาวบ้านขึ้นมาขอความช่วยเหลือหรือของขลังได้ตามที่ต้องการ

“โอ้ย! อีจันมันคิดเองเออหรือไม่หรอก เขาเรียกมันไปช่วยยกหีบของกำนัลก็เข้าใจไปว่าเขาจะไปสู่ขอหรือเปล่า” ยายน้อมแม่ค้าขายผ้าในตลาดวัยกลางคนตอนปลาย หัวเราะร่วนถูกอกถูกใจ สะกิดเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้ผสมโรงกับตัวเอง แล้วพูดต่อ “ถึงไอ้กล่ำมันจะหน้าตาไม่เอาอ่าว แต่ท่านหมื่นน่ะ ใครก็รู้ว่าร่ำรวยมีหน้ามีตา ท่านไม่เอาหรอกสะใภ้ไม่มีหัวนอนปลายตีนแบบอีจันทร”

คนนินทาไม่รู้เลยว่าเจ้าของเรื่องกำลังก้าวขึ้นมา ทันได้ยินคนนินทาตัวเองพอดี

“ทำไมเหรอจ๊ะ ไม่มีหัวนอนปลายตีนแบบฉันมันทำไมเหรอจ๊ะ” ฟังเพียงน้ำเสียงก้รู้ว่าประชดประชัน เจ้าของชื่อจันทรหยุดยืนบนชานเรือนหมอแสง จากนั้นเดินแหวกฝูงชนที่กำลังนั่งรอเครื่องรางของขลังจากหมอแสงให้แยกออกเป็นทาง

หญิงสาวใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ หน้าตาเนื้อตัวกระมอมกระแมม ผมเผ้ารุงรังรวบด้วยเศษไม้ปักยึดไว้แทนปิ่นปักผม เหตุเพราะเจ้าตัวไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดจะซื้อเครื่องประดับได้แม้เพียงชิ้นเดียว ดวงตากลมโตลูกกะตาดำขลับกวาดไปมองไปทั่วบริเวณ หญิงสาวจำได้แทบจะทุกคนบนเรือนนี้ ไม่ว่าจะสูงต่ำดำขาว ล้วนแวะเวียนไปสถานที่ทำงานของเธอแล้วทั้งนั้น

วัด...

บางคนก็พ่อตาย แม่ตาย ลูกตาย ญาติตาย เพื่อนฝูงโหติกาตาย ต่างก็ไปขอร้องอ้อนวอนให้เธอกับสัปเหร่อเชยช่วยทำศพให้ จบงานศพก็แสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ได้ราวกับว่าไม่เคยอ้าปากร้องขอสิ่งใดกันมาก่อน บางคนไม่ยัดเงินปากผีเอาไว้ให้เป็นค่าทำปลงศพด้วยซ้ำ

งกฉิบหาย..

กลุ่มคนบนเรือนหมอแสงกว่ายี่สิบชีวิตออกอาการเลิ่กลั่ก ทำหน้าตาท่าทางไม่ถูก ก็นินทาเขาอยู่หลัด ๆ ใครจะไปคิดเล่าว่าเจ้าของเรื่องจะมา

“ข้าน่ะไม่อะไรหรอก" ยายน้อมเปลี่ยนท่าทีไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี สลับขาข้างพับเพียบกระพริบตาปริบ ๆ ส่ายศีรษะดุกดิกไปมา “แค่จะว่าพ่อกล่ำเขาทำไม่ถูก ตกลงกันไว้ คุยกันไว้ดิบดีแล้วมาเปลี่ยนใจอย่างนี้ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย”

“เมื่อกี้ฉันไม่ได้ยินป้าพูดอย่างนี้เลยจ้ะ” จันทรยื่นหน้าเข้ามาถาม คนอย่างยายน้อมต้องสู้กันซึ่ง ๆ หน้านี่แหละถึงจะสนุก “ป้าบอกว่าฉันไม่มีหัวนอนปลายตีน จะไม่มีได้อย่างไรจ้ะ” จันทรยื่นหัวเข้าไปตรงหน้า ยายน้อมตกใจผงะหนี หัวใจเกือบจะวาย” หัวฉันอยู่นี่” จากนั้นยกเท้ายื่นไปตรงหน้าแทบจะยันยายน้อมหน้าหงาย “ส่วนตีนฉันก็อยู่นี่”

“ว้าย!” ยายน้อมเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ถูกกระทำทันที “นังจันเอ็งมาทำอย่างนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มายื่นหัวยื่นเท้าให้ข้าแบบนี้ ตกนรกหมกไหม้ขึ้นมาจะทำอย่างไร”

“ถ้าฉันตกนรกฉันจะเอาป้าลงไปด้วย ข้อหาผิดศีลข้อสี่ มุสาวาทาพูดจาส่อเสียดว่าร้าย”

“ข้าไปว่าร้ายอะไรเอ็ง”

“ก็ว่าฉันไม่มีหัวนอนปลายตีนน่ะสิ ฉันถึงได้เอาให้เห็นไงว่ามี หรือจะดูอีก” จันทรทำท่าจะยกเท้าขึ้นอีกรอบ ยายน้อมรีบโวยวายโหวกเหวกห้ามปราม

“ข้าไม่ดูแล้ว ไม่ดู”

ใคร ๆ ก็รู้กิตติศัพท์ความ ‘เอาเรื่อง’ ของจันทร ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหญิงแปลกของชุมชนแห่งนี้ หญิงสาวเข้ามาอาศัยที่วัดในชุมชนตั้งแต่แปดขวบ กินข้าวก้นบาตรพระ และช่วยสัปเหร่อเชย สัปเหร่อคนเดียวของวัดในชุมชนปลงศพอย่างไม่กลัวเกรงน้ำเหลืองหรือความเละเทะของซากศพใดใดทั้งสิ้น

ยายน้อมหันหน้าหนีไปอีกทาง จันทรเดินแหวกชาวบ้านไปหน้าแท่นนั่งของตำหนักหมอแสง หมอหนุ่มชื่อดังแห่งสุพรรณบุรี เพียงแต่ตอนนี้แท่นนั่งว่างเปล่า ยังไม่ใช่เวลาที่หมอแสงจะปรากฏตัว

“หมอแสงไปไหน” จันทรถามไอ้ชิดกับไอ้ชมลูกสมุนคนสนิททั้งสองของหมอแสง

ไอ้ชิดกับไอ้ชมเป็นพี่น้องกัน คนหนึ่งสูงใหญ่ไหล่กว้างหน้าตาดุดัน แต่คนหนึ่งกลับผอมแห้งแรงน้อยไหล่ลู่ดูไม่มีสง่าราศี พูดจาเสียงเบาเสียงค่อยจนต้องตะคอกถามซ้ำบ่อย ๆ

“ยังไม่มาหรอก ไปนั่งรอโน่น” ไอ้ชิดส่งเสียงดุ คิ้วขมวดหน้าเข้ม

“เอ็งไปตามมาให้หน่อย”

“จะมากไปแล้วอีจัน” ไอ้ชิดปรามผู้มาใหม่ “คนอื่นเขาก็รอพ่อหมอกันทั้งนั้น เอ็งเป็นใครเสร่อมาแซงคิว”

“ฉันไม่ได้แซง ฉันมีเรื่องด่วน”

“เรื่องด่วนอะไรของแม่จ๊ะ” ไอ้ชมถามเสียงนุ่ม กระลิ้มกะเหลี่ย หน้าตาหลุกหลิกตามบุคลิก

ไอ้ชิดหันไปด่าน้องทางสายตา เรื่องว่ามันจะทำเสียงเล็กเสียงน้อยนุ่มนวลอ่อนหวานทำไม ต้องทำเสียงห้าวหาญให้สมชายชาตรีต่างหากจึงจะควบคุมคนอื่นได้

“เรื่องที่นังเดือนมันทำน้ำมันพรายใส่ไอ้กล่ำจนฉันต้องเป็นหม้ายขันหมากน่ะสิ ฉันจะให้พ่อหมอไปถอนของออกให้ฉัน ไม่อย่างนั้นพ่อหมอคงจะบาปหนักตกนรกหมกไหม้เป็นแน่” 

สิ้นคำบอกเล่าของจันทร ชาวบ้านบนเรือนสำนักหมอแสงก็ส่งเสียงฮือฮาไปตาม ๆ กัน ไหนหมอแสงบอกว่างดปลุกเสกน้ำมันพรายชั่วคราว แล้วอย่างไรถึงไปทำน้ำมันพรายให้ดวงเดือน สาวสวยประจำหมู่บ้านเล่า

อย่างนี้มันโกหกกันนี่หว่า!!

#นิยายรัก #นิยายคอเมดี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 6 มีผัวชั่วเป็นหม้ายเสียยังดีกว่า

    คนขี้เกียจตัวเป็นขนโดนปลุกหลังจากหลับได้ไม่นาน หมอแสงเรียกบ่าวไพร่ขึ้นมาพาจันทรลงไปยังครัว หญิงสาวยังงุนงงในคราแรก ไม่รู้ว่าเป็นเมียเจ้าของเรือนต้องลงมาเตรียมสำรับข้าวด้วย กระทั่งเห็นว่ามีกับข้าวมากมายก่ายกองความคิดสงสัยจึงถูกปัดทิ้ง รีบกระวีกระวาดแสดงความขยันขันแข็งเสนอหน้าเข้าไปช่วยเหลือทันที“ฉันยกให้นะจ๊ะ ฉันยกให้” หญิงสาวยื้อเอาสำรับข้าวจากมือบ่าว อีกฝ่ายไม่กล้าให้เพราะกลัวว่าจะโดนเอ็ด หมอแสงลงมากำกับเองว่าให้ใช้จันทรได้อย่างเต็มที่พวกคนรับใช้ได้แต่งุนงงว่าเหตุไฉนบ่าวจึงจะใช้เมียเจ้าของเรือนได้ยายทอง..คนรับใช้เก่าแกเข้ามาช่วยสอนจันทรให้ทำกับข้าว ทั้งแกะปลา ทำแกง ตำน้ำพริก ไปถึงล้างผักเด็ดผัก หญิงสาวทำไปน้ำลายสอไป ตาละห้อยรอคอยจะได้กินอาหารมื้อใหญ่ให้เต็มคราบ“พ่อหมอน่ะไม่ชอบก้างปลาเลยนะเจ้าคะ” ยายทองสอนหญิงสาว “นิดนึงก็ไม่ได้ เห็นอย่างนี้เป็นคนละเอียดนะเจ้าคะ แม่หญิง..”“จันจ้ะ ฉันชื่อจัน” จันทรแกะปลาตามยายทองบอก ไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบก้าง เธอกินได้หมด ถ้าก้างเข้าปากจะเคี้ยวให้ละเอียดกลืนลงคอด้วยซ้ำ “ส่วนผักนี่ใบช้ำ ๆ ให้ทิ้งไปเลย”“ทิ้งเลยเหรอป้า” หญิงสาวมองผักท

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 5 ขี้เกียจตัวเป็นขนจริง ๆ

    เรไรเข้ามากราบพระในโบสถ์ สีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกว่าภายในใจคิดอะไรอยู่ มีเพียงแววตาวูบไหวไปมาเท่านั้นบอกว่าข้างในไม่ได้สงบนิ่งเหมือนกิริยาอาการที่แสดงออก กระทั่งหลวงพ่อให้พรพรมน้ำมันเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวไปกวาดลานวัดต่อ หญิงสาวลูกเศรษฐีผู้ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของแม่หญิงผู้งามพร้อมแห่งสุพรรณบุรีจึงหันมาหาคนรับใช้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอันเต็มไปด้วยความริษยาว่า“อีจันทรมันงามหรือไม่ พวกเอ็งว่า”“ไม่งามเจ้าค่ะ” คนรับใช้รู้ความตอบแทบจะทันที “อย่างนั้นรึ”“เจ้าค่ะ”“อย่างนั้นทำไมพ่อหมอแสงจึงออกเรือนกับมันเล่า” เรื่องหมอแสงออกเรือนใคร ๆ ก็รู้ แน่นอนว่าเรไรก็ย่อมรู้เรไรไม่ชอบจันทรมาแต่ไหนแต่ไร หรือจะพูดให้ถูกอีกสักนิดหญิงสาวไม่ชอบผู้หญิงคนไหนเลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นดวงเดือนหรือลออน้องสาวของหมอแสง นิสัยของเรไรเป็นคนขี้อิจฉาริษยาคนไปทั่ว ความอิจฉานั่นกำลังพุ่งเพิ่มขึ้นทบเท่าทวีเมื่อเห็นว่าผู้หญิงกำพร้าพ่อแม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างจันทรได้ออกเรือนไปกับหมอแสง ผู้ชายคนที่ตัวเองแอบสนใจ“มันเล่นของหรือไม่เจ้าคะ” นางเขียว คนรับใช้จีบปากจีบคอตอบเข้าข้างผู้เป็นนาย“มึงจะบ้ารึอีเขียว” เรไรสบ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 4 รับเมียเข้าเรือน

    หลังจากปรึกษาหารือกับไอ้จุกเรียบร้อยว่าจะตกลงปลงใจรับจันทรมาเป็นเมีย ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเองลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น” หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกันสัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนจันทร เห็นชายหนุ่มมาต

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 3 อย่างนี้ดีกว่าหรือไม่ !

    ส่วนจันทรดีใจจนเนื้อเต้น ประกายความสุขอิ่มเอิบทั่วใบหน้า ได้หมอแสงเป็นผัวดีกว่าไอ้กล่ำเป็นไหน ๆ ความรวยไม่แพ้แต่ความหล่อล้ำหน้า ซ้ำหมอแสงยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้านอีกคนกำลังจะมีผัวใหม่เดินผิวปากเป็นจังหวะเพลงผ่านป่าช้าข้างวัดกลับกระต๊อบเพื่อไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะออกเรือนในอีกห้าราตรีข้างหน้า แต่ก่อนจันทรไม่เคยบ่นเรื่องดินตรงป่าช้าแข็งแต่อย่างไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าดินนี้แข็งยิ่งนัก ไม่เหมาะกับฝ่าเท้าของหญิงกำลังจะออกเรือนเช่นเธอ“ฝ่าตีนด้านหมด” หญิงสาวบ่นพลางพลิกฝ่าเท้าขึ้นมอง เห็นทีจะต้องขัดสีฉวีวรรณกันยกใหญ่ จะออกเรือนทั้งที ปล่อยให้ฝ่าตีนแตกระแหงเหมือนดินหน้าแล้งมิได้หรอกถึงกระต๊อบน้อยจันทรก็หยิบเสียมเล็ก ๆ ข้างกระต๊อบเดินเข้าป่าหายไปขุดขมิ้นได้หัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ขูดกับหินหยาบแล้วผสมดินสอพองสำหรับขัดตัว เป็นเจ้าสาวผิวต้องเนียนผ่องแผ้วอำไพ ยามเดินไปที่ไหนคนจะได้ไม่ดูถูกตัวเธอจันทรยามนี้หัวใจปลอดโปร่ง หมอแสงรูปงามซ้ำยังดูเป็นโล้เป็นพายกว่าไอ้กล่ำหลายเท่านัก หากได้ออกเรือนกับหมอแสงเ

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 2 งั้นก็มาเป็นเมียข้านี่มา

    การเป็นหม้ายขันหมากทำให้จันทรเสียหน้า อับอาย ซ้ำยังเสียใจหวาดหวั่นว่าหมดจากไอ้กล่ำแล้ว ตนเองคงไม่มีโอกาสได้ออกเรือนเป็นแน่แท้ ก็ใช่ว่าจันทรจะไม่รู้เสียเมื่อไหร่ว่าคนในหมู่บ้านมองตนอย่างไร ดังนั้นไอ้กล่ำจึงเป็นเหมือนความหวังสุดท้ายและเป็นความหวังเดียวที่มีอยู่ หมดจากนี้แล้วเธอคงเป็นแม่เทื้อคาวัดไม่ได้ออกเรือน ต้องอยู่ปลงศพไปจนตายนั่นแหละ“พ่อหมออย่ามาโกหกฉันดีกว่า พ่อหมอทำน้ำมันพรายให้นังเดือนมัน พ่อหมอก็ยอมรับมาเสียดี ๆ แล้วไปแก้ของไอ้กล่ำให้ฉัน มันจะได้กลับมาขอฉันเป็นเมีย พ่อหมอทำแบบนี้มันบาปกรรม ตกนรกหมกไหม้ใครก็ช่วยไม่ได้”“ข้าจะไปโกหกเอ็งทำไม เอ็งมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ดอก แต่เนื้อตัวเอ็งเหม็นน้ำเหลืองเหม็นกลิ่นศพ ผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบ”“ฉันเป็นคนช่วยสัปเหร่อปลงศพก็จริง แต่ถึงเรือนฉันก็อาบน้ำแต่งตัว ประดินสอพอง กลิ่นน้ำเหลืองกลิ่นศพหามีไม่” จันทรไม่ยอมเหมือนกัน“มันออกกันง่าย ๆ รึ” ขนาดน้ำมันพรายของบิดาเขา เก็บมาสองปีแล้วกลิ่นยังเหม็นจนอยากจะอาเจียนทุกครั้ง พวกกลิ่นศพกลิ่นผีนี่มันไม่ได้

  • พ่อหมอเจ้าคะอย่าร้ายกับเมียให้มากนัก   ตอนที่ 1 มันมาอีกแล้วรึ

    “มันมาอีกแล้วรึ”เจ้าของตำหนักหมอเสน่ห์ผู้โด่งดังทั่วคุ้งเเควสุพรรณบุรีหน้าเครียด ค้อมตัวลงถามไอ้จุก สมุนกุมารทองด้วยน้ำเสียงรำคาญจิตรำคาญใจ มือข้างหนึ่งวางบนเข่าซึ่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นยกสูงภายในเรือนส่วนใช้สำหรับทำพิธีชายหนุ่มรูปร่างสูง ไหล่กว้าง เนื้อตัวกำยำกล้ามท้องเป็นลอน ส่วนอกแน่นหนัดสักลายเสือสองตัวทะยานเข้าหากันน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคาย ผมเสยไปด้านหลังปล่อยเพียงปอยเล็ก ๆ ลงตรงหน้า สันกรามชัด ดูมีเสน่ห์ สีหน้าจริงจัง หากแต่แววตาแสนเจ้าเล่ห์เพทุบายชายหนุ่มยกมือแตะปลายจมูกแล้วถอนหายใจ ริมฝีปากเหยียดเกือบเป็นเส้นตรงเม้มแล้วคลายยามครุ่นคิดหาทางออกให้เรื่องน่ารำคาญจิตใจพื้นเพหมอแสงเป็นลูกชายเศรษฐีผู้ร่ำรวย นายด้วงบิดาของหมอแสงชื่นชอบเรื่องคุณไสยทั้งสายดำและสายขาว จึงตระเวนร่ำเรียนศึกษาคาถาอาคมจากสำนักต่าง ๆ แล้วนำเงินจากการค้าขายมาเปิดสำนักหมอเสน่ห์จนมีชื่อเสียงโด่งดังก่อนจะตายไปเพราะโดนเสน่ห์เช่นเดียวกันเข้าทำนองหมองูตายเพราะงู !หลังบิดาจากไปหมอแสงก็รับสืบทอดตำหนักแห่งน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status