Mag-log in20:00
ลูกค้าที่มีมากกว่าปกติ เป็นผลให้เมญ่าอยู่ทำโอทีเกือบ 3 ชั่วโมง สแกนนิ้วเลิกงานก็เดินมาหยิบกระเป๋าที่ล็อกเกอร์ ความเหนื่อยหน่ายเข้าครอบงำ เพลียมากกว่าทุกวันเพราะแทบไม่ได้นั่ง ซ้ำยังช่วยจัดการปัญหาของลูกค้าที่มีการเข้าพักแทบทั้งวัน ร่างขาวสะพายกระเป๋า ดึงชายเสื้อออกนอกกระโปรง ผ้าพันคอแกะออกแล้วยัดใส่ล็อกเกอร์ เปลี่ยนรองเท้าจากคัตชูมีส้นเป็นรองเท้าแตะธรรมดา ตั้งแต่เลิกทำงานกลางคืน เมญ่าไม่คุ้นกับการใส่ส้นสูงหรือส้นเข็มอีกเลย เดินออกทางด้านหลังโรงแรม เพื่อจะเดินลัดไปหารถกลับที่พัก ดันเดินมาเจอน่านน้ำพอดี อะไรกันเนี่ย... “พี่ญ่า” “นะน่าน” “เลิกงานแล้วเหรอ” “ใช่ เลิกแล้ว” ท่าทางคนแก่กว่าเปลี่ยนไปมาก จากผู้หญิงมั่นใจดูประหม่า เมญ่าพยายามหลบตา ไม่กล้ามองหน้าคนน้อย ทั้งที่แต่ก่อนมองสู้แทบจะงาบหัวอยู่รอมร่อ “น่านไม่มีอะไรติดค้างนะ ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป” “...” คำนั้นเป็นผลให้หญิงสาวมองชายใบหน้าหวานได้เต็มตา เมญ่ารู้สึกผิดที่คิดลบกับอีกฝ่ายมาตลอด โทษน่านน้ำอยู่ลึกๆ ว่าทำเมฆาเปลี่ยนใจไปจากเธอ แต่กระนั้นพึ่งมาตกผลึก เข้าใจว่าคนมันไม่รักก็คือไม่รักมีดจ่อคอเขาก็ไม่รักเธอเป็นได้แค่ของแก้ขัดเฮียเมฆเท่านั้น “เรื่องพี่กับเฮียมันผ่านมาแล้ว น่านไม่คิดมาก พี่ก็อย่าคิดมาก” “น่าน” ดวงตารื้นน้ำสีใส จะร้องแต่ไม่ร้อง เมญ่ากลืนน้ำลายลงคอแล้วเม้มปากแน่น พลันนั้นมือขาวของน่านน้ำก็จับมือของเธอขึ้นมาบีบเบาๆ “น่านยังเคารพพี่ในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่ง” “ขอบใจนะ” เมญ่าเปล่งเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกที่มีในใจปลดล็อก แม้จะยังรู้สึกกังวลและละอายใจอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยมันดีกว่าแต่ก่อน คนอายุน้อยละฝ่ามือ จากนั้นเดินเข้าไปภายในโรงแรม ส่วนเมญ่าก็เดินกำสายกระเป๋าออกไปหารถ โดยที่ไม่รู้เลยว่าธาวินยืนอยู่ข้างรถหรูท่ามกลางความมืด เขามาหาของ กำลังจะเดินกลับ แต่เห็นคนทั้งคู่พอดี “ไอ้เมฆกับญ่า” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา เกิดความสงสัยอยู่ในหัว ไม่รู้มาก่อนว่าพนักงานของตนรู้จักกับน้องชายคนสนิท และฟังจากที่น่านน้ำสนทนาด้วย มันคงมากกว่าคนรู้จักกัน 06:30 รถโดยสารประจำทาง ชะลอความเร็วและจอดทางเข้าซอยด้านหลังของโรงแรม เมญ่าลงจากรถที่เธอใช้นั่งมาทำงานเป็นประจำ จ่ายค่าโดยสารเพียง 20 บาท แล้วเดินถือสัมภาระเป็นกระเป๋าสะพายและถุงผ้าใส่เครื่องสำอาง วันนี้มาแต่เช้าเพราะมีบรีฟงานกับพี่รัศมีและถือโอกาสนั่งแต่งหน้าในห้องพักพนักงานด้วยเลย ท่ามกลางแดดอ่อนและลมพัดแผ่วเบา ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง มีเพียงลิปสติกสีอ่อนแต้มบนเรียวปากเท่านั้น เดินตามถนนก้อนหินกรวด กำลังจะเข้าไปยังอาคารของโรงแรมก็ตกใจสุดขีด จู่ๆ โดนใครไม่รู้กระชากแขนไปยังทางขึ้นบันไดหนีไฟ “อร๊าย!!” “…” เมญ่าร้องเสียงหลง ก่อนจะมองคนตรงหน้าให้ชัดเจน พลันนั้นเรียวคิ้วและใบหน้าก็แสดงความงุนงง ทำไมเจ้าของโรงแรมมาเช้าขนาดนี้ มีงานเร่งด่วนหรือมีธุระสำคัญและทำไมต้องกระชากกันมาตรงนี้ “มีอะไรหรือเปล่าคะ” “รู้จักไอ้เมฆเหรอ” ประโยคที่ออกจากปากชายหนุ่มทำเมญ่าอ้ำอึ้ง ไม่ทันตั้งตัวว่าจะโดนถามแบบนี้ ที่จริงไม่อยากให้ใครรู้เลยว่ารู้จักเมฆาและน่านน้ำ หากมีคนรู้เยอะ หมายความว่ามันต้องมีคำถามต่อเรื่อยๆ หญิงสาวทำได้เพียงยืนนิ่ง มองธาวินจ้องขู่เข็ญทางสายตาเอาคำตอบ กระนั้นเรียวปากอิ่มก็ไม่ยอมเผยออ้าบอกเสียที นอกจากกำกระเป๋าผ้าในมือแน่น “…” “ฉันถาม” “เรื่องส่วนตัว” “ฉันขอถามในฐานะเจ้านาย” ชายหนุ่มอ้างตำแหน่งตัวเอง ยกขึ้นมาเหนือกว่าให้อีกฝ่ายได้พูด เขาเป็นเจ้านาย มีสิทธิ์รู้เรื่องทุกอย่างของลูกน้อง แต่มีหรือเมญ่าจะกลัวและยอมบอกโดยง่าย นิสัยลึกๆ ของเมญ่าไม่กลัวใครเป็นทุนเดิม แต่เพราะมีเหตุการณ์ความเสียใจนั้นทำให้เธอเลือกอยู่แบบสงบปากสงบคำ อาจเป็นผลมาจากการอยู่คนเดียวตลอดหลายเดือน เมญ่าเลยเลือกที่จะเพิกเฉยในบางเรื่องหากเป็นแต่ก่อน มีหรือจะยอมใครง่ายๆ … “ยิ่งเป็นเจ้านาย ยิ่งไม่มีสิทธิ์ถามเรื่องส่วนตัว” “งั้นต้องเป็นอะไร ถึงจะมีสิทธิ์รู้” เขาย้อนถามคืนอย่างตรงไปตรงมา คนฟังไม่ใช่เด็กน้อย ไม่ประสีประสาหรือไร้เดียงสา ไม่ใช่แฟนก็คงเป็นผัวเมียที่สามารถรู้เรื่องส่วนตัวกันได้ เธอยังเงียบปากมองเจ้านายที่ดูไม่เป็นตัวเองและอยากได้คำตอบเกินความจำเป็น เมื่อไม่ยอมตอบ ธาวินขยับเข้าใกล้ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นร้อนรดกลางหน้าผากเสียจนไรผมปลิว เมญ่ารู้สึกว่ากำลังโดนบังคับให้ตอบในเรื่องที่ไม่อยากพูดและอยากลืมให้ได้อย่างคนสติฟั่นเฟือน กระนั้นยังถูกบีบทางสายตา รีบเดินขึ้นบันไดหนีไฟหวังจะหลบไปให้พ้นๆ ทว่าอีกฝ่ายเดินตามแล้วดันร่างเล็กกระแทกกับประตูชั้นหนึ่งของโรงแรม “คุณวิน” “มีความลับอะไร” “ไม่มี” “ไม่มีก็ตอบมาเมญ่า” ธาวินเปล่งเสียงสั่งลอดไรฟัน จ้องหน้าสดสวยของเมญ่าราวจะกินเลือดกินเนื้อ“เป็นบ้าอะไร ทำไมต้องอยากรู้” ธาวินเองยังตอบไม่ได้ เขามีเหตุผลอะไรถึงอยากรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนตรงหน้ากับน้องชายคนสนิท ดวงสองคู่ประสานกัน คนหนึ่งอยากรู้เหตุผล อีกคนอยากได้คำตอบ “...” “ปล่อย” “...” “บอกให้ปล่อย ฉันจะไปทำงาน” เมื่อเมญ่าหนีเข้าทางประตูหนีไฟไม่ได้ ก็ผลักชายหนุ่มและดันตัวกระแทกอย่างที่โดนบ้าง หวังจะลงบันไดเข้าอีกทางก็ไม่เป็นผลเอาเสียเลย บานประตูที่ถูกล็อกไว้ มี รปภ.มาเปิดจากทางด้านใน ทำธาวินที่ยืนพิงหงายหลังกะทันหันและยังดึงเมญ่าล้มลงตามไปด้วย ร่างน้อยๆ เกยบนกายหนา พร้อมกับจังหวะนรกที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เมื่อริมฝีปากอวบอิ่มเผลอโดนปากคนใต้ร่างอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าปราดแล่นร่างกาย ชาทั้งร่างยามรู้ตัวว่าจูบเจ้านายหนุ่มอย่างจัง ทว่าความนรกนั้นยังมีความโชคดีหลงเหลือ ผมยาวสลวยหล่นคลุมปรกใบหน้าธาวิน ไม่มีใครเห็นว่าคนทั้งคู่จุมพิตริมฝีปากแบบไม่ตั้งใจกันอยู่ รปภ.ยืนอ้าปากค้าง ไม่นึกว่าผู้บริหารจะหงายหลังลงตรงนี้ ทำเจ้านายเจ็บตัวก็กลัวโดนไล่ออก ทำอะไรไม่ถูกนอกจากวิ่งไปตามเพื่อนอีกคนที่อยู่ด้านหน้าของโรงแรมมาช่วย พลันนั้นเป็นช่วงโอกาสของธาวิน ชายหนุ่มจับท้ายทอยคนเกยบนตัวแล้วดันใบหน้านวลเนียนกดลงพร้อมกับริมฝีปากอิ่มที่เขาตั้งใจให้มันประกบกัน “อื้อ!” เมญ่าดิ้นและดันหน้าออก อีกฝ่ายก็ล็อกแน่นและกดลงหนักๆ ซ้ำยังใช้ท่อนขาเกี่ยวรัดคนตัวเล็กเอาไว้ เรียวลิ้นร้อนโผล่สอดกลางกลีบปาก พยายามจะยัดเข้าหาลิ้นอ่อนของเมญ่าก็ไม่เป็นผล เธอเม้มปากแน่นไม่ยอมให้รุกล้ำเข้ามา คนอย่างธาวินอยากทำอะไร ต้องได้ทำ เกร็งลิ้นหนักสอดเข้ามาอย่างอุกอาจและกวาดชิมภายในโพรงอุ่นของเมญ่าทันที เสียงหยาดน้ำลายที่เขาดูดดื่มผ่านปลายลิ้นดังเจาะแจะ ก่อนที่จะรีบผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียง รปภ สองคนตะโกนมาแต่ไกล “คุณวินครับ คุณวิน!!” เมญ่าลุกขึ้น คว้ากระเป๋าและเครื่องสำอางที่หล่นลงพื้น จากนั้นลุกลี้ลุกลนไปยังห้องพักพนักงานโดยไม่เหลียวหางตามองธาวินแม้แต่น้อย “ญ่า!!” “ลุกไหวไหมครับคุณวิน” รปภ.ถามด้วยความเป็นห่วง เข้าประคองเจ้านายลุกยืนและช่วยปัดฝุ่นที่เกาะด้านหลังของเสื้อ ขณะที่เจ้าตัวเอาแต่มองคนตัวเล็กกึ่งวิ่งกึ่งเดินหายเข้าไปในพื้นที่พนักงาน “ขอโทษนะครับคุณวิน ไม่ตั้งใจทำคุณ” “มีไฟแช็กไหม” “ครับ?” รปภ.ทำหน้างงๆ หงายหลังเจ็บตัวขนาดนั้น แทนที่จะตำหนิ อบรมให้ระวังกันมากขึ้นแต่ถามหาไฟแช็ก ไม่สนใจกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ “มีครับ” “ยืม” ธาวินดึงไฟแช็กจากมือลูกน้อง เดินย้อนกลับลงทางบันไดหนีไฟ หยิบบุหรี่ที่มีในรถแล้วยืนดูดในพื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ด้านหลังโรงแรมด้วยท่าทางหงุดหงิด ตั้งแต่เมื่อคืนเขามีเรื่องนี้วนเข้ามาในหัวไม่ใช่เรื่องของตัวเองทำไมอยากรู้มากมายขนาดนี้ยังไงธาวิน...20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช
ประโยคนี้ลอดถึงหูคนแอบฟังอีกครั้ง แม้น้ำเสียงไม่ได้ดังมาก แต่ได้ยินชัดเจน ทะลุจากด้านนอกเข้ามาทิ่มแทงหัวใจคนด้านในซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมญ่าขบริมฝีปาก น้ำตาคลอเบ้าจะร้องไห้อีกแล้ว เธอรีบเชิดหน้าแหงนมองเพดานสีขาว พ่นลมหายใจเข้าออก กลั้นอาการสึกกร่อนทางใจสุดอย่างสุดกำลัง หากร้องไห้ต้องแต่งหน้าใหม่ คงเสียเว
20:00รถโดยสารเที่ยวสุดท้ายจอดรับ เมญ่าขึ้นนั่งพร้อมผู้โดยสารคนอื่นๆ อีก 2 คน นั่งกอดกระเป๋า มองไปยังท้องถนนอัดแน่นไปด้วยรถรายามค่ำคืน ลมพัดเส้นผมอ่อนปิดดวงตา ทว่าก็ปล่อยให้มันอยู่อย่างนั้น นั่งเหม่อมองแสงสียามค่ำคืน ภายใต้ดวงตาคมที่มองอยู่ไกลๆ ธาวินแอบขับรถตามเมญ่าที่นั่งรถโดยสารกลับอะพาร์ตเมนต์ก
วันต่อมาหัวใจที่แตกสลายส่งผลต่อร่างกายไม่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเลย เมญ่าอยากทิ้งร่างตัวเองไว้บนเตียง อยู่ลำพังคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเหมือนที่ผ่านมา แต่เพราะยังมีคนข้างหลังต้องดูแล ก็ต้องฝืนหอบหัวใจบอบช้ำและร่างกายราวคนไร้วิญญาณมาทำงานเช่นเดิมบรรยากาศยังคงเหมือนทุกวัน ลูกค้าต่างชาติทยอยเข้ามาเช็กอิน
Anna Apartment“จอดตรงนี้เลยค่ะ”น้ำเสียงขึ้นจมูกบอกคนใจดี รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวช้าและจอดให้เธอลง“โอเคไหมครับ”เมญ่าไม่ตอบ ควักเงินในกระเป๋าส่งให้ หมายเป็นค่าโดยสารแต่อีกฝ่ายก็ไม่เอา“คนไทยด้วย มีอะไรก็ช่วยกัน”“ขอบคุณค่ะ“พักผ่อนนะครับ ค่อยๆ คิด นอนให้อิ่ม พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”ชายที่ไม่รู้จัก แสดงคว







