FAZER LOGINเสียงคุ้นหูดังผ่านรั้วบ้านเข้ามา หลังจากที่ไม่ได้ยินนานเกือบหนึ่งอาทิตย์ ธาวินจับประตูรั้วเหล็กเก่าชนิดที่ว่าสีสนิมแทบจะหลุดติดมือ เขย่าและดันหมายจะเปิดเข้ามาด้านใน ทว่าถูกล็อกด้วยโซ่ไว้แน่นหนา กันขโมยขโจรเข้ามายกเค้าข้าวของในบ้าน
หัวใจที่สงบมานานหลายวัน มันกลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง สั่นไหวโคลงเคลงราวคลื่นสูงก่อตัวบนท้องทะเลกว้าง ราวกับว่าเวลาหยุดหมุน ทุกอย่างเงียบและอื้ออึงไปชั่วขณะ เห็นหน้าเขา ความเจ็บปวดยากจะพรรณนาถาโถมมาไม่ยั้ง ไม่ต่างจากลมตอนนี้ที่กำลังกระโชกแรง เศษใบไม้หรือแม้แต่ถุงพลาสติกปลิวว่อนลอยผ่านหน้าคนสองคนที่ยืนมองกัน ดวงตาร้อนผ่าว ความเจ็บปวดรุนแรงเริ่มกำเริบ ทั้งที่อาการทรงตัวมาได้หลายวัน ริมฝีปากชาขึ้นทีละนิด พูดไม่ออกนอกจากยืนนิ่ง แต่ยังพยายามฝืนแล้วไล่คนตรงหน้า “กลับไป” พอง้างปากอ้าได้ คำแรกที่หลุดออกมาคือไล่ด้วยน้ำเสียงราวกับคนโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน “ไม่ไป เปิดประตูให้หน่อย” “…” “เปิดให้ฉันหน่อยญ่า” เหมือนว่าการมาครั้งนี้มันคงง่ายดาย แค่ขอร้องเพียงไม่กี่ประโยคเธอคงเปิดให้ แต่ไม่เลย เมญ่าค่อยๆ ถอยหลังไปทีละก้าว เส้นผมยาวสลวยปลิวไสว กระทั่งหมุนตัวฉับพลันและเข้าบ้านในทันที ปิดประตูได้ก็เห็นแม่ยืนกลางบ้านทำหน้างง มุตาสะดุ้งตื่นจากที่กำลังเคลิ้มหลับ ครั้นจู่ๆ มีคนตะโกนเรียกลูกสาวยามวิกาล เลยต้องออกมาชะเง้อดู “ใครน่ะญ่า” “คนบ้า” ตอบเพียงส่งๆ คนบ้าที่ไหนเรียกชื่อกันถูก ขับรถหรูราคาหลายล้านขนาดนี้ ที่สำคัญแต่งตัวดูดีอย่างกับคนรวย “คุณเขามีธุระหรือเปล่า” มุตาแสดงอาการเป็นห่วงคนด้านนอก ลมแรง ฝนจะตกลงเม็ดอยู่รอมร่อ ผู้ชายคนนั้นยังเกาะรั้วเขย่าแรงๆ ด้วยท่าทางดูร้อนใจ “ไม่มี เขาคนบ้า แม่เชื่อหนู อย่าเปิดนะ” พูดจบก็เดินตาแดงเข้าห้อง ล้มตัวนอนได้หยิบหมอนปิดหูสองข้างเอาไว้ เมญ่าปิดเปลือกตา ส่ายหัวรัวๆ ยามเสียงเอ่ยเรียกยังดังชัดเจนแม้จะเบาลงบ้างก็ตามหอบใจช้ำๆ หนีมาก็ยังตามทำไมความรักดี ๆ มันหายากเหลือเกิน โฮ่ง ๆ หมาเฝ้าบ้านมันกระโดดเกาะกรง เหมือนจะออกมาไล่คนแปลกหน้า แต่ออกมาไม่ได้ มุตายังส่องผ่านรูหน้าต่างด้วยความสงสัย ดึกดื่นและเงียบสงัด ทว่ามีแต่เสียงไอ้ด่างเห่าโฮ่งไม่เกรงใจใคร การผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเรื่องความรักมามากพอสมควร มุตาพอเดาออกได้ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือคนที่ทำให้ลูกสาวเสียใจ “เมญ่า ขอร้องเปิดหน่อย ขอคุยด้วย” ธาวินยังอ้อนวอน เกาะรั้วอย่างน่าเวทนา เสื้อเชิ้ตสีขาวมันเกรอะไปด้วยสนิมเพราะเขายืนพิง ไฟสว่างปิดลง มืดสนิทมองไม่เห็นใคร มีเพียงไอ้ด่างยังเห่าอยู่ในกรงรบกวนเพื่อนบ้านที่กำลังพักผ่อน ธาวินไม่รู้ต้องทำยังไง มองกำแพงไม่สูงมากและหาตำแหน่งที่พอจะปืนเข้าไปได้ คืนนี้เขาต้องได้คุยกับเมญ่า นี่คือความตั้งใจ “ไอ้บ่าว” กำลังจะเหยียบบนกำแพง ก็ชักเท้ากลับคืน ชายมีอายุ หนวดเคราขาวยาวเฟื้อย นุ่งโสร่งปาเต๊ะ ถือปืนลูกซองยาวเอียงคอตั้งท่าจะยิง ทำธาวินต้องนิ่งและยกมือราวกับเป็นผู้ก่อการร้าย “ผม...” “อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นไส้ไหล” ไม่ใช่คำขู่ แต่เอาจริง ครั้นชายคนนี้คือผู้นำหมู่บ้าน เขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็แบกปืนออกมา “ผมมาดีนะครับ” “คนดีที่ไหนส่งเสียงโหวกเหวกยามวิกาล” “...” ก็จริง แต่ธาวินไม่ได้มาทำร้ายใคร “มาทำอะไรบ้านนางมุตา” เขายังไม่ตอบอะไร แต่หันมองความมืดด้านใน โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของเจ้าของบ้านอย่างมุตาแอบมองอยู่ ส่วนเมญ่าน่ะเหรอ นอนร้องไห้อีกแล้ว ตัวสั่นมุดผ้าห่มอีกตามเคย เช้าต่อมา เพราะเมื่อคืนเอาแต่นอนร้องไห้และยังพาลพานอนไม่หลับ เห็นธาวินเพียงรางๆ ก็ปั่นป่วนหัวใจดวงน้อยเกินทน ในบ้านไม่มีใครอยู่ น้องสาวไปโรงเรียนแต่เช้า ส่วนแม่คงอยู่บ้านลุงสมิงตามเคย เมญ่าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เปิดประตูหน้าบ้านเพื่อให้แสงธรรมชาติส่อง มองไปยังถนนมันว่างเปล่า ไม่มีรถคันเมื่อคืน มันหายไปแล้ว ธาวินคงกลับไปทำงานที่เขารัก คิดแบบนั้นพลันถอนหายใจ เขาไม่อยู่ตรงนี้ ไม่รู้ต้องเสียใจหรือเบาใจดี ก่อนจะไขกรงหมานอนกระดิกหางเพราะอยากออกมาเล่น เจ้าด่างสั่นหางริกๆ คลอเคลียคนคุ้นเคย ก่อนที่เมญ่าจะปล่อยให้มันเป็นอิสระ วิ่งเล่นบนพื้นที่เล็กๆ ยังไม่ทันจะก้าวขาเดิน เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ญ่า!!” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเชิดมองไปด้านหน้าอีกครั้ง ธาวินยืนสูงตระหง่านตรงตำแหน่งเดิม เขายังไม่ไป เช้านี้ยังเห็นหน้าเขา เมญ่ามองคนที่อยู่ด้านนอกรั้ว ยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง สภาพเหมือนคนไม่ได้อาบน้ำ หมายความว่าเขาไม่ได้กลับตั้งแต่เมื่อคืน แล้วนอนที่ไหนก็คงเป็นรถเขานั่นแหละ ดวงตาคู่งามซ่อนคลื่นที่กำลังซัดกระหน่ำ มองคนนใจร้ายก็อดถามตัวเองไม่ได้ ฉันไม่ดีตรงไหนถึงเจอแต่เรื่องเจ็บช้ำน้ำใจอยู่เสมอ ทว่าได้แต่ความเงียบกลับมา “เปิดประตู” “มาทำไม” “คุยกันก่อนได้ไหม” “กลับไป เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน” “มีสิ มีเยอะแยะเลย คนที่ได้รับแต่ความเจ็บปวดไม่ใจอ่อนเปิดประตูให้ง่ายๆ เมญ่าต้องเอาตัวเองหนีจากตรงนี้ก่อน เธอไม่อยากเห็นหน้าเขา นอกจากความเจ็บจี๊ดที่หัวใจ มันอาจยิ่งเป็นแผลลึกและหนักหน่วงมากกว่าเดิม “ญ่า เปิดประตู” เจ้าของชื่อเพิกเฉย หากยังตะโกนเรียกอยู่แบบนี้ เมญ่าคงหนีไป พลันนั้นธาวินยกเท้าปีนรั้วบ้านเข้ามาทันที ร่างสูงกระโดดลงอย่างง่ายดาย เดินไม่ทันครบสามเก้า เสียงไอ้ด่างก็เห่าโฮ่งใส่ทันที มันแยกเขี้ยวข่มขู่เพราะเป็นคนแปลกหน้า โฮ่ง ๆ ธาวินไม่ได้สนใจเจ้าสีดำตัวโต นอกจากหญิงสาวที่ตั้งท่าหนีเขาทุกวินาที เดินเข้าใส่หวังจะกอดเมญ่าและปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง ก็ถูกเจ้าหมาฟันแหลมกระโดดงับเข้าที่ขาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาล้มลงพร้อมกับเสียงร้อง ทำเมญ่าหันกลับมามองอย่างตกใจ สัญชาตญาณเห็นคนโดนหมากัดกำลังจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่จู่ ๆ เธอก็ชะงักฝีเท้าไม่เดินต่อ สองมือกำเป็นปั้นข้างกาย สวมวิญญาณคนใจร้ายในชั่วขณะ ยืนมองธาวินกำลังโดนไอ้ด่างกัดจนกางเกงเนื้อดีฉีกขาด “โอ๊ย !!” ธาวินร้องลั่น เป็นครั้งแรกที่โดนหมากัด หากไม่นับลายสักบนหลัง น่าจะเป็นความเจ็บทางกายที่มากที่สุด เสียงเห่าและเสียงร้องโอดโอยดังไกลไปถึงหูของมุตา กำลังดูปลาสด ๆ ใหม่ ๆ และกุ้งโต ๆ ที่ได้มา หมายจะเอามาทำต้มยำและแกงปลาอร่อย ๆ ก็ต้องเอาไว้ก่อน ถลกผ้าถุงวิ่งมาดู ก่อนจะเห็นว่าธาวินโดนหมาขย้ำ โดยมีเมญ่ายืนมองไม่ช่วยเหลืออะไร “ญ่า” นาทีนี้อยากตีลูกสาวเสียจริง ไอ้ด่างกัดคนแทนที่จะช่วย กลับยืนมองหน้าตาเฉย มุตาตะโกน ไล่ด้วยเสียงกระทั่งมันยอมปล่อยอย่างว่าง่ายแล้ววิ่งหางจุกตูดหนีไป ส่วนธาวินนอนกองกับพื้น โก่งตัวขึ้นมองน่องขาตัวเองอาบเลือดและเจ็บปวดอย่างรุนแรง “เป็นยังไงบ้าง” “เจ็บครับ” ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด แต่มันเป็นทางการ มองเมญ่าที่ยืนกำมือแน่น โดยมีมุตาประคองยืนและนั่งบนเก้าอี้เก้า ๆ ที่วางทิ้งวางขว้าง “พี่สมิงมานี่หน่อย พี่สมิง!!” ไม่นานเจ้าของชื่อก็วิ่งตาเหลือกเข้ามาหา “อะไรมุตา” “คุณเขาโดนไอ้ด่างกัด” “เฮ้ย!! ไปหาหมอ ทิ้งไว้ไม่ได้” ว่าแล้วก็ประคองกันขึ้นรถพ่วงข้างหรือที่เรียกว่าซาเล้ง ลุงสมิงเป็นขับ ส่วนมุตาเป็นคนนั่งประกบ ภายใต้ดวงตาสีอ่อนมองตามอย่างหวั่น ๆ20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







