Masukห้องประชุมย่อยของโรงแรม
ผู้ผ่านการสัมภาษณ์มีทั้งหมด 3 คน นั่งเรียงหน้ากระดานฟังผู้จัดการอธิบายขอบเขตการทำงานและตำแหน่งที่ต้องทำ รวมทั้งเงินเดือนและสวัสดิการที่จะได้รับตลอดการเป็นพนักงาน พลังธรรมหรือเต้ ชายคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกเข้าทำงานในตำแหน่ง Ballman หรือพนักงานยกกระเป๋า อีกคนคือน้ำทิพย์ หญิงสาววัย 22 ปี เด็กจบใหม่เข้าทำงานในตำแหน่งแคชเชียร์ห้องอาหาร ซึ่งลูกค้ารอบนอกที่ไม่ได้พักในโรงแรมแห่งนี้ สามารถเข้ามาใช้บริการได้เหมือนกัน ส่วนคนสุดท้ายคือเมญ่า ได้รับคัดเลือกมาแบบงงๆ ไม่เน้นสัมภาษณ์ เน้นความพึงพอใจจากผู้บริหาร เข้าทำงานในตำแหน่ง Receptionist เป็นพนักงานต้อนรับแทนคนเก่าที่ลาออกกะทันหัน “มีที่พักให้ทุกคน แยกโซนพนักงานชายหญิงชัดเจน ห้ามเดินข้ามไปหากันโดยพลการ มีเรื่องอยากคุยต้องออกมาคุยด้านนอก และใครอยากหาที่พักเองหรือมีบ้านอยู่แถวนี้ ก็สามารถแจ้งได้ จะได้ทำเรื่องเบิกค่าเช่าบ้านให้” “ญาติมาเยี่ยมได้ไหมคะ” น้ำทิพย์ยกมือขึ้นสูง เอ่ยถามผู้จัดการเพราะเธอเป็นเด็กต่างจังหวัดและเพิ่งจะได้โอกาสทำงานครั้งแรก “มาได้ แต่ไม่อนุญาตให้พัก อ้อ ถ้าจะมาต้องตรงกับวันหยุดเท่านั้น” สวัสดิการที่นี่เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน มีวันหยุด 2 วัน วันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่เก็บไว้ใช้วันธรรมดา มีลาพักร้อนหลังจากทำงานครบ 1 ปี สามารถใช้ลาป่วยลากิจได้ตามเหตุสมควร “ค่ะ” “ใครมีคำถามอีกไหม” รัศมีมองพนักงานทั้ง 3 คนก็ไม่มีใครเปิดปากพูด พลันนั้นก็พูดต่อ “ถ้าไม่มีแยกย้ายไปพักผ่อนได้ หรือใครมีธุระจะกลับไปจัดการก็กลับได้เลย อาทิตย์เจอกัน หวังว่าทุกคนจะมาให้เห็นหน้า” “ค่ะ / ครับ” เมื่อแจ้งรายละเอียดตำแหน่งหน้าที่และวันเริ่มงานแล้วให้รับทราบโดยทั่วกัน รัศมีก็เดินออกคนแรก เพราะมีงานอื่นๆ ค้างอยู่ “ญ่า – ให้เต้ช่วยถือกระเป๋าไปให้ไหม” “ไม่เป็นไร ใบนิดเดียวถือเองได้” “งั้นเต้ไปพักก่อน” เมญ่าพยักหน้า ยืนยิ้มสักพักและเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากห้องประชุมย่อย เธอเห็นจุ๊บแจงยืนรอตรงทางลงบันไดหนีไฟ พลันนั้นรีบเดินเพื่อจะไปหา ทว่าต้องเดินผ่านห้องทำงานของผู้บริหารอย่างธาวิน จังหวะที่กำลังจะเดิน ประตูห้องของผู้มีตำแหน่งสูงสุดก็เปิดออกมา เมญ่าหยุดเท้านิ่งไปชั่วขณะ มองอีกฝ่ายยืนชะงักข้างประตูไม่ต่างกัน ดวงตาคมประสานมองโดยไม่ตั้งใจ แทนจะละและเดินผ่านหน้าไป กลับจ้องอยู่อย่างนั้น เพียงเสี้ยววินาที เมญ่าเหมือนโดนมนตร์สะกด โลกหยุดหมุนราวกับว่าตรงนี้มีเธอและเขาเพียงสองคน ก่อนที่เรื่องวันนั้นแทรกเข้ามาในสมองน้อยๆ เสียดื้อๆ โอ๊ย!! ผ่านผู้ชายมาก็เยอะ กะอีแค่ผู้บริหารของ The Grand Orchid Hotel ทำไมประหม่าได้แบบนี้ มือบางจิกต้นขา เม้มปากเบาๆ พลางใช้ฟันขบยามถูกชายผู้เป็นเจ้านายจ้องไม่กะพริบตา เมญ่าไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยรู้สึกขาดความมั่นใจ ยามโดนสายตาคมมีเสน่ห์แฝงไปด้วยความร้ายกาจและดูเจ้าเล่ห์ นิสัยเป็นคนไม่ยอมคน ไม่สะท้านกับสิ่งใด แต่ทำไมกับสายตาคู่นี้ถึงทำให้เธอเป็นแบบนี้ได้ “จิ๊!!” เสียงที่ดังออกมาหนึ่งที ไม่ต่างกับคนอารมณ์เสียเพราะพนักงานใหม่อย่างเมญ่ากำลังหงุดหงิดให้ตัวเอง ทว่าอีกฝ่ายกลับขมวดคิ้วแสดงออกถึงความงุนงง “เป็นอะไร” คำถามนั้นทำเธอได้สติขึ้นมา เผลอทำกิริยาตามนิสัยตัวเองต่อหน้าผู้บริหารได้ยังไง ก้มหน้าลง หลบสายตาที่เอาแต่จ้องแล้วสนทนาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เปล่าค่ะ...ฉันไม่เป็นอะไร” พูดจบก็เร่งฝีเท้าเดินไปหาเพื่อน จุ๊บแจงที่ยืนรอคว้าเรียวแขนได้รีบดึงลงบันไดหนีไฟ คนตัวเล็ก 2 คนหายไปพร้อมกัน พลันนั้นธาวินก็เดินตามมาดูด้วยความสงสัย และพอเข้าใจว่าจุ๊บแจงและเมญ่าน่าจะรู้จักกัน “เป็นเพื่อนกันเหรอ ? หึ ก็ดี มีแต่คนคุ้นเคย คนหนึ่งเป็นเพื่อน อีกคนก็...” ธาวินหยุดพูด เขากระตุกมุมปากยิ้มอย่างลืมตัว ชายเจ้าสำราญ มีผู้หญิงควงหน้าตาไม่ซ้ำ มีคู่นอนก็หลากหลาย ดันเผลอยกริมฝีปากอารมณ์ดีให้กับผู้หญิงที่มีอะไรด้วยเพราะความไม่รู้ พอรู้ตัวก็ส่ายหัวกับตัวเอง เดินขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ตรงนี้อนุญาตให้ขึ้นไปได้แค่ผู้บริหารและพนักงานเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศแดดอ่อนๆ ลมโกรกแรงจนผมที่ถูกจัดแต่งทรงมาอย่างดียุ่งเหยิง กระนั้นธาวินไม่ได้สนใจ นอกจากดูดบุหรี่ผ่อนคลายกับงานที่เคร่งเครียด พักสายตาด้วยการมองยังผืนทะเลอันกว้างใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวมองลงไปฝั่งด้านหลังโรงแรม ก็เห็นผู้หญิงตัวเล็กเดินเข้าออกในส่วนของห้องพักพนักงาน ห้องพัก 104A กระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่มากถูกลากวางกลางห้อง เมญ่ามองรอบๆ ค่อนข้างพอใจกับห้องพักของที่นี่ มันอาจไม่กว้างขวางเท่าคอนโดที่เคยอยู่ แต่ไม่เล็กถึงขั้นอึดอัด ภายในไม่ต่างจากการตกแต่งเป็นห้องพักลูกค้า มีห้องน้ำส่วนตัว มีครัวเล็กๆ ระเบียงยื่นออกไปด้านนอกพอให้ยืนรับลม หรือตากผ้าได้เล็กน้อย แต่ห้องนอนไม่มีกั้นเป็นสัดส่วน โดยรวมถือว่าดี กระนั้น...เธอไม่ได้คิดจะพักที่นี่ไปตลอด แค่อาศัยในช่วงตั้งหลักใหม่แค่นั้น ยังไงเสียการมีห้องพักที่เป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎระเบียบของโรงแรม นั้นคือสิ่งที่เธอต้องการ อยู่ในกฎแค่ตอนทำงานก็พอ อย่ารวมไปถึงการพักผ่อนนอกเวลางานเลย “แกได้ทำงานที่นี่แล้วญ่า” “อืม...เป็นพนักงานต้อนรับ” จุ๊บแจงดีใจกับโอกาสที่เพื่อนได้รับ และยังทำงานแผนกเดียวกันอีกด้วย แต่กระนั้นยังกังวลกลัวว่าเมญ่าจะทำไม่ได้ “ช่วงนี้เงินไม่เยอะนะญ่า แต่ถ้าเข้าไฮซีซันเลยครึ่งแสนก็มี” “เข้าใจ งานโรงแรมได้จากเซอร์วิสชาร์จเป็นส่วนใหญ่และโบนัสจากทริปท่องเที่ยว” ในส่วนนี้เมญ่าได้ข้อมูลมาหมด ผู้จัดการบอกละเอียดยิบ และคิดว่าเธออยู่ได้ไม่มีปัญหา ดีกว่าปล่อยตัวเองว่างงานมาเนิ่นนาน และถ้ายังไม่มีทำงานทำนับจากนี้ แม่และน้องคงลำบากกันมากขึ้น “โอเค อยู่นานๆ นะแก ฉันอุตส่าห์เชียร์แกกับผู้จัดการเลยนะ” “ขอบใจนะจุ๊บ” จุ๊บแจงใช้เวลาพักเบรกของตัวเองออกมาหาเพื่อน และต้องกลับไปทำงานตามเดิม ส่วนเมญ่าก็นำสัมภาระในกระเป๋าออกมาจัดให้เข้าที่ พรุ่งนี้จะแอบไปเซอร์ไพรส์แม่กับน้องที่ไม่เจอกันตัวเป็นๆ นานถึง 5 ปี20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







