Share

บทที่ 12

last update Tanggal publikasi: 2025-04-07 09:40:47

“พวกท่านให้บ่าวไปตามข้า มีอะไรหรือเจ้าคะ” ซูเจินจูเบื่อที่จะต้องเสแสร้งพูดจาสามส่วนเช่นนี้ นางอยากจะถามตั้งแต่ประโยคแรกที่มาถึงแล้วว่าเรียกนางมาทำไม นางไม่เข้าใจเหตุใดวาจาสามส่วนพูดอ้อมเจ็ดส่วนพวกนี้ถึงได้เป็นที่นิยมนัก

“ข้าเพียงมาบอกเจ้าว่า พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปสอบก่งเซิ่น” เรื่องพวกนี้ต้องให้เขาเตือนด้วยหรือ นางที่จะเป็นเป็นสตรีของเขา เหตุใดจึงไม่ปักรองเท้าให้เขาเล่า ไม่ใช่ว่าเป็นที่รู้กันอยู่แล้วหรือว่ายามบุรุษไปสอบเคอจวี่ ต้องให้รองเท้าเป็นความหมายว่าให้เดินทางปลอดภัย หากการเย็บปักของนางไม่ดี อย่างน้อยเพียงผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนเพื่อเป็นความหมายว่านางรอเขากลับมาก็ควรต้องมีใช่หรือไม่ หรือนางต้องการใช้โอกาสนี้สนิทสนมกับไฉตงชุน จึงได้ทำเช่นนี้

“อ่อ เช่นนั้นข้าขออวยพรให้ท่านเดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ” เอ้า ก็แค่ไปสอบ จะต้องมาบอกด้วยหรือ

“เจินจูเอ๋อร์ เจ้าเสียมารยามใส่คุณชายหลินอีกแล้ว ดูน้องสาวคนนี้ของหนี่ย์เอ๋อร์สิเจ้าคะ จะเข้าไปเป็นสตรีของคุณชายอยู่แล้วยังขาดการอบรมถึงเพียงนี้ ต่อไปคงได้ทำคุณชายขายหน้าเป็นแน่” ซูหนี่ย์ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากแสร้งขำเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า

“หนี่ย์เอ๋อรู้ว่าไม่สมควร แต่เพราะเห็นว่าเจินจูเอ๋อร์ยุ่งกับงานที่ร้านผ้า หนี่ย์เอ๋อจึงปักผ้าเช็ดหน้ากับรองเท้าไว้ให้คุณชาย คุณชายอย่ารังเกียจฝีมือของหนี่ย์เอ๋อร์เลยนะคะเจ้าคะ” อิงเถาวางห่อรองเท้าไว้ข้างหลินเฮงฉวน ซูหนี่ย์รับผ้าเช็ดหน้าจากอิงเถาแล้วยื่นให้หลินเฮงฉวนอย่างเขินอาย

ซูหนี่ย์สืมมาแล้วว่าซูเจินจูไม่ได้ปักผ้าหรือดูจะทำอะไรที่เป็นของขวัญให้หลินเฮงฉวนได้ จึงเจตนายื่นของแทนใจต่อหน้านาง หนึ่งคือให้นางอับอาย สองคือให้คุณชายหลินเห็นว่าตนเองจิตใจดีและละเอียดรอบคอบกว่า

“ลำบากคุณหนูซูหนี่ย์แล้ว” หลินเฮงฉวนยังอดเหลือบตามมองซูเจินจูที่นั่งนิ่งไม่ขยับไม่ได้

“คุณชายอย่าได้กดดันน้องสาวของหนี่เอ๋อร์เลยเจ้าค่ะ นางเพิ่งกลับมาจากทำการค้า เอะ ว่าแต่ เจินจูเอ๋อร์ เจ้าไปค้างอ้างแรมข้างนอกถึงสามวัน ด้านนอกเมืองนั้นไม่มีของสิ่งใดที่เจ้าซื้อกลับมามอบให้คุณชายหลินเลยหรือ กับข้าที่เป็นพี่ของเจ้าไม่มีสิ่งใดกลับมาข้าก็ว่าอะไรเจ้าไม่ได้ แต่คุณชายหลินไม่เหมือนกัน ต่อไปข้าคงต้องอบรมเจ้าให้มากขึ้นเสียแล้ว”

“ขออภัยพี่ใหญ่ ขออภัยคุณชายหลินเจ้าค่ะ ข้าออกไปทำการค้า ไม่มีเวลาได้เดินเที่ยว อีกทั้งตัวข้าก็จนนัก จะมีเงินที่ไหนซื้อของดีมาให้พวกท่านละเจ้าคะ” ไอหย๋า ซูหนี่ย์ เจ้าคอยแต่ว่าข้าเป็นนังจิ้งจอก เจ้าคงไม่ได้ส่งกระจกมานานมาแล้วสินะถึงได้ไม่เห็นหูจิ้งจอกโผล่อยู่บนหัวเจ้า คิดจะปล้นเงินข้าไปให้คนอื่น เจ้าตื่นเสียเถอะ

ซูหนี่ย์ได้ยินที่ซูเจินจูพูดว่าตนเองจน ก็รู้สึกว่าตนอยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายมาก หากซูหนี่ย์รู้สิ่งที่ซูเจินจูคิดนางคงหัวเราะเสียงดังๆออกมา เงินเพียงน้อยนิดของซูเจินจูไม่ได้อยู่ในสายตานาง นางเพียงต้องการทำลายหน้าตาและศักดิ์ศรีของซูเจินจูต่อหน้าคุณชายหลินเท่านั้น

หลินเฮงฉวนที่ได้ยินซูเจินจูบอกว่าตนเองจนก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ตระกูลพ่อค้าลำเอียงเรื่องการอบรมยังลำเอียงเรื่องเงินด้วยหรือ เขาได้ยินว่าสิ่งที่ไม่เคยขาดแคลนสำหรับพ่อค้าก็คือเงิน เห็นที่ว่าคงไม่ใช่ทุกตระกูลเสียแล้ว แล้วอะไรคือให้สตรีของเขาออกไปทำการค้าถึงสามวัน การออกหน้าทำการค้าเช่นนี้ควรเป็นกิจธุระของบุรุษใช่หรือไม่ เหตุใดตระกูลซูจึงทำเรื่องผิดธรรมเนียมเช่นนี้

ซูเจินจูเห็นว่าหลินเฮงฉวนไม่มีท่าทีจะลุกออกไปหากไม่ได้รับอะไรสักอย่างจากนางก็ว้าวุ่นใจอยู่ไม่น้อย วันนี้นางต้องรีบเข้าไปดูว่าผ้าของนางสามารถขายได้หรือไม่ อีกทั้งยังต้องไปซื้อทาสส่งกลับไปเฝ้าบ้านชนบทของนาง นางไม่มีเวลามาจิบชาเป็นเพื่อนเขานานกว่านี้อีกแล้ว

“ถ้าหากคุณชายไม่รังเกียจ ถุงหอมนี้ข้าเพิ่งทำเสร็จเมื่อคืน ขอมอบเป็นคำขออภัยจากข้า หวังว่าคุณชายจะไม่ถือโทษความไม่รู้ความของข้านะเจ้าคะ” ซูเจินจูปลดถุงหอมจากเอวมอบให้หลินเฮงฉวนอย่างเจ็บปวด สี่เสวี่ยใช้เวลาปักลายพวกนี้ถึงครึ่งเดือนเชียว น่าเสียดายนัก

หลินเฮงฉวนรับถุงหอมไว้ในมือ กลิ่นหอมจางนี้ๆเขาได้กลิ่นตั้งแต่ซูเจินจูเดินมา เมื่อนำขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นถุงผ้าไหมหยกสีงาช้างปักลายเป็ดหัวเขียวคู่หนึ่ง ยืนคลอเคลียกันริมตลิ่ง ฝีเข็มละเอียดละออเป็นงานฝีมือที่มีความปราณีต หากหาซื้อก็คงไม่มีร้านไหนขายงานปักชั้นดีแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นงานที่นางปักเอง หากจำไม่ผิดนางมีชุดไหมหยกสีงาช้าง ถุงผ้านี้คงทำมาจากผ้าที่ใช้ตัดชุดของนางเป็นแน่ ทำให้เขาพอใจในของชิ้นนี้เป็นอย่างมาก

ซูหนี่ย์ที่เห็นซูเจินจูปลดถุงหอมมอบให้คุณชายหลินก็บิดผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างแรง ‘นังจิ้งจอก นังแพศยา ทำไมเจ้าไปจมน้ำตายไปซะ รอดมาเป็นมารหัวใจข้าทำไม’

เมื่อซูเจินจูเห็นว่าหลินเฮงฉวนดูผ่อนคลายลง ก็พูดคุยด้วยอีกสองประโยคก่อนจะขอตัวออกมาทันที

หลินเฮงฉวนที่เห็นว่าซูเจินจูออกไปแล้วก็ตั้งใจจะขอตัวกลับ แต่ซูหนี่ย์กลับสั่งให้บ่าวตั้งโต๊ะอาหารและเชิญหลินเฮงฉวนรับมื้อเช้าด้วยกัน กว่าหลินเฮงฉวนจะขอตัวมาจากซูหนี่ย์ได้ก็เป็นเวลายามจื่อ

ในขณะเดียวกัน ซูเจินจูก็นับเงินอย่างสบายใจ ผ้าพับละเจ็ดสิบห้าตำลึง สี่พับก็สามร้อยตำลึง หักค่าผ้าสิบพับสามสิบตำลึง ก็ยังเหลือเงินสองร้อยเจ็ดสิบตำลึง แล้วยังใบสั่งจองอีกสิบหกพับ เส้นทางเศรษฐีช่างมีความสุขนัก

“สี่เสวี่ย นี่เงินของเจ้าสิบตำลึง”

“เงินอะไรกันเจ้าคะ คุณหนู บ่าวมีเงินมากมายถึงเพียงนั้นเมื่อไหร่กัน”

“เป็นเงินของเจ้าแล้ว ข้าไม่ได้ให้เงินเดือนเจ้ามาสามเดือน รวมกันเดือนนี้ ต่อไปข้าจะให้เงินเดือนเจ้าเดือนละสามตำลึง”

“ข้าจะรับเงินคุณหนูได้ยังไงกันละเจ้าคะ คุณหนูให้บ่าวเดือนละห้าร้อยอีแปะเท่าเดิมเถอะเจ้าค่ะ หรือไม่ต้องให้บ่าวเลยก็ได้ คุณหนูต้องใช้เงินเยอะ ต้องเก็บเงินเอาไว้มาก ภายภาคหน้าคุณหนูจะได้ไม่ลำบาก” สี่เสวี่ยซาบซึ้งจนตาเริ่มแดง คุณหนูดีกับนางเกินไป ต่อให้ไม่ให้เงินนาง แต่คุณหนูก็ไม่เคยปล่อยให้นางต้องอดอยาก เสื้อผ้าแพรพรรณบางชุดสวยงามยิ่งกว่าคุณหนูบางคนเสียอีก อีกทั้งคุณหนูยังเคยให้ปิ่นเงินกับนางอีกด้วย หากนางยังกล้ารับเงินจากคุณหนูอีก คงไม่มีหน้าไปพบบรรพบรุษแล้ว

“เจ้ารับไปเถอะ เก็บเงินเอาไว้มากๆ ข้ารู้ว่าเจ้าดีกับข้ามาก ดังนั้นอย่าปฏิเสธเงินที่ข้าให้เจ้าเลย ถือว่าเป็นความปารถนาดีจากข้าคุณหนูผู้นี้”

“บ่าวขอบคุณคุณหนูเจ้าค่ะ”

หลังจากหลงจู๊นำมาผ้ามาให้ซูเจินจูยี่สิบพับ นางและสี่เสวี่ยก็ออกจากร้านผ้าและตรงไปที่ตลาดค้าทาส พ่อค้าทาสนำทาสชายที่เป็นวรยุทธ์ออกมาให้นางเลือกยี่สิบกว่าคน ซูเจินจูเลือกคนที่ดูสุภาพที่สุดมาสองคน จ่ายเงินหกสิบตำลึง เปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า หลิวหยาง และ จางหมิ่น

หลิวหยางและจางหมิ่นเป็นชายฉกรรจ์วัยประมาณยี่สิบกลางๆ กริยาดูสุขุมเหมือนดั่งบัณฑิต ร่างกายกำยำแข็งแรง ครั้งแรกที่เห็นว่าผู้ที่มาซื้อตนเป็นเพียงเด็กหญิง ความสับสนไม่แน่ใจก็ปรากฏขึ้นในแววตา ต้องรู้ว่าเด็กสาววัยนี้นิยมซื้อสาวใช้หน้าตาดีเพื่อเตรียมออกเรือนพร้อมตนเสียมากกว่าสนใจชายหนุ่มอย่างพวกเขา

“บ่าวคารวะคุณหนูขอรับ”

“อืม ข้าเลือกพวกเจ้าสองคน เพราะเห็นว่าพวกเจ้าทั้งสองดูสุภาพ อยู่กับข้าไม่ได้มีกฏระเบียบมากมาย สิ่งที่เจ้าต้องจำให้ขึ้นใจคือ ซื่อสัตย์ ภักดี มีวินัย และห้ามนำเรื่องของข้าไปพูดกับผู้ใด หน้าที่ของพวกเจ้ามีสองอย่างหนึ่งคือดูแลข้ากับสี่เสวี่ย สองคือดูแลของทุกอย่างที่อยู่ในบ้าน เข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจขอรับ”

“ดี พวกเจ้าขับรถม้าเป็นหรือไม่”

“ขับเป็นขอรับ” หลิวหยางและจางหมิ่นเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

“ดี เช่นนั้นไปซื้อรถม้ากันก่อน”

หลังจากซื้อรถม้าธรรมดาในราคาห้าสิบตำลึง พวกซูเจินจูมาที่ร้านอาวุธ ซูเจินจูเดินดูอาวุธที่วางเรียงรายอยู่ก็สังเกตุว่าอาวุธในร้านนี้ไม่ใช่ของที่มีไว้ใช้งานจริง อาจเป็นเพราะในเมืองไม่สามารถพกอาวุธได้ อาวุธที่ขายอยู่จึงเหมาะกับการถือไปถือมาอวดกันของคุณชายในเมืองเสียมากกว่า พวกซูเจินจูจึงมาที่โรงหลอมเหล็กอู่จินชาง

“ท่านอา วันนี้ข้ามาซื้ออาวุธ มีที่ตีเสร็จแล้วหรือไม่เจ้าคะ”

“แม่หนูนี่เอง เจ้าอยากได้อะไรล่ะ หากเป็นกริชเงิน เจ้าคงต้องผิดหวังกลับไปเสียแล้ว”

“ดาบกับมีดสั้นเจ้าค่ะ”

“ถ้าเป็นดาบกับมีดสั้นก็ต้องมีให้เจ้าแน่นอน ตามข้ามาดูทางนี้เถอะ”

ซูเจินจูให้คนทั้งหมดตามเข้าไปด้วยเมื่อเห็นว่าข้างในมีอาวุธเรียงรายอยู่มากมายก็ ให้หลิวหยาง กับ จางหมิ่นเลือกอาวุธที่จับถนัดมือด้วยตนเอง และสอนสี่เสวี่ยเลือกมีดสั้น ซูเจินจูเองก็เลือกมีดสั้นของตนเองมาหนึ่งอันด้วย

“ท่านอา เมื่อสักครู่ข้าเห็นว่าบนโต๊ะด้านนอกมีเข็มเงินหนึ่งชุดหรือเจ้าคะ”

“ใช่แล้วแม่หนู เป็นของท่านหมอหลี่สั่งทำเอาไว้ เป็นของคุณภาพดีกว่าที่ขายในร้านข้างนอก อย่างที่เจ้ารู้ ฝีมือข้าดีนัก”

“ใช่เจ้าค่ะ ฝีมือท่านดียิ่งนัก ข้าเองก็อยากได้เข็มเงินสักชุด ไม่ทราบว่าท่านอายังสามารถทำตามแบบข้างนอกนั้นให้ข้าอีกสักชุดได้หรือไม่เจ้าคะ”

“โอ้ว เจ้าเองก็เรียนวิชาการรักษาหรือ” ฮุ่ยซิ่วทำหน้าประหลาดใจ พินิจพิจารณาซูเจินจูอยู่ครู่นึง เขาถูกชะตากับแม่หนูคนนี้ แต่ก็ไม่สามารถล่วงเกินแนะนำให้เลิกเรียนการรักษาได้ แต่หมอเป็นอาชีพที่สตรีไม่สามารถเรียนได้ หรือต่อให้เรียนก็ไม่มีใครยินดีให้สตรีตรวจรักษา

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ทำไว้เพื่อมอบให้ผู้อื่นเท่านั้น”

“เช่นนั้นก็ได้ อีกสามวันเจ้าค่อยมารับของ ข้าจะทำให้เจ้าอย่างดีเลยทีเดียว”

หลังจากที่ทุกคนเลือกอาวุธเสร็จ ซูเจินจูก็จ่ายเงินค่าดาบเล่มละสิบตำลึง สองเล่ม มีดสั้นเล่มละแปดตำลึง สองเล่ม และเงินมัดจำเข็มเงินชุดละสามสิบตำลึง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   183

    ฮูหยินผู้เฒ่าหยางที่ได้ยินว่าผู้ครองแคว้นเสด็จก็ทิ้งเรื่องรบกวนจิตใจลุกขึ้นเดินนำเหล่าหญิงสาวมายังโถงกลางเพื่อเข้าเฝ้าผู้ครองแคว้นคนใหม่อย่างหน้าชื่นตาบาน ดูเอาเถอะ แม้แต่งานแต่งของเหล่าองค์ชาย ผู้ครองแคว้นยังไม่ไปเสียด้วยซ้ำ แต่กับตระกูลหยางของนางได้รับเกียรตินี้ช่างเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลหยางของนางจริงๆ“ถวายบังคม ฝ่ายบาท!!”“ลุกขึ้น ลุกขึ้น ทำตัวกันตามสบายเถอะ ท่านปู่หยาง ท่านย่าหยาง ลุกขึ้นๆ วันนี้ข้าเพียงนำของขวัญมามอบให้เท่านั้น แต่เห็นทีว่าข้าจะมาช้าไปเสียหน่อยจึงไม่ได้เจอเจ้าสาวของท่านแม่ทัพหยางเสียแล้ว”“เป็นกระหม่อมจัดงานเร็วเกินไปเองพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าการเดินทางจะเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มาก”“เช่นนั้นเอาไว้ว่างๆก็พาฮูหยินของเจ้าไปพูดคุยกับพระชายาของข้าในวังแล้วกัน” ผู้ครองแคว้นที่มาถึงงานช้าได้แต่เสียดายที่ไม่ได้เจอซูเจินจูด้วยตนเอง นึกย้อนไปแล้วยังคิดเสียดายหากไม่เข้าใจผิดว่าแม่นางเฟยอวี่คือดวู๋เยี่ยฮวาและรู้ว่าผู้ที่นามดวู๋เยี่ยฮวาคือคุณหนูซู เขาคงรีบรับตัวนางเข้าไปเป็นสนมของเขาเสียตั้งนานแล้ว แต่ช่างเถอะนางแต่งให้แม่ทัพหยางก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี ดีเสียอีกที่หากวันนึงนางเกิดผิ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   182

    ขณะเดียวกัน งานเลี้ยงในจวนตระกูลหยางก็ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยู่ในโถงกลางสำหรับบุรุษ และอีกฝั่งสำหรับสตรีคือฝั่งศาลาในสวนเหล่าบุรุษล้วนเคารพนายท่านผู้เฒ่าหยางในฐานะทายาทของสหายร่วมรบและก่อตั้งแคว้นหนานของผู้ครองแคว้นคนแรก ร่วมถึงการช่วยเหลือให้ผู้ครองแคว้นคนปัจจุบันขึ้นครองแคว้นได้ยิ่งทำให้ขุนนางมากมายไม่กล้ามองข้ามอำนาจของตระกูลหยางสุราคารวะที่นอกเหนือจากคารวะนายท่านผู้เฒ่าหยางยังถูกยกคารวะเจ้าบ่าวไม่ขาดสาย การสนทนาของเหล่าบุรุษหนีไม่พ้นเรื่องบ้านเมืองและแนะนำบุตรชายที่ติดตามมาด้วยเพื่อฝากฝังทำความรู้จักไว้เป็นเส้นสายในภายภาคหน้าสิ่งที่ดูแปลกขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็นคือบางคนกลับสนใจชุดของหยางหย่งเจิ้งจนได้รู้ว่าต่อไปผ้าชนิดนี้จะมีขายที่ร้านผ้าซูเตี้ยนที่เป็นตระกูลเดิมของเจ้าสาวที่มาของเจ้าสาวที่เป็นเพียงบุตรีของฮูหยินรองอีกทั้งบ้านเดิมเป็นเพียงตระกูลการค้าไม่ถูกพูดถึงในคราแรกอันนับว่าเป็นการให้เกียรติแก่ตระกูลหยางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อเป็นตระกูลการค้าที่ค้าขายผ้าชื่อดังอีกทั้งยังมีสัญญาค้าขายกับวังหลวงย่อมแตกต่างออกไป หยางหย่งเจิ้งที่รู้ตื้นลึกหนาบางย่อมไม่ต้องการให

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   181

    ยามเมื่อขบวนเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวนตระกูลหยาง เสียงโห่ร้องต้องรับและเสียงประทัดก็ดังขึ้น หยางหย่งเจิ้งรีบลงจากม้ามาประคองซูเจินจูที่ยังสวมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ลงจากเกี้ยวชุดผ้าไหมหยกสีแดงสดทับด้วยชุดไหมโปร่งลายเป็ดยวนยางที่ปักด้วยไหมบ่มกลิ่นหอมหมื่นลี้ปรากฏแก่สายตาหญิงสาวที่ติดตามขบวนเจ้าสาวมาอย่างชัดเจน เสียงชื่นชมความงามของชุดเจ้าสาวทำให้สี่เสวี่ยที่เพิ่งลงจากรถม้ายิ้มไม่หุบ ประตูหน้าจวนมีกองไฟหนึ่งกองสำหรับให้เจ้าสาวก้าวผ่าน กองไฟที่ว่าเป็นเพียงก้อนถ่านว่าวางเรียงเอาไว้ให้เจ้าสาวก้าวผ่านถือเป็นการก้าวผ่านสิ่งอัปมงคลต่างๆก่อนเข้าจวนสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนที่ติดตามมารับหน้าที่แจงเงินพวงแปดสิบแปดอีแปะแก่บ่าวไพร่ที่มายืนรอต้อนรับรวมไปถึงทหารที่ยืนอยู่บริเวณรอบจวนด้วยจวนตระกูลหยางเป็นเรือนขนาดใหญ่ ยามที่ซูเจินจูเดินผ่านประตูจวนเข้ามาแล้ว กองไฟจะถูกเก็บออกเพื่อให้ขบวนรถม้าได้นำสินเดิมและสินสอดของบ่าวสาวเข้าเรือนการอวดสินสอดไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตระกูลพ่อค้าเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหยางมีคำสั่งให้วางเรียนสินสอดและสินเดิมเอาไว้ที่ลานหินของจวนตระกูลหยาง หนึ่งคือแสดงให้ขุนนางชั้นสูงที่มาไ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   180

    ฮูหยินรองมี่ซิ่นเดินมายังเรือนของซูเจินจูด้วยความร้อนใจจนร้องไห้ออกมา นี่มันอะไรกัน งานแต่งงานที่ไหนกันที่เจ้าสาวไม่ได้สวมชุดเจ้าสาว ตระกูลหยางอะไรกันเหตุใดจึงรังแกบุตรสาวนางเช่นนี้แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สิ่งที่นางคิด ซูเจินจูที่แต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยยืนอยู่กลางห้อง มี่ซิ่นมองบุตรสาวตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าใช่บุตรสาวของนางจริงหรือไม่ ความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงที่บุตรสาวของนางไม่เคยมีกลับสะท้อนออกมาจากทั้งใบหน้าและแววตา หรือเทพองค์ใดให้พรความกล้าหาญแก่อาจูมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่นางเสียสละตนเองออกไปทำการค้าแลกกับที่ยืนในบ้านตระกูลซูของมารดากัน“อาจู ข้านึกว่าตระกูลหยางยังไม่ส่งชุดแต่งงานมาให้เจ้าเสียอีก”“ท่านเลยเดินร้องไห้เข้ามาหาข้าหรือเจ้าคะ ท่านแม่ ชุดแต่งงานจากตระกูลหยางยังมาไม่ถึงเจ้าค่ะ ชุดนี้สี่เสวี่ยเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ข้าเห็นว่าหากรอชุดนานไปกว่านี้คงทำให้เสียฤกษ์ได้ตระกูลหยางเองก็คงคิดแบบเดียวกัน ในเมื่อฤกษ์ยามสำคัญข้าจึงใส่ชุดนี้แทนเจ้าค่ะ”“ดีแล้วอาจู เจ้าทำถูกแล้ว ฤกษ์ยามมงคลล้วนสำคัญมาก เสี่ยวเหลียนเอาผ้าแดงกับเครื่อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   179

    เมื่อถึงวันงานเสียงคนงานในบ้านซูลุกขึ้นมาจัดเตรียมงานกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฮูหยินรองมี่ซิ่นส่งอู๋เหมยมาปลุกสี่เสวี่ยและเสี่ยวเหลียนให้พาซูเจินจูลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพียงไม่นานหลังจากนั้นฮูหยินรองมี่ซิ่นก็เดินเข้าเรือนของซูเจินจูมาพร้อมหญิงสาววัยกลางคนหนึ่งคน“อาจู ข้าพาสี่เหนียงมาหวีผมให้เจ้า พวกเจ้าแกะผมอาจูออกเดี๋ยวนี วันสำคัญให้พวกเจ้าหวีกันเองได้รึ แกะออกให้หมดเชียว”สี่เหนียงที่ฮูหยินรองมี่ซิ่นพามาคือสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวาสนาครบ อันได้แก่ในบ้านพ่อแม่ยังอยู่ สามีภรรยารักใคร่ มีทั้งลูกชายลูกสาว พี่น้องปรองดองกลมเกลียวโดยให้นางมาเป็นผู้กวาดเกี้ยว จุดธูปในเกี้ยวและวางกระจกในเกี้ยวสำหรับฮูหยินรองมี่ซิ่นที่ต้องเป็นผู้เกล้าผมให้บุตรสาวกลับไม่ได้มีหน้าตามากพอที่จะเป็นเกียรติให้แก่ตระกูลหยางได้ อย่างน้อยตำแหน่งฮูหยินรองอันต้อยต่ำนี้ก็ได้แต่หลีกทางให้สี่เหนียงผู้มีวาสนาพร้อมเกล้าผมให้ซูเจินจูด้วยหวังเพียงให้บุตรสาวได้กลายเป็นผู้มีวาสนาพร้อมเฉกเช่นเดียวกันกับสี่เหนียงเท่านั้นเมื่อเกล้าผมเสร็จสิ้น ฮูหยินรองมี่ซิ่นก็พาสี่เหนียงออกจากห้องไปเพราะซูเจินจูจำเป็นต้องรอชุดแต่งงานจากตระกูลซูดัง

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   178

    ข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือเรื่องเกี่ยวกับฮูหยินผู้เฒ่าหยางและร้านตัดเย็บชุดแต่งงานของคุณหนู“เถ้าแก่เนี้ย พวกเราจะใช้ผ้าพวกนี้ตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้ว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพหยางจริงๆหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันจะเสียชื่อร้านของท่านเสียเปล่าๆ”“จะให้ข้าขัดคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่าหรืออย่างไรเล่า ไม่ใช่แค่ฮูหยินผู้เฒ่านะแม้แต่คุณหนูรองลี่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย”“คุณหนูลี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าถูกจับไปสอบสวนเรื่องกบฏด้วยหรือเจ้าคะ”“ใช่ที่ไหน คนที่ถูกจับไปคือคุณหนูสามลี่รุ่ยเซียงที่ให้ที่หลบซ่อนแก่พระชายาขององค์ชายหกต่างหาก”“หากเป็นชาวบ้านอย่างเราๆ ให้ที่หลบหนีนักโทษกบฏคงไม่พ้นโทษตาย นี่ไม่เพียงรอดชีวิตแม้แต่โทษสักนิดยังไม่มีนะเจ้าคะ”“เพราะเช่นนั้น เจ้ายังจะให้ข้าขัดคำสั่งพวกนางอีกรึ เอาเถอะถึงผ้าจะหยาบแต่เย็บให้ดีเสียหน่อยก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างคุณหนูสี่ซูก็มาจากในอำเภออีกทั้งตระกูลของนางยังเป็นแค่ตระกูลการค้าถึงนางจะไม่พอใจก็คงไม่กล้าพูดอะไรหรอก”“คงไม่กล้าไม่พอใจเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ ได้แต่งเข้าตระกูลหยางก็เป็นวาสนาของนางแล้ว หากกล้าไม่พอใจจนท่านแม่ทัพหยางระอานางเองนั่นแหละที่จะถูกทิ้งไว้เป็นเพียงไม้

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   39

    เฟยหลันเดินตามซูเจินจูไปที่ศาลาเพื่อย่างไก่ป่าทั้งหกตัวต่อ อย่างไรเสียไก่หกตัวนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรนางทำใจเมินพวกมันไม่ลง น่องไก่สิบสองน่องอยู่ในจานของซูเจินจู ตัวไก่ไร้น่องสองตัวถูกส่งไปยังกระท่อมของหยางหย่งเจิ้งพร้อมบะหมี่ผักหยางหย่งเจิ้งเปิดประตูรับไก่ย่างและบะหมี่ผักที่หลิวหยางนำมาส่งให้ เมื่อเห็

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 31

    หลังจัดการไก่ทั้งหกตัวจนหมด คนทั้งสี่ก็เก็บของลงจากบนเขา วันนี้ซูเจินจูไม่อยากกลับเย็นจนเกิดไปเพราะต้องนำสมุนไพรในตระกร้าไปปลูกและเก็บให้เรียบร้อยก่อนเดินทางกลับอำเภอเหอวันพรุ่งนี้หยางหย่งเจิ้งเดินมาส่งซูเจินจูถึงหน้าเรือนหอมหมื่นลี้ก่อนจะแยกตัวกลับไปที่กระท่อมริมลำธารของเขาทันทีที่หยางหย่งเจิ้งเ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 30

    วันต่อมา ป้ายเรือนหอมหมื่นลี้ถูกแขวนไว้อย่างสวยงามโดไม่มีพิธีใดๆตามคำสั่งของซูเจินจู นางถือฤกษ์สะดวกและถือว่าเรือนหลังนี้ยังไม่เสร็จดี ไว้รอให้ทุกอย่างในเรือนเรียบร้อยค่อยจัดงานก็ยังไม่สายหลังจากตรวจดูความแน่นหนาและมั่งคงแล้วสี่เสวี่ยไปหาลุงหวังหัวหน้าหมู่บ้านให้ลุงหวังช่วยประกาศในหมูบ้านว่านางต้อ

  • พ่ายรักบุปผาพิษ   บทที่ 1

    “เด็กใหม่?”“ไม่ใช่ ... เด็กคนนี้คือคุณหนูเฟิงซือจู ลูกสาวของ คุณซือฉือกับคุณฟางเหนียง”“อ่อเด็กคนนั้น มีชื่อในใบสั่งตายแต่รอดชีวิตมาได้ เด็กกำพร้าวัยสองปีรึ เอามาไว้ที่ข้าเถอะ ข้าจะเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุด”“มาอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ฝากเจ้าเลี้ยงไว้ที่นี่ก่อน ผู้สังหารต้องการฆ่าล้างครอบครั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status