LOGINตอนเที่ยงกอหญ้าโทรบอกให้แม่บ้านให้จัดเตรียมอาหารที่มีรสชาติไม่จัดจ้านมากนักเหมาะสำหรับคนที่เป็นไข้ นั่นก็คือซุปไก่และฟักทองผัดไข่
“ขอบคุณนะคะป้า” “คุณกระทิงเป็นไงบ้าง” “ตอนนี้ไข้ลดลงมากแล้วค่ะ แต่ก็คงต้องให้นอนพักผ่อนให้มากๆ คุณป้าจะเข้าไปดูไหมคะ” “ป้าไม่เข้าไปรบกวนดีกว่าค่ะ ป้ามีงานที่ต้องไปทำต่ออีกมากมายก่ายกอง” “ขอบคุณนะคะ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะป้า ป้าได้บอกคุณป้าแม่ของพี่กระทิงไหมคะว่าพี่กระทิงป่วย”กอหญ้าทำหน้าหนักใจเล็กน้อย เพราะชายร่างโตที่นอนอยู่ในห้องไม่ยอมให้บอกแม่ของตน ว่าตนเองไม่สบาย “พี่กระทิงเขาสั่งห้ามเอาไว้ว่าไม่ให้บอกคุณป้า แต่ถ้าคุณป้ารู้แล้ว กอหญ้าก็คงต้องโดนพี่กระทิงดุแน่เลยค่ะ” “ป้ายังไม่ได้บอกนายแม่ แล้วป้าจะไม่บอกนายแม่ด้วยค่ะ” “ขอบคุณมากค่ะป้า” “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” กอหญ้าเธอเคาะประตูเบาๆ หากชายร่างโตที่นอนอยู่ในห้อง ตื่นแล้วเขาก็จะไม่สามารถว่าให้เธอได้ว่าเธอเสียมารยาทเข้าห้องคนอื่นทำไมไม่เคาะประตูเสียก่อน แต่หากว่าเจ้าของห้องกำลังหลับใหลอยู่ก็จะได้ไม่เป็นการรบกวนหรือทำให้เขาตื่น ถึงแม้ว่าเธอจะกลัวว่าเขาจะว่าให้แต่เธอก็ไม่ได้รอฟังคำอนุมัติจากเจ้าของห้องหรอกนะ แต่เธอกับถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้าไปเลย และยังยกถาดอาหารเข้าไปวางไว้ที่ข้างเตียง เมื่อหญิงสาวร่างบางเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าชายหนุ่มกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่เลย เธอพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ไปรบกวนเขาเวลานอน แต่เธอก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะตรวจดูว่าตอนนี้ไข้ของชายที่นอนอยู่บนเตียงลดลงบ้างหรือยัง “นอนหลับสนิทเลยนะพี่กระทิง กอหญ้าไม่ได้อยากรบกวนพี่หรอกนะ แต่กอหญ้าขอตรวจดูหน่อยแล้วกันว่าตอนนี้ยังมีไข้อยู่ไหม” หญิงสาวจึงยื่นหลังมือของตัวเองไปแตะไว้ที่บนหน้าผากของชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิทอยู่ “เหมือนไข้จะลดลงแล้วนะ”แต่เธอก็ไม่รู้อยู่ดีว่าอุณหภูมิของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้มีอุณหภูมิที่ปกติแล้วหรือยัง เพราะในเมื่อเธอไม่มีปรอทวัดไข้ เธอจึงทำได้แค่เอาหลังมืออีกข้างหนึ่งของเธอไปวางไว้ที่หน้าผากมนๆ ของเธอเพื่อเปรียบเทียบดู “เธอจะทำอะไร”หญิงสาวมัวแต่จับหน้าผากของชายหนุ่มร่างโตที่เธอคิดว่าเขาคงนอนหลับสนิทและไม่รู้สึกตัวอยู่ในขนาดนี้ เธอก็มัวแต่เปรียบเทียบอุณหภูมิร่างกายของเธอกับร่างกายของเขาอยู่ แต่เธอก็ไม่คิดเลยว่าการกระทำของเธอเช่นนี้มันจะทำให้เขารู้สึกตื่นขึ้นมา “วะ วัดอุณหภูมิค่ะ” “วัดแบบนี้จะรู้เรื่องหรือทำไมไม่หาปรอทมาวัด” “กอหญ้าพยายามหาแล้วแต่หาไม่เจอค่ะ” “อยู่ที่ลิ้นชักชั้นล่างสุดนั่นนะ”กอหญ้า เมื่อเธอเห็นว่าชายหนุ่มชี้ไปที่ตู้ลิ้นชักที่อยู่ข้างเตียงของเขาเธอจึงรีบไปเปิดดูทันทีแล้วมันก็มีอยู่จริงตามที่ชายหนุ่มบอกด้วย “หาเจอแล้วค่ะ”หญิงสาวรีบนำมันขึ้นมาพร้อมใช้มือเรียวเล็กปลดกระดุมของชายหนุ่มร่างโตที่ตอนนี้เขาเริ่มขยับมานั่งที่หัวเตียงแล้ว “เธอจะทำอะไรน่ะ”กระทิงตกใจกับการกระทำของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ทำไมถึงทำแบบนี้แล้วนี่จะปลดกระดุมของผู้ชายออกแบบที่ไม่เขินอายเลยหรือ ทำไมกล้าจังกระทิงคิดอยู่ในใจ โดยปกติแล้วตั้งแต่ที่เขาเลิกกับแฟนสาวเมื่อห้าปีก่อน เขาก็ไม่ค่อยจะยอมให้ผู้หญิงคนไหนแตะเนื้อต้องตัวเขา ถ้าหากเขาต้องไปเที่ยวผับเพื่อพบเจอญาติลูกพี่ลูกน้อง กระทิงก็มักจะให้ผู้หญิงกลางคืนพวกนั้นชงเหล้าให้ดื่ม เขาก็ทำแค่ยื่นมือไปพาดวางไว้ที่โชฟาด้านหลังเหมือนคล้ายกับเป็นการโอบกอดผู้หญิงพวกนั้นจากทางด้านหลัง แต่แท้จริงแล้วกระทิงแทบจะไม่แตะตัวผู้หญิงพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ ไม่มีการสายสัมพันธ์ต่อหรือชวนไปนอนมีอะไรด้วย แต่ก็บ่อยครั้งที่เขากลัวญาติของเขาแซว กระทิงก็จะทำแค่เรียกเด็กไปนั่งคุยบนห้องด้วยสักชั่วโมงแล้วก็ปล่อยให้สาวๆ พวกนั้นกลับลงมา ทำให้หญิงสาวที่ถูกเขาเรียกขึ้นไปต่างผิดหวังกันเป็นแถวเพราะพวกเธอพร้อมที่จะเป็นของเขาและพร้อมขึ้นเตียงกับเขาขอแค่คืนเดียวก็ยอม หญิงสาวกลางคืนพวกนั้นชอบพูดกันเล่นๆ ว่าถึงจะไม่ได้เงินก็ยอม ดีกว่าไปนั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เขาโยนเงินให้แล้วก็ออกจากห้องมา “วัดไข้ไงคะ” “ไม่ต้องทำเดี๋ยวฉันทำเอง” “ติ้ด! ติ้ด! ติ้ด!”เสียงเครื่องเตือนว่าได้วัดอุณหภูมิเสร็จเรียบร้อยแล้ว “ไหนขอกอหญ้าดูหน่อยค่ะ”กระทิงดึงปรอทวัดไข้ออกจากรักแร้แล้วยื่นให้หญิงสาวดู “37.3ยังมีไข้อ่อนๆ นะคะ เดี๋ยวพี่กระทิงกินข้าวกินยาแล้วนอนพักผ่อนต่อนะคะจะได้หายเร็วๆ” “นี่คะอาหารเที่ยงมีต้มซุปไก่และผัดฟักทองใส่ไข่ค่ะ จะกินเลยไหม” “อืมเอาวางไว้เดี๋ยวฉันกินเอง” “ค่ะ”กอหญ้ายกถาดอาหารให้เข้ามาใกล้ๆ กับกระทิงอีกหน่อยให้เขาได้เอื้อมไปหยิบได้ถึง อย่างง่ายดาย “วางไว้แล้วก็ออกไปได้” “ห๊ะ อะไรนะคะ” “วางไว้แล้วก็ออกไป” “ไม่ค่ะ กอหญ้าจะอยู่เก็บถาดอาหารที่พี่กระทิงทานเสร็จก่อนแล้วค่อยออกไป ไม่งั้นถ้าทิ้งไว้มันจะส่งกลิ่นเหม็นอยู่ในห้องของพี่ พี่ก็จะนอนหลับไม่สบายตัว เพราะพี่ต้องทนเหม็นกลิ่นอาหาร” “ฉันไม่ชอบให้ใครมามองหน้าเวลาที่ฉันทานข้าว” “งั้นกอหญ้าหันหลังให้ก็ได้ค่ะ” “เฮ้อ”กระทิงถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายของหญิงสาว เขาจึงรีบเอื้อมมือยกถาดอาหารมาว่างที่ตักของเขาก่อนจะรีบทานเพื่อจะให้หญิงสาวจอมวุ่นวายนี้ออกไปจากห้องของเขาเสียที ในขณะที่ชายหนุ่มร่างโตกำลังทานข้าวอยู่นั้นเธอก็ได้รักษามารยาทโดยการนั่งหันหลังให้เขารอเขาจนกว่ากระทิงจะทานข้าวเสร็จ “ฉันทานเสร็จแล้ว” “นี่ยาค่ะ” กอหญ้ารีบลุกขึ้นแล้วหยิบยาที่ต้องทานหลังอาหารมายื่นให้กระทิงทันที “พี่กระทิงมีอาการอย่างอื่นไหมคะเช่นเจ็บคอหรือมีน้ำมูก กอหญ้าจะได้ออกไปซื้อยามาให้ค่ะ”กระทิงส่ายหัวไปมาเพื่อเป็นการบอกหญิงสาวว่าเขาไม่มีอาการอย่างอื่นถึงแม้ว่าเขาจะเจ็บคอนิดๆ ก็ตาม แต่เขาก็จะไม่บอกเธอ “เธอออกไปได้แล้วฉันอยากพักผ่อน” “ค่ะ แล้วตอนเย็นเจอกันนะคะ พี่เสืออยากทานอะไรไหมเดี๋ยวกอหญ้าบอกป้าแม่บ้านให้” “ผัดพริกเผาหมูกรอบ” “ค่ะเดี๋ยวกอหญ้าบอกป้าแม่บ้านให้”เมื่อเขาไม่อยากให้กอหญ้ารบกวนเธอก็จะไม่กวนตามที่เขาต้องการ แล้วตอนเย็นๆ เธอจะเข้ามาดูอาการของเขาใหม่ เวลา18.00น. “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”กอหญ้าเปิดประตูเข้ามาโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้อนุญาตเช่นเคย รอบนี้เธอต้องเดินเข้าเดินออกห้องชายหนุ่มถึงสองรอบเพราะกอหญ้าต้องเอาผ้าเช็ดตัวพร้อมกับอาหารเย็นที่กระทิงได้สั่งเอาไว้เข้ามาด้วย “เช็ดตัวก่อนค่ะ”กอหญ้าเดินเข้าไปหาก่อนจะปลดกระดุมออก “เธอจะทำอะไรนะ” “ก็จะเช็ดตัวให้พี่กระทิงไงคะ” “ไม่ต้อง ฉันเช็ดเองได้ฉันเป็นหวัดไม่ได้เจ็บแขนถึงจะเช็ดตัวเองไม่ได้” “อายหรือคะ” “อายอะไร” “ฉันไม่ได้อาย” “หรือว่าไม่ชอบให้ผู้หญิงสัมผัสตัว” “เปล่า” “แล้วเธอละ เช็ดตัวให้ผู้ชายบ่อยๆ หรือ” “ไม่ ไม่เคยเช็ดตัวให้ใครเลยต่างหากมีแต่พี่นี่แหละที่กอหญ้าเช็ดตัวให้ ถ้าเป็นคนอื่นสิ่งที่กอหญ้าทำมากสุดก็แค่ เคยเช็ดหน้าให้แล้วก็ปล่อยให้นอนโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เท่านั้นจริงๆ ที่เคยทำ” “แล้วทำไมถึงจะเช็ดตัวให้ฉัน” “เอ้อ คือ ว่า ไม่อยากให้เช็ดก็ไม่เช็ดก็ได้ งั้นกอหญ้าไปรอข้างนอกนะคะ ทานข้าวเสร็จแล้วก็เรียกจะได้มาเก็บของออกไป”กอหญ้าเธอจะพูดอย่างไงดีล่ะ เธอคงไม่สามารถบอกเขาออกไปตรงๆ ได้ว่าเธอรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เขานอนตากแอร์แบบเปลือยเปล่าเป็นเพราะเธอเอามือไปโดนน้องชายของเขา เธอคงจะไม่บอกเขาหรอกและจะไม่มีวันบอกแบบนั้นกับเขาเด็ดขาด “บอกก่อนว่าทำไมถึงอยู่ดูแลฉันเพราะอะไร”กอหญ้าเธอเม้มปากเพื่อหาคำตอบที่มันน่าจะฟังขึ้นที่สุดนั่นก็คือ “เพราะเราอยู่บ้านเดียวกันอย่างไง และอีกอย่างเราก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เฝ้าไข้แค่นี้ไม่เห็นจะมีอะไรแปลกเลย” “ไม่ใช่เพราะว่าเธอรู้สึกผิดหรอกหรือ”กอหญ้าเธอเหมือนจะชะงัก ตัวของเธอกำลังชาไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “รู้ สึก ผิด อะไร หรือ” “จะให้ฉันบอก” “บอกอะไรคะ” กอหญ้ายังทำหน้าซื่อตาใสไม่ยอมรับถึงแม้ว่าจะแสดงออกว่ามีพิรุธทำสายตาเลิ่กลั่ก กริยาที่เธอทำออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะตกใจว่าชายหนุ่มรู้เรื่องได้อย่างไร “ก็ที่เธอเปิดแอร์แล้วแก้เสื้อผ้าฉันแต่ไม่หาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ฉันไง ฉันเลยต้องเป็นไข้นอนโทรมอยู่แบบนี้”เมื่อกระทิงรู้เรื่องแล้ว เธอไม่รู้ทำอย่างไงคงได้แต่ยอมรับผิดเท่านั้น “ขอโทษน่ะพี่กระทิงกอหญ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยให้พี่นอนเปลือยอยู่แบบนั้นนะคะ”กอหญ้ายกมือไหว้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสำนึกผิดจริงๆ “ไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นหรือ”เสียงเย็นชาและสีหน้าที่ไม่แสดงออกมาทำให้กอหญ้ารู้สึกว่าเขาไม่พอใจเธอและกำลังโกรธเธออยู่ “ขอโทษค่ะ”กอหญ้ากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะรวบรวมความกล้าเพื่อพูดความจริง “คือว่า คือว่า”สายตาดุดันของชายหนุ่มกำลังจ้องมองมาที่เธออย่างไม่ลดละสายตา “เมื่อคืนตอนที่คุณสิงโตบอกให้ช่วยเปลี่ยนผ้าแล้วเช็ด เช็ดตัวให้พี่ ตอนนั้นพี่บ่นว่าร้อน กอหญ้าก็เลยเปิดแอร์ให้ แล้วก็ถอดเสื้อผ้าให้พี่จนหมด” “เธอถอดเสื้อผ้าให้ฉันจนหมดเลย หมดเลยหรือ”กระทิงเริ่มมองสำรวจตัวเองว่าตอนนี้เขาก็ไม่ได้ใส่กางเกงชั้นในแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขา แต่เรื่องที่เขาตกใจคือมีผู้หญิงมาถอดเสื้อผ้าให้เขาหมดเลยซึ่งเขาไม่ชอบใจเอามากๆ “งั้นแสดงว่าเธอก็เห็นของฉันหมดเลยอย่างนั้นใช่ไหม”ชายร่างโตจ้องหน้าหญิงสาวเพื่อเอาคำตอบ “ไม่ ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ อย่าเข้าใจผิดนะคะ” กอหญ้ายกมือขึ้นมาห้ามความคิดของชายหนุ่มทันที "กอหญ้าเอาผ้าห่มคลุมตัวของพี่กระทิงเอาไว้กอหญ้าไม่ได้เห็นอะไรจริงๆ นะคะ แต่ว่า..." “แต่ว่าอะไร”กระทิงทำเสียงเข้มใส่จนหญิงสาวตกใจ “ก็ตอนที่กอหญ้ากำลังเอามือล้วงเข้าไปใต้ผ้าห่ม กำลังจะเช็ดขาให้พี่แล้วพี่ก็พลิกตัวมาพอดีทำให้ไอ้นั่นของพี่มาโดนมือฉัน” “ไอ้นั่นคืออะไร”กระทิงทำใจหวาดหวั่นและคิดสงสัย “ก็ ก็” “ก็อะไร” “ก็น้องชายที่ไงฉันก็เลยตกใจวิ่งกลับไปห้องนอนตัวเองแล้วปล่อยพี่เปลือยกายนอนอยู่ในห้อง” “ฮะ”กระทิงตกใจมากแต่จะให้ทำอย่างไงได้ในเมื่อเรื่องมันเกิดไปแล้ว “เธอออกไปได้แล้วเดี๋ยวถ้าฉันเช็ดตัวแล้วกินข้าวเสร็จแล้วฉันจะเรียกเอง” “ค่ะ กอหญ้าขอโทษนะคะที่ปล่อยพี่ให้นอนเปลือยอยู่ในห้องแอร์จนไม่สบาย" “ไม่เป็นไรแต่ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกก็พอ ออกไปได้แล้ว” “ค่ะ”กอหญ้าทำหน้าสำนึกผิดก่อนจะหันตัวกลับแล้วเดินออกไปจากห้องทันที เธอคิดว่าจะไม่บอกแล้ว แต่เสียงดุดุนั้นทำให้เธอกลัวแล้วบอกออกไปจนหมดเลย“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







