เข้าสู่ระบบเช้าอีกวันของวันหยุดที่สอง กอหญ้าเธอออกมานั่งกินข้าวตามเวลาที่เขาสั่งไว้ตามปกติไม่สิตั้งไว้ว่าต้องมานั่งรับประทานอาหารเช้าตอน7.30 น.ของทุกวัน วันนี้ก็เช่นเคย
ชายร่างโตที่ดูจะไม่มีเรี่ยวมีแรงเลยสักนิดตอนนี้กลับมีสีสันขึ้นบนใบหน้ามามากแล้วดูเหมือนไม่ใช่คนป่วยเลยสักนิดแตกต่างจากเมื่อวานลิบลับราวฟ้ากับเหว กอหญ้าเลื่อนเก้าอี้และนั่งลงอย่างสุภาพ “อาการไข้วันนี้เป็นไงบ้างคะ” “ก็ปกติดีหายแล้ว” “แล้วได้วัดอุณหภูมิแล้วหรือยังค่ะ” “วัดแล้ว” “เท่าไรคะ” “36.7” “อุณหภูมิปกติแล้ว”กอหญ้าไม่อยากจะจุ้นจ้านถามต่อไปเพราะดูเหมือนว่าเขาจะไม่อยากตอบคำถามของเธอเสียเท่าไรนัก เพราะดูจากที่เธอถามคำเขาก็ตอบเธอมาคำเหมือนตอบส่งๆ มาแบบนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่อยากคุยกับเธอ “ฉันจะไม่อยู่บ้านน่ะอยากได้อะไรก็โทรบอกหรืออยากไปไหนก็บอกจะให้คนไปส่ง” “ค่ะ” “แต่ว่า” “แต่ว่าอะไร” “กอหญ้ายังไม่มีไลน์หรือเบอร์โทรของพี่กระทิงเลยเราจะติดต่อกันได้อย่างไรคะ” “อืม”กระทิงเดินไปหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ มาเขียนเบอร์โทรและไอดีไลน์ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะ “พี่กระทิงจะไปไหนหรือคะ ยังไม่หายดีเลย” “ไปดูเขาเตรียมสถานที่จัดงานวันปีใหม่” “งานที่นักท่องเที่ยวมักจะมาเคาท์ดาวน์ดาวปีใหม่ที่ไร่กระทิงเหรอคะ” กอหญ้าพูดน้ำเสียงตื่นเต้นเอามากๆ เพราะเธอได้ข่าวโปรโมทของไร่ทุกปีแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะมา แต่ในความตื่นเต้นของเธอนั้นหญิงสาวก็มีความรู้สึกบางอย่าง ขึ้นมานะตอนนี้เธอรู้สึกเป็นห่วงกระทิงกลัวว่าเขา จะไปตากแดดตากลมแล้วทำให้เกิดไม่สบายขึ้นมาอีกมันจะทำให้ชายหนุ่มเป็นหวัดไม่หายสักที อีกอย่าง งานจะเริ่มก็ตั้งสองอาทิตย์ทำไมเขาไม่นอนพักให้ร่างกายรู้สึก แข็งแรงมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยไปทำงาน “กว่างานจะเริ่มอีกตั้งสองอาทิตย์ก่อนทำไมพี่กระทิงไม่นอนพักให้หายดีก่อนแล้วค่อยไปทำงานพี่กำลังเป็นหวัดหายใหม่นะ” “ไม่ต้องเป็นห่วงฉันรู้ตัวดีว่าฉันหายดีแล้ว” “ยังค่ะ ยังไม่หายดี” “ทำไมพี่กระทิงไม่ให้คุณสิงโตไปดูให้ก่อนละคะ” “สิงโตมันดูแลแม่มันอยู่ก็เลยไม่อยากกวนมัน ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันดูแลตัวเองได้”กระทิงมองใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าและรู้ว่าเธอเป็นห่วงเขาแต่งานของเขาก็ต้องดำเนิน จะขาดตกบกพร่องไม่ได้ แล้วอีกอย่างเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว "ฉันไปทำงานก่อนละ ฉันลืมบอกไปเราเคยมีFacebook ของกันและกันตั้งนานแล้วติดต่อทางนั้นก็ได้นะ” “มีด้วยหรือ”แล้วกระทิงก็เดินออกไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งงงว่าเธอไปเป็นเพื่อนในFacebookตั้งแต่เมื่อไรแล้วมีเขาเป็นเพื่อนด้วยหรือกอหญ้าพยายามค้นหาเพื่อนที่มีอยู่ในfaceทั้งหมดเก้าร้อยกว่าคน แต่เธอค้นหามาจะครึ่งค่อนวันแล้วยังหาไม่เจอเลย จนในที่สุดเธอได้ไปสะดุดกับรูปโปรไฟล์สีดำเธอจึงคลิกเข้าไปดูพบว่าเป็นกระทิงจริงๆ ด้วย แต่กระทิงไม่ได้อัปเดตข้อมูลอะไรเลยมีแต่รูปที่เป็นชุดนักเรียนและเพื่อนของเขาอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น “ไม่อัปอะไรเลยแบบนี้จะรู้หรือว่าเป็นเพื่อนกัน”แต่เหมือนเธอจะเคยจำได้รางๆ ว่าเธอเคยไปขอFacebookของกระทิงก่อน แต่แทบจะจำไม่ได้แล้ว เพราะเป็นเธอเองที่ไม่อยากจำ “เจ็บจนลืมไม่ลง”ข้อความสุดท้ายที่โพสต์เอาไว้ หลังจากที่กอหญ้าทำนูนทำนี่แล้วก็ไล่อ่านข้อความที่กระทิงเคยโพสต์จนหมดก็เกือบจะเย็นแล้ว จนเธอต้องวางมือถือลงเพราะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตาจนต้องหนีไปอาบน้ำ “นายครับรอผมแป๊บหนึ่งนะครับเดี๋ยวผมไปเปิดประตูให้ นายระวังมือนะครับ”หลังจากที่หญิงสาวอาบน้ำและไปนอนเล่นในห้องของตัวเองสักพักก็ได้ยินเสียงที่เธอคุ้นเคย เธอจึงรีบออกมาดู แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายวัยกลางคนน่าจะเป็นคนงานมาส่งกระทิงกลับบ้าน แล้วเดินตามกระทิงเข้าไปในห้อง “อย่าพึ่งไปเช็ดตัวให้ฉันก่อนแล้วค่อยกลับ” “ครับนาย” “ผ้ากับกะละมังอยู่หลังบ้าน” “ครับ”กอหญ้าเห็น ชายวัยกลางคนที่เพิ่งเข้าไปส่งกระทิงถึงในห้องออกมาทำเก้ๆ กังๆ เหมือนว่ากำลังหาอะไรอยู่ “กำลังหาอะไรอยู่ค่ะ” “ผ้ากับกะละมังเอาไปเช็ดตัวให้นายน่ะครับ” “ผ้ากับกะละมังอยู่ตรงนั้นนะคะ”เมื่อรู้ว่าชายวัยกลางคนที่มาส่งกำลังหากะละมังกับผ้าขนหนู หญิงสาวก็เลยคิดว่าพี่กระทิงต้องป่วยไข้ขึ้นแน่ “บอกแล้วว่ายังไม่หายดียังจะไปทำงานอีก” “พี่กระทิงไข้ขึ้นหรือคะ”กอหญ้าถามโดยไม่รอเอาคำตอบทิ้งให้คนที่ตอบคำถาม ตอบออกไปกับลมกับอากาศส่วนตัวเธอนั้นรีบวิ่งไปดูอาการของกระทิงทันที “ไม่ใช่...” “....” “เอ้าคุณคนนั้นไปไหนแล้ว” “พี่กระทิง”หญิงสาววิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปหาชายหนุ่มทันที “ไข้ขึ้นหรือคะ” “เปล่า “เปล่าแล้วเป็นอะไร ทำไมต้องให้ลุงคนนั้นมาส่งด้วย” “ข้อมือเคล็ด” “ข้อมือเคล็ด” “อาบน้ำเองไม่ได้ก็เลยให้ลุงคำมาเช็ดตัวให้” “ค่ะ” “ไปทำไงถึงทำให้ข้อมือเคล็ด” “ไปดูแล้วก็ไปช่วยพวกมันยกของแต่ดันยกผิดท่าเลยทำให้ข้อมือเคล็ดน่ะ” “อือ”กอหญ้าพยักหน้าเป็นเชิงว่าเธอเข้าใจแล้ว “คุณกระทิงลุงหาผ้าไม่เจอ” “ไปหาผ้ากับกะละมังใส่น้ำแล้วเอามาให้ฉันในห้องหน่อย”กอหญ้าพยักหน้าแล้วทำตามที่ชายหนุ่มบอก เพราะเธอเริ่มจะรู้และเข้าใจชายตัวโตแล้วว่าเขาไม่ชอบให้ผู้หญิง มาแตะเนื้อต้องตัวเขาเสียเท่าไร มาถึงตอนนี้แล้วกอหญ้าก็มีน้ำหนักเอนเอียงไปว่าชายร่างโตอาจจะชอบผู้ชายก็ได้ “ผ้ากับกะละมังมาแล้วค่ะ” ลุงคำจับผ้าชุบน้ำและบิดให้หมาดแต่เมื่อกำลังจะถือผ้าไปเช็ดตัวลุงก็ดู เก้ๆ กังๆ เหมือนจะไม่กล้าหรือไม่ถนัดในการเช็ดตัวให้กระทิง “ลุงว่าลุงกลับก่อนดีกว่าลุงไม่ถนัดเช็ดตัวให้ผู้ชายลุงว่าให้แม่หนูคนนี้เช็ดให้ก็แล้วกันนะ อีกอย่างลุงมีธุระต้องกลับไปหาลูกหาเมีย” “ลุงอย่าพึ่งไป”ชายวัยกลางคนไม่ฟังเสียงเจ้านายของตนเลยเดินจ้ำอ้าวออกไปเลย ทิ้งให้กระทิงกับกอหญ้ามองตามหลังและหันหน้ามามองหน้ากันว่าจะทำยังไงกันต่อไปดี “เอาไงดีค่ะพี่กระทิงให้กอหญ้าไปตามลุงกลับมาให้หรือโทรเรียกคุณสิงโตมาเช็ดตัวให้พี่ดีไหม” “ไม่ต้องไปรบกวนสิงโตแค่ไปเปิดน้ำใส่อ่างแล้วตีสบู่ให้เป็นฟองเยอะๆ ก็พอดี”ที่พูดแบบนี้ไม่รู้ว่าพี่กระทิงกำลังงอนคุณสิงโตอยู่หรือเปล่า “พี่กระทิงจะอาบน้ำเลยเหรอพี่กำลังหายเป็นไข้ใหม่ๆ นะ” “อืม” ในเมื่อเขายืนยันเช่นนั้นเธอก็ไม่อยากจะขัดขวางเขา กอหญ้าเดินเข้าไปในห้องน้ำเธอเปิดน้ำใส่ไว้ในอ่างพร้อมกับตีสบู่ให้มีฟองเยอะๆ ตามที่ชายหนุ่มต้องการ ถึงแม้บ้านหลังนี้จะมีแค่สองห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำแต่ก็เป็นบ้านที่หรูหราเอามากๆ ภายในห้องน้ำมีอ่างแช่ตัวขนาดใหญ่แถมมีตู้อาบน้ำเพื่อไม่ให้น้ำกระจายออกมาเป็นพื้นที่วงกว้างภายในห้องน้ำอีกด้วย “พี่กระทิงกอหญ้าเตรียมน้ำเสร็จแล้ว”หลังจากที่เธอเติมน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว กอหญ้าจึงเดินเข้าไปเรียกชายหนุ่มให้มาอาบน้ำ แต่เธอกับพบว่าชายหนุ่มกำลังทำท่าเก้ๆ กังๆ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองด้วยความทุลักทุเลอยู่ ถ้าปล่อยให้เขาแก้ผ้าตัวเองให้เสร็จวันนี้ทั้งวันทั้งคือกระทิงก็คงจะไม่ได้อาบน้ำแน่ “ให้กอหญ้าช่วยไหม” “เธอจะทำอะไร”เมื่อหญิงสาวพูดจบเธอก็เดินเข้าไปช่วยชายร่างโตทันที โดยที่ชายหนุ่มยังไม่ได้อนุญาตให้เธอช่วยเขาเลย “ก็ช่วยพี่กระทิงถอดเสื้อยังไงละคะ ถ้ากอหญ้าปล่อยให้พี่กระทิงถอดเสื้อด้วยตัวเอง วันนี้พี่กระทิงจะได้อาบน้ำไหมคะ พี่กระทิงนั่งลงก่อน” “นั่งลงทำไม” “ก็กอหญ้าตัวเตี้ยกว่าพี่ไงจะดึงเสื้อให้พี่ได้อย่างไงละ”เมื่อชายหนุ่มร่างโตเข้าใจเหตุผลของหญิงสาวร่างเล็กแล้วเขาจึงนั่งลงที่เตียงนอนตามที่หญิงสาวบอก “ยกมือขึ้นทั้งสองข้าง ยกได้ใช่ไหมคะ” “ยกได้” กอหญ้าเธอจับชายเสื้อของชายหนุ่มให้ยกขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องที่แข็งแกร่งและซิกแพคเป็นชั้นๆ เมื่อหญิงสาวได้เห็นเนื้อแท้ที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่มก็เล่นหายใจไม่ทั่วท้อง แถมไม่รู้ด้วยว่าด้วยเพราะเหตุผลใดหัวใจของเธอจึงเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะเช่นนี้ “ลดแขนข้างที่ไม่เจ็บลงค่ะ”ชายหนุ่มร่างโตก็ทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อนำเสื้อออกจากแขนข้างหนึ่งข้างที่ไม่เจ็บได้แล้วหญิงสาวค่อยๆ ยกเสื้อออกจากหัวและค่อยๆ เลื่อนเสื้อให้ออกจากแขนข้างที่ไม่เจ็บอย่างเบามือ “ถอดเสื้อได้แล้วค่ะ” “ถอดเสื้อได้แล้วก็ช่วยถอดกางเกงให้ฉันด้วยสิ”กระทิงลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะยืนนิ่งๆ ให้หญิงสาวมาถอดให้ “ถอดกางเกงด้วยหรือคะ” กอหญ้าทำถ้ากล้าๆ กลัวๆ เหมือนจะไม่กล้าถอดกางเกงของกระทิงขึ้นมา ใบหน้าขาวเริ่มขึ้นเริ่มมีสีแดงขึ้นบนใบหน้าเหมือนกับลูกมะเขือเทศ ในหัวของเธอกับนึกถึงเหตุการณ์ที่หลังมือของเธอได้สัมผัสกับน้องชายของเขาอีกครั้ง “ฉันมือเจ็บอยู่ถอดกางเกงไม่ถนัด ทำไมไม่กล้าอย่างนั้นหรือ”เมื่อเห็นสีหน้าดีใจในตอนที่หญิงสาวร่างบางถอดเสื้อให้เขาได้และเห็นใบหน้าที่เธอไม่อยากจะถอดกางเกงให้เขาชายร่างโตก็ไม่รู้เป็นอะไร อยากแกล้งอยากให้เธอทำนู่นทำนี่ให้และไม่อยากถือตัวกับเธอขึ้นมากลับอยากให้เธอสัมผัสตัว “กล้า แต่ขอถามอย่างหนึ่งได้ไหมว่าพี่ใส่กางเกงอีกตัวไว้ด้านในไหม” “จำไม่ได้ด้วยสิ เดี๋ยวเธอถอดก็รู้เอง”ชายหนุ่มร่างโตเริ่มรู้สึกว่าคนตัวเล็กน่าแกล้งขึ้นมาเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนเมื่อก่อนที่ไม่ชอบเวลาที่ผู้หญิงมาโดนตัว แต่มักจะเป็นฝ่ายชอบจับเนื้อต้องตัวผู้หญิงแทนเขาทำเรื่องพวกนี้ไปก็เพื่อทำให้ญาติผู้พี่น้องของเขาคิดว่าเขาแพรวพราวในเรื่องผู้หญิง และไม่เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะลืมแฟนเก่าไม่ได้แล้วจมอยู่กับความทุกข์ แต่เจ็ดแปดปีมานี้กระทิงก็ไม่เคยนอนกับผู้หญิงเลยด้วยซ้ำและไม่คิดที่จะนอนกลับผู้หญิงที่วิ่งเข้าหาเขาด้วย แต่ไม่รู้ทำไม ผู้หญิงตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้กลับทำให้เขาอยากให้เธอสัมผัสกายของเขา มันอาจจะเป็นเพราะเธอไม่เชี่ยวชาญการเข้าใกล้ผู้ชาย หรือเขามักจะเห็นเธอเขินอายเวลาที่จะต้องสัมผัสร่างกายของเขา มันดูน่ารักดี “ถอดสิ”หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มด้วยความเคืองใจแต่ก็ไม่ถึงกับโกรธ เธอรวบรวมความกล้าดึงเข็มขัดออกก่อนจะยื่นมือเรียวสวยของเธอปลดกระดุมกางเกงจับซิปก่อนจะหลับตาแล้วหลุดซิปลงควานมือหาขอบกางเกงก่อนจะดึงกางเกงลง ปล่อยให้ชายหนุ่มยกขาออกจากกางเกงด้วยตัวเองในขณะที่เธอยังหลับตาและก็ไม่ยอมลืมตาเลย “ลืมตาได้แล้ว”หญิงสาวตัวเล็กยังนั่งลงแบบนั้นและยังหลับตาอยู่ “ฉันยังใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ไว้ข้างในอยู่เธอลืมตาขึ้นมาดูสิ ลืมตา”เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวตัวเล็กค่อยๆ นำมือข้างหนึ่งมาปิดตาแล้วเปิดออกทีละนิ้ว เมื่อเธอพบว่าชายหนุ่มร่างโตได้ใส่กางเกงตามที่บอกจริง เธอก็เอามือออก และถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เธอไม่ต้องเห็นของสงวนของฝ่ายชาย “เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้อาบพร้อมตีฟองเยอะๆ ตามที่พี่บอกแล้ว รีบไปอาบเถอะค่ะเดียวน้ำจะเย็น” “อือ” “เธอก็ไปด้วยสิ” “ฮะ” “ไปอาบน้ำให้ฉัน” “ฮะอะไรนะ” “เธอฟังไม่ผิดหรอกไปอาบน้ำให้ฉัน เพราะฉันเจ็บมือและแช่น้ำนานไม่ได้แล้วอีกอย่างอาการเป็นหวัดของฉันกำลังหาย เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องแช่น้ำนานเธอต้องไปช่วยฉันอาบน้ำ”“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







