LOGINแสงแดดอ่อนแยงตาทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นเธอรู้สึกปวดหัวและปวดเมื่อยตามร่างกายไปหมด
“ฝันบ้าอะไรก็ไม่รู้เหมือนความจริงชะมัดเลย”หญิงสาวตัวเล็กนำมือมาทุบหัวตัวเองเพื่อแก้อาการปวดหัวแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยังคงปวดหัวเหมือนเดิมไม่หาย ตื่นแล้วหรือ ปวดหัวละสิ" “พี่กระทิงพี่เข้ามาในห้องกอหญ้าได้อย่างไง แล้วทำไมพี่เข้ามาพี่ไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนละ ทำไมใส่ผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียวแบบนี้” “ดูดีดีก่อนนี่ห้องใคร แล้วที่ใส่ผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียวเนี่ยก็พึ่งไปอาบน้ำมา ไม่งั้นคง...”เมื่อกอหญ้าเริ่มกวาดสายตาไปทั่วห้อง ห้องนี้ตกแต่งไปด้วยสีเทาและสีน้ำตาลห้องนี้ไม่ใช่ห้องที่เธอเคยนอนมาตลอดหนึ่งเดือนแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ “คงอะไร อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน”กอหญ้าเธอตกใจมาก แล้วรีบหันมองตัวเองในใต้ผ้าห่มทันทีพบว่าตัวเองกำลังเปลือยเปล่าเธอมองไปรอบๆ ห้องก็พบเสื้อผ้าของเธอกระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้องรวมทั้งเสื้อผ้าของกระทิงด้วย “ไม่จริงใช่ไหม” “ไม่จริงอะไร” “พี่ไม่ได้ชอบผู้ชายเหรอ” “ถ้าชอบผู้ชายจะมีอะไรกับเธอได้อย่างไงฉันก็คงขยะแขยงเธอไปแล้ว แต่เรื่องทั้งหมดนี้ฉันไม่ได้เริ่มต้นก่อนจะมาว่าฉันข่มเหงเธอไม่ได้” “ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้แล้ว ว่าแต่ว่าพี่ไม่ได้เป็นไบใช่ไหม” “ไบคือ” “bisexual” “คืออะไร” “รักได้ทั้งสองเพศ คือสามารถชอบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายน่ะ” “เธอดูว่าฉันเป็นแบบนั้นหรือ หรือว่าจะให้ฉันทำอีกครั้งจะได้รู้” “ไม่ต้อง อย่าเข้ามาเด็ดขาดนะ”กอหญ้ากระชับผ้าห่มของตัวเองให้แนบชิดกายตัวเองมากยิ่งขึ้น “ก็แม่พี่บอกว่าพี่ชอบผู้ชาย แต่ท่านก็ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าพี่เป็น” “ฉันไม่ได้เป็น เธอก็รู้แล้วนิว” “แล้วที่พี่ชอบอยู่ตัวติดกันกับคุณสิงโตล่ะ” “งั้นก็แล้วแต่เธอจะคิดเลย” “จะไปอาบน้ำไหมฉันจะได้ช่วย” “ไม่ต้องเดี๋ยวกอหญ้าจะกลับไปที่ห้องแล้วก็จะรีบแต่งตัวไปทำงานค่ะ” “โอ๊ย”เพียงแค่เธอขยับร่างกายของเธอก็ปวดเจ็บขัดตรงใจกลางสาวของเธอไปหมด" “อย่าทำเป็นเก่งเลยยังไงวันนี้เธอก็ลุกไม่ไหมหรอก ฉันลาหัวหน้างานของเธอให้แล้ว เอาละตกลงอยากนอนต่อหรืออยากอาบน้ำพูดมาก่อนที่ฉันจะออกไปดูงานข้างนอก” “อยากนอนแต่ไม่ใช่ห้องนี้”กอหญ้ายังคงดื้อด้านพยายามเอาผ้าห่มของกระทิงมาพันตัวเธอเอาไว้เหมือนดักแด้และจะพยายามขยับลงจากเตียงเมื่อเธอก้าวลงจากเตียงนอนเท่านั้นแหละเธอก็ต้องทรุดตัวลงกับพื้นทันที “บอกแล้วว่าอย่าอวดเก่งอยากไปนอนห้องตัวเองใช่ไหมเดี๋ยวฉันอุ้มเธอไปเอง” “ไม่อย่ามาแตะเนื้อต้องตัวฉันนะ” “ตื่นเช้ามาไม่ยอมให้แตะเนื้อต้องตัว แต่เมื่อคืนเธอเป็นคนเริ่มก่อนนะเป็นยังไงบ้างเจอของใหญ่เข้าไป วันนี้ทั้งวันยังไงเธอก็ลุกออกจากเตียงนี้ไม่ได้หรอก อย่าว่าแต่เดินกลับห้องเองเลยแค่ลุกออกจากเตียงนี่ยังทำไม่ได้เลย ไม่เชื่อเธอก็ลองดูสิ ยิ่งเป็นครั้งแรกแล้วยิ่งเจ็บเข้าไปใหญ่” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พี่บ้า”กระทิงยอมหยุดพูดตามที่หญิงสาวขอร้องก็จริงแต่เขากลับเดินเข้าไปใกล้เธอแทน “อย่าเข้ามานะ”เมื่อหญิงสาวให้เขาหยุดพูดเขาก็ยอมหยุดพูดตามที่หญิงสาวบอกแต่จะไม่มีทางที่เขาจะหยุดเดินเข้าไปหาหญิงสาวเด็ดขาด “อย่าเข้ามานะ”กระทิงเดินเข้าไปใช้แขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างสอดเข้ากับลำตัวของหญิงสาวก่อนจะใช้แรงของเขาอุ้มตัวหญิงสาวในท่าเจ้าสาวขึ้นมาถึงแม้ว่าเธอจะพันตัวเป็นดักแด้เขาก็พร้อมจะอุ้มเธอไปแบบนั้น “พี่กระทิงปล่อยกอหญ้านะ” “งั้นเธอก็เลือกเอาก็แล้วกันถ้าจะให้ปล่อยตอนนี้เธอก็ต้องนอนที่ห้องพี่ แล้วก็ให้ป้าแม่บ้านมาเห็นว่าเธอกำลังนอนเปลือยกายในห้องของพี่ตอนที่พี่บอกให้ป้าแม่บ้านเอากับข้าวมาให้เธอ หรือจะให้ฉันอุ้มเธอไปไว้ในห้องของเธอเลือกเอาแบบไหน”กอหญ้าเธอไม่ส่งเสียงห้ามปรามอีกแล้วเรียวแขนเล็กทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นไปคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้กลัวว่าเธอจะตก “พี่ออกไปได้แล้ว ” “อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม” “ได้” “ดีเดี๋ยวฉันจะให้ป้าแม่บ้านยกอาหารกับยาแก้อักเสบมาให้ อยากได้อะไรก็บอกก็แล้วกัน” “อยากได้” “อยากได้อะไร” “ยาคุมฉุกเฉิน"ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของเธอแต่เธอก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงกับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย เมื่อคืนเธอพลาดที่ไปจู่โจมเขาก่อน แต่เธอจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องหรือมีปัญหาตามมาทีหลังแน่ "อืมเดียวซื้อมาให้" สองวันหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นกอหญ้าเธอก็เริ่มหายดีและกลับมาเดินเป็นปกติได้แล้วไม่เจ็บขัดใจกลางสาวอีกต่อไปและช่วงระหว่างนี้กอหญ้าก็ไม่อยากที่จะเจอหน้าชายหนุ่ม เธอจึงหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา ได้แต่บอกป้าแม่บ้านว่าเธอไม่ค่อยสบายให้จัดอาหารอีกชุดหนึ่งยกไปให้เธอในห้องนอน เพราะเธออับอายเกินกว่าจะทนเจอหน้าเขาได้ แล้วเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่อยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกับกระทิงอีกต่อไปเธอจึงจะไปขอร้องคุณป้าให้หาที่อยู่ให้เธอใหม่ “มาขอพบคุณป้าค่ะ” “อยู่ด้านในเข้าไปได้เลยค่ะ” “สวัสดีค่ะคุณป้า” “มีอะไรหรือเปล่า มาหากันถึงที่นี่ ฝึกงานเป็นไงสนุกไหม” “ฝึกงานสนุกค่ะ แต่เอ้อ”กอหญ้าเธอทำหน้าหนักใจจนเห็นได้ชัด “พูดมาเถอะลูกมีอะไรหรือว่าพี่กระทิงเขาแกล้งลูก” “เปล่าค่ะพี่กระทิงไม่ได้ทำอะไร” “เพียงแต่ว่า กอหญ้าคิดว่า สิ่งที่คุณป้าขอร้องไว้กอหญ้าคิดว่าพี่กระทิงเขาน่าจะไม่ใช่เกย์ค่ะ แล้วการที่ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่บ้านเดียวกันสองต่อสองก็คงจะไม่เหมาะสมค่ะ” “หนูก็อยากรู้เราแน่ใจเราใช่ไหมว่าพี่เขาเป็นผู้ชายหนูรู้ได้ยังไง” กอหญ้าพับปากและกัดปากล่างของตัวเองเล็กน้อย เธอจะตอบกลับผู้ใหญ่ไปยังไงดีจะให้ตอบว่าลองแล้วพี่เขาเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คง จะไม่ได้ “หลังจากที่กอหญ้าสังเกตมาเป็นเดือนแล้ว กอหญ้าคิดว่าเขาอาจจะไม่เป็นหรือถ้าเป็นก็คงเป็นBisexual” “Bisexual คืออะไรหรือจ๊ะหนูกอหญ้า” “อืม ก็เป็นแบบว่าชอบทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ได้นะคะ” “ป้าว่าหนูอยู่ที่นั่นต่อเถอะอยู่มาได้ตั้งหนึ่งเดือนแล้วไม่มีใครว่าอะไรหนูหรอกอยู่ต่ออีกสองเดือนเถอะนะ ที่บ้านพักคนงานยังเต็มอยู่เลยไม่มีที่อื่นให้หนูอยู่แล้วอยู่กับพี่เขาไปก่อนนะลูก” “เออแต่ว่า” “อยู่กับพี่เขาไปก่อนนะลูกแต่ถ้าพี่เขารังแกหรือแกล้งหนูให้รีบมาบอกป้าได้ทันทีป้าจะรีบจัดการให้” “ค่ะคุณป้า” ในเมื่อคุณป้าคะยั้นคะยอให้เธออยู่กับเขาเสียแบบนี้เธอก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่จะให้เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็คงจะไม่ได้เหมือนกัน เมื่อเรื่องราวในคืนนั้นทุกท่วงท่าและลีลาที่เธอได้กระทำกับเขาได้ย้อนกลับเป็นภาพอยู่ในหัวสมองของเธอมาตลอดสองวัน เธอไม่รู้ว่าจะต้องลบภาพพวกนั้นยังไง แต่เธอก็ต้องทำใจและอยู่กับชายหนุ่มต่ออีกสองเดือนเพราะอย่างไรแล้วคุณป้ากัลยาก็คงจะไม่ยอมให้เธอย้ายออกจากบ้านพี่กระทิงไปอยู่ที่อื่นแน่ “เฮ้อ”กอหญ้าเธอจึงถอนหายใจก่อนที่จะโทรบอกเพื่อนว่าจะไปรับพวกเขาไปเที่ยวตามสัญญาเพราะเธอได้เบี้ยวนัดมาหลายอาทิตย์แล้ว “พามาเที่ยวได้สักทีสรุปวันนี้จะพาไปเที่ยวไหน”นนท์นี่เอ่ยถามขึ้นมา “ได้เตรียมผ้ามาด้วยแล้วใช่ไหม” “อืม” “จะพาไปสัมผัสกับบรรยากาศหนาวดื่มกาแฟตอนเช้า นอนในรถกินหมูกระทะชมดาว” “หมายถึงนอนในรถเนี่ยนะ” “ไม่ใช่หมายถึงรีสอร์ตที่เขาเอารถมาทำเป็นห้องๆ น่ะ” “อ๋อเข้าใจล่ะ” “แล้วกล้าหาญอยากไปไหมถ้าเที่ยวแบบนี้” “เราไปไหนก็ได้อ่ะที่มีกอหญ้าไปด้วย” “หยอดอีกแล้วหยอดตลอด นี่ถ้าไม่คิดว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งสี่ ปีฉันคงคิดว่ากล้าหาญกำลังแอบชอบแกอยู่นะเนี่ย” นนท์นี่เหมือนกำลังพูดแทงใจดำกล้าหาญอยู่ เมื่อเขาชื่อกล้าหาญแต่ไม่ได้กล้าที่จะบอกรักหญิงสาวที่เป็นเพื่อนกันมาตลอดสี่ปี เพราะเขากลัวว่าหญิงสาวจะปฏิเสธเขาและจะมองหน้ากันไม่ติดได้แต่เก็บความรู้สึกที่แอบชอบไว้อยู่ ภายในใจไม่กล้าที่จะพูดออกไปได้แต่มองหญิงสาวมาตลอดสี่ปี“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







