Masukไร่กระทิงดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก จากตอนนั้น พื้นที่คงไม่ถึง 30 ไร่ด้วยซ้ำแต่พอมาตอนนี้ดูเหมือนไร่กระทิงจะ ขยับขยายพื้นที่ออกไปจนสุดลูกหูลูกตาหากเดาจากที่เห็นในตอนนี้ก็คงมากกว่า 100 ไร่แต่ละพื้นที่ปลูกพืชผักและผลไม้อย่างเป็นระบบระเบียบ
“จะไปไหนกันหรือครับ รถเข้าไม่ได้แล้วนะครับ” “พอดีว่าจะไปหาคุณป้ากัลยานะคะ” “คุณป้ากัลยาหมายถึงนายแม่หรือครับ” “ค่ะ”กอหญ้าทำตัวไม่ถูกเลยเมื่อที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อก่อนไม่ได้มีพนักงานมากมายถึงขนาดนี้มีแค่สวนและโรงงานอบแห้งผลไม้เท่านั้น พอตอนนี้แค่ขับรถมาหน้าสวนยังไม่รู้เลยว่าจะไปตามหาป้ากัลยาได้ที่ไหนของไร่ “งั้นพวกคุณขับรถขึ้นไปทางนี้เลยครับจนสุดทางจะเจอสำนักงานใหญ่ครับ” “ขอบคุณค่ะ”ตลอดทั้งทางที่ขึ้นไปสำนักงานใหญ่มีต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้ให้สวยงามไม่ใช่ต้นอะไรก็ได้ตามที่ต้นไม้ใบหญ้าอยากจะขึ้นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วถือว่าตอนนี้มีคนดูแลเป็นอย่างดีไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิด เมื่อขับรถไปจนสุดถนนก็เห็นตึกที่ตั้งสง่าตึกนี้น่าจะมีสามชั้นได้ กอหญ้าจอดรถและเดินเข้าไปภายในอาคารหันซ้ายมองขวาก็เจอพนักงานคนหนึ่งนั่งอยู่เคาน์เตอร์ต้อนรับ “เออ เออคือว่าพวกเรามาขอพบคุณป้ากัลยานะคะ”พนักงานหญิงคนนั้นมองพวกเธอตั้งแต่หัวลงไปยังถึงปลายเท้าและมองปลายเท้าขึ้นมาถึงหัวอีกครั้ง พวกเราใส่เสื้อช็อปและกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบ ที่ใส่แบบนี้มาก็เพราะว่าไม่รู้ว่าวันแรกของการฝึกงานจะต้องเจออะไรบ้าง หากชุดนักศึกษามาก็กลัวว่าจะไม่สะดวกในการเดิน ในที่ที่มีต้นไม้ กอหญ้ากลัวว่าวันแรกก็อาจจะพาชมสวนก่อนแต่ถ้าใส่คัชชูมีส้นมาก็จะเดินลำบาก “นายหญิงอยู่ในห้องรอแล้วค่ะ”พนักงานหญิงคนนั้นที่มองพวกเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นคนนำพาให้พวกเธอเดินไปที่ห้องทำงานของคุณป้า “สวัสดีค่ะคุณป้า” “กอหญ้าใช่ไหมลูก” “ใช่ค่ะ” “นั่งก่อนสิไม่ได้เจอกันตั้งนาน โตเป็นสาวแล้วสวยเหมือนแม่ของหนูตอนสาวๆ เลยนะ” “ขอบคุณค่ะคุณป้า คุณป้าก็ยังดูสวยไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” “แหม อย่าชมคนแก่เลยจ้า”กัลยายิ้มให้กับคำชมของกอหญ้าด้วยความเขินอาย “เอาละพวกเราเรียนอะไรกันมานะ” “วิศวกรรมเกษตรค่ะ” “อืมงั้นต่อไปถ้าเรียนจบมาก็ตั้งโรงงานแข่งกับป้าแล้วละสิ” “คุณป้าค่ะใครจะแข่งกับคุณป้าได้ละคะ โรงงานคุณป้าออกจะใหญ่โต” “ป้าล้อเล่นน่ะ” “แล้วเขาสอนอะไรมาบ้างป้าจะได้ให้ลงไปดูงานถูกที่” “สอนเกี่ยวกับเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การแปลงสภาพผลิตผลเกษตรและอาหาร และการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรน้ำและดินตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางการเกษตรค่ะ” “ป้ามีโรงงานอยู่ คือโรงงานผลไม้และผักอบแห้ง โรงงานน้ำ และโรงงานไวน์” “มากันสามคนก็น่าจะแยกกันฝึกแต่ละโรงงานได้ใช้ไหม” “ได้ค่ะ/ได้ค่ะ/ได้ครับ”เสียงสุดท้ายออกจะเบาไปนิดหน่อยเพราะที่กล้าหาญไม่ยอมกลับไปฝึกงานที่บ้านของตัวเองก็เป็นเพราะอยากอยู่กับกอหญ้าให้ได้นานที่สุด อุตส่าห์มาถึงที่นี่ก็ยังได้แยกกันอยู่ “หนูกอหญ้าลูกอยู่โรงงานผักและผลไม้อบกรอบน่ะ” “ค่ะคุณป้า” “เพราะผักผลไม้รวมอบกรอบตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมเลยละ” “ค่ะ” “คุณป้าค่ะหนูขอโรงงานไวน์ค่ะ"นนท์นี่เสนอตัวขึ้นมาก่อน แต่กอหญ้าก็รู้ดีว่านนท์นี่ชอบแอลกอฮอล์พวกนี้มากแค่ไหน” “ได้จ้า” “ที่เหลือก็คงเป็นโรงงานน้ำผลไม้แล้วกัน” “ครับ” “เดี๋ยวป้าจะให้ผู้จัดการแต่ละโรงงานลงมาดูแลพวกเรานะ” “ขอบคุณค่ะ” “กอหญ้าจำที่ป้าอยากจะขอให้หนูช่วยได้ไหม” “จำได้ค่ะ ป้าอยากให้กอหญ้าช่วยอะไรบอกได้เลยนะคะ” “คือว่าป้าอยากให้กอหญ้าพิสูจน์ให้ป้าแน่ใจหน่อยว่า” “ว่าอะไรคะ"กัลยาอ้ำๆ อึ้งๆ ทำท่าเหมือนไม่รู้จะบอกกับเธออย่างไงดี” “พูดมาเถอะค่ะ”กัลยาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจขอร้องหญิงสาวคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ “พอดีป้าอยากให้กอหญ้าช่วยตรวจสอบให้ป้าหน่อยว่าลูกป้าชอบผู้ชายจริงไหม” “ฮะคุณป้าว่าอะไรนะคะ” “ป้าอยากให้หนูกอหญ้าช่วยพิสูจน์ให้หน่อยหรือคอยดูพฤติกรรมของพี่เขาก็ได้ว่าจะมีโอกาสชอบผู้ชายจริงๆ ไหม” “ถ้ากอหญ้าจำไม่ผิดเมื่อก่อนกอหญ้าเคยเห็นพี่เขามีแฟนเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ” “ก็ใช้อยู่ตั้งแต่เลิกกับผู้หญิงคนนั้นไปกระทิงก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย หาผู้หญิงมาดูตัวตั้งกี่รอบแล้วก็ไม่สนใจใครเลยสักคนจนตอนนี้จะยี่สิบเก้าแล้วจะเข้าเลขสามแล้วก็ยังไม่มีแฟนเลยไม่รู้ว่าชาตินี้ป้าจะได้เห็นหน้าหลานไหม ป้าทุกข์ใจมากเลยช่วยป้าหน่อยนะ ล่าสุดนี้พี่กระทิงเดินมาบอกป้าให้เลิกพยายามหาผู้หญิงให้เพราะเขาบอกว่าเขาชอบผู้ชาย เฮ้อป้าไม่รู้จะทำอย่างไงแล้ว” “ใจเย็นนะคะคุณป้าพี่กระทิงเขาอาจจะเอาข้ออ้างนี้มาพูดเพื่อที่จะให้คุณป้าเลิกหาผู้หญิงให้ก็ได้นะคะ” “ป้าก็หวังให้เป็นอย่างนั้น ป้าเลยต้องขอร้องให้หนูกอหญ้าช่วยป้าไง” “ค่ะ กอหญ้าจะช่วยป้าหาความจริงในครั้งนี้เองค่ะ” “ขอโทษนะคะถ้าเกิดว่าลูกชายของคุณป้าชอบเพศเดียวกันขึ้นมาจริงๆ ป้าจะทำอย่างไงต่อไปค่ะ” “ไม่รู้สิถึงตอนนั้นป้าอาจจะยอมรับก็ได้ ขอแค่ตอนนี้กระทิงไม่กลัวที่จะรักใครหรือรักใครสักคนให้ได้จริงเสียก่อน หรือให้มีคนอยู่ดูแลยามที่ป้าไม่มีชีวิตอยู่ มันก็น่าจะพอแล้วละมั้งสำหรับป้า” “ทำไมหรือคะ พี่กระทิงเคยผิดหวังหรือเสียใจกับความรักมาก่อนอย่างนั้นหรือคะ” “กระทิงเคยคบกับแพรวาผู้หญิงที่เรียนจบมาด้วยกัน แม่ก็เห็นว่าไปมาหาสู่กันดี แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือไปทะเลาะกันอีท่าไหนหนูแพรวาก็ไม่มาหากระทิงอีก กระทิงกินเหล้าหนักเมามายทุกวัน ร้องไห้แล้วพูดว่าเธอทิ้งเขาไปแล้ว ตอนนั้นแม่แทบใจจะขาดที่เห็นลูกชายตนเองตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แม่ก็ร้องไห้ไปด้วย การร้องไห้เสียใจของป้าในครั้งนั้นมันทำให้กระทิงมีสติขึ้นมาไม่ดื่มเหล้าอีก แต่หันกลับมาทำงานหนักเอาเป็นเอาตายมาตลอดจนทำให้เรามีวันนี้ จนทำให้ป้ามีสวนที่ใหญ่ขนาดนี้จากการทำงานบ้าระห่ำของกระทิง แต่เรื่องที่ป้าหนักใจเสมอมานั้นก็คืออยากให้เขามีความรัก” “ป้าไม่ต้องเป็นกังวลนะคะเดี๋ยวกอหญ้าจะช่วยคุณป้าเองค่ะ” “เดี๋ยวนนท์นี้ก็จะช่วยอีกแรงเรื่องแบบนี้นนท์นี้มองแป๊บเดียวก็รู้ว่าค่ะว่าเป็นหรือไม่เป็นค่ะ” “ขอบใจมากนะ” “ค่ะ” “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” “ค่ะ”น่าจะมาแล้วละ" “ใครมาหรือคะ”กอหญ้าหันไปถามป้ากัลยาด้วยความอยากรู้ แต่กัลยาก็มองไปที่ประตูพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เข้ามาได้เลย”“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เย็นวันอาทิตย์หลบหน้าหลบตาไปเที่ยวพักผ่อนร่างกายและจิตใจมาได้สองคืนสองวัน แล้วนี่เธอต้องกลับมารับกับชะตากรรมของชีวิตที่เธอได้ทำเอาไว้ใช่ไหม“ต้องกลับมาเจอหน้าพี่กระทิงอีกแล้วคราวนี้ไม่รู้จะหลบหน้าอย่างไง อยู่กันแบบอึดอัดอย่างนี้อีกตั้งสองเดือนจริงๆ หรือ เฮ่อ” กอหญ้าถอนาหายใจอย่างหนักเพราะเหนื่อ
สองสามวันมานี้หลังจากที่เกิดเรื่องกระทิงก็รู้ดีว่ากอหญ้าตั้งใจที่จะหลบหน้าหลบตาเขา เธอบอกกับเขาว่าไม่สบายไม่สามารถออกมาทานอาหารร่วมกับเขาได้ และยังขอให้ป้าแม่บ้านช่วยยกอาหารไปให้เธอในห้องกระทิงก็ยอมทำตามคำขอของหญิงสาวยอมให้แม่บ้านยกอาหารไปให้ทานในห้องนอนของเธอ แต่เมื่อเขามาคิดๆ ดูแล้วเขาจะให้หญิง
แสงแดดอ่อนแยงตาทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นเธอรู้สึกปวดหัวและปวดเมื่อยตามร่างกายไปหมด“ฝันบ้าอะไรก็ไม่รู้เหมือนความจริงชะมัดเลย”หญิงสาวตัวเล็กนำมือมาทุบหัวตัวเองเพื่อแก้อาการปวดหัวแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยังคงปวดหัวเหมือนเดิมไม่หายตื่นแล้วหรือ ปวดหัวละสิ"“พี่กระทิงพี่เข้ามาในห้อง
“ทำไมเธอถึงยอมมาอยู่บ้านเดียวกับฉัน”“คุณป้าให้มาพักกับพี่พร้อมกับคำขอร้องหนึ่งอย่างแลกกับการที่กอหญ้าและเพื่อนจะได้มาฝึกงานที่นี่”ตอนนี้สติของหญิงสาวเริ่มจะเลือนหาย“คำขอร้องอะไร”“คำขอร้องที่ว่าก็คือ”“คือ...”“คืออะไร”“ไม่บอกหรอกค่ะมันเป็นความลับ”ไม่บอกก็ไม่เป็นไรงั้นเรามาชิมไวน์กันต่อ ไ







