Se connecter[เหลือเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์]
“เฮ้อ เอายังไงดีล่ะพวกเราอ่ะเพื่อนๆ ในห้องต่างก็หาที่ฝึกงานได้เกือบหมดแล้วเหลือแต่พวกเราสามคนนี่แหละยังหาที่ฝึกงานไม่ได้เลย เฮ้อ” “อย่าคิดมากเลยนะกอหญ้า เหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งอาทิตย์ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ไปฝึกงานที่โรงงานของบ้านเราเอาก็ได้” กอหญ้าทำหน้าหนักใจเพราะเธอรู้ดีว่ากล้าหาญก็ไม่ได้อยากไปฝึกงานที่บริษัทของที่บ้านตัวเอง “แต่กล้าหาญก็ไม่ได้อยากไปฝึกงานที่บริษัทที่บ้านไม่ใช่หรือ กล้าหาญต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ถ้าไปฝึกงานที่อื่นเพื่อนในห้องจะว่าให้กล้าหาญไม่ได้ด้วยว่าฝึกงานที่บริษัทตัวเองไม่ต้องทำอะไรก็ได้แค่ให้พ่อเซ็นให้ผ่านก็สามารถฝึกงานจบได้อย่างสบาย” “อืมก็จะให้ทำยังไงได้ล่ะในเมื่อตอนนี้เรายังหาที่ฝึกงานไม่ได้เลย” “ทุกคนพวกเราได้ฝึกงานโรงงานทำขนมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศอะ เอ๊ะ เอ๊ะ แต่ว่าพวกเด็กเก่งป่านนี้ยังหาที่ฝึกงานไม่ได้อีกหรือฮ่าฮ่าฮ่า”ในห้องนี้มีหลายคนที่ไม่ชอบกลุ่มของกอหญ้าเพราะเห็นว่าได้คะแนนดีเกินหน้าเกินตาและ ทำอะไรก็ถูกต้องในสายตาอาจารย์ไปเสียหมด ข้าวหอม ดอกบัว และเนย เดินเข้ามาเย้ยหยัน “ถึงแม้ว่าจะเก่งในมหาลัยไม่ใช่ว่าจะเก่งในชีวิตจริงข้างนอกอะนะ ฮ้าาา” ข้าวหอมพูดขึ้นมาด้วยท่าทางยิ้มเย้ยและสะใจที่เห็นว่าพวกกอหญ้ายังหาที่ฝึกงานยังไม่ได้ “ตั้งใจหาที่ฝึกงานหน่อยน่ะ หวังว่าพวกเราจะได้จบไปพร้อมๆ กัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า” “ทำไม่ไม้ฝึกงานที่บริษัทของกล้าหาญละถ้าฝึกที่นั่นไม่ต้องทำอะไรก็ได้ไม่ใช้เหรอแค่ให้พ่อเซ็นให้ก็จบแล้วนิ สบายจะตายจะดิ้นรนไปทำไม ยังไงก็ขอให้หาที่ฝึกงานให้ได้นะ” ทั้งสามสาวหลังจากที่พูดเยอะอย่างสะใจเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไปแบบสวยทิ้งให้ กอหญ้า นนท์นี่และกล้าหาญ นั่งกลุ้มและทำอะไรไม่ได้กับคำเยอะหยันของพวกสามสาวเพราะมันเป็นเรื่องจริง และพวกสามสาวเข้ามาพูดแบบนี้ก็จงใจให้ทั้งสามคนต้องทำยังไงก็ได้และจะไม่เลือกที่จะไปฝึกงานที่บริษัทของกล้าหาญเด็ดขาด “โธ่เว้ย จะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนจะทำยังไงดีให้หาที่ฝึกงานให้ทัน” นนท์นี่เริ่มเอามือลูบหัวตัวเองแรงๆ ทั้งที่เธอเป็นผู้ชายหวานๆ เรียบร้อยเริ่มมีความแมนขึ้นมาทันที ที่นนท์นี่เป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกันเลยเปรียบเสมือนเพื่อนสาวของกอหญ้า “ไม่ต้องไปฟังคำของพวกนั้นหลอก เราไม่ซีเรียสอะไรถ้าสุดท้ายแล้วพวกเราต้องไปฝึกงานที่บริษัททางบ้านเรา ต่อให้พวกมันว่าผ่านง่ายเราก็ไม่ถือสาอะไร เพราะยังไงเราก็ใกล้จะจบแล้ว ต่อให้ว่าก็เจอหน้าพวกมันอีกไม่นาน ขอแค่เราจบภายในปีนี้ก็พอ” “เฮ้อ” ทั้งสามคนถอนหายใจออกมาดังๆ พร้อมกันเพราะปัญหาที่มียังแก้ไม่ตก และยังนั่งอยู่ในห้องเรียนไม่ลุกออกไปไหน “งั้นขอเวลาอีกอาทิตย์หนึ่งหาที่ฝึกงานให้มันสุด หรือมันจนหนทางจริงค่อยว่ากันนะกล้าหาญ “กอหญ้าหันไปคุยกับกล้าหาญด้วยความเข้าใจความรู้สึกของเขา กอหญ้าเลื่อนดูโทรศัพท์ของตัวเองไปเรื่อยๆ จนมาหยุดดูที่ไร่ที่มีชื่อว่าไร่กระทิงที่กำลังโปรโมทให้คนมาท่องเที่ยวแถมยังมีเครื่องดื่มขนมที่แปรรูปจากผลไม้อีกมากมาย “เราอาจจะมีหวังก็ได้นะนนท์นี่” “มีหวังอะไรนังชะนีน้อยแม้แต่แสงสว่างของทางออกตอนนี้ฉันยังมองไม่เห็นเลย” “ถ้าเป็นที่นี้นนท์นี้กับกล้าหาญจะไปไหมอาจจะไกลหน่อย” “จะไกลเท่าไหร่ตอนนี้ฉันก็ไปได้หมดค่ะ จะให้เดินขึ้นเขาหรือว่ายน้ำข้ามทะเลก็ไปค่ะตอนนี้ขอให้ได้ที่ฝึกงานเถอะ“ ที่มานั้นกลุ้มอยู่นี้ไม่ใช้เพราะพวกเธอไม่หาหรือเลือกที่ฝึกงานหลอกนะส่วนมากก็เต็มหรือไม่มีนโยบายรับเด็กฝึกงานบ้างแหละ ก็เลยมานั่งกลุ้มใจกันอยู่นี้ ที่ไหนพวกเธอทั้งสามคนก็พร้อมจะไปทั้งนั้นละตอนนี้ ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด เสียงรอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อกอหญ้าวางโทรหาแม่ของเธอทันทีเพื่อหวังว่าจะได้ข้อมูลอะไรบางอย่างที่สามารถทำให้เธอมีที่ฝึกงานได้ภายในวันนี้ “ว่าไงจ๊ะกอหญ้า” “ยังเครียดเรื่องหาที่ฝึกงานไม่ได้อยู่อีกหรือ” “ค่ะแม่” “แม่มีที่หนึ่งน่าสนใจมากเลยลูกและเพื่อนหนูอยากมาฝึกงานแถวบ้านไหม” “ห๊ะที่ไหนละคะ” “ไร่กระทิง” “ห๊ะไร่กระทิง” “ตกใจอะไร” “พอดีเลยค่ะกอหญ้ากำลังจะถามแม่ว่าที่ไร่กระทิงว่าอยากได้เด็กฝึกงานไหม คุณแม่ช่วยไปพูดกับคุณป้าให้หน่อยได้ไหมคะ” กอหญ้าทำหน้าดีใจเมื่อเธอเจอความหวังใหม่เหมือนตอนนี้เธอกำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เหมือนเจอทางออกที่มืดมิดมานาน ตัวเธอและเพื่อนเพื่อนกำลังจะเจอทางออกของปัญหาที่ติดค้างมานานเกือบสามอาทิตย์ “อืม แต่แม่ลองพูดให้บ้างแล้วน่ะ แต่เห็นว่ากัลยาเขามีข้อตกลงอะไรไม่รู้ลองโทรไปถามรายละเอียดดูที่เบอร์โทร08xxxxxx” “ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะแม่” “จ้า จำเบอร์ได้ใช้ไหม” “ค่ะ เบอร์08xxxxxxxx จำได้ค่ะแม่ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ” “จ้า รองไปคุยกับป้าเขาดูนะ” “ค่ะขอบคุณมากนะคะแม่” “ยังไง สรุปอย่างไง” ทุกคำพูดที่กอหญ้าสนทนากับแม่ของเธอทั้งนนท์นี่และกล้าหาญต่างนั่งลุ้นที่จะเอาคำตอบว่าพวกเขาจะได้ที่ฝึกงานไหม “ยังไม่สรุป ต้องรอถามป้ากันยาก่อน” “ป้ากันยาคือใคร” “ก็น่าจะเป็นเจ้าของไร่” “แล้วจะรออะไรอยู่ก็โทรไปเลยสิ” กอหญ้ากดโทรศัพท์ออกด้วยความรู้สึกที่มีความหวังและตื่นเต้นมากๆ และก็ลุ้นมากๆ เช่นกันว่าจะได้ฝึกงานไหม 0 8 x x x x x x x x ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด 00:01 “สวัสดีค่ะคุณป้ากัลยา นี้กอหญ้านะคะ หนูเป็นลูกสาวของแม่เกษรา” “ออหนูกอหญ้าที่เคยมาวิ่งเล่นกับเจ้ากระทิงมันตั้งแต่เด็กใช้ไหม” หลังจากที่ได้ยินคำทักทายของผู้ใหญ่ที่เคยรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแต่ก็มาห่างกันตอนที่เธอโต ทำให้เธอพูดอะไรไม่ถูก และก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีได้แต่ตอบคำสั้นๆ ไปว่า “ค่ะ ใช้ค่ะ” “กำลังหาที่ฝึกงานอยู่หรือ” “ค่ะ แล้วที่บริษัทหรือโรงงานของคุณป้าต้องการเด็กฝึกงานไหมคะ” กอหญ้าถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อมและกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็รอลุ้นกับคำตอบของหญิงวัยกลางคน “ปกติแล้วป้าไม่รับเด็กฝึกงานเลย” กอหญ้าลดสายตาลงทันทีจากสายตาที่มีความหวังกลับแปลเปลี่ยนสายตาที่ดูเศร้าใจทันทีจากที่เธอมีความหวังน้ากำลังดีใจกับหมดหวังเอาเสียดื้อๆ “แต่ถ้าเป็นหนูกอหญ้า ป้าคิดว่าป้าน่าจะรับเด็กฝึกงานมาช่วยทำงานในปีนี้นะ” หน้าตาที่ไม่สู้ดีเมื่อกี้แปลเปลี่ยนเป็นดีใจและยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง “ขอบคุณนะคะคุณป้า” “แต่ป้ามีเรื่องหนักใจอยู่หนึ่งเรื่องอยากจะให้หนูกอหญ้าช่วยป้าหน่อยจะได้ไหม” “เรื่องอะไรหรือคะ” “ป้าจะยังไม่บอกในตอนนี้เอาเป็นว่า ถ้าหนูตกลงที่จะช่วยป้าก็ส่งจดหมายขอฝึกงานมาได้เลย แล้ววันที่จะเริ่มฝึกงานป้าถึงจะบอก” กอหญ้าทำหน้าสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมคุณป้าถึงไม่บอกเรื่องที่ขอให้เธอช่วยตอนนี้เลยทำไมต้องรอให้เธอไปฝึกงานก่อนถึงจะบอก “ด้วยค่ะแล้วหนูจะส่งจดหมายฝึกงานไปให้ค่ะ คุณป้าค่ะหนูขอเอาเพื่อนไปฝึกงานด้วยสองคนได้ไหมคะ” “ได้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ” “เป็นผู้ชายหนึ่งคน เป็นผู้ฉิงอีกหนึ่งคนค่ะ” “ผู้ฉิง” “ผู้ฉิงคือผู้ชายที่ชอบผู้ชายเหมือนกันนะคะ” กอหญ้าเห็นกัลยาถามซ้ำอีกครั้งเธอเกรงว่าป้ากันยาจะไม่เข้าใจจึงอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง “ออดีจ้า แล้วผู้ชายนี่ไม่ใช่แฟนหนูกอหญ้าใช่ไหมจ๊ะ” “ค่ะไม่ใช่ เป็นเพื่อนกันค่ะ” “ดีละ ที่ไร่ของป้ามีโรงงานหลายโรงงานหนูกอหญ้าจะเอาเพื่อนมาสักกี่คนก็ได้ป้าอนุญาตจะ” “ขอคุณคุณป้ามากๆ นะคะ” “แล้วเจอกันจ๊าหนูกอหญ้า” “ค่ะ ขอบคุณค่ะ” “สรุปว่าเราจะมีที่ฝึกงานแล้วใช้ไหม” กอหญ้าพยักหน้าและยิ้มด้วยความดีใจ “เย้ เก่งมากนางชะนีน้อย” ทั้งสองยกมือขึ้นมาตบกันเบาๆ ด้วยความดีใจ แถมยังกระโดดกอดกันหมุนเป็นวงกลมอีกด้วย กล้าหาญก็อยากเข้าไปกอดดีใจด้วย แต่นนท์นี่สกัดเอาไว้ก่อน “จะทำอะไร” “ก็จะเข้ามากอดดีใจด้วยไง ที่เรามีที่ฝึกงานแล้ว” “ไม่ได้จะข้าวมากอดผู้หญิงแบบพวกฉันได้ไงผิดผี ห้ามกอด” “จะกอดดีใจด้วยก็ไม่ได้” “ไม่ได้” กอหญ้ามองไปยิ้มไปที่ทั้งสองทะเลาะกันแต่เธอก็มีความสุขที่ตอนนี้เธอมีที่ฝึกงานแล้วไม่ต้องคิดมากแล้ว แต่เธอกับมีข้อสงสัยอยู่ในใจเธอแทนว่าคุณป้าเขาต้องการให้เธอช่วยอะไรกันแน่ แล้วทำไมไม่บอกเธอเลยทำไมต้องเก็บคำขอร้องไว้รอจนกว่าให้เธอไปหา“ใส่ชุดแบบนี้ไปจริงๆ หรือ”กระทิงมองคนรักตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาไม่ชอบเลยที่เห็นกอหญ้าแต่งตัวแบบนี้ใส่ชุดเดรสสีดำเหนือเข่าแค่คืบเดียวแต่ด้านหลังเปิดจนถึงเอว“ใส่แบบนี้ไม่ได้หรือคะ”กอหญ้าหมุนตัวและก้มมองดูตัวเอง เธอคิดว่าชุดของเธอไม่เหมาะสมตรงไหนที่จะไปผับแบบนี้ใครๆ ก็ใส่กัน“เดรสสั้นไปแถมยังเปิดหลังลึกจนจะเห็นสะโพกอยู่แล้วแบบนี้พี่ไม่ให้ใส่”กอหญ้าทำหน้าสงสัยและงงปกติเธอก็ใส่แบบนี้แต่วันนี้วันที่เธอมีแฟนแล้วและแฟนของเธอกำลังทำหน้าบึ้งและไม่ชอบใจในชุดที่เธอใส่ตอนนี้ด้วย แต่เธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี“แบบนี้โป๊เหรอคะ กอหญ้าว่ามันไม่…”“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”“พี่กระทิงค่ะไปผับนะคะไม่ได้ไปวัดจะให้แต่งตัวมิดชิดได้ไงใครๆ เขาก็แต่งแบบนี้กัน กอหญ้าขอแต่งตัวแบบนี้แค่วันเดียวนะคะ”“ไม่ได้ค่ะไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ถ้าจะใส่ชุดแบบนี้ต้องมีพี่อยู่ด้วยตลอดเวลานี่พี่ไม่ได้ไปด้วย เปลี่ยนค่ะ จะไปเปลี่ยนหรือว่าจะไม่ไปดีคะ”“ไปเปลี่ยนก็ได้ค่ะ” กอหญ้าเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงคาร์โก้สีชมพูและเสื้อครอปสีขาวที่โชว์หน้าท้อง“เปลี่ยนเรียบร้อยแล้วไปกันได้ค่ะ”“เดี๋ยวจะโชว์ให้ได้ใช่มั้ย”“แค่พุงนิดเดียวเองค่ะไม่เป็
“จะไปมหาวิทยาลัยใช่ไหมวันนี้”“ค่ะ”“แล้วไหวใช่ไหม”หลังจากที่ผ่านศึกรักมาอย่างหนักหน่วงกระทิงก็ได้ให้กอหญ้าพักผ่อนเต็มๆ หนึ่งวัน แต่ก็อดที่จะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ไหวค่ะ”กระทิงมองหน้ากอหญ้าเพื่อหาคำตอบว่าเธอไหวจริงๆ หรือเปล่า“นำเสนองานใช่เวลานานไหม”“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ น่าจะประมาณครึ่งวันก็น่าจะเสร็จแล้วนะคะ”“ครึ่งวัน”“ค่ะน่าจะประมาณนั้น”“งั้นเดี๋ยวถ้านำเสนองานเสร็จแล้วก็โทรมาบอกพี่แล้วกันเดี๋ยวพี่จะไปรับ ““ค่ะ แต่กอหญ้าขออยู่กินข้าวเที่ยงกับ นนท์นี่กับกล้าหาญ จะได้ไหมคะ” กอหญ้า พูดพร้อมกับทำเสียงเบาลงเพราะตนรู้ดีว่ากระทิงไม่ได้ชอบกล้าหาญ และถ้าหากว่ากระทิงมารู้ทีหลังว่าเธอแอบไปกินข้าวกับเพื่อนก็อาจจะงอนหรือโกรธได้“อืมได้ ““ได้จริงๆ หรือคะ”“ได้สิทำไมจะไม่ได้ แต่อนุญาตให้ขนาดนี้ต้องมีรางวัลให้พี่หน่อยไหม”“รางวัลอะไรคะ”กระทิงชี้นิ้วไปที่แก้มและแตะมันเบาเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาววางปากเล็กๆ ไว้ที่แก้ม เมื่อกอหญ้าเขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนที่จะวางปากเล็กๆ ลงบนแก้มหนาของชายหนุ่ม“จูบ พี่กระทิง” กอหญ้าต้องทำหน้าอึ้งขึ้นมาทันทีเพราะสิ่งที่เธอจูบนั้น ไม่ใช่แก้มแต่เป็นปา
“สวัสดีครับคุณป้า”“เรียกแม่ได้ละมั้ง”“ครับคุณแม่”กระทิงเรียกเกษราว่าแม่ด้วยความเขินอายเล็กน้อยเพราะไม่ชิน ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียกคุณป้ามาตลอดไม่คิดว่าวันนี้จะได้เรียกคุณแม่“มารับน้องหรือ น่าจะกำลังใกล้จะลงมาแล้ว เดี๋ยวแม่ไปเรียกให้แล้วกันเดี๋ยวจะเดินทางกันสายนะ”“ไม่เป็นไรครับแม่ผมไม่รีบผมรอได้ครับ”“จะเอาแบบนั้นหรือ แล้วนี่ทานข้าวเช้ามาหรือยัง”“เรียบร้อยแล้วครับ”“มาแล้วค่ะ”“แล้วนี่ไม่เอากระเป๋าไปหรือกอหญ้า”“ไม่เอาไปค่ะคุณแม่เดี๋ยวก็ต้องเก็บของกลับมาอยู่ดีที่โน่นก็มีเสื้อผ้าใช้ค่ะ”“จริงด้วย”“รีบเดินทางกันเถอะจ้ะเดี๋ยวไปถึงที่โน่นมืดค่ำเสียก่อน”“ค่ะ” กระทิงเดินไปเปิด ประตูให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะพี่กระทิง”“เมื่อวานทำไมไม่ทำกับข้าวส่งให้พี่”“ก็พี่กระทิงจะ ไปสั่งงานลูกน้องตามจุดต่างๆ ไม่ใช่หรือคะ กอหญ้าไม่อยากไปรบกวน และไม่อยากโทรถามด้วยว่าพี่กระทิงอยู่ที่ไหนของไร่ อย่าลืมสิว่าไร่ของพี่กระทิงกว้างขวางจะตาย”“แต่พี่ก็อยากกินอาหารฝีมือของกอหญ้า”“ไม่ต้องน้อยใจค่ะ นี่ค่ะวันนี้กอหญ้าทำ แซนด์วิชมาให้ทานระหว่างทางกลัวว่าพี่จะหิวด้วยค่ะ” หญิงสาวหยิบกล่องทัพเพอร์แวร์ออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันไหน ที่กระทิงต้องขึ้นมาส่งกอหญ้าถึงบนห้องนอน“ไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหมที่พี่ยังไม่ให้กอหญ้ากลับ”กอหญ้าทำหน้าเศร้าและไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่มร่างโต ได้แต่ก้มหน้าและไม่เหลียวมามองหน้าชายหนุ่มเลย“อย่าโกรธพี่เลยนะคะคนเก่ง”กระทิงยกมือหนาของตัวเองลูบลงบนผมของหญิงสาวอย่างเบามือ“...”“เดี๋ยวพี่จะ ไปส่ง”“พี่จะไปส่ง”“ครับพี่จะไปส่ง”“พี่จะไปส่งหรือจะไปคุมประพฤติกอหญ้ากันแน่”หญิงสาวทำหน้างอนเล็กน้อย“ไม่ได้ไปคุมประพฤติหรอก มีธุระต้องลงไปกรุงเทพพอดีนะ ไปพร้อมพี่เถอะนะพี่ไม่ได้ไปกรุงเทพนานแล้วจะให้ไปคนเดียว ไม่กลัวพี่หลงทางหรือครับ”“มีธุระ”“ครับมีธุระ”“ธุระอะไรคะ”กอหญ้าพูดพร้อมกับหรี่ตาดูเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงไหม“พอดีพี่ต้องไปติดต่อซื้อหุ้นให้ไอ้สิงห์มันน่ะ นัดไว้แล้ว”เมื่อหญิงสาวร่างบางได้พินิจดูแล้วไม่มีพิรุธไม่มีสายตาว่อกแว่ก ไม่มีการหลบตา ก็คงเป็นความจริงตามที่เขาว่า“งั้นก็รอกลับกับพี่กระทิงก็ได้ค่ะ”“ดีแล้วเป็นเด็กต้องว่านอนสอนง่าย”“ไม่ได้เชื่อฟังนะคะแต่กลัวคนแก่หลงทางมากกว่า”ด้วยความมันเขี้ยวของกระทิงที่ได้ยินว่
กระทิงยังตามติดชีวิตของกอหญ้าไม่ห่าง เมื่อรู้ว่าเพื่อนของกอหญ้ายังไม่กลับเขาก็ยิ่งตามติดชีวิตของกอหญ้าอยู่แบบนี้ไม่ให้ห่างกายไปไหน เพราะกระทิงรู้ดีและมองผู้ชายด้วยกันออก ว่าเพื่อนของกอหญ้าคนนี้คิดไม่ซื่อ ไม่ได้มองกอหญ้าเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแต่ยังแอบคิดมากกว่านั้น ดังนั้นกระทิงจะไม่ยอมให้คนที่แอบคิดไม่ซื่อกับผู้หญิงที่เขารักได้อยู่ใกล้กันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตื่นเช้ามาสิ่งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกนั่นก็คือไปหากอหญ้าที่บ้าน“นายครับวันนี้มีประชุม”“ยกเลิกการประชุมไปเลย”“ฮ่ะอะไรนะครับ ให้ยกเลิกการประชุมหรือครับ ทำไมละครับ นายไม่ได้มีธุระไปไหนไม่ใช่หรือครับ”“มี”“ไปไหนหรือครับผมยังไม่รู้เลย”“จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่องเลยหรือ”“ครับ”กระทิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจที่ลูกน้องเขาทำตัวเหมือนเป็นเจ้ากำนายเวร คอยตามติดอยากรู้กิจวัตรประจำวันของเขาไปซะหมด“มึงเป็นลูกน้องมึงไม่ ต้องรู้เรื่องของกูหมดทุกเรื่องก็ได้”“ไม่ได้ครับเพราะว่าถ้านายแม่ถามมาผมก็ต้องตอบได้ว่านายไปไหนครับ”“ไปหาเมีย”“ฮ่ะไปหาเมีย ตั้งแต่ที่นายเริ่มมีเมียจะเกเรแล้วนะครับเริ่มไม่ทำการไม่ทำงานแล้ว” กระทิงทำท่าเอาตีนถีบสิงโต
กอหญ้า ต้องขอถอนคำพูดที่เคยพูดเอาไว้ว่ากระทิงหึงแบบมีสติและมีเหตุผลออก เพราะตอนนี้และในขณะนี้ที่กอหญ้ากำลังทำบทรายงานอยู่กับเพื่อนๆ อยู่นั้น ก็มีกระทิงคอยตามมาเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ไม่ยอมไปไหนเลย ถ้าจะห่างคงเป็นที่นั่งเท่านั้นที่เว้นระยะให้หญิงสาวได้ทำงานบ้าง แต่ทางสายตากระทิงไม่ปล่อยให้กอหญ้าหายไปจากสายตาของเขาเลย หลังจากที่พูดคุยกับกอหญ้าและป้าเกษรา ตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแต่งงาน กระทิงก็ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอหญ้าอย่างเต็มตัว“นั่งเฝ้าไม่ห่างสายตาแบบนี้ก็คงจะได้เมาท์มอยกันหรอกนะ”“เมาท์มอยอะไร”“ก็เรื่องของแกกับพี่เขาไง”นนท์นี่พยายามพูดให้เบาที่สุดจนน้ำเสียงจะเหมือนกระซิบกันอยู่แล้วเพื่อที่จะไม่ให้คนที่ห่างออกไปไม่ไกลจากพวกเขาไม่มากนักแต่ก็ยังสามารถมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่ กอหญ้าเลือกที่จะนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารกลางบ้านเพราะว่าสะดวกสบายกับการทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนกระทิงนั้นนั่งโซฟาอยู่ห้องรับแขก และเหมือนว่าจะนั่งทำงานของตัวเองกับ โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งเครื่องแต่ดูเหมือนว่าสายตาของกระทิงนั้นจะมองมาที่กอหญ้าอยู่ตลอดเวลา“มีอะไร”“ขอถามตรงๆ เลยนะสรุปว่าคืนที่เขาเล่าลือกันนะแกได
เวลาหนึ่งทุ่ม กอหญ้าได้ส่งข้อความไปหากระทิงว่าเขาสามารถมารับเธอได้ไหมตอนหนึ่งทุ่ม เพราะเขาได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอไปงานที่หน้าไร่ ถ้ากระทิงไม่ส่งรถของเธอกลับบ้านไปเธอก็คงไม่ต้องรบกวนให้ เขาไปส่ง“ได้ตอนทุ่มหนึ่งเดียวพี่ไปรับ”“ค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบรับของชายหนุ่มร่างโตแล้วกอหญ้าจึงบอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่นอนหลับสบายรู้สึกตื่นขึ้นมา เมื่อเธอเหลียวมองดูนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรงแล้ว“เป็นยังไงบ้าง” ไม่ต้องเดาเลยว่าคนที่มาเคาะประตูนั้นเป็นใครเพียงแค่เคาะประตูสามครั้งเท่านั้นยังไม่รอให้กอหญ้าได้อนุญาตเลย กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาในห้องทันที
ตะวันพ้นขอบฟ้าแสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้กอหญ้ารู้สึกตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียตาของเธอยังไม่สามารถมองได้อย่างชัดเจน เพราะดวงตาของเธอนั้นกำลังปรับแสงให้เข้ากับแสงภายในห้อง มืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ควานหานาฬิกาเพื่อจะหาดูเวลาว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว“เอ๊ะ??? นาฬิกาหายไปไหน ทำไมมันหาไม่เจอมันไ
ปากเล็กๆ ที่กำลังกลืนกินกันไปมาต่างรับรส ในช่องปากของกันและกันอย่างหอมหวานถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูไม่ประสีประสามากนักแต่ก็เหมือนกับว่า เธอกำลังคล้อยตามเขาและกำลังฝึกจากการกระทำของชายหนุ่ม หญิงสาวเธอเริ่มจะโต้ตอบอีกฝ่ายโดยการจูบตอบชายหนุ่มบ้างในบางครั้ง ทั้งสองต่างแลกน้ำลาย และถ่ายเทอากาศให้กันและกันไ







