ログインหมอปรีดิ์กำลังรู้สึกแปลกๆ หลังจากที่ดื่มเหล้าแก้วที่วรางคณาให้หมดลงสักพัก หล่อนบอกว่า...ถ้าเขาอยากจะเข้าถ้ำก็ให้ตามหล่อนขึ้นไปในห้องของเขา
อาเลือดลมของเขามันโลดแล่นวูบวาบพิกล
บางส่วนกำลัง...
ให้ตาย!
ตอนนี้สมองของเขากำลังคิดแต่เรื่องอย่างว่า นี่เป็นบ้าอะไรหว่าเรา? หรือว่าวรางคณาเอาอะไรให้เขาดื่มกันนะ
ไอ้เหล้าแก้วเมื่อกี้ต้องมีอะไรแน่ๆ
จริงสิ เขาเคยมาแล้วหนหนึ่ง ที่หล่อนเอาเหล้าผสมอะไรบางอย่างให้เขาดื่ม ตอนที่ไปคลับด้วยกัน คืนนั้นฟ้าเหลืองกัน คาตาเลยล่ะ แถมเขายังไม่ใช่แค่แต่กับหล่อนคนเดียวเสียด้วย...มีเพื่อนของหล่อนอีกหนึ่งคน
ก็หล่อนเป็นเสียแบบนี้แม่เขาถึงกลัว...
ตอนนี้เขาหูอื้อ ตาลาย คิดแต่เรื่องอย่างว่า คิดแต่หน้าอกคัพดีของวรางคณา คิดถึงแต่การได้สอดเข้าร่างนุ่มๆ ของหล่อน ของใครสักคนก็ได้ โอ...เขากำลังแข็ง แข็งไม่ดูเวล่ำเวลาเลยจริงๆ
เขาก้าวยาวๆ ขึ้นไปที่ห้อง ขมวดคิ้วนิดหน่อย ที่มันล็อค ไหนหล่อนว่าจะมารอเขา แม่งเอ๊ย! แต่ช่างเหอะ กำลังหูอื้อตาลายแบบนี้ ฤทธิ์ยามันแรงจริงๆ มือของเขาค่อนข้างสั่นขณะที่ไขกุญแจเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูดังปัง
เขามองกวาดไปที่โซฟา...สายตาสะดุดเข้ากับร่างแน่งน้อยที่กำลังนอนหันหลังให้เขา
นั่นมัน...
เขาก้าวยาวๆ ตรงไปหาหล่อน ยัยแมวมอมอีกแล้วนะ มาทำอะไรที่นี่ ที่ห้องเขาไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย อา...ยัยตัวแสบ!
หมอหนุ่มทรุดตัวลงนั่งข้างหล่อน กลิ่นหอมกรุ่นกำจายมาจากร่างน้อยทำให้เขาถึงกับสูดกลิ่นหล่อนเข้าไป ความร้อนยิ่งไหลพล่าน เขากำลังใกล้จุดแตกดับลืมตัว มือของเขาจับที่ต้นแขนเธอ เพียงแค่เนื้อแตะเนื้อ เหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นวูบไปยังบางส่วน ให้มันยิ่ง...ชูแข็งขึ้น
เขาแข็งจนปวด อยากได้...จนจะลืมตัว
เขามองหน้าหวานแอร่มนั้น มองปากอิ่มเผยอนิดๆ นั่น
“เหมียว ตื่นเถอะ เหมียว”
เสียงของเขาแหบเครือ เขามองตกที่ปากเธออย่างลืมตัว เจ้าหล่อนเพียงครางอืออา ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา
สวยเหลือเกิน
หอมเหลือเกิน
เขาร้อนเหลือเกิน...
โอ...
ทำไมถึงได้น่ารัก น่าปรารถนาถึงเพียงนี้นะ
หมอหนุ่มก้มลงแตะปากกับปากอิ่มย้อยนั่น
สติของเขาเตลิดไกลเกินระงับแล้วตอนนี้...
ขวัญเจ้าเอยกำลังฝัน...
ฝันว่าถูกงูเหลือมตัวหนึ่งรัดแน่นหนา
เจ้างูตัวนั้นกำลังใช้ลิ้นของมันเลียรอบปากเธอ แล้วก็ทำเหมือนจะกลืนเธอเข้าไป สาวน้อยสะดุ้งผวาขึ้นทั้งตัว เมื่อรับรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกรัดจริงๆ แต่ไม่ใช่งู เป็นอ้อมแขนของใครคนหนึ่งต่างหาก แล้วปากอิ่มที่กำลังจะเผยอพูดก็ถูกบดคลึงอย่างหนักหน่วงให้หล่อนแย้มเผยอปากออกจากกัน เปิดช่องทางให้ปลายลิ้นอุ่นของเขาคนนั้นแทรกเข้ามา แล้วขวัญเจ้าเอยก็รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกกินจริงๆ จากจูบเร่าร้อนแทบขาดใจนั่น
“อื้อ...”
เสียงหวานเอ่ยงึมงำ พยายามดิ้นอึกอักเพื่อให้พ้นจากอ้อมแขนนั่น หากเขากลับไม่ปล่อย กลับยิ่งรัดเธอแน่นเข้า มือร้ายซุกซนนั้น ลูบไล้ไปทั่วร่างงามในอ้อมแขน แบบของชุดที่เปิดมากกว่าปิด ทำให้ผิวผ่องถูกสัมผัสอย่างง่ายดาย ถูกลูบไล้แบบไม่มีอาภรณ์ใดๆ กั้น
เขายังคงไม่ถอนจูบดื่มด่ำที่ทำให้เธอแทบเป็นลม มือของเขาลูบไล้ฟอนเฟ้น ขวัญเจ้าเอยเหมือนจะเป็นลมไปจริงๆ กับสัมผัสร้อนเร่านั่น เมื่อดิ้นแล้วเขาไม่ปล่อย แม่สาวน้อยก็เริ่มร้องไห้แทน เขารูดซิปหลังของชุดหล่อนออก แล้วดึงรวดเดียว ชุดสวยฟูฟ่องนั่นก็หลุดไปจากร่างงาม เปิดเผยความสวยสะพรั่งในชุดเสื้อชั้นในเกาะอก กับกางเกงชั้นใน
“เหมียว เหมียวจ๋า”
เขาพร่ำชื่อหล่อน แล้วก้มลงคลุกเคล้าใบหน้ากับทรวงสาวที่ขนาดเกินตัว เขาดึงบราเซียของหล่อนออก พร้อมๆ กับจูบพรมไปกับความสวยสดที่ปรากฏตรงหน้า
“คุณปรีดิ์ คุณปรีดิ์ ปล่อยหนูนะ อื้อ...อย่า”
“อื้ม ขอเถอะนะ ทำไมน่ารักแบบนี้ เหมียวจ๋า”
เขาอ้อนเสียงพร่า อ้าปากดูดกลืนปลายยอดทับทิมสีเรื่อเข้าไปในอุ้งปากร้อนๆ ของตน สาวน้อยสะดุ้งขึ้นทั้งตัว มันเสียวสยิวไปทั้งตัว เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก รู้แต่ว่าเธอกำลังรู้สึกว่าบางส่วนกำลังร้อนผ่าว ในท้องเหมือนมีผีเสื้อนับพันกระพือปีก ส่วนสาวชื้นฉ่ำ อารมณ์ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน กำลังเกิดขึ้นกับเธอ มันบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร สับสนไปหมดแล้วตอนนี้ ว่าควรผลักเขาออก หรือกอดเขาไว้ให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรต่อไปดี
“อ๊า...มะไม่ อย่าจับตรงนั้นของหนู”
เธอรีบห้ามเมื่อเขาเลื่อนไถลใบหน้าไปตามหน้าท้องนุ่ม กลิ่นของความสาวโชยกรุ่น คนกำลังมัวเมาและคึกคะนองไปด้วยอารมณ์ใคร่ จับขาของหล่อนพาดไหล่ กระชากางเกงในตัวจิ๋วจนมันขาดอย่างใจร้อน แล้วซุกหน้าลงไปกับกลีบสาวที่ปิดแน่น
“อื้อ...มะ...อื้อ”
นี่มันความรู้สึกอะไรกัน สาวน้อยตอนนี้ในหัวอื้ออึงไปหมด เสียงดื่มกินหล่อนจากเขายิ่งทำให้หล่อนเตลิดเปิดเปิงลอยล่องขึ้นไปสู่ห้วงอารมณ์ที่ตนเองไม่รู้จัก ปรีดิ์ห้ามตัวเองไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเพราะสิ่งที่ตนเผลอดื่มเข้าไปมันปลุกอารมณ์ชายจนเกินจะต้าน หรือเพราะในใจลึกๆ ที่มีต่อแม่แมวมอมของเขากันแน่ รู้แต่ผิวเนื้อนุ่มนิ่ม กลิ่นสาวนี้ทำให้เขามัวเมา หลงใหล และถอนตัวไม่ได้จริงๆ
มือของหล่อนจิกผมเขาแน่น หลับตาปี๋ เกร็งไปหมดทั้งตัว เมื่อเขาระรัวลิ้นกับติ่งเกสรสาว คลี่แย้มหล่อนเพื่อเขา ค่อยสอดแทรกปลายนิ้วเข้าไปทีละนิด อา...แน่นเหลือเกินแม่ทูนหัว แม้จะคลั่งไปด้วยตัณหาอันดำมืด แต่เขาก็ยังนึกอาทรหล่อน หล่อนฟิตแทบจะสอดนิ้วเข้าไปไม่ได้
ครรลองธรรมชาติทำให้หล่อนขับน้ำหวานออกมา ทำให้นิ้วของเขาเคลื่อนไปได้ทีละนิด ร่างน้อยเกาะกอดเขาแน่นเมื่อเขาละจากตรงนั้น แล้วขึ้นมาจูบเธอ ปากของเปี่ยมไปด้วยรสชาติของเธอและกลิ่นของเธอ สาวน้อยครางกับปากเขา เธอกำลังถูกส่งขึ้นไป ขึ้นไป...หูอื้อไปหมด ไม่รับรู้ใดๆ นอกจากปลายนิ้วของเขาที่กำลังบรรเลงเพลงหฤหรรษ์กับพื้นที่ส่วนนั้น
ราวกับพลุนับพันแตกในสมองเธอ
ร่างงามเกร็งทั้งตัวเมื่อถึงจุด
เขาครางแนบปากนิ่มอิ่มที่ตอนนี้เห่อช้ำไปหมดเพราะแรงดูดดึงบดเคล้าของเขา เขาไม่ไหวแล้ว...เขาต้องได้เธอตอนนี้
เสียงทุ้มพึมพำแผ่วขอโทษ ร่างน้อยหอบหายใจเพราะสวรรค์ที่เพิ่งขึ้นไปลิ้มรส เขาแยกเรียวขาของเธอออกให้มีที่สำหรับเขา ลูบไล้กลีบกุหลาบฉ่ำน้ำ
“เหมียวจ๋า พี่ขอนะ พี่ไม่ไหวแล้ว”
“คุณปรีดิ์ อื้อ...อุ๊ย หนูเจ็บ”
หล่อนทุบอกเขาเบาๆ ร่างงามเกร็งแข็งเมื่อเขาสอดแทรกความใหญ่โตเข้ามา เขาตัวโตกว่าเธอตั้งหลายเท่า อะไรๆ ก็...ใหญ่ตามตัวเขาไปด้วย
เขาพรมจูบไปทั่วใบหน้านองน้ำตาของสาวน้อย กระซิบพร่ำแทบไม่เป็นภาษา มันดีเหลือเกิน เธอกำลังทำให้เขาไม่ไหว เพียงแค่สอดเข้าไปได้นิดหน่อย เขาก็เกือบจะล้นหลั่งออกมา
“อา...เหมียวจ๋า เหมียว...อย่าเกร็งคนดี อย่าเกร็ง เดี๋ยวจะเจ็บนะ โอ๋ๆ จุ๊ๆ”
“อื้อ...คุณปรีดิ์ หนู...ฮึก”
เสียงหลังคือเสียงสะอื้น เขาโอ๋เธอยังกับโอ๋เด็กที่ตัวเองพาวิ่งแล้วหกล้มอย่างนั้น แต่นี่...มันเจ็บกว่าหกล้มแน่นอน...เจ็บ...แต่ก็รู้สึกดีไปด้วย อะไรกันนี่?
เขาก้มลงดูดดื่มทรวงนุ่ม บีบเคล้นอย่างมันมือ อีกมือหนึ่งแตะไปยังส่วนเกสรร่างกายยังเชื่อมกันอยู่ เขาค่อยๆ ดันตัวเข้าไป ขณะที่เล้าโลมไปด้วย สติส่วนลึกยั้งคิดว่าน้องยังบริสุทธิ์มันทำให้เขาค่อยๆ อ่อนโยน ไม่ได้รุนแรงเอาแต่ใจ
แต่จะให้ปล่อยก็ไม่ได้
ไม่ได้จริงๆ
ไม่รู้ว่าเพราะยาปลุกเซ็กซ์ที่วรางคณาใส่มา หรือว่าเพราะอย่างอื่นกันแน่ มันทำให้เขาหยุดตัวเองไม่ได้
เสียงสะอื้นค่อยแผ่ว กลายเป็นเสียงครางแทน เมื่อเขาปลุกเร้าหล่อนไปด้วยแบบนั้น จนเมื่อเขาแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกับหล่อน เขาก็กระซิบอ้อนริมหู จูบซับน้ำตาให้ แล้วค่อยๆ ขยับ
“เจ็บอีกไหม เจ็บหรือเปล่า เหมียวจ๋า พี่จะทำช้าๆ อา...อื้ม...ดีเหลือเกิน”
เธอหลับตาพริ้ม หน้าตาแดงไปหมดเพราะแรงอารมณ์ เธอเม้มปากแน่น การขยับของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านปนเจ็บนิดๆ ก่อนจะค่อยคลายความเจ็บกลับรู้สึกอย่างอื่นแทน
สองร่างเกาะกอดกันค่อยพากันไปยังห้วงแห่งความสุขในเพศรส เขาสอนสั่งให้สาวน้อยค่อยรับความสุข ไม่ใช่หนเดียว แต่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
ในที่สุดขวัญเจ้าเอยก็หลับคาไปกับอกกว้าง ทั้งๆ ที่เขายังบรรเลงเพลงรัก เคลื่อนไหวเข้าออกในตัวเธออย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ห้ามย่องหาน้อง ห้ามทำให้น้องท้องก่อนแต่งงานกฎขาดที่มารดาขีดให้ หมอหนุ่มทำได้เป็นอย่างดี อาจจะเพราะเขาให้สัญญากับเธอเป็นมั่นเหมาะด้วยก็เป็นได้ ทรมานไหมบอกตรงๆ ว่าทรมาน เพราะหนุ่มเพลย์บอยอย่างเขาไม่น่าเชื่อว่าพอรักแล้ว จะรักเลย รักมั่นคงถาวร รักชนิดที่ว่าหญิงอื่นมาแก้ผ้าต่อหน้า เขาก็เมินเฉยเสีย แต่ไปใจเต้นแค่ได้แตะมือน้อง อย่างไรอย่างนั้นเขาเฝ้าอดทนรอ เฝ้าถนอมภรรยาสาวน้อยของเขา จนตอนนี้เธออายุได้ 23 ปี เรียนจบในระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในสาขาวิชาการบัญชี แน่ล่ะเธอคงจะได้ใช้วิชาความรู้ของเธอในการช่วยเหลือมารดา หรือเขาบ้าง เพราะตอนนี้เขามีงานเพิ่มคือเปิดคลินิกในเวลาช่วงเย็น ที่เขาออกเวร หล่อนก็รับหน้าที่ช่วยดูแลงานในเคาน์เตอร์เก็บเงิน วางระบบบัญชีให้เขา ช่วยงานของมารดา ที่ตอนนี้ท่านและเพื่อนๆ ตั้งมูลนิธิเล็กๆ ขึ้นมา ขวัญเจ้าเอยก็รับหน้าที่ดูแลเรื่องบัญชีเงินๆ ทองๆ หล่อนก็ยังมีเวลาดูแลต้นไม้ดอกไม้ที่หล่อนชอบ เปิดเรือนเพาะ และทำคาเฟ่เล็กๆ ไว้เพื่อให้ลูกค้าจิบกาแฟ กินขนม และชมต้นไม้นานาพันธุ์ของหล่อน เลือกหาซื้อกลับบ้านไปดูแลได้ด้วยวันนี้เป็นวันที่หมอปรีดิ์รอคอยมานาน
“ว่าไงวะไอ้หมอ ลาพักร้อนอีกแล้วนะมึง ลำบากกูไหมล่ะ มาขอด่วนขอฉุกเฉิน”ประโยคแรกบ่นอุบ เพราะเขาต้องไปเข้าเวรแทนเพื่อน ที่มาขอลางานแบบด่วน พักนี้หมออาตม์ขยันลาจริงๆ ท่าน ผอ.ก็ไม่ว่า ก็เพราะเขาอยู่ควงเวรแทนนี่ล่ะ ถือว่าหยวนๆ กันเพราะตอนเขาไอ้อาตม์ก็ช่วย เดาไม่ยากว่าไอ้หมอหายไปทำอะไร ก็คงจะไปเคลียร์ปัญหารักๆ ใคร่ๆ นั่นล่ะ“ทีตอนมึงล่ะ” ทางนั้นย้อน แล้วทำเสียงเคร่งๆ ใส่“ต้องเคลียร์กันนะไอ้ปรีดิ์ มึงนี่แสบมาก” “แล้วตกลงว่า...” เขาได้ยินเสียงอึกอักเล็กน้อยจากปลายสาย ขณะที่ถามคำถามนี้ออกไป“ว่าไงเรื่องเมีย?” “เอ่อ...ตามนั้นล่ะ”“อะไรวะตามนั้น”“เดี๋ยวกูจะแจกการ์ดแต่งงาน” ทางนั้นกระแอม “เอ่อ แค่นี้ล่ะ”“เฮ้ยๆ อะไรวะไอ้หมอ เดี๋ยวๆ”เพื่อนวางสายไปเสียแล้ว คงจะเขิน หรือไม่ก็คงจะไปปรึกษาเจ้าสาวล่ะสิ ว่าจะเอายังไงดี เพื่อนก็แฮปปี้ไปแล้ว เขาก็แอบดึงข้อมูลมาจากน้องจ๋า ว่าน้องกานพูลอะไรนี่ จริงๆ เป็นเด็กดี ที่ทำไปหนแรกและหนเดียว แจ๊กพ็อตมาเจอเพื่อนเขานั้น เพราะจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อนเพื่อรักษาแม่ไอ้หมอก็คงจะจริงจังนั่นแหละ ว่าไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ความรักไม่ได้เข้าใครออกใคร ตัวเขาเอง
“หน้าตาสดชื่นมากนะมึงน่ะ”หมออาตม์ที่ได้ยินเพื่อนผิวปากรื่นรมย์จึงเอ่ยแขวะขึ้นมา หมอปรีดิ์หันมองเพื่อนก่อนจะเลิกคิ้ว ตอนนี้สองหนุ่มกำลังนั่งทำรายงานสรุปกันอยู่ในห้องพักแพทย์ หน้าตาของหมออาตม์ ดูมุ่ย ดูเครียด เพื่อนรักเองก็พึ่งจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักหน้าบูดยิ่งกว่าตูดลิง ก็เลยกระแอม เลิกฮัมเพลงเพราะเกรงว่าท่าจะไม่ดี ดูเหมือนเพื่อนรักพร้อมจะพานพาโล“ก็...มึงเป็นอะไรวะไอ้หมออาตม์”“เฮ้อ...” เพื่อนของเขายักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากับรายงานเอกสารตรงหน้า หมอปรีดิ์แย่งปากกามาถือไว้ เลยโดนเพื่อนตวัดสายตาพิฆาตใส่ แต่ความที่สนิทกันมาขนาดนี้ ทำให้เขากล้าที่จะเจาะใจถามเพื่อน“เครียดเรื่องน้องไซด์ไลน์นั่น?”“เค้าไม่ได้ทำแล้ว”“เอ่อ...ก็ทำตอนกับมึงไง เฮ้ยๆ ไม่ต้องมามองกูตาเหมือนจะกินขนาดนั้น น้องเค้าชื่ออะไรนะ กูเรียกชื่อเค้าแทนงานก็ได้”“กานพูล” ตอบแล้วก็ถอนใจ พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับเอกสารเอาดื้อๆ เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก เสียงทุ้มบ่นงึม“กูจะทำยังไงดีวะ กับเค้า...กูจะขอซื้อเค้าต่อเค้าก็ไม่ขาย กูอยากอยู่กับเค้าว่ะ”“อื้อหึ...มึงก็จีบเค้าสิ นั่นก็ถือว่าเมียมึงเลยนะไอ้หมออาตม์ เพร
“วันนี้ถ่ายคลิปกันอีกนะ”อาทรมาเลียบๆ เคียงๆ ตักข้าวมานั่งรับประทานข้างๆ กับขวัญเจ้าเอย หล่อนมองหน้าเขาแล้วสั่นหน้า “ไม่ดีกว่าจ้ะ”“อ้าวทำไมล่ะ”อาทรมีสีหน้าผิดหวัง เขารู้สึกดีมากที่ได้ใกล้ชิดกับ ขวัญเจ้าเอยในทริปบุญนี้ แม้จะยี้ที่พักไปนิด ยี้อาหารไปหน่อย เพราะมันไม่เหมาะกับเดอะริช กาย อย่างเขา แต่ก็หยวนๆ เพราะได้ใกล้ชิดกับหญิงในดวงใจแบบสุดๆ “เรา...”ขวัญเจ้าเอยย่นจมูกน้อยๆ นึกถึงหน้าของปรีดิ์ เขาคงจะไม่ชอบใจนักหรอกก็เขาบอกว่าเขาจะชำระความเธอ ที่ถ่ายคลิปกับอาทรเขาหึงเธอตอนเห็นคลิปนั่นสินะ ถึงได้ดั้นด้นมาแบบนี้ น่าจะลางานมาด้วยนั่นแหละ ตั้งแต่อยู่บ้านของเขามา เขาลางานแทบจะนับครั้งได้ ขนาดว่าคืนนั้นจะเที่ยวเหลวไหลขนาดไหน เช้ามาหมอปรีดิ์ก็สติ ร่างกายพร้อมไปทำงาน น้อยครั้งที่จะเกงาน ลางานนี่เขาถึงกับลางานแล้วถ่อตามมา ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ ขับรถมาเองด้วย สิ่งที่เขาทำ ทำให้สาวน้อยรู้สึกดีอย่างแปลกๆ นี่ดีใจอะไรที่เขาหึงเรานะ“เอาเถอะ เราไม่อยากมีปัญหาน่ะ”“ปัญหาอะไร” อาทรยังเซ้าซี้ถาม ขวัญเจ้าเอยตักอาหารรับประทาน ทำหูทวนลมด้วยการชวนเขากิน“ผัดอันนี้อร่อยเนาะ เค้าบอกเราว่าชื่อว่
“คุณหญิงคะ คุณหญิง มีคนมาหาค่ะ”คุณหญิงรุจีที่นอนในมุ้งกับขวัญเจ้าเอยตรงบริเวณห้องโถงของบ้านผู้ใหญ่บ้านสะดุ้งตื่น เมื่อมีคนมาเรียก เธอมุดมุ้งออกมาพร้อมกับขวัญเจ้าเอยที่ตื่นตามคุณท่านของเธอทันที ใครมากันนะ คุณหญิงเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนกลางห้อง ตีห้า....อื้อหึคนบ้านนอกตื่นกันแต่เช้าเป็นกิจวัตร บางทีตื่นกันแต่ตีสี่เพื่อมาทำงานประจำวัน ตอนนี้เวลายามรุ่งสาง บรรยากาศค่อนข้างดี มีเสียงนก มีกลิ่นควันไฟที่ก่อตามบ้านบางบ้านเริ่มหุงหาอาหาร เคลื่อนไหวทำหน้าที่ประจำของตนคุณหญิงด้วยความรีบจึงไม่ได้ล้างหน้าอะไรลงมาพร้อมกับเอาเสื้อคลุมแบบยาว คลุมชุดนอนที่เป็นชุดกระโปงของท่าน เดินลงเรือนมาโดยมีขวัญเจ้าเอยตามมาติดๆ หล่อนอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงวอร์ม ผมเผ้าค่อนข้างยุ่งเหยิง คนที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คุณหญิงถึงกับตื่นเต็มตา ส่วนขวัญเจ้าเอยเองก็เบิกตาโตมองเขา ปรีดิ์ยืนหน้ามุ่ยอยู่ตรงนั้น เขายกมือไหว้มารดา หากตามองแต่ขวัญเจ้าเอย“แม่ครับ ทำไมมาจัดทริปบุญอะไรไกลข้ามเขาข้ามดอยเฉียดเหวขนาดนี้ กว่าผมจะหาเจอ เหนื่อยมาก ง่วงมาก ผมง่วงมาก”หมอหนุ่มเน้นเสียง มารดาทำหน้าจะยิ้มก็ไม่ใช่ จะโกรธก็ไม่เชิง แล้วท้าวเอ
“พรุ่งนี้แวะทำบุญกันที่พระธาตุดอยตุง แล้วก็แวะเที่ยวแม่สาย ต่อด้วยโปรแกรมพักผ่อนที่รีสอร์ท ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทริปครั้งนี้นะคะ”คุณหญิงบอกกล่าวหมายกำหนดการให้กับเพื่อนๆ ร่วมทริป เมื่อนั่งสรุปงานกันอยู่รอบกองไฟที่จุดขึ้นเพื่อเอาบรรยากาศ ตอนนี้ไม่ใช่หน้าหนาว แต่ยอดดอยก็จัดได้ว่าเย็นๆ สบาย พอจะปิ้งมันปิ้งหมู กินกันได้บรรยากาศพอสมควร“ทริปหน้าหาโรงเรียนยากจน ลงใต้บ้างไหมคุณปิ่น เราเที่ยวเหนือกันหลายรอบล่ะ”เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งออกความเห็นเรียกเสียงฮือฮาว่าเห็นด้วย โอมที่นั่งข้างกับคุณหญิงรุจียกมือเพื่อจะขอแสดงความคิดเห็น“ผมเคยไปเที่ยวที่แถวบ้านของพนักงานน่ะครับ ตอนนั้นยกกันไปเที่ยวประจำปีของบริษัท แถวนั้นมีโรงเรียนเล็กๆ ที่งบน่าจะเข้าไม่ถึง ตอนนั้นก็ช่วยไปบ้างจำนวนหนึ่ง ถ้าได้รวบรวมเงินจากเพื่อนๆ สมาชิกไปช่วย เด็กๆ ก็คงได้ประโยชน์มากเลยทีเดียว”“ลองส่งรายละเอียดเข้ากลุ่มดูนะคะ น่าสนใจดี”คุณหญิงรุจียิ้มให้กับโอม อาการของพวกเขาทำให้เพื่อนๆ ร่วมทริปสะกิดกันแล้วยิ้มตามไปด้วย เพราะพอจะรู้กันว่า โอมตามมาทำไมกับทริปบุญนี้“สมาชิกใหม่อย่างคุณโอม ทำให้เราได้ทำบุญ ช่วยคนได้เยอะมากขึ้นนะคะนี่ ขอ







