LOGIN“อ้าว...วันนี้เหมียวไปไหนน่ะ”
คุณหญิงรุจีเอ่ยถามเด็กรับใช้ที่วันนี้มาทำหน้าที่แทนคนโปรดของท่าน เจ้าหล่อนทำตาปริบๆ แล้วเอ่ยตอบเสียงเหน่อ
“ไม่รู้ค่ะ ป้าหมี่บอกให้พูนมาทำแทน เพราะคุณเหมียวไม่ได้ไปช่วยในครัวน่ะค่ะ”
“เอ...”
ประมุกของบ้านขมวดคิ้ว ท่าจะไม่ดีเสียแล้ว หรือว่า...จะไม่สบายกันนะ คุณหญิงลุกจากเก้าอี้ มันผิดปรกติที่สาวน้อยไม่ได้ลงมาทำหน้าที่ของตนเองหรือจะไม่สบายกัน คุณหญิงนึกเป็นห่วงเด็กของท่านมาก จึงได้เดินลิ่วขึ้นไปยังชั้นสอง เคาะห้องของขวัญเจ้าเอย แต่เจ้าตัวก็เงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ยิ่งทำให้ท่านยิ่งห่วง จึงเปิดประตูเข้าไป แล้วก็ยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้น เมื่อหล่อนไม่อยู่ในห้อง เตียงเย็นเชียบ เหมือนไม่มีคนนอนยิ่งทำให้ท่านร้อนใจ
“เหมียว เหมียว หายไปไหนกันนะลูก โอ๊ย! อะไรกันนี่”
ใจของท่านหายวาบเลยเมื่อร้องเรียก เปิดประตูห้องน้ำแล้ว หล่อนก็ไม่ได้อยู่ในนั้น แล้วขวัญเจ้าเอยไปไหนกัน
เอ...หรือจะอยู่เรือนต้นไม้นะ
ท่านเดินดุ่มๆ ลงไป แล้วก็เอ่ยร้องเรียกชื่อขวัญเจ้าเอยไปด้วย
หมอปรีดิ์ฝันสับสนอลม่านไปหมด รวมถึงปวดหัวตุบๆ อาจจะเพราะเมื่อคืนเขาหนักไปจริงๆ นั่นแหละ เขาค่อยปรือตาขึ้นมา รับรู้ว่าตนเองกำลังกอดอะไรอยู่บางอย่าง อุ่นๆ หอมๆ แน่นอนว่าไม่ใช่หมอนข้าง อา....เมื่อคืนเขาไปกินเหล้ากับนรินทร์ ไม่ได้เหลวไหลไปแรดที่ผับไหน แล้วเขาไปฉกสาวที่ไหนมานอนด้วยหว่า
เขาก้มลงมองคนในอ้อมแขน เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าหล่อนลืมตาขึ้นมาแล้วเงยมองเขาพอดี
เมื่อเห็นถนัดเขาก็เบิกตากว้าง
หล่อนเองก็เช่นกัน
ตาสบตา
ตาแป๋วแหววคู่นี้เขาจำได้ดี
“เฮ้ย!”
หมอปรีดิ์อุทานอย่างตกใจ แล้วผงะออกจากหล่อนเหมือนกับหล่อนเป็นของร้อน แม่สาวน้อยเองก็รีบลนลานลุกขึ้นนั่น ตามองเขาเลิ่กลั่ก ผมยาวยุ่ง หน้าแดงไปหมด หมอปรีดิ์มองลงกวาดตามเรือนร่างหล่อน อา...โชคดีที่หล่อนยังสวมเสื้อผ้า แล้ว แล้วทำไมหล่อนมานอนบนเตียงเขาวะ!
หล่อนนั่งทำตาโต มองหน้าเขา ก่อนจะเบะปาก เพราะตกใจเสียงของเขา แล้วหล่อนก็ปล่อยโฮ เป็นจังหวะเดียวกับที่มารดาของเขาเปิดประตูผั๊วะเข้ามาในห้องเขาพอดี
“หมอปรีดิ์ น้องหาย ว้าย”
เสียงกรี๊ดอย่างตกใจของมารดา เสียงร้องไห้ของยัยแมวมอม ทำให้หมอปรีดิ์ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที
งานเข้า!
เมื่อคืนเมาแล้วทำอะไรไปวะ
จำไม่ได้เลยสักอย่าง
แล้วทำไมยัยแมวมอมมานอนบนเตียงเขา...ทำไมเขาถึงนอนกอดหล่อนแบบนั้นล่ะ โอ...
ซวยแล้วไอ้หมอ
เด็กของแม่เขาเสียด้วย ที่เป็นโจทย์เขาหนนี้
เปลี่ยนจากซวยเป็นชะตาถึงฆาตเลยดีกว่าไหม หมอปรีดิ์
ห้ามย่องหาน้อง ห้ามทำให้น้องท้องก่อนแต่งงานกฎขาดที่มารดาขีดให้ หมอหนุ่มทำได้เป็นอย่างดี อาจจะเพราะเขาให้สัญญากับเธอเป็นมั่นเหมาะด้วยก็เป็นได้ ทรมานไหมบอกตรงๆ ว่าทรมาน เพราะหนุ่มเพลย์บอยอย่างเขาไม่น่าเชื่อว่าพอรักแล้ว จะรักเลย รักมั่นคงถาวร รักชนิดที่ว่าหญิงอื่นมาแก้ผ้าต่อหน้า เขาก็เมินเฉยเสีย แต่ไปใจเต้นแค่ได้แตะมือน้อง อย่างไรอย่างนั้นเขาเฝ้าอดทนรอ เฝ้าถนอมภรรยาสาวน้อยของเขา จนตอนนี้เธออายุได้ 23 ปี เรียนจบในระดับปริญญาตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในสาขาวิชาการบัญชี แน่ล่ะเธอคงจะได้ใช้วิชาความรู้ของเธอในการช่วยเหลือมารดา หรือเขาบ้าง เพราะตอนนี้เขามีงานเพิ่มคือเปิดคลินิกในเวลาช่วงเย็น ที่เขาออกเวร หล่อนก็รับหน้าที่ช่วยดูแลงานในเคาน์เตอร์เก็บเงิน วางระบบบัญชีให้เขา ช่วยงานของมารดา ที่ตอนนี้ท่านและเพื่อนๆ ตั้งมูลนิธิเล็กๆ ขึ้นมา ขวัญเจ้าเอยก็รับหน้าที่ดูแลเรื่องบัญชีเงินๆ ทองๆ หล่อนก็ยังมีเวลาดูแลต้นไม้ดอกไม้ที่หล่อนชอบ เปิดเรือนเพาะ และทำคาเฟ่เล็กๆ ไว้เพื่อให้ลูกค้าจิบกาแฟ กินขนม และชมต้นไม้นานาพันธุ์ของหล่อน เลือกหาซื้อกลับบ้านไปดูแลได้ด้วยวันนี้เป็นวันที่หมอปรีดิ์รอคอยมานาน
“ว่าไงวะไอ้หมอ ลาพักร้อนอีกแล้วนะมึง ลำบากกูไหมล่ะ มาขอด่วนขอฉุกเฉิน”ประโยคแรกบ่นอุบ เพราะเขาต้องไปเข้าเวรแทนเพื่อน ที่มาขอลางานแบบด่วน พักนี้หมออาตม์ขยันลาจริงๆ ท่าน ผอ.ก็ไม่ว่า ก็เพราะเขาอยู่ควงเวรแทนนี่ล่ะ ถือว่าหยวนๆ กันเพราะตอนเขาไอ้อาตม์ก็ช่วย เดาไม่ยากว่าไอ้หมอหายไปทำอะไร ก็คงจะไปเคลียร์ปัญหารักๆ ใคร่ๆ นั่นล่ะ“ทีตอนมึงล่ะ” ทางนั้นย้อน แล้วทำเสียงเคร่งๆ ใส่“ต้องเคลียร์กันนะไอ้ปรีดิ์ มึงนี่แสบมาก” “แล้วตกลงว่า...” เขาได้ยินเสียงอึกอักเล็กน้อยจากปลายสาย ขณะที่ถามคำถามนี้ออกไป“ว่าไงเรื่องเมีย?” “เอ่อ...ตามนั้นล่ะ”“อะไรวะตามนั้น”“เดี๋ยวกูจะแจกการ์ดแต่งงาน” ทางนั้นกระแอม “เอ่อ แค่นี้ล่ะ”“เฮ้ยๆ อะไรวะไอ้หมอ เดี๋ยวๆ”เพื่อนวางสายไปเสียแล้ว คงจะเขิน หรือไม่ก็คงจะไปปรึกษาเจ้าสาวล่ะสิ ว่าจะเอายังไงดี เพื่อนก็แฮปปี้ไปแล้ว เขาก็แอบดึงข้อมูลมาจากน้องจ๋า ว่าน้องกานพูลอะไรนี่ จริงๆ เป็นเด็กดี ที่ทำไปหนแรกและหนเดียว แจ๊กพ็อตมาเจอเพื่อนเขานั้น เพราะจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อนเพื่อรักษาแม่ไอ้หมอก็คงจะจริงจังนั่นแหละ ว่าไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ความรักไม่ได้เข้าใครออกใคร ตัวเขาเอง
“หน้าตาสดชื่นมากนะมึงน่ะ”หมออาตม์ที่ได้ยินเพื่อนผิวปากรื่นรมย์จึงเอ่ยแขวะขึ้นมา หมอปรีดิ์หันมองเพื่อนก่อนจะเลิกคิ้ว ตอนนี้สองหนุ่มกำลังนั่งทำรายงานสรุปกันอยู่ในห้องพักแพทย์ หน้าตาของหมออาตม์ ดูมุ่ย ดูเครียด เพื่อนรักเองก็พึ่งจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักหน้าบูดยิ่งกว่าตูดลิง ก็เลยกระแอม เลิกฮัมเพลงเพราะเกรงว่าท่าจะไม่ดี ดูเหมือนเพื่อนรักพร้อมจะพานพาโล“ก็...มึงเป็นอะไรวะไอ้หมออาตม์”“เฮ้อ...” เพื่อนของเขายักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากับรายงานเอกสารตรงหน้า หมอปรีดิ์แย่งปากกามาถือไว้ เลยโดนเพื่อนตวัดสายตาพิฆาตใส่ แต่ความที่สนิทกันมาขนาดนี้ ทำให้เขากล้าที่จะเจาะใจถามเพื่อน“เครียดเรื่องน้องไซด์ไลน์นั่น?”“เค้าไม่ได้ทำแล้ว”“เอ่อ...ก็ทำตอนกับมึงไง เฮ้ยๆ ไม่ต้องมามองกูตาเหมือนจะกินขนาดนั้น น้องเค้าชื่ออะไรนะ กูเรียกชื่อเค้าแทนงานก็ได้”“กานพูล” ตอบแล้วก็ถอนใจ พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับเอกสารเอาดื้อๆ เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก เสียงทุ้มบ่นงึม“กูจะทำยังไงดีวะ กับเค้า...กูจะขอซื้อเค้าต่อเค้าก็ไม่ขาย กูอยากอยู่กับเค้าว่ะ”“อื้อหึ...มึงก็จีบเค้าสิ นั่นก็ถือว่าเมียมึงเลยนะไอ้หมออาตม์ เพร
“วันนี้ถ่ายคลิปกันอีกนะ”อาทรมาเลียบๆ เคียงๆ ตักข้าวมานั่งรับประทานข้างๆ กับขวัญเจ้าเอย หล่อนมองหน้าเขาแล้วสั่นหน้า “ไม่ดีกว่าจ้ะ”“อ้าวทำไมล่ะ”อาทรมีสีหน้าผิดหวัง เขารู้สึกดีมากที่ได้ใกล้ชิดกับ ขวัญเจ้าเอยในทริปบุญนี้ แม้จะยี้ที่พักไปนิด ยี้อาหารไปหน่อย เพราะมันไม่เหมาะกับเดอะริช กาย อย่างเขา แต่ก็หยวนๆ เพราะได้ใกล้ชิดกับหญิงในดวงใจแบบสุดๆ “เรา...”ขวัญเจ้าเอยย่นจมูกน้อยๆ นึกถึงหน้าของปรีดิ์ เขาคงจะไม่ชอบใจนักหรอกก็เขาบอกว่าเขาจะชำระความเธอ ที่ถ่ายคลิปกับอาทรเขาหึงเธอตอนเห็นคลิปนั่นสินะ ถึงได้ดั้นด้นมาแบบนี้ น่าจะลางานมาด้วยนั่นแหละ ตั้งแต่อยู่บ้านของเขามา เขาลางานแทบจะนับครั้งได้ ขนาดว่าคืนนั้นจะเที่ยวเหลวไหลขนาดไหน เช้ามาหมอปรีดิ์ก็สติ ร่างกายพร้อมไปทำงาน น้อยครั้งที่จะเกงาน ลางานนี่เขาถึงกับลางานแล้วถ่อตามมา ระยะทางไม่ใช่น้อยๆ ขับรถมาเองด้วย สิ่งที่เขาทำ ทำให้สาวน้อยรู้สึกดีอย่างแปลกๆ นี่ดีใจอะไรที่เขาหึงเรานะ“เอาเถอะ เราไม่อยากมีปัญหาน่ะ”“ปัญหาอะไร” อาทรยังเซ้าซี้ถาม ขวัญเจ้าเอยตักอาหารรับประทาน ทำหูทวนลมด้วยการชวนเขากิน“ผัดอันนี้อร่อยเนาะ เค้าบอกเราว่าชื่อว่
“คุณหญิงคะ คุณหญิง มีคนมาหาค่ะ”คุณหญิงรุจีที่นอนในมุ้งกับขวัญเจ้าเอยตรงบริเวณห้องโถงของบ้านผู้ใหญ่บ้านสะดุ้งตื่น เมื่อมีคนมาเรียก เธอมุดมุ้งออกมาพร้อมกับขวัญเจ้าเอยที่ตื่นตามคุณท่านของเธอทันที ใครมากันนะ คุณหญิงเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนกลางห้อง ตีห้า....อื้อหึคนบ้านนอกตื่นกันแต่เช้าเป็นกิจวัตร บางทีตื่นกันแต่ตีสี่เพื่อมาทำงานประจำวัน ตอนนี้เวลายามรุ่งสาง บรรยากาศค่อนข้างดี มีเสียงนก มีกลิ่นควันไฟที่ก่อตามบ้านบางบ้านเริ่มหุงหาอาหาร เคลื่อนไหวทำหน้าที่ประจำของตนคุณหญิงด้วยความรีบจึงไม่ได้ล้างหน้าอะไรลงมาพร้อมกับเอาเสื้อคลุมแบบยาว คลุมชุดนอนที่เป็นชุดกระโปงของท่าน เดินลงเรือนมาโดยมีขวัญเจ้าเอยตามมาติดๆ หล่อนอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงวอร์ม ผมเผ้าค่อนข้างยุ่งเหยิง คนที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คุณหญิงถึงกับตื่นเต็มตา ส่วนขวัญเจ้าเอยเองก็เบิกตาโตมองเขา ปรีดิ์ยืนหน้ามุ่ยอยู่ตรงนั้น เขายกมือไหว้มารดา หากตามองแต่ขวัญเจ้าเอย“แม่ครับ ทำไมมาจัดทริปบุญอะไรไกลข้ามเขาข้ามดอยเฉียดเหวขนาดนี้ กว่าผมจะหาเจอ เหนื่อยมาก ง่วงมาก ผมง่วงมาก”หมอหนุ่มเน้นเสียง มารดาทำหน้าจะยิ้มก็ไม่ใช่ จะโกรธก็ไม่เชิง แล้วท้าวเอ
“พรุ่งนี้แวะทำบุญกันที่พระธาตุดอยตุง แล้วก็แวะเที่ยวแม่สาย ต่อด้วยโปรแกรมพักผ่อนที่รีสอร์ท ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทริปครั้งนี้นะคะ”คุณหญิงบอกกล่าวหมายกำหนดการให้กับเพื่อนๆ ร่วมทริป เมื่อนั่งสรุปงานกันอยู่รอบกองไฟที่จุดขึ้นเพื่อเอาบรรยากาศ ตอนนี้ไม่ใช่หน้าหนาว แต่ยอดดอยก็จัดได้ว่าเย็นๆ สบาย พอจะปิ้งมันปิ้งหมู กินกันได้บรรยากาศพอสมควร“ทริปหน้าหาโรงเรียนยากจน ลงใต้บ้างไหมคุณปิ่น เราเที่ยวเหนือกันหลายรอบล่ะ”เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งออกความเห็นเรียกเสียงฮือฮาว่าเห็นด้วย โอมที่นั่งข้างกับคุณหญิงรุจียกมือเพื่อจะขอแสดงความคิดเห็น“ผมเคยไปเที่ยวที่แถวบ้านของพนักงานน่ะครับ ตอนนั้นยกกันไปเที่ยวประจำปีของบริษัท แถวนั้นมีโรงเรียนเล็กๆ ที่งบน่าจะเข้าไม่ถึง ตอนนั้นก็ช่วยไปบ้างจำนวนหนึ่ง ถ้าได้รวบรวมเงินจากเพื่อนๆ สมาชิกไปช่วย เด็กๆ ก็คงได้ประโยชน์มากเลยทีเดียว”“ลองส่งรายละเอียดเข้ากลุ่มดูนะคะ น่าสนใจดี”คุณหญิงรุจียิ้มให้กับโอม อาการของพวกเขาทำให้เพื่อนๆ ร่วมทริปสะกิดกันแล้วยิ้มตามไปด้วย เพราะพอจะรู้กันว่า โอมตามมาทำไมกับทริปบุญนี้“สมาชิกใหม่อย่างคุณโอม ทำให้เราได้ทำบุญ ช่วยคนได้เยอะมากขึ้นนะคะนี่ ขอ







