แชร์

บทที่ 38

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-08-26 22:15:15

“เช่นนั้นมาเดิมพันกันหรือไม่” บุรุษต่างถิ่นหนวดเครารกครึ้มกล่าวพลางควงถุงเงินในมือเล่น “ข้าเดิมพันข้างคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง เฉินเซียงหรง ด้วยเงินถุงนี้ทั้งถุง”

เหล่าบุรุษตรงหน้าเขาได้ยินแล้วกลับหัวเราะออกมา ผู้ที่คล้ายร่ำรวยที่สุดในกลุ่มกล่าวอย่างใจกว้าง “พี่ชายท่านนี้ เก็บเงินถุงนี้ของท่านไว้เถอะ การพนันที่รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่แรกเช่นนี้จะพนันไปเพื่อสิ่งใด แม้จะเป็นชนชั้นพ่อค้า พวกเราก็หาใช่พวกใจคดที่ชอบเอาเปรียบคนต่างถิ่นที่ไม่รู้อะไรเช่นคนเหล่านั้น” พวกเขาต่างพร้อมใจกันผินหน้าไปยังกลุ่มผู้รับพนันขันต่อที่รวมตัวกันอยู่ในบริเวณที่นั่งอีกฟากฝั่งหนึ่งของลาน

ใครคนหนึ่งในกลุ่มเหล่าบุรุษนักวิพากษ์วิจารณ์กล่าวขึ้นอย่างเสียมิได้

“ได้ข่าวว่าผู้ที่ลงเดิมพันข้างคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง หากคุณหนูสามท่านนั้นสามารถชนะการประชันขันแข่ง กลายเป็นโฉมงามยอดเมธีคนใหม่ของงานเทศกาลชมบุปผาในครั้งนี้ นักพนันเหล่านั้นจะได้รับกำไรถึงยี่สิบเท่าของเงินลงพนันเลยทีเดียว เข้าใจหรือไม่ กระทั่งเซียนพนันผู้เป็นเจ้ามือเหล่านั้นที่หูไวตาไว อ่านสถานการณ์เรื่องพรรค์นี้เก่งเสียยิ่งกว่าพวกเราเหล่าพ่อค้าก็ยังไม่คิดว่าคุณหนูสามท่านนั้นจะเป็นผู้ชนะ...เกิดเป็นสตรีในยุคสมัยเช่นนี้น่ะ มีแค่ความงามอย่างเดียวอย่างคุณหนูสามท่านนั้นกลับไม่เพียงพอเสียแล้ว!”

“ความงามหรือ...” ผู้ถูกปฏิเสธการเดิมพันพึมพำ พลางจ้องมองไปยังคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงในประเด็นสนทนา “ก็นับว่างดงามโดดเด่นมากจริงๆ นั่นแหละ...”

เหล่าพ่อค้าเห็นท่าทีคนต่างถิ่นแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าอมยิ้ม บ้างก็ลอบส่ายหน้า

เฮ้อ! นี่ล่ะ ข้อแตกต่างของพวกเขาเหล่าคนในเมืองหลวงกับคนต่างถิ่น...ในยุคสมัยที่สตรีออกมาศึกษาเล่าเรียนในสถานศึกษาร่วมกับบุรุษ มิได้เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือนหลังเช่นเมื่อก่อน สำหรับพวกเขาเหล่าคนในเมืองหลวงแล้ว ยังมีสตรีงดงามชนิดใดบ้างที่ไม่เคยได้พบเห็น หึหึ ดูนัยน์ตาหวานล้ำทอประกายของสหายหน้าใหม่ท่านนี้สิ...ดูเหมือน ณ ที่นี่จะมีผู้ถูกความงามอันโดดเด่นของคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง ตอกหมุดเสน่หาปักดวงใจเอาไว้อย่างแน่นหนาตั้งแต่แรกพบเสียแล้ว…

การแข่งขันในรอบที่สอง เริ่มขึ้นทันทีที่เหล่าสาวงามผู้ผ่านเข้ารอบต่างหงายป้ายไม้สุ่มเลือกคู่ประชันขันแข่งครบทุกคน

คู่มือของเซียงหรงในการแข่งขันในรอบนี้ก็คือคุณหนูสี่สกุลอู๋

ในสายตาของเซียงหรง คุณหนูสี่จากสกุลอู๋ผู้นี้ช่างมีกิริยามารยาทและรูปร่างหน้าตางดงามหมดจดเป็นอย่างยิ่ง เซียงหรงไม่เคยคาดคิดว่าใต้หล้านี้จะมีสตรีที่สง่างามโดดเด่นไปกว่าพี่หญิงใหญ่ของตน ทว่า...หากจะกล่าวกันอย่างไม่เข้าข้างพี่หญิงใหญ่ของนางแล้ว ต้องยอมรับว่าคุณหนูสี่สกุลอู๋ผู้นี้ ดูงามสง่าสูงส่งในระดับที่พี่หญิงใหญ่ของนางยังไม่อาจทาบรัศมี เป็นความงามทรงพลังชนิดที่ยากจะหาใครเหมือน...ครั้งนี้นางต้องประชันหมากกับสตรีที่ดูยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้?

เซียงหรงพลันรู้สึกได้ว่าหัวใจดวงน้อยในช่องอกเต้นรัวถี่

นางรู้สึก...รู้สึกมีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง!

เห็นคู่มือของตนนัยน์ตาใสซื่อบริสุทธิ์เปล่งประกายวิบวับดูคุ้นตา อู๋ชิงชิง เห็นแล้วอดเอ็นดูไม่ได้

โดยปกติแล้ว สตรีที่นางพบเจอมีอยู่สามประเภทด้วยกัน ประเภทแรกคือพวกที่ชอบวางตัวว่าบริสุทธิ์ซื่อใส ประเภทที่สองคือพวกที่มักวางตัวสงบไว้สง่า ประเภทที่สามคือยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าจะพูดหรือไม่พูด จะกระทำหรือไม่กระทำสิ่งใด บนใบหน้าของพวกนางก็ล้วนมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอราวกับสวมหน้ากาก...

ทว่าคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง เฉินเซียงหรง ผู้นี้ กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป

แม้คุณหนูสามผู้นี้จะดูบริสุทธิ์ซื่อใส ทั้งยังวางตัวสงบไว้สง่า ใบหน้าหรือก็มีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา ทว่า...ทว่านางกลับไม่อาจนับคุณหนูสามตรงหน้านี้เข้ารวมเป็นพวกเดียวกับสตรีเหล่าที่ว่าพวกนั้นได้

แววตาสุกสกาวแวววาวเช่นนี้มันคล้ายกับ...คล้ายกับอะไรกันแน่นะ? เหตุใดนางจึงได้รู้สึกว่าคุณหนูจวนเฉินกั๋วกงตรงหน้าช่างดูนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู ชวนให้อยากลูบหัวและอยากสวมกอดเช่นนี้?

อ๋า...อยากลูบ...ข้าอยากลูบผมเงาๆ นั่น! อู๋ชิงชิงมองดวงตาคู่นั้นอย่างเผลอไผล กระทั่งนางกำนัลข้างกายผายมือกล่าวเชิญให้นั่งลง จึงค่อยกลับคืนสติอีกครั้ง

“ท่านก็คือคุณหนูสามจากจวนเฉินกั๋วกง เฉินเซียงหรง บุตรสาวเพียงคนเดียวของเซียงเหลียนจวิ้นจู...” อู๋ชิงชิงยิ้มน้อยๆ กล่าวด้วยแววตาซื่อตรงเป็นอย่างยิ่ง “ที่จริงแล้วข้าชื่นชมมารดาของคุณหนูสามเป็นอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าคุณหนูสามทราบหรือไม่ ในอดีตเซียงเหลียนจวิ้นจูนับเป็นผู้แตกฉานในกลหมากอย่างที่ยากจะหาใครเทียม กลหมากมากมายที่มารดาของคุณหนูสามคิดค้นเอาไว้ ล้วนถูกคัดลอกเอาไว้ในหอตำราของพวกเรา ตำรากลหมากของมารดาท่านนับเป็นหนึ่งในตำรากลหมากสำคัญอันดับต้นๆ ที่พวกเราเหล่าลูกศิษย์ของสำนักศึกษาทั้งชายและหญิงต่างต้องศึกษาเรียนรู้”

ได้ยินผู้เล่าถึงมารดาเช่นนี้ เฉินเซียงหรงตื่นตาตื่นใจ ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

“จริงหรือเจ้าคะ! ไม่ทราบว่าคนนอกเช่นข้าจะสามารถขอชื่นชมตำราหมากที่ว่านั้นสักครั้งได้หรือไม่ อ๊ะ...ทว่าพวกเราอยู่ในระหว่างการแข่งขัน...”

ฟังประโยคเหล่านี้  ที่กล่าวด้วยกิริยาซื่อใสไร้เดียงสา ปราศจากการปรุงแต่ง จากคุณหนูสามตรงหน้าแล้ว อู๋ชิงชิงก็เกิดสะท้อนใจขึ้นมา

หรือว่าเฉินกั๋วกงตัดเยื่อใยไร้ไมตรีกับบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกเพียงเพราะข่าวเล่าลือเมื่อเจ็ดแปดปีก่อน ไม่เพียงกักขังบุตรสาวไว้ในเรือน ยังถึงขั้นปิดหูปิดตานางจากทุกสิ่ง...คู่มือที่เป็นเช่นนี้จะให้นางที่เป็นยอดฝีหมากอันดับหนึ่งในเมืองหลวงรังแกลงได้อย่างไร?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 49

    “พี่ชาย...ท่านประเมินคุณหนูสามของข้าต่ำเกินไปแล้ว” ชายต่างถิ่นดูมั่นอกมั่นใจ เชื่อมั่นในตัวคุณหนูสามที่รูปโฉมงดงามเจิดจรัสยิ่งนักเหล่าพ่อค้าและชาวเมือง ณ บริเวณนั้นต่างเหลียวสบตา...ไม่ได้การแล้ว ไม่ได้การแล้ว! คนผู้นี้...คนผู้นี้ถูกความงามของคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงทำให้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปแล้วจริงๆ นั่นหละ…เฮ้อ! อีกไม่นานชายต่างถิ่นคนนี้ก็จะสิ้นเนื้อประดาตัว ทั้งยังอาจตกเป็นหนี้สินที่ไม่อาจชดใช้...ครั้งนี้นับว่าความงามของคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงสร้างบาปกรรมโดยแท้!ยิ่งคิด เหล่าพ่อค้าและชาวเมืองก็ยิ่งสังเวชใจ สมเพชเวทนาชายต่างถิ่นที่ไม่รู้ความ แยกไม่ออกว่าอะไรคือความงาม แยกไม่ออกว่าอะไรคือความสามารถ ผู้นี้ยิ่งนักข้างหน้ามีทั้งสาวงาม มีทั้งภาพที่ค่อยๆ ถูกแต่งแต้มจนเป็นรูปภาพหลากสีสัน เจริญตา ผู้เข้าชมการประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธีต่างเพลิดเพลินจำเริญใจเป็นอย่างยิ่งกว่าที่พวกเขาทั้งหมดจะทันรู้สึกตัว เสียงระฆังจากหอเหยียบเมฆาก็ดังขึ้นอีกครั้ง บอกให้รู้ว่าสาวงามทุกคนที่อยู่ข้างในล

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 48

    พ่อค้าและชาวเมือง ณ บริเวณนั้นต่างพากันส่ายหน้า เอือมระอา ผินหน้ากลับจ้องมองเหล่าสาวงามสบัดพู่กันตวัดวาดภาพอันงดงามเลิศล้ำ ไม่คิดต่อปากต่อคำกับคนถูกศรรักปักลึกจนหน้ามืดตามัว ให้เสียเวลาดูชมเหล่าสาวงามเลื่องชื่อของแผ่นดินเทียนจิน อวดความสามารถที่ฝึกฝนกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ผู้ที่ตวัดพู่กันวาดภาพได้รวดเร็ว ดูชมแล้วพาให้ตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด คือคุณหนูรองจากจวนเฉินกั๋วกง เฉินเหม่ยลี่ รองลงมาคือท่านหญิงเทียนจูที่ถูกจัดให้ยืนวาดภาพอยู่ข้างเคียงกันหญิงงามคู่นี้ยิ่งวาดภาพก็ยิ่งตวัดพู่กันรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังประชันความเร็วกันอย่างไรอย่างนั้น ทำเอาคุณหนูใหญ่จากจวนเฉินกั๋วกง เฉินชิวเยว่ และคุณหนูสี่จากจวนสกุลอู๋ อู๋ชิงชิง ที่ถูกจัดให้ยืนวาดภาพอยู่ถัดจากคุณหนูรองจวนเฉินกั๋วกงและท่านหญิงเทียนจูตามลำดับ กลายเป็นว่าตวัดพู่กันวาดภาพได้อย่างเอื่อยเฉื่อย เชื่องช้า ทั้งอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกว่าคุณหนูทั้งสองต่างเป็นผู้สุขุมและใจเย็นเป็นอย่างยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด ภาพวาดของยอดหญิงงามทั้งสี่ ล้วนงดงามยิ่งนอกจากคุณหนูทั้งสามและท่านหญิงเทียนจูแล้ว สี่สหายผู้รู้ใจจาก

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 47

    เซียงหรงเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ที่ประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกว่าน่าเคารพและเกรงขามมากกว่าอย่างอื่นของหวงโฮ่วอย่างลืมตัว หวงโฮ่วเองก็บังเอิญจ้องมองมาที่นางเช่นกันเซียงหรงตกใจจนทำตัวไม่ถูก สุดท้ายคนมีท่าไม้ตายเดียวอย่างการแย้มรอยยิ้มอย่างนางก็แย้มยิ้มเซียงหรงไม่ทันรู้ตัว ว่ารอยยิ้มนั้นทำให้หวงโฮ่วถึงกับทรงชะงักไปรอยยิ้มเช่นนี้...ราวกับจะล่มบ้านล่มเมืองได้เลยทีเดียว...ชั่วขณะนั้น หวงโฮ่วผู้ยังทรงมีพระสิริโฉมงดงามอ่อนเยาว์เองก็แย้มยิ้ม“คุณหนู...เชิญ”เสียงนางกำนัลข้างกายเรียกให้เซียงหรงได้สติ นางรีบยอบกายถวายพระพรให้หวงโฮ่ว ก่อนหันหน้ากลับมาหานางกำนัลนางกำนัลที่คล้ายได้รับหน้าที่ให้ดูแลนาง ผายมือบอกทางอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเซียงหรงมองตาม ก็เห็นว่าเหล่านางกำนัลที่ถูกยืมตัวมาช่วยงานในครั้งนี้ได้ตระเตรียมทั้งกระดาษ พู่กัน และ และข้าวของอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้เอาไว้ให้แล้วของที่จัดเตรียมไว้ให้เหล่านี้ ก็เหมือนกับของที่คนอื่นๆ ได้รับทุกอย่างเซียงหรงเข้าใจได้ในทันที...นี่คงเป็นความเป็

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 46

    เพราะทนแบกรับความอัปยศอดสูที่ยังไม่อาจกระทำสิ่งใดได้ไม่ไหว บิดาอย่างเขาจึงได้แต่ใช้การงานและสุรา มอมเมาให้ตนเองสามารถใช้ชีวิตผ่านมาได้เนิ่นนานถึงเพียงนี้...นึกไม่ถึงว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเดียว บุตรสาวคนสำคัญที่กลายเป็นว่าถูกบิดาอย่างตนทั้งละเลย ทั้งกักขังเอาไว้ในจวน ก็เติบใหญ่ขึ้นมาเป็นหญิงงามที่ส่องประกายเจิดจ้าถึงเพียงนี้แล้วหากเช้าวันนี้บุตรชายคนโตไม่ได้บุกเข้ามาปลุกถึงในเรือนนอน กล่าวว่าน้องสามของตนนั่งรถม้าออกจากจวนมากับอนุภรรยาที่ยามนี้ยิ่งใหญ่คับจวน กำลังจะเข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธี บิดาอย่างเขาก็คงยังมัวมอมเมาตนเองด้วยการงานและสุรา คงมิได้เรียกให้บ่าวรับใช้ไปนำน้ำแกงสร่างเมามาให้ จากนั้นก็เร่งชำระล้างร่างกาย แต่งเนื้อแต่งตัว ตามบุตรสาวที่น่าสงสารเข้าสู่สำนักศึกษาที่ตนไม่แม้แต่จะส่งนางเข้ามาศึกษาเล่าเรียนแห่งนี้ ถูกแล้ว...ทั้งหมดก็เพราะบิดาที่ไร้ความสามารถอย่างเขา เป็นห่วงเกินกว่าจะปล่อยให้บุตรสาวคนสำคัญนั่งรถม้าออกมากับอนุภรรยาของตนและบุตรสาวอีกสองคนที่ล้วนเกิดจากเหล่าอนุ โดยไม่ติดตามมาดูนางด้วยสองตาของตนเองสักหน่อย อย่างน้อยบิดาไร้ความสามารถเช่นเขาก็อ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 45

    การแข่งขันในรอบที่สาม ล้วนเป็นที่รู้กันว่าเป็นการแข่งขันวาดภาพ เหล่าสาวงามผู้ผ่านเข้าสู่รอบที่สามต่างตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปรารถนาจะได้เห็นหัวข้อของการแข่งขันในรอบที่สามกันโดยเร็วแม้แต่แรกจะไม่ได้นึกอยากประชันขันแข่งกับคนเหล่านี้ กระทั่งเซียงหรงเองก็ยังโดนบรรยากาศรอบๆ ตัว และสหายผู้พี่ที่ได้มาเพราะการประลองหมาก กระตุ้นให้พลอยอยากรู้อยากเห็น ตื่นตัวตามไปด้วยอีกราย พาให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส มีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่งเฉินกั๋วกงที่นั่งอยู่ในที่นั่งของเหล่าขุนนางชั้นสูงมองตรงไปยังบุตรสาวคนที่สามด้วยแววตาเต็มตื้น ทั้งภูมิใจและเสียใจในคราวเดียวกันผู้คนข้างนอกต่างกล่าวกันว่าบิดาเช่นเขาโมโหโกรธาและรู้สึกอับอายขายหน้า ที่บุตรสาวซึ่งเกิดจากภรรยาเอกกลับเกิดเรื่องอื้อฉาวคาวคลุ้งเช่นนั้น จึงกักขังบุตรสาวที่ไม่อาจออกหน้าออกตาของตนเอาไว้ในเรือนหลัง...แท้ที่จริงแล้ว บิดาอย่างเขาก็แค่สะเทือนใจและรู้สึกผิดต่อภรรยาที่ตายจากไป จนไม่อาจฝืนทนมองใบหน้าที่เหมือนกับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ตนรักราวถอดแบบกันมาของบุตรสาวคนนี้ได้ และได้แต่สำนึกเสียใจอยู่ตลอดเวลา คิดอยู่เสมอว่า หากบิดาไร้ความสามารถเช่นตนไม่ปล่อยให้บุตรสา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 44

    หลังการแข่งขันในรอบที่สองสิ้นสุดลง เหล่าสาวงามผู้เข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธีก็ถูกตัดออกกึ่งหนึ่ง ทำให้ยามนี้เหลือสาวงามอยู่ราวยี่สิบกว่าคน...จำนวนยี่สิบกว่าคนที่ว่านี้ นับว่าเยอะกว่าปีก่อนๆ ไม่เบาโดยมากแล้ว เมื่อการแข่งขันรอบที่สองสิ้นสุดลง จะคงเหลือสาวงามเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น การที่ในปีนี้มีสาวงามผ่านเข้ามาถึงรอบที่สามมากมายถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าสมควรกล่าวว่าคุณธรรมความสามารถของเหล่าสตรีเทียนจินเรา พุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ หน้านี้ไม่น้อย หรือคำถามที่ใช้คัดสาวงามส่วนหนึ่งออกไปในรอบแรกเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายเกินไปกันแน่…ก็กระทั่งคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงที่ไม่เคยเข้ารับการศึกษาจากสำนักศึกษาชื่อดังใด ก็ยังสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องจนผ่านเข้ารอบมาได้นี่นา...ต่างคนก็ต่างใจ เหล่าพ่อค้าและชาวเมืองซึ่งนั่งชมอยู่บนที่นั่งรอบๆ ลานต่างก็มีความคิดเป็นของตนเองทั้งนั้น เฉินชิวเยว่เองก็เช่นกันเฉินชิวเยว่ในยามนี้ กำพัดในมือแน่นจนข้อนิ้วยิ่งกว่าซีดขาว ยิ่งเห็นว่าน้องสาวสารเลวสมควรตายของตน กำลังนั่งจิบน้ำชาชิมขนม หัวร่อต่อกระซิกอยู่กับอู๋ชิงชิงที่เป็นเหมือนคู่แข่งตลอดกาลของตน ในใจคุณหนูใหญ่จวน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status