หน้าหลัก / โรแมนติก / ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม / บทที่ 6 ทางเลือกที่เกือบพลาด

แชร์

บทที่ 6 ทางเลือกที่เกือบพลาด

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-24 23:27:56

“เลือกสิอัญญา... อย่าให้ผมรอนาน ผมความอดทนต่ำนะ”

เสียงกระซิบแหบพร่ากดดันอยู่ชิดริมฝีปาก พ่อเลี้ยงหมอกครามไม่พูดเปล่า แต่ยังจงใจขยับสะโพกสอบเข้าหา บดเบียดส่วนที่แข็งขึงร้อนผ่าวเข้ากับหน้าท้องน้อยของเธอเน้น ๆ

จากนั้นขยับลงไปด้านล่างในจุดอ่อนไหวที่แสนจะหมิ่นเหม่ การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าแต่หนักหน่วงนั้นสร้างความเสียวซ่านจนอัญภัทรเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ถ้าไม่ได้วงแขนแกร่งโอบประคองเอวคอดของเธอเอาไว้

“อะ... อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงในลำคออย่างสับสน สมองสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับอ่อนระทวยยอมจำนนต่อสัมผัสอันช่ำชองของเขา นิ้วร้ายกาจที่ยังคงวนเวียนหยอกเย้าอยู่ ณ จุดอ่อนไหวทำเอาสติเธอแตกกระเจิง

‘เอาไงดี... ถ้าปฏิเสธตอนนี้ เขาจะหยุดจริงเหรอ? แต่ถ้าไม่ปฏิเสธ... มันก็จะ...เลยเถิดล่ะสิ’

เธอเองก็เป็นคนมีความรู้สึก โดนปลุกเร้าขนาดนี้หากปฏิเสธจะไม่ทรมานเหรอ...แต่ว่าใจหนึ่งก็อยาก

วินาทีที่อัญภัทรกำลังจะอ้าปากตอบ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบอะไร จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังแทรกเสียงฝนมาจากทางบันไดหน้าบ้าน!

“เฮ้ย! ใครน่ะ! มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนี้!”

เสียงตะโกนของผู้หญิงวัยกลางคนดังลั่น พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องไปทั่วบริเวณใต้ถุนบ้าน

หมอกครามและอัญภัทรสะดุ้งสุดตัว มือไม้ที่กำลังนัวเนียกันอยู่ชะงักกึก พ่อเลี้ยงหนุ่มขบกรามแน่นอย่างขัดใจที่โดนขัดจังหวะเป็นรอบที่สองของวัน

‘กลางวันก็ไอ้ธีร์ กลางคืนก็ป้าคำดวง!!!’

 ส่วนอัญภัทรรีบตะครุบมือเขาออกจากกางเกงตัวเองทันที ...โล่งอกที่รอดพ้นจากการถูกพ่อเลี้ยงหมอกครามจับกินแทนข้าวมาได้หวุดหวิด

@หน้าบันไดบ้านพักคนงาน

‘ป้าคำดวง’ แม่บ้านใหญ่ประจำไร่ ส่องไฟฉายกระบอกโตเข้าใส่ร่างสองร่างที่กำลังขยับเข้าหากันจนต้องรีบถกผ้าถกผ่อนจัดระเบียบให้เรียบร้อยแล้วตะเกียกตะกายมุดออกมาจากใต้ถุนบ้านอย่างทุลักทุเล

คนหนึ่งคือ ‘ไอ้ทิด’ คนงานชายที่กำลังดึงกางเกงขึ้นมามัดปมที่เอวอย่างลนลาน

อีกคนคือ ‘นังคำหล้า’ หลานสาวห่างๆ ของป้าคำดวงเอง ที่สภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนกระดุมติดผิดเม็ด

“ไอ้ทิด! นังคำหล้า!” ป้าคำดวงตวาดแว้ด “พวกเอ็งสองตัวมาทำอะไรกันตรงนี้มืดๆ ค่ำๆ! แล้วนั่นสภาพดูไม่ได้เลย ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา!”

ไอ้ทิดหน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้ปลกๆ “ปะ... ป้าดวง! คือ... คือไฟมันดับครับป้า! ผม... ผมเห็นไฟทางนี้มันดับ เลยรีบวิ่งมาดู กลัวขโมยมันจะฉวยโอกาสมาลักตัดสายไฟ!แล้วเดินไม่ระวังพากันล้มกลิ้ง ฝนก็ตกพอดีพวกเราเลยวิ่งมาหลบฝน”

“ใช่จ้ะป้า! ใช่ๆ!” นังคำหล้ารีบสมอ้าง เสียงสั่นเครือพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “พี่ทิดเขา... เขาให้ฉันมาเป็นเพื่อน เผื่อมีอะไรจะได้ให้ฉันรีบวิ่งไปบอกคนงานคนอื่นได้ทันไงจ๊ะ!”

ป้าคำดวงหรี่ตามองอย่างจับผิด “มาดูไฟ... แต่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเหงื่อท่วมตัวเนี่ยนะ? แล้วไฟดับทำไมไม่ไปดูที่คัทเอาท์โรงเก็บของ มามุดอะไรอยู่ใต้ถุนบ้านพักร้าง!”

“ก็... ก็มันมืดนี่ป้า! เดินสะดุดรากไม้เลยล้มคลุกฝุ่นกันเฉยๆ!” ไอ้ทิดแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เหงื่อแตกพลั่ก “เอ้อ! แล้วนี่ป้ามาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ครับ ฝนก็ตก”

“ฉันก็เอาร่มมาให้คุณอัญญาเขาน่ะสิ! ยิ่งมืดๆ ค่ำๆ อยู่” ป้าคำดวงนึกขึ้นได้ว่ามีภารกิจสำคัญกว่าการจับผิดคู่รัก

“หลีกไปเลยพวกเอ็ง เดี๋ยวค่อยเคลียร์กันทีหลัง... ว่าแต่ พ่อเลี้ยงอยู่ข้างบนใช่ไหม?”

“พ่อเลี้ยงอยู่ข้างบนเหรอจ๊ะป้า...ฉันไม่เห็นได้ยินอะไร”คำหล้ารีบชี้ไปบนบ้านเพื่อเบี่ยงประเด็น แล้วพลันตกใจจนหน้าซีด หากพ่อเลี้ยงกับคุณที่มาจากกรุงเทพอยู่ข้างบนไม่เท่ากับพวกเราสองคน...

ไอ้ทิดกับคำหล้ามองหน้ากันก่อนจะรีบจับมือกันวิ่งฝ่าความมืดกลับไปก่อนที่จะมีโทษหล่นใส่หัว หากมีใครอยู่ด้านบนจริง ภาวนาขอให้เสียงฟ้ากับฝนกลบเสียงของพวกเราสองคนด้วยเถอะ

ป้าคำดวงมองไอ้สองตัวนั่นที่หนีความผิดกลับไปพลางส่ายหน้า แต่ก็ไม่รอช้าส่องไฟฉายขึ้นไปทางหน้าต่างบานเกร็ดที่เปิดอ้าอยู่ทันที

“พ่อเลี้ยง! พ่อเลี้ยงหมอกคะ! อยู่ในนั้นหรือเปล่า! ป้าเห็นว่าไฟดับเลยเอาร่มมาให้ เผื่อคุณเขาจะนอนไม่ได้”

ป้าคำดวงตะโกนขึ้นไป จากนั้นชะเง้อคอเข้าไปมองว่ามีเงาร่างของใครอยู่ด้านในหรือเปล่า...

เสียงเรียกชื่อพร้อมแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาในห้อง ทำเอาสองร่างที่เพิ่งจะผละออกจากกันสะดุ้งโหยงเป็นรอบที่สอง!

Shit!!!

หมอกครามสบถลั่นพร้อมกับอีกคนที่ร้องอย่างตกใจเมื่อแสงไฟตกกระทบ ทั้งคู่รีบจัดเสื้อผ้าและพ่อเลี้ยงจัดระเบียบร่างกายช่วงล่างที่ยังตื่นตัว ให้เข้าที่เข้าทาง

ส่วนอัญภัทรก็ดีดตัวไปติดผนังอีกฝั่ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ดีที่เธอและเขายังไม่ได้แก้ผ้าแก้ผ่อนทำอะไร ๆ ให้เกินเลยไปกว่ายืนเล้าโลมกันอยู่ตรงผนัง

“อยู่!” หมอกครามตะโกนตอบเสียงห้วน พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ “มีอะไรป้าคำดวง! โวยวายอะไรเสียงดัง!”

ประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักออก เผยให้เห็นป้าคำดวงที่เดินหุบร่มเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มแป้นแล้นที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับบรรยากาศมาคุในห้อง

“โอย... โล่งอกไปที ป้านึกว่าพ่อเลี้ยงไม่อยู่” ป้าคำดวงส่องไฟไปรอบๆ ห้อง แล้วมาหยุดที่อัญภัทรที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่มุมห้อง “ว้ายตายแล้ว! คุณหนูอัญญาหน้าแดงแจ๋เลย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?

อัญภัทรเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก “ปะ... เปล่าค่ะ! แค่... แค่ร้อนค่ะ!”

“ร้อนเหรอคะ? ฝนตกขนาดนี้นะ?” ป้าคำดวงทำหน้าฉงน แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เธอหันไปทางพ่อเลี้ยงหมอกครามที่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ด้านหน้าคนตัวเล็ก

“พ่อเลี้ยงคะ... ป้าว่าคุณอัญญานอนที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ ไฟก็ดับ หลังคาก็รั่ว แถมเมื่อกี้... ป้าเพิ่งจับได้ว่ามีคนงานแอบมาทำรุ่มร่ามกันแถวนี้ด้วย มันไม่ปลอดภัยค่ะ!”

หมอกครามเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเสียงรุ่มร่าม ที่เขาเอามาใช้ปลุกปั่นอารมณ์หญิงสาวเมื่อครู่

“แล้วป้าจะให้ทำยังไง?”

เขาแสร้งถามทั้งที่มีแผนอยู่ในใจแล้ว

“ก็ต้องพาไปนอนที่เรือนใหญ่สิคะ!” ป้าคำดวงเสนอพร้อมกับยื่นร่มให้ นัยน์ตาของป้าคำดวงไหวระริกเล็กน้อยคล้ายกับรู้ใจเจ้านายตัวเองดี เพราะเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังอยู่ประถม ซึ่งตอนนี้โตจนมีเมียได้แล้วแต่ก็ยังไม่ลงหลักปักฐานกับใครสักที

“ป้าจัดห้องรับรองข้างๆ ห้องพ่อเลี้ยงไว้ให้แล้ว รีบพาเธอไปเถอะค่ะ ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวโดนผีบ้านผีเรือนหลอกเอา... ที่นี่เจ้าที่แรงนะคะ”

หมอกครามกับอัญภัทรสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

 ‘เจ้าที่แรง’ ที่ป้าว่า... คงไม่ใช่ผีสางที่ไหน แต่เป็น ‘พ่อเลี้ยงเจ้าที่’ ที่เกือบจะจับเธอกินตับเมื่อกี้นี้ต่างหาก!

น่ากลัวกว่าผี...ก็คือถูกพ่อเลี้ยงขยี้...

ระหว่างที่เดินกางร่มฝ่าสายฝนเพื่อไปยังบ้านหลังใหญ่ โดยมีป้าคำดวงเดินนำลิ่วไปก่อนไม่อยู่รอขวางหูขวางตา อัญภัทรที่เดินตัวลีบอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่คันเดียวกับพ่อเลี้ยงก็พยายามขยับตัวออกห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ทว่า... วงแขนแกร่งกลับโอบเอวเธอแล้วรั้งเข้ามาแนบชิดจนไหล่ชนกัน

“จะหนีไปไหน...” หมอกครามกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างขมับ “ร่มมันเล็ก เดี๋ยวก็เปียกฝนแล้วปอดบวมตายหรอก”

แม้ว่าหน้าอกหน้าใจของเธอราวกับปอดบวมจริง ๆ จนอยากดูดชะมัด... ‘เมื่อครู่เกือบได้ชิมแล้วเชียว’

“ก็... ก็คุณเบียด!” อัญภัทรเถียงเสียงอุบอิบ “แล้วก็ปล่อยเอวฉันได้แล้ว ป้าคำดวงมองอยู่!”

“ป้าไม่เห็นหรอก... แกแก่แล้ว สายตาไม่ดี”

เขาตอบหน้าตาย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนจมูกแทบชนแก้มเธอ ในจังหวะที่ป้าคำดวงกำลังง่วนอยู่กับการเดินลิ่ว ๆ ให้ถึงบ้านพักเร็ว ๆ

“นึกว่าจะรอดเหรอคุณอัญญา... ที่ป้าให้ย้ายไปเรือนใหญ่น่ะ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ” อัญภัทรชะงัก เงยหน้ามองเขาตาโต

“ฮะ... หมายความว่าไง?”

พ่อเลี้ยงหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับสะท้อนแสงจากฟ้าที่ผ่าไกล ๆ

“ก็หมายความว่า... คุณกำลังเดินเข้าถ้ำเสือด้วยตัวเองไงล่ะ... ที่เรือนใหญ่น่ะ ผนังเก็บเสียง เตียงก็นุ่ม... แถมห้องผมก็อยู่ติดกับห้องคุณแค่ผนังกั้น”

เขาลดมือลงมาตบเบา ๆ ที่กระเป๋ากางเกงของเธอ... ตรงตำแหน่งที่มีถุงยางที่เขาแอบใส่เอาไว้ก่อนออกมา เพราะที่บ้านเหลือกล่องนี้แค่กล่องสุดท้าย 

“รักษาของในกระเป๋าไว้ให้ดีล่ะ...รับรองว่าได้ใช้แน่”

อัญภัทรหน้าซีดเมื่อเขาพูดอย่างนั้น หรือเธอจะมาผิดที่กันแน่...แม่ให้มาลูบดอกกระเจียว แต่แป๊บเดียวก็จะโดนกระเจี๊ยวพ่อเลี้ยงลูบแล้ว

หึ๋ยยย...ทำไมฉันต้องมาเจอพ่อเลี้ยงหื่นด้วยนะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 60 ผลผลิตแห่งรัก (ตอนจบ)

    สองปีต่อมา...กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ไร่ภูตะวันก็เติบโตขึ้นอย่างงดงาม จากไร่องุ่นและพืชไร่ที่ส่งขายในประเทศ บัดนี้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรแปรรูปครบวงจรที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไวน์และผลไม้อบแห้งไปไกลถึงต่างแดน ไม่ใช่มีแค่องุ่น ยังมีผลไม้ไทยอีกหลายชนิดในห้องทำงานที่ขยายกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม แม่เลี้ยงอัญภัทร ในชุดเดรสทำงานคลุมท้องตัวหลวม ท้องที่สองกำลังมา กำลังยืนสั่งงานทีมการตลาดผ่านวิดีโอคอน เฟอเรนซ์ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปัง“ยอดส่งออกไตรมาสนี้ต้องเร่งหน่อยนะคะ ทางยุโรปต้องการไวน์ล็อตพิเศษสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ฝากคุณวิชัยเร่งผลิตไลน์ด้วย” เพราะว่าไม่ได้มีแค่คนงานไทย ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เป็นชาวต่างชาติ การประชุมระดับหัวหน้าจึงยกระดับเป็นภาษาอังกฤษเธอยังคงเป็นแม่เลี้ยงผู้เฉียบขาดแห่งไร่ภูตะวัน แม้หน้าท้องจะนูนเด่นออกมาบ่งบอกอายุครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วก็ตามปัง!ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่เคาะ มีคนเดียวในไร่ที่กล้าทำแบบนี้ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยขวบเศษที่วิ่งเตาะแตะเข้ามา“มะ..มอมี้จ๋า! มี้จ๋า!”ร่างป้อม ๆ ของ ‘น้องภาคิน’ ลูกชายคนโตทายาทรุ่นที่สามของไร่ภูตะวัน วิ่งถลาเข้า

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 59 เข้าหอขอจัดหนัก

    เสียงเพลงฉลองงานวิวาห์ยังคงดังแว่วมาตามสายลมจากลานจัดเลี้ยง แต่สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง หน้าที่ต้อนรับแขกได้จบลงแล้ว... ต่อจากนี้คือเวลาส่วนตัวที่ทั้งคู่รอคอยปัง!เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องหอในห้องนอนใหญ่ของเรือนไม้สัก ถูกปิดลงและล็อกกลอนแน่นหนาโดยฝีมือของเจ้าบ่าวหมาด ๆหมอกครามในสภาพที่ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ด เดินย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวที่นั่งเอียงอายอยู่ปลายเตียง ทำราวกับนี่เป็นครั้งแรกแต่ว่าไม่ได้นะครั้งแรกในฐานะเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงมันก็ต้องพิเศษกว่าอยู่แล้วสิเนอะเตียงกว้างถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจคู่ กลิ่นหอมของดอกไม้และเทียนหอมอบอวลไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศโรแมนติกชวนฝัน แต่แววตาของหมอกครามในตอนนี้... มันไม่ได้ฝันหวานเลยสักนิด แต่มันคือแววตาของ ‘นักล่า’ ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อตอนนี้เขาพร้อมกลายร่างเป็นเสือพร้อมกินเหยื่อตัวน้อยแล้วล่ะ“เหนื่อยไหมครับ...” เขาถามเสียงนุ่ม เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตากัน แววตาไหวระริกน้อย ๆ ทำให้เขาอยากจะหยอกล้อกับเธอเสียจริง“นิดหน่อยค่ะ... ยืนบนส้นสูงนาน ๆ เมื่อยขาไ

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 58 วันแห่งคำมั่นสัญญา

    เสียงระฆังวิวาห์ไม่ได้ดังก้องกังวานมาจากโบสถ์หรูหราที่ไหน แต่มันคือเสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตามกิ่งไม้ ผสานกับเสียงดนตรีบรรเลงสดจากวงดนตรีอะคูสติกที่ขับกล่อมท่ามกลางสายลมยามเย็นของไร่ภูตะวันวันนี้... ไร่ทั้งไร่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักซุ้มดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่แม่ไพลินกำกับดูแลด้วยตัวเองตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหญ้าสีเขียวขจี ฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและท้องฟ้าสีทองยามพระอาทิตย์ตกดิน ทางเดินปูด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูและดอกรัก สื่อความหมายถึงความรักที่ยั่งยืนตามเคล็ดลับของป้าคำดวงหมอกคราม ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดสูทสีครีมคัตติ้งเนี้ยบที่ขับให้เขาดูลดความดุดันลง แต่เพิ่มความอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นเป็นเท่าตัว แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมเหมือนภูผา แต่ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อกลับฟ้องว่าข้างในใจเขากำลังเต้นระรัวแค่ไหน“อย่าเกร็งดิวะไอ้เสือ... หายใจเข้าลึก ๆ” สารวัตรธีร์ ที่ยืนหล่อในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ข้าง ๆ กระซิบแซว“ทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าคนอย่างนั้นแหละ ยิ้มหน่อยเว้ย วันนี้วันดี”“กูไม่ได้เกร็ง...” หมอกครามกัดฟันตอบโดยไม่ขยับปาก “กูแค่... ตื่นเต้น”“เออ รู้แล้วว่าตื่นเต้น เมียมึงสวยขน

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 57 เตรียมงานวิวาห์

    ข่าวการแต่งงานระหว่างพ่อเลี้ยงหมอกคราม กับ คุณอัญภัทร แพร่สะพัดไปทั่วไร่ภูตะวันเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง บรรยากาศในไร่ช่วงนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ คนงานเดินยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า เพราะนอกจากจะได้เจ้านายหญิงที่ใจดีแล้ว พ่อเลี้ยงยังประกาศแจกโบนัสพิเศษรับขวัญวันแต่งงานอีกด้วยแต่คนที่ดูจะวุ่นวายที่สุดเห็นจะไม่พ้นสองแม่งานใหญ่อย่าง แม่ไพลิน และป้าดวงใจ“ดอกไม้ตรงซุ้มทางเข้าต้องใช้กุหลาบขาวผสมกับดอกรักนะ จะได้รักกันยืนยาว!” แม่ไพลินชี้นิ้วสั่งการทีม ออแกไนซ์“แล้วก็อาหาร... ต้องเพิ่มเมนูมงคลอีกสามอย่าง ขนมจีบอย่าให้ขาด สื่อถึงการจีบกันตลอดเวลา!” ป้าดวงใจญาติสนิทคนเดียวของหมอกครามเสริมทัพอย่างแข็งขันส่วนหมอกครามกับอัญภัทรยืนมองความชุลมุนวุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ พวกเขาแทบจะกลายเป็นคนวงนอกในงานแต่งของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่จัดการให้ทุกอย่าง“เหนื่อยหน่อยนะอัญญา...” หมอกครามกระซิบพลางโอบไหล่ว่าที่เจ้าสาว “เหล่าป้า ๆ แม่ ๆ เขาเห่อหลานสะใภ้กับลูกเขย”“อัญโอเคค่ะ...แม่มีความสุข อัญก็ดีใจ” เธอยิ้มหวาน “ว่าแต่คุณเถอะ... เตรียมตัวหรือยัง เย็นนี้ต้องไปลองชุดนะ” อัญภัทรเตือนเขาเรื่องสำคัญ เพราะครั้งนี้เป็น

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 56 ทุ่งดอกกระเจียวแห่งความทรงจำ

    แสงตะวันยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มอมชมพูระบายไปทั่วท้องฟ้าเหนือไร่ภูตะวัน สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ หอบเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของไอดินและดอกไม้ลอยมาแตะจมูกอัญภัทรยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวเปิดไหล่ที่หมอกครามซื้อให้ เนื้อผ้าพลิ้วไหวทิ้งตัวสวยขับเน้นรูปร่างระหงและผิวขาวผ่องให้ดูสง่างามราวกับเจ้าหญิง ผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนคลาย ๆ ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง“สวยแล้วครับ...”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย หมอกครามยืนพิงกรอบประตูมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทลำลองสีเบจ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนเล็กน้อย ดูหล่อเหลาและอบอุ่นจนใจเธอเต้นผิดจังหวะ“มารับแล้วเหรอคะ” อัญภัทรยิ้มหวาน เดินเข้าไปหาเขาราวกับรอเขาคนเดียว แต่หากรอแล้วได้คนนี้เป็นสามีก็ยินดีรอ“ครับ... เจ้าหญิงพร้อมหรือยัง”“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ”หมอกครามยื่นมือมาให้เธอจับ พาเดินออกจากบ้านไปที่รถจี๊ปเปิดประทุนคู่ใจที่จอดรออยู่เข้ากับบรรยากาศในไร่วันนี้ แต่ก่อนจะขึ้นรถ เขาหยิบผ้าแพรสีชมพูอ่อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“ขออนุญาตนะครับ... ผมอยากให้คุณเห็นท

  • ภาระพ่อเลี้ยงหมอกคราม    บทที่ 55 สัญญาใจ

    แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง แต่อัญภัทรตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกายเป็นวันที่สองติดต่อกัน ที่นอนฝั่งของหมอกครามเย็นชืด แสดงว่าเขาลุกออกไปนานแล้ว“หายหัวไปอีกแล้ว...” หญิงสาวชักหงุดหงิดนิด ๆ เพราะตื่นมาไม่เห็นสามีคนดีหญิงสาวบ่นพึมพำขณะลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมผ้าแพร เดินออกมาที่ระเบียงห้อง สายตาคมสวยกวาดมองไปทั่วอาณาบริเวณไร่ภูตะวันปกติหมอกครามจะตัวติดกับเธอเป็นตังเม ยิ่งช่วงหลังมานี้แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับหายตัวไปตั้งแต่ไก่โห่ แถมเมื่อวานก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จนเกือบจะมีเรื่องเข้าใจผิดสัญชาตญาณของผู้หญิงบอกว่า... มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอัญภัทรจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินลงมาที่ห้องอาหารเจอ ป้าคำดวง กำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าอยู่พอดี แต่ทันทีที่ป้าเห็นหน้าเธอ หญิงชราก็สะดุ้งโหยงจนช้อนส้อมในมือเกือบร่วง“อุ๊ย! คุณนาย... เอ้ย! คุณอัญ ตื่นแล้วเหรอคะ” ป้าคำดวงยิ้มเจื่อน ๆ หลบสายตาแปลก ๆ“ค่ะป้า... เห็นคุณหมอกไหมคะ?” อัญภัทรยิงคำถามทันที สายตาจับจ้องพิรุธของแม่บ้านเก่าแก่“เอ่อ... พ่อเลี้ยง... พ่อเลี้ยงออกไปดูงานท้ายไร่ค่ะ! เห็นว่าท่อประปาแตก! ใช่ค่ะ ท่อแตก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status