LOGIN...แวนด้ายังคงทำงานปกติทุกวัน แต่สามวันหลังจากได้เจอกับอาซือ เธอแจ้งข่าวผ่านไลน์กลุ่มเพื่อให้ทุกคนทราบและรายงานถึงพฤติกรรมของอาซือซึ่งมีท่าทีพึงใจในตัวเธอและเสนอ “ของ” ให้เธอเพื่อเป็นเครื่องมือเชื้อเชิญให้เธอหลงติดกับเขา และนี่คือโอกาสที่ทุกคนรอคอย แผนซ้อนแผนและซ้อนแผนอีกชั้นนั้นถูกชี้แจงอย่างคร่าวๆ และให้เบญรดาเล่นละครต่อเพื่อจะทำการชาร์จตัวอาซือให้เร็วและเงียบที่สุด
...เบญรดาหรือแวนด้าส่งข้อความผ่านไลน์ไปหาอาซือว่าเธออยากได้ของเพราะการทำงานที่ใหม่นี้ทำให้ยังไม่รู้จักคนที่จะหาของมาเสพได้ ที่ตุนไว้ก็หมดแล้ว ...อาซือกำลังนอนเล่นในห้องพักส่วนตัวบนอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่ เขาเปิดไลน์อ่านข้อความของแวนด้าแล้วยิ้มปากแทบฉีก ยิ้มครั้งนี้ต่างจากยิ้มที่ยิ้มให้เธอเมื่อวันก่อน ยิ้มของหมาป่าที่คิดว่าจะได้กินเนื้อกวางนุ่มๆ ที่แค่นึกหน้าสวยๆ นั่นแล้วก็เกิดอาการหมั่นเขี้ยวขึ้นมาทันที ...แล้วเขาก็นึกภาพว่าตัวเองกำลังนอนเบียดเสียดแนบเนื้ออยู่กับแวนด้าบนที่นอนแห่งนี้ กลิ่นกายกลิ่นเนื้อของแวนด้าคงหอมจนเขาอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ถึงจังหวะเปิดศึกก็คลุกเคล้าอย่างตะกรุมตะกรามเหมือนเสือโหยที่ไม่ได้เจออาหารจานอร่อยมานานแล้ว...ส่วนที่เจออยู่บ่อยๆ ก็แค่พวกอาหารรสชาติเดิมๆ หาความหวือหวาเอร็ดอร่อยพิเศษไม่ได้
แต่หญิงสาวที่ชื่อแวนด้ามีความสาวเต็มตัวสาวเต็มตัว ดูแล้วไม่น่าเจนจัดด้านสนามรักเท่าไหร่ จึงทำให้อาซือเคลิบเคลิ้มไปกับการมโนถึงอาหารจานพิเศษที่กำลังจะมาถึงปากอีกไม่ช้า ...อาซือส่งข้อความตอบแวนด้าว่าให้เธอมาเอาของได้ที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา พร้อมกับบอกที่อยู่และนัดแนะเวลาหลังเลิกงานกันเป็นที่เรียบร้อย(สวยขนาดนี้เดี๋ยวกูจะฟัดให้น่วมเลย หึหึหึ)
.................... “คุณโอมคับ ผมว่าตะวาออกดอกนักแล้ว วันเพ้นักกว่าแห๋มคับ ขนจะอี้ก่าบ่หมด ถ้าปิ๊กไป๋ปิ๊กมาจะเสียเวลาขนาด ผมจะหื้ออาหลู่เอารถมาช่วยขนแห๋มกันนะคับ จะได้ทันขนขึ้นเทรลเลอร์เอาไปส่งในเวียงน่ะคับ” ...อินตาเดินมายังกระท่อมปีกไม้แล้วรายงานการขนย้ายกล้วยไม้ให้เจ้านายทราบ ช่วงนี้ดอกกล้วยไม้ให้ดอกดีมากจนต้องใช้รถกระบะขนย้ายกล่องกระดาษที่บรรจุดอกกล้วยลงไปส่งยังรถเทรลเลอร์ซึ่งจอดรอรับอยู่ตีนดอย เนื่องจากรถใหญ่ขนาดนั้นไม่สามารถขึ้นมาถึงฟาร์มได้เพราะถนนแคบเกินไปจึงต้องจอดรอรับอยู่ปากทางเข้าฟาร์มแห่งนี้ ...โอมกำลังดูแฟ้มงานและรายการส่งดอกกล้วยไม้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค เขาได้ยินก็ถึงกับเลิกคิ้วแล้วทำท่าคิดกับสิ่งที่อินตาบอก “อืมมม!!! งั้นแสดงว่าน้ำยาอินทรีย์เร่งดอกที่เราพ่นไปอาทิตย์ที่แล้วกำลังส่งผลล่ะสิ ฮ่าๆๆ ดีจัง ได้ผลเร็วดี นี่ถือเป็นการทดลองที่เยี่ยมยอดเลยนะครับ เอ้างั้นวันนี้ถ้าใช้รถขนไม่หมดเดี๋ยวเอาบางส่วนใส่รถผมก็ได้ แล้วเดี๋ยวค่อยบอกคนขับเทรลเลอร์ข้างล่างว่ามีที่ผมส่วนหนึ่งด้วย ผมค่อยขับตามไปส่งที่ตลาดให้นะ” ...โอมพูดด้วยสีหน้ายินดีกับผลลัพธ์ของน้ำยาเร่งดอกที่เพิ่งทดลองใช้ โดยมีพฤกษ์เภสัชกรเพื่อนเขากับเกษตรอำเภอและเขาช่วยกันทดทองทำน้ำยาที่ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน และมันก็ได้ผลดีอย่างที่เห็น เขายิ้มและอินตาก็ยิ้มยินดีไปด้วย“คับผม แม่นคับน้ำยานี้ดีขนาดเลยคับ”
“อ้อแล้วก่อนกลับขึ้นมาผมจะแวะไปเอาอุปกรณ์เพาะเนื้อเยื่อที่สั่งไว้แล้วจะไปหาชุดยาสามัญกับชุดปฐมพยาบาลมาเพิ่มนะครับ ช่วงนี้งานเยอะคนงานก็เกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ กันทุกวัน” .................... ...เลิกงานแล้วแวนด้าเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูเข้าอพาร์ทเม้นท์ซึ่งเป็นที่พักของอาซือ จริงๆ ระแวกนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากที่เธอพักสักเท่าไหร่ แต่เพราะไม่คุ้นเคยกับเส้นทางเธอจึงใช้บริการมอเตอร์ไซด์รับจ้าง จนได้มายืนอยู่หน้าที่พักเขาตอนนี้ ...เธอยืนรอหลังส่งข้อความผ่านไลน์ว่ามาถึงแล้วและเขาบอกจะลงมารับ แวนด้าอยู่ในชุดทำงานออฟฟิศคือกางเกงผ้าสีดำ เสื้อเชิ้ตรัดรูปสีน้ำเงิน รองเท้าคัทชูทรงผู้ชายส้นเตี้ยซึ่งเหมาะกับบุคลิกและการเคลื่อนไหวของเธอยืนเตรียมพร้อมอย่างมั่นคง จนเห็นอาซือกำลังเปิดประตูกระจกออกมาหาเธอ เธอจึงทำเป็นใช้มือขวาขยับนาฬิกาบนข้อมือซ้ายให้เข้าที่ ...หมวดธีรพงษ์อยู่ในชุดวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างกำลังจอดรถและทำทีเป็นดูโทรศัพท์มือถืออยู่ไม่ไกลเห็นสัญญาณมือที่หมวดเบญรดาขยับนาฬิกาข้อมือก็เตรียมพร้อมอย่างใจระทึก .......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



