Accueil / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 40: แขก(ไม่ได้)รับเชิญ

Share

ตอนที่ 40: แขก(ไม่ได้)รับเชิญ

Auteur: Chalam whale
last update Date de publication: 2026-03-04 19:59:21

ทันทีที่รถสปอร์ตคูเป้สีแดงเพลิงขับฝ่าถนนลูกรังจนฝุ่นตลบอบอวลเข้ามาจอดกึ่งกลางลานตากข้าวหน้าบ้านพักของกริช ชาวบ้านที่กำลังล้อมวงคุยกันถึงเรื่องเล้าข้าวใหม่ต่างพากันชะงักกึก มองรถหรูราคาหลายล้านด้วยความงุนงง ประตูรถเปิดออกพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่พยายามจะต่อสู้กับกลิ่นสาบควายและกลิ่นดิน "เชอรี่" ในชุดเดรสสีขาวแบรนด์เนมตัดเย็บประณีต ก้าวลงมาด้วยท่าทางพะอืดพะอม มือหนึ่งถือพัดลมมือถือจ่อที่ใบหน้า อีกมือหนึ่งใช้ทิชชูซับดั้งจมูกตลอดเวลา

"กริชค่ะ กริช อยู่เข้าไปได้ยังไงเนี่ย" เชอรี่แผดเสียงแหลมสูงพลางสะบัดขาสูงปรี๊ดเมื่อเห็นว่าส้นรองเท้าแบรนด์เนมของเธอเหยียบลงบนขี้วัวแห้งที่ติดมากับลานดิน 

"อี๋ สกปรกที่สุด นี่มันขี้สัตว์ใช่ไหม แล้วฝุ่นแดง ๆ นี่มันจะติดปอดเชอรี่ไหมเนี่ย ร้อนก็ร้อน กลิ่นอะไรก็ไม่รู้ เหม็นสาบไปหมดเลย"เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความขยะแขยง สะบัดมือไล่แมลงวันที่บินว่อน ราวกับว่าอากาศที่ชาวบ้านใช้หายใจอยู่ทุกวันนั้นเป็นพิษสำหรับเธอ

"เชอรี่... คุณมาทำอะไรที่นี่" กริชเดินออกมาจากเถียงนาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าทางของเชอรี่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกอึดอัดแทนชาวบ้านที่ยืนอยู่แถวนั้น

"ก็มาตามคุณกลับไปสู่โลกที่เจริญแล้วไงคะ คุณมาที่นี่นานแล้วนะกริช" เชอรี่เดินกระมิดกระเมี้ยนพยายามเขย่งปลายเท้าเพื่อไม่ให้รองเท้าสัมผัสดินแดงไปมากกว่านี้ 

"ดูสภาพคุณสิกริช... สถาปนิกมือหนึ่งกลายมาเป็นคนงานก่อสร้างในรูหนูแบบนี้เหรอคะ เชอรี่รับไม่ได้จริงๆ ค่ะ เห็นแล้วอยากจะอาเจียน"

เธอมองข้ามหัวผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทุกคน ราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงส่วนเกินของทัศนียภาพที่เธอไม่ต้องการมอง ก่อนที่สายตาจิกกัดของเธอจะไปหยุดอยู่ที่ อิปิ๊ ที่ยืนถือขันน้ำเตรียมจะเอามาต้อนรับแขก

"แล้วนั่น... ตัวอะไรคะคนหรือควายคะเนี่ย มอมแมมเชียว" เชอรี่เหยียดยิ้มที่มุมปาก มองดูอิปิ๊ด้วยสายตาดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า กริชเห็นท่าทางของเชอรี่แล้วในใจก็เดือดพล่าน เขาเดินเข้าไปขวางหน้าอิปิ๊ไว้ทันที

"ถ้าคุณทนไม่ได้ก็กลับไปซะเชอรี่ ที่นี่คือบ้านของผม และคนที่คุณดูถูก... พวกเขาคือคนที่มีคุณค่ามากกว่าที่คุณคิด" กริชพูดเสียงเย็นชาจนเชอรี่หน้าเสีย

อิปิ๊ ที่ยืนอยู่ข้างหลังกริช รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยคำพูดและสายตาของหญิงสาวเมืองกรุง เธอค่อยๆ ก้มมองมือตัวเองที่เปื้อนโคลน และเท้าเปล่าที่เหยียบดินแดง ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกที่ว่า... เธอกับกริชช่างอยู่ห่างกันคนละโลกจริงๆ

"กริชคะ คุณอยู่ในที่แบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย ร้อนก็ร้อนฝุ่นก็เยอะ เชอรี่ตามหาแทบแย่" เชอรี่โวยวายพลางใช้กระดาษทิชชู่ซับเหงื่อที่ปลายจมูก กริชเดินออกมาจากเถียงนาในสภาพเสื้อยืดคอกลมมอมแมมจากการคุมช่างสร้างเล้าข้าว เขาชะงักไปครู่หนึ่ง 

"เชอรี่... คุณมาที่นี่ได้ยังไง"

"ก็มาตามคุณกลับไปทำงานที่บริษัทไงคะ ท่านประธานถามหาตัวสถาปนิกมือหนึ่งของเขาจะแย่แล้ว" เชอรี่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหยุดอยู่ที่ อิปิ๊ ที่กำลังแบกกระบุงผักเดินผ่านมาพอดี

"แล้วนี่ใครคะกริชคนใช้คนใหม่เหรอ หรือว่าเป็น... เด็กท้องถิ่นที่นี่" เชอรี่จีบปากจีบคอถาม อิปิ๊ชะงัก เธอมองผู้หญิงตรงหน้าที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร แฟชั่นชั้นสูงตัดกับสภาพตัวเองที่นุ่งกางเกงขาก๊วยและเสื้อยืดเปื้อนขี้ดินอย่างลิบลับ 

"เอ่อ... ปิ๊เป็น..."

"เธอไม่ต้องตอบหรอกจ้ะ ดูจากสภาพแล้วคงคุยกับฉันไม่รู้เรื่อง" เชอรี่พูดแทรกพลางหัวเราะเบาๆ 

"กริชค่ะ กลับเถอะค่ะ อย่ามัวเสียเวลากับโคลนตมและคนชั้นต่ำพวกนี้เลย คุณคู่ควรกับตึกระฟ้า ไม่ใช่นาข้าวเน่าๆ แบบนี้"

ในขณะที่เชอรี่ยังคงพ่นคำดูถูกและทำท่าทางสะดีดสะดิ้งจีบปากจีบคอไม่เลิก อิปิ๊ ที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่เบื้องหลังกริชก็เริ่มเม้มปากแน่น แววตาที่เคยหม่นแสงกลับเปลี่ยนเป็นประกายวาววับด้วยความคันไม้คันมือ

"คนคือควายพะนะ ป้าดโท่ สวยแต่รูปจูบไม่หอมแท้น้ออีแม่เอ๊ย" อิปิ๊ด่ากราดในใจเป็นภาษาถิ่น

ทันใดนั้น สายตาของอิปิ๊ก็เหลือบไปเห็นถังน้ำล้างมือที่อยู่ใกล้เท้า ซึ่งข้างในมีทั้งน้ำดินโคลนและเศษผักบุ้งเน่าๆ ที่เตรียมเอาไปให้เป็ด อิปิ๊ไม่รอช้า เธอแกล้งทำเป็นเดินสะดุดขอนไม้หน้าตาเฉย

"โอ๊ย ตกใจเบิด!" โผละ!

อิปิ๊แกล้งเตะถังน้ำใบนั้นอย่างจังส่งผลให้น้ำโคลนสีแดงก่ำผสมเศษผักเน่ากระเด็นเป็นวงกว้างพุ่งทะยานเข้าหาชุดเดรสสีขาวแบรนด์เนมของเชอรี่อย่างแม่นยำราวกับวางพิกัดไว้

"กรี๊ดด!" เชอรี่แผดเสียงหลงจนคอแทบแตก เมื่อคราบน้ำโคลนข้น ๆ แปะลงบนหน้าอกและชายกระโปรงสีขาวสะอาด แถมมีเศษผักบุ้งเน่าชิ้นหนึ่งแปะติดอยู่บนแว่นกันแดดราคาแพงของเธอพอดี

"ตายแล้ว ปิ๊ขอโทษจ้าพี่สาว พอดีควายมันตกใจเสียงแหลม ๆ ของพี่ ปิ๊เลยสะดุด" อิปิ๊แกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ก่อนจะรัวอีสานไฟแล่บใส่แบบไม่เปิดโอกาสให้เชอรี่ได้พักหายใจ

"เป็นจั่งใด๋ล่ะพี่สาว บ่งมักดินแดงบ่ นี่ล่ะดินอีสานซึมลึกถึงทรวง ซึมไปทุกใยผ้าซักบ่ออกเด๊อนี่ แล้วกะขอโทษหลายๆ ที่น้ำโคลนมันไปถืกชุดงาม ๆ เพิ่นว่าคนผู้ฮ้าย (คนขี้เหร่) มักเฮ็ดหก แต่คนผู้ดีคือกระซ่างมาซวยแท้น้อ จั่งซี้ล่ะจ้า อยู่บ้านทุ่งมันต้องเปื้อนแน่ แหน่... แมลงวันกะสิมักตอมของเน่า เฝ้าเบิ่งดีๆ เด้อจ้า เดี๋ยวแมลงวันสิเข้าไปไข่ใส่ชุดแบรนด์อีหยังนั่นน่ะ" เชอรี่สั่นไปทั้งตัวจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าอิปิ๊ด้วยนิ้วที่สั่นระริก 

"แก! แกมันอีเด็กนรก กริชคะคุณดูมันทำสิคะ" กริชพยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น เขาแสร้งทำเป็นหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแต่แทนที่จะเช็ดให้เชอรี่ เขากลับยื่นให้อิปิ๊ 

"ปิ๊... เป็นอะไรมากไหม เดินระวังหน่อยสิพื้นมันลื่น"

"ปิ๊ไม่เป็นไรจ้าอ้ายกริช ปิ๊แค่สงสารพี่สาวเขา ชุดขาว ๆ กลายเป็นชุดลายขี้โคลนไปซะแล้ว" อิปิ๊ตอบเสียงใส แอบยักคิ้วให้เชอรี่หนึ่งทีเป็นเชิงประกาศศึก

"กริช คุณเลือกยัยนรกนี่เหรอ ฝากไว้ก่อนเถอะ เชอรี่ไม่เอาคุณไว้แน่" เชอรี่สะบัดหน้าทั้งน้ำตาโคลน รีบวิ่งขึ้นรถสปอร์ตสีแดงแล้วเบิ้ลเครื่องยนต์หนีฝุ่นตลบออกไปทันที กริชหันมาหาอิปิ๊ที่ยืนยิ้มกริ่ม 

"ร้ายนักนะเราน่ะ ไปเรียนวิธีสะดุดขาตัวเองมาจากไหน" อิปิ๊ยิ้มแห้ง ๆ แต่แววตาซุกซน

"เขาสอนกันมาจ้าอ้าย ว่าถ้าเจอคนมั่นหน้า ต้องใช้น้ำโคลนรักษาอาการ... แต่อ้ายกริชจ๊ะ พี่เขาพูดเรื่องกลับเมืองกรุง... อ้ายยังอยากไปอยู่ไหม" กริชมองลึกเข้าไปในตาของสาวบ้านนาที่กล้าหาญคนนี้ 

"ต่อให้เขาส่งรถสปอร์ตมาสิบคัน อ้ายก็ไม่ไปหรอก... เพราะที่นี่มีเพชรพลอยที่ล้ำค่ากว่าชุดแบรนด์เนมพวกนั้นเยอะ"


เชอรี่ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอยังปะทุด้วยความแค้นจากคราบโคลนเมื่อวันก่อน เช้าวันรุ่งขึ้นเธอรีบออกจากโรงแรมหรูในตัวเมือง บึ่งรถสปอร์ตคูเป้สีแดงเพลิงฝ่าฝุ่นแดงกลับมาที่หมู่บ้านโคกอีแหลวอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ลงจากรถไปให้เปื้อนดิน แต่เลือกจอดดักรออยู่หน้าปากซอยร้านค้าชุมชน

เมื่อเห็นร่างของ อิปิ๊ เดินถือตะกร้าออกมาหาซื้อของ เชอรี่ก็เริ่มเดินเกมทันทีเธอกดลดกระจกรถลงจนสุด แสร้งทำเป็นถือโทรศัพท์แนบหูแล้วพูดเสียงดังลั่นให้เข้าหูคนที่กำลังเดินผ่าน

"ใช่ค่ะท่านประธาน... ไม่ต้องห่วงนะคะ กริชเขาแค่มาพักผ่อนเล่น ๆ กับเด็กแถวนี้แก้เบื่อค่ะ อีกไม่กี่วันเขาก็คงเบื่อ ชีวิตสถาปนิกเกียรตินิยมอย่างเขาจะมาจมปลักกับโคลนตมได้ยังไง ที่นี่ไม่มีสังคมไม่มีรสนิยมและที่สำคัญ... ไม่มีใครที่คู่ควรกับเขาเลยสักคน กริชเขาแค่สงสารคนพวกนี้ค่ะท่านประธาน กริชเป็นคนขี้ใจอ่อนแบบนี้แหละค่ะ"

เชอรี่แสร้งปรายตามาสบตากับอิปิ๊ด้วยแววตาดูแคลนที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เธอยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเหยียบคันเร่งรถสปอร์ตจนฝุ่นแดงตลบอบอวลทิ้งท้ายไว้กลางหน้าของเด็กสาว

อิปิ๊ ยืนตัวชาอยู่ท่ามกลางฝุ่นที่ค่อยๆ จางลง คำว่า "สงสาร" และ "ไม่คู่ควร" มันดังก้องอยู่ในหูจนอื้อไปหมด เธอเคยมั่นใจในวิถีบ้านนาของตัวเองมาตลอด แต่พอมาเจอโลกของกริชที่เชอรี่พยายามตอกย้ำ เธอก็เริ่มมองเห็นความต่างที่น่ากลัว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status