เข้าสู่ระบบ
ร่างเล็กเดินกลับมาจากโรงอาหารหลังร้านอย่างใจลอย สิ่งที่ได้ยินมาทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เธอเดินทอดน่องไปคิดไปเรื่อยเปื่อย ทางเดินไปห้องพักในตอนนี้ไร้ความรู้สึกเดิม จากที่เคยดีใจว่าได้ที่พักพิงชั่วคราวหลังทำงาน และสักพักจะจ่ายเงินค่าที่พักและใช้หนี้บางส่วนนั้น ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด
ประหนึ่งตัวเองกำลังเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน ทั้งที่เจ้าของผับเป็นผู้หยิบยื่นให้เอง แน่นอนเธออาจร้องขอก่อน แต่จะปฏิเสธก็ได้นี่นา
เอาจริง..พอได้ยินแบบนั้น ด้วยท่าทีไม่ค่อยจะเป็นมิตรเธอรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่ มันคือชนวนเหตุที่อาจทำให้เพื่อนร่วมงานไม่ชอบหน้า ซึ่งจะไม่แคร์ก็ไม่ได้ เพราะนั่นจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก
พรีมถอนหายใจพรืด ต้องการขจัดเรื่องราวที่ไม่สบายใจทั้งหมด ที่รับมาก่อนหน้านี้ทิ้งไว้ตรงหน้าประตู ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เมื่อเข้าไปถึงความเงียบก็เข้าปกคลุมจังหวะไฟในห้องสว่างโล่ ร่างเล็กเดินไปทิ้งตัวตรงโซฟายาว ที่อยู่ถัดไปจากเตียงขนาดหกฟุต ตอนนั้นคำพูดของเพื่อนร่วมงานยังคงอยู่ ทำให้เธอต้องกวาดตามองไปทั่วห้อง ไม่เถียงสักนิดว่าที่พวกเขาพูดมานั้นคือเรื่องจริง ห้องหรู ราคาต่อคืนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าแปดใบแดง ลำพังนักศึกษาที่ค่าเทอมยังต้องเพิ่งพี่ชาย จะหาเงินมาจากไหน เช่าห้องนี้
“เฮ้อ..”
.
.
เช้าวันต่อมา
พรีมขยับตัวใต้ผ้าห่มอย่างงัวเงีย มือคลำหาโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงมาปัดหน้าจอเพื่อปิดเสียงปลุก เธอยกโทรศัพท์ดูเวลาด้วยตาที่ลืมขึ้นมาเพียงข้างเดียว
“แปดโมงสิบห้า.. หืม? แปดโมงสิบห้า!!”
หญิงสาวเปิดตากว้าง เด้งตัวลุกนั่งบนเตียงเหมือนติดสปริง ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง จ้องหน้าจอโทรศัพท์สลับกับตารางเรียนในแท็บแล็ตที่วางอยู่
ฉิบหายแล้ว!
วันนี้มีควิชแปดครึ่ง อาจารย์สมชายด้วย!
ต้องโทษตัวเองเลยจริงๆ เมื่อคืนกลับมาดึกทีหนึ่งแล้ว กลับมาห้อง นอนไม่หลับเพราะคิดมากเลยหาอะไรมาดูสรุปไปเจอซีรี่ส์เรื่องดัง และนี่คือผลลัพธ์ของคำว่าตอนเดียว...ตอนเดียวที่ไม่อยู่จริง!
พรีมก้าวขาลงจากเตียงอย่างรีบร้อน จนเท้าสะดุดขาโต๊ะเครื่องแป้ง เธอร้องโอ๊ยเบาๆ แต่ไม่มีเวลาเจ็บต้องวิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำก่อน
สิบนาทีต่อมา!
นี่คือที่มาของคำว่า..วิ่งผ่านน้ำ
ร่างเล็กวิ่งออกมาในสภาพสวมชุดนักศึกษาแบบลวกๆ เสื้อเชิ้ตยังติดกระดุมสลับเม็ด กระโปรงพลีทยังหมุดไม่เข้าที่ ผมยาวของเธอถูกรวบเป็นมวยลวกๆ มือข้างหนึ่งถือยาสีฟันที่ยังมีฟองอยู่เต็มปาก ส่วนมืออีกข้างพยายามคว้ากระเป๋าเป้
“หนังสือ...ไอแพด...ปากกา...อยู่ไหนหมดเนี่ย”
เธอกวาดทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะลงกระเป๋า ก่อนจะวิ่งไปบ้วนปากในห้องน้ำสามวิ แล้วกลับออกมาส่องกระจก คว้าแป้งพัฟมาตบๆ หน้าสองสามที เพื่อกลบความโทรมจากการอดหลับอดนอน เธอมองกระจกแล้วถอนหายใจให้กับสภาพที่ดูไม่ได้เอาเสียเลย หน้าซีดอย่างกับศพ
“ช่างมัน เอาชีวิตให้รอดจากเอฟก่อน”
.
.
พรีมก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าดูไม่จืด เสื้อนักศึกษาหลุดลุ่ยออกจากกระโปรง ผมเผ้าที่พยายามหวีลวกๆและรวบ ระหว่างทางเริ่มชี้ฟูขึ้นมาอีกรอบเพราะแรงลม เธอไม่สนใจสายตารอบข้าง ขาเรียวรีบสับโกยอ้าวพุ่งตรงไปยังใต้ตึกคณะนิเทศฯ จนแก้มสั่น ก่อนจะชะงักเพราะเสียงเรียกของต้า
“พรีม!”
ดังมาจากซุ้มม้าหินอ่อน
ตาต้าเพื่อนสนิทตัวดีกำลังยืนดูดชานมไข่มุกอย่างสบายอารมณ์ สวนทางกับสภาพของพรีมที่เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาใหม่ๆ หล่อนมองมาที่เพื่อนรัก มองตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหลุดขำ
“สภาพเหมือนหนีไฟไหม้มาเลยอะ แต่งหน้าข้างเดียวปะเนี่ย”
“อย่าเพิ่งล้อได้ไหม..ตื่นสายน่ะสิ” พรีมพูดเสียงหอบเหนื่อย มือค้ำเข่าพยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดก่อนที่จะช็อคตายจริงๆ “ว่าแต่..ทำไมแกมายืนอยู่นี่ อาจารย์ล่ะ ไม่เข้าห้องเหรอ”
ตาต้าลดแก้วชานม ก่อนจะทำหน้าเบื่อหน่าย
“แสดงว่า..ยังไม่อ่านไลน์กลุ่มสินะ”
“ไลน์กลุ่ม?...ทำไม”
“ยกคลาสจ้ะ”
“ห๊ะ..”
“อืมฮึ”
นาทีนั้นพรีมถึงกับทำหน้าเหยเก ยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาปาดเหงื่อตัวเอง
โอเค..เยี่ยมเลย!
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







