Share

ขึ้นเขาครั้งแรก

last update Last Updated: 2026-03-07 09:40:18

หลังจากกลับมาจากบ้านของหยางเฟิงเหอฟ่านชิงก็ได้เตรียมตัวขึ้นเขาเป็นครั้งแรก ดังนั้นนางจึงได้เตรียมตะกร้าสะพายหลังพร้อมทั้งยังมีเสียมติดตัวไปด้วย ทางด้านพี่ชายทั้งสองของนางเองก็ทำเช่นเดียวกันคือสะพายตะกร้าใบใหญ่เอาไว้ที่ด้านหลังพร้อมกับมีมีดพร้าอีกคนละหนึ่งเล่ม

ด้วยไม่รู้ว่าน้องสาวของตนนั้นต้องการจะทำสิ่งใดจึงได้นำถังนำใบไม่ใหญ่มากติดตะกร้าไปด้วยพร้อมกับทั้งสามคนได้ออกเดินทางขึ้นเขาไปในช่วงสาย ๆ ในทันที ซึ่งตลอดทางที่เดินไปนั้นก็มีทั้งต้นหญ้าที่ขึ้นรกบ้างและยังมีต้นไม้อีกประปราย

เพียงแต่ภายในใจของเหอฟ่านชิงนั้นยังคงมีภาพใบหน้าของใครบางคนลอยวนไปมารบกวนจิตใจของนางอยู่ไม่น้อย

'ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันนะ' นี่คือความคิดของเหอฟ่านชิงหลังจากที่สลัดใบหน้าของบุรุษที่นางเพิ่งจะพบมาจากบ้านของท่านลุงหยางนั่นเอง

"ชิงเอ๋อร์..นั่นไงป่าไผ่ที่เจ้าถามถึง" เสียงทุ้มน่าฟังของเหอชงหยวนเอ่ยบอกกับผู้เป็นน้องสาวที่ทำสีหน้าแปลกประหลาด

"ไหนเจ้าคะ?" เมื่อได้สติจากการเรียกของพี่ชายคนโตเหอฟ่านชิงก็ได้หันมาสนใจสิ่งที่ตนเองต้องทำในตอนนี้ทันทีจนหลงลืมใบหน้าของใครบางคนไปอย่างสนิทราวกับไม่เคยพบเจอกันมาก่อน

"นั่นไง" เป็นเหอชงอี้ที่เป็นผู้เอ่ยตอบน้องสาวคนเล็กพร้อมกับชี้นิ้วไปตรงด้านหน้าของพวกเขา 

เมื่อสายตาของเหอฟ่านชิงจ้องมองไปยังทิศทางของมือพี่ชายคนรองนางก็ต้องตื่นตะลึงกับป่าไผ่ตรงหน้าด้วยนางนั้นไม่คาดคิดมาก่อนว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีป่าไผ่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ นี้เท่ากับว่านางสามารถสร้างบ้านได้อีกเป็นร้อย ๆ หลังได้เลยกระมัง

"ว้าว....มันยอดเยี่ยมมากเท่านี้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องบ้านแล้วเจ้าค่ะ"เหอฟ่านชิงเอ่ยกับพี่ชายทั้งสองด้วยสีหน้าเบิกบานใจหลังจากที่นางเอาแต่เป็นกังวลเรื่องบ้านมาถึงสามวัน

"อย่างไรหรือน้องเล็ก" เป็นเหอชงหยวนที่เอ่ยถามคำถามนี้กับน้องสาวเพียงคนเดียวของตนเอง ด้วยเขาเองก็ยังนึกภาพบ้านที่สร้างจากไม้ไผ่นี้ได้ ด้วยไม่มีชาวบ้านคนไหนที่จะนำไม้ไผ่พวกนี้ไปสร้างบ้านมาก่อน

"เอาไว้พวกท่านค่อยรอดูตอนมันเสร็จเรียบร้อยก็แล้วกันนะเจ้าคะ เพียงแต่ที่นี่ไม่กินหน่อไม้พวกนี้กันหรือเจ้าคะทำไมพวกมันถึงได้มีจำนวนมากถึงเพียงนี้กัน?" เหอฟ่านชิงไม่ได้เอ่ยตอบถึงวิธีการสร้างบ้านด้วยไม้ไผ่ แต่นางเลือกที่จะเอ่ยถามคำถามกลับไปยังพี่ชายคนโตของตนเองด้วยสีหน้าสงสัย

"มันกินไม่ได้หรอกนะน้องเล็ก เคยมีคนนำไปทำอาหารแล้วแต่มันกลับมีรสชาติที่ข่มจนบาดคอหลังจากนั้นก็ไม่มีชาวบ้านนำมันมาทำอาหารอีกเลย" เหอชงอี้ที่เป็นผู้เอ่ยตอบน้องสาวของตนเองถึงเหตุผลที่หน่อไม้จำนวนมากพวกนี้ไม่มีใครนำไปทำอาหาร

"นั่นเพราะพวกเขาไม่รู้จักวิธีการทำต่างหากเล่าเจ้าคะ เพียงแต่ข้านั้นได้ไปเรียนรู้วิธีการนั้นมาแล้ว พวกท่านช่วยข้าเลือกตัดหน่อไม้ที่มีขนาดใหญ่สัก 4-5 อันดีหรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวหันไปเอ่ยบอกพี่ชายของนางด้วยรอยยิ้มเบิกบานอย่างดีใจ

"ได้สิ..อาอี้เจ้าไปตัดยอดอ่อนของหน่อไม้ตรงนั้นสิ เดี๋ยวข้าจะไปตัดหน่อไม้อ่อนตรงนั้นเพิ่มเอง" ประโยคแรกนั้นเหอชงหยวนนั้นเอ่ยกับน้องสาวส่วนประโยคต่อมานั้นเขาได้หันไปเอ่ยกับน้องชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ 

"ขอรับพี่ใหญ่"เหอชงอี้เอ่ยตอบรับคำของพี่ชายพร้อมกับเดินไปยังทิศทางที่พี่ชายเอ่ยบอกในทันที

ใช้เวลาไม่ถึง 1 เค่อสองพี่น้องสกุลเหอก็ได้ทำการเก็บหน่อไม้อ่อนได้เสร็จสิ้น จากนั้นชายหนุ่มทั้งสองก็เดินกลับมาหาน้องสาวของพวกตนที่ยืนรออยู่ที่เดิมและพากันเดินต่อไปยังทิศทางที่เหอฟ่านชิงคิดว่าน่าจะมีแม่น้ำหรือลำธารอยู่เพราะได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ไม่ไกล

"พี่ใหญ่พี่รองเจ้าคะ บนเขาลูกนี้มีน้ำตกหรือลำธารไหลผ่านบ้างหรือไม่ หรือว่ามีเพียงลำธารที่อยู่อีกด้านของพวกเราเพียงเท่านั้นกัน" เหอฟ่านชิงที่คิดว่าบนภูเขาติดที่ดินบ้านของตนเองน่าจะมีลำธารไหลผ่านเช่นเดียวกันจึงได้เอ่ยถามพี่ชายทั้งสองเพื่อความมั่นใจ

"มีสิเดินตรงไปอีกเล็กน้อยก็จะมีลำธารขนาดเล็กไหลผ่านจากบนภูเขาลงไปจนถึงที่ดินหลังบ้านของเราในตอนนี้อย่างไรเล่า" เหอชงหยวนเป็นผู้เอ่ยบอกแก่น้องสาวของตน อีกทั้งชายหนุ่มยังอธิบายเกี่ยวกับลักษณะของหมู่บ้านโดยละเอียดตามที่เขาได้รับรู้มาแก่น้องสาวอย่างไม่ปิดบัง

"เช่นนั้นท่านพาข้าไปที่ลำธารที่ว่ามาหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ" 

"ย่อมได้" จบคำตอบรับของเหอชงหยวนทั้งสามพี่น้องสกุลเหอก็ได้เดินตรงไปยังเส้นทางด้านหน้าที่เป็นที่ตั้งของลำธารสายเล็กอยู่ในทันที

พวกของเหอฟ่านชิงใช้เวลาเดินมายังลำธารราว ๆ ครึ่งก้านธูปก็พบกับลำธารขนาดเล็กหรือค่อนไปทางกลางสำหรับเด็กสาว น้ำจากที่นี้ดูใสและสะอาดกว่าแม่น้ำที่ไหลผ่านหลังหมู่บ้านอีกสายที่พวกเขาใช้รวมกันอยู่ทุกวันเสียอีก ซึ่งนำในลำธารแห่งนี้มีความลึกไม่น่าจะเกินสะโพกของนางเพราะดูจากสายตาแล้วเหอฟ่านชิงนั้นสามารถมองเห็นไปถึงก้นแม่น้ำที่มีพวกต้นหญ้าที่สามารถเกิดได้ภายในใต้น้ำได้อย่างชัดเจน

อีกทั้งลำธารสายนี้ยังมีปลามากมายทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่แหวกว่ายไปมาด้วยความสำราญใจ เมื่อนางเห็นปลามากมายกำลังแข่งกันแหวกว่ายไปมาก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่าชาวบ้านไม่มีใครจับมันไปทำอาหารหรืออย่างไรกัน

"เอะ...ทำไมปลาในลำธารถึงได้มีจำนวนมากเช่นนี้เล่าเจ้าคะ หรือว่าไม่มีใครนำมันไปทำอาหารกัน" ด้วยความสงสัยเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามกับพี่ชายทั้งสอง

"เจ้าปลาพวกนี้มันช่างว่ายน้ำเร็วยิ่งนักจนพวกเราไม่สามารถจับพวกมันมาทำอาหารได้อย่างไรเล่า" เป็นเหอชงอี้ที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของเด็กสาว

"อ้อเป็นเช่นนี้เอง"

"แต่ก็พอมีผู้ที่สามารถจับพวกมันได้อยู่นะ นั่นก็คือท่านลุงหยางอย่างไรเล่า เพียงแต่ส่วนมากจะจับได้เพียงสองสามตัวและมันยังตายอีกจึงได้ราคาที่ถูกกว่าตัวที่ยังมีชีวิตอยู่" เหอชงหยวนเอ่ยอธิบายเพิ่มเติมให้กับน้องสาว

"พี่ใหญ่หมายความว่าปลาพวกนี้สามารถนำไปขายได้หรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงที่เอ่ยถามพี่ชายพร้อมทั้งเกิดแสงสว่างจ้าขึ้นมาภายในหัวของตนเองในทันที

"ใช่แล้วละ อีกทั้งราคาก็ยังสูงมากอีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นปลาที่ยังมีชีวิตอยู่จะขายได้ราคาดีกว่าปลาที่ตายแล้วถึงสองเท่าเชียวละ" จบคำของชายหนุ่มดวงตาของเด็กสาวก็ส่องแสงระยิบระยับในทันที พร้อมกับภายในหัวน้อย ๆ ของนางก็ยังคิดหาวิธีการจับปลาในลำธารพวกนี้ไปขายเพื่อหาเงินเข้าบ้านอย่างรวดเร็วจนในที่สุดเหอฟ่านชิงก็คิดขึ้นมาได้อยู่หนึ่งวิธีที่รวดเร็ว

"ดียิ่ง!! เช่นนั้นวันนี้พวกเราก็มาจับปลากลับไปขายกันเถิดเจ้าค่ะ" เด็กสาวร้องบอกพี่ชายทั้งสองด้วยสีหน้าเบิกบาน จนทำเอาบุรุษทั้งสองถึงกับเผยสีหน้างุนงงออกมาก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยปากถามผู้เป็นน้องสาวของตน

"น้องเล็กเจ้ารู้วิธีจับปลาพวกนี้อย่างนั้นรึ?"

"ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ พวกท่านอย่ามัวแต่สงสัยอยู่เลย แถวนี้พอจะมีจอมปลวกอยู่บ้างหรือไม่เจ้าคะ" เมื่อคิดหาวิธีการได้แล้วนางจึงได้เอ่ยถามถึงเหยื่อล่อที่จะนำมาใช้ในการจับปลาในครั้งนี้

"จอมปลวก?...คือสิ่งใดกัน" คำตอบที่ได้รับกลับมาทำเอาเหอฟ่านชิงถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่พร้อมกับเผยสีหน้าสงสัยออกมา ไม่นานจากนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยบอกลักษณะของจอมปลวกแก่ทั้งสอง

"จอมปลวกที่ข้าหมายถึงก็คือกองดินที่มีลักษณะสูงชอบเกิดขึ้นมาเองรูปร่างคล้าย ๆ ภูเขาขนาดเล็กที่สร้างขึ้นจากดินเจ้าค่ะ"

"อ้อเจ้าหมายถึงเจ้านั่นใช่หรือไม่" หลังจากที่ฟังคำพูดของน้องสาวจบเหอชงอี้ก็ชี้นิ้วไปยังสิ่งที่ใกล้เคียงกับจอมปลวกที่น้องสาวของเขาเอ่ยมาให้กับอีกฝ่ายดูในทันที ซึ่งหลังจากที่เหอฟ่านชิงหันไปมองยังจุดที่นิ้วของพี่ชายคนรองชี้ไปก็พบเข้ากับจอมปลวกขนาดเล็กตั้งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่ทั้งสามคนยืนอยู่

"ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่รองท่านเก่งมาก" พูดจบร่างผอมบางของเด็กสาวก็รีบวิ่งไปยังจอมปลวกที่อยู่ไม่ไกลในทันที เมื่อพี่ชายทั้งสองเห็นว่าน้องสาวของตนวิ่งตรงไปยังจอมปลวกที่เห็นก็ออกเดินตามหลังเด็กสาวไปเช่นกัน

***********************************************************************************************

เอะ! ยัยน้องจะจับปลาด้วยวิธีการแบบไหนกันนะ ทุกคนช่วยไรท์ลุ้นหน่อยสิคะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เครื่องในหมูแสนอร่อย

    หลังจากที่หยางฉีได้เดินจากไปแล้วหยางเฟิงก็ได้เดินไปหยิบคันธนูที่ดูแล้วเหมาะสมกับเหอฟ่านชิงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวของที่จับคันธนูนั้นทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีสีน้ำตาลดำส่วนสายนั้นทำจากเอ็นที่มีความเหนียวแน่นคงทนเป็นอย่างมาก แถมชายวัยกลางคนยังแกะสลักรูปดอกโม่ลี่ฮวาดอกเล็ก ๆ เอาไว้ตรงปลายของสายธนูทั้งสองช่างงดงามและลงตัวจนทำให้เหอฟ่านชิงถึงกับจ้องมองไปยังคันธนูของนางอย่างไม่วางตาทำเอาหยางเฟิงถึงกับหลุดขำออกมากับท่าทางของเด็กสาว"ฮ่า ฮ่า ชิงเอ๋อร์ดูเจ้าทำสีหน้าเช่นนี้แสดงว่าลุงทำธนูให้ถูกใจใช่หรือไม่" "เจ้าค่ะท่านลุง มันช่างงดงามมาก ท่านลุงคิดราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคนด้วยใบหน้ามีความสุขอีกทั้งนางก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงค่าสิ่งของที่นางชื่นชอบอยู่ในตอนนี้"อ้อ...ลุงมอบให้เจ้าถือเป็นคำขอบคุณที่เจ้าช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้ก็แล้วกันนะ" หยางเฟิงเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เขาเอ็นดูอีกทั้งนางยังเป็นผู้มีพระคุณและเพื่อนของบุตรสาวจะให้คิดเงินกับนางได้อย่างไรกัน"เอ่อ...แต่ว่าท่านลุงเจ้าคะข้า...""ห้ามปฏิเสธลุงนะชิงเอ๋อร์ เพื่อความสบายใจของลุงก็แล้วกัน" เหอฟ่านชิงที่ในตอนแรกตั้งใจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   พบกันอีกครา

    "อ่ะ....ขออภัยเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่ถูกชนจนร่างผอมบางเซถอยหลังไปสองก้าวถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายตามความเคยชิน"ชิงชิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพี่ท่านเดินชนเพื่อนของข้าแล้วเจ้าค่ะ" หยางหลิงที่ได้ยินเสียงร้องของเหอฟ่านชิงจึงได้หันหลังกลับมาดูก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตนนั้นได้เดินชนเข้ากับพี่ชายของนางจากมุมเลี้ยวตรงทางแยกของบ้านพอดี ด้วยความเป็นห่วงหยางหลิงรีบเข้าไปดูเพื่อนขอตนเองพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกขึ้นได้เด็กสาวจงได้หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวในทันทีเช่นกัน"พี่ไม่ได้ตั้งใจพอดีไม่ทันได้มองนึกว่าเจ้าเดินมาคนเดียวเหมือนทุกครั้ง" ชายหนุ่มคนเดิมที่เหอฟ่านชิงเคยพบเจอเมื่อครั้งที่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย"อ่า...หลิงหลิงข้าไม่เป็นไรเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเจ้าคะที่เดินไม่ได้ดูทางเพราะมัวแต่ก้มหน้า" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าขอโทษ"ไม่เป็นไร แล้วทำไมเจ้าทั้งสองถึงได้เปียกปอนเช่นนี้กัน รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด" หยางฉี บุตรชายคนโตของหยางเฟิง อายุ 18 ปีมีนิสัย นิ่งขรึม พูดน้อ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ช่วยเหลือ

    หลังจากฝ่ามือของเหอฟ่านชิงที่ตบลงไปบนใบหน้าของ เหอลี่ถิง บุตรสาวคนเล็กของท่านลุงใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แม้แต่เหล่าสตรีที่เป็นลูกไล่ของเหอลี่ถิงก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก"เจ้าจะด่าทอข้าหรือทำร้ายข้า ข้าไม่เคยสนใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเรียกบิดาของข้าแบบนั้นเข้าใจหรือไม่!" ภายใต้ความเงียบจู่ ๆ เสียงเหยียบเย็นของเหอฟ่านชิงก็ดังขึ้นทำเอาเหอลี่ถิงพร้อมทั้งลูกสมุนของนางต้องตกใจอีกครั้งกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอาจจะเพราะแต่ก่อนนั้นเหอฟ่านชิงคนเดิมนั้นอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนและขี้กลัวนางจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ตลอด เพียงแต่กับเหอฟ่านชิงคนใหม่นั้นถึงแม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ชอบหาเรื่องใคร รักสงบแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของนางนางก็พร้อมที่จะเอาคืนคนผู้นั้น และเส้นแบ่งเขตของเหอฟ่านชิงก็คือคนในครอบครัวที่นางรักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือที่เด็กสาวจะยอมให้ใครมาพูดจาว่าร้ายบิดาของตนเองได้"น..นังฟ่านชิงแก! นี่แกกล้าตบหน้าข้าอย่างนั้นรึ แกคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วสินะหะ!" หลังจากที่ได้สติคืนกลับมาเหอลี่ถิงก็ถึงกับเกรี้ยวกราดตะค

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ระหว่างทาง

    ช่วงปลายยามอู่ (11.00-12.59 น.) ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็พากันกลับมาถึงบ้านของพวกเขา เหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนที่ในวันนี้นางได้ให้พวกท่านช่วยกันตีนุ่นเพื่อใช้สำหรับทำผ้านวมและฟูกนอนรอระหว่างที่พวกเขาสามพี่น้องไปขายปลาในตัวเมือง"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทานมื้อเที่ยงกันหรือยังเจ้าคะ?""ยังเลยลูก พ่อเจ้าบอกจะรอพวกเจ้าก่อนค่อยทานพร้อมกันน่ะ" นางมี่ซือเป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของบุตรสาวพร้อมทั้งรอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวย"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำมื้อเที่ยงให้ทุกคนทานกันนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยบอกทั้งสี่คนก่อนที่นางจะเดินตรงไปยังครัวแล้วจัดการทำมื้อเที่ยงอย่างง่ายพียงอย่างสองอย่างจากนั้นคนบ้านเหอก็ได้ร่วมกันทานมื้อเที่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน อาจจะด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่างยังไม่ครบทำให้อาหารที่เหอฟ่านชิงทำนั้นยังคงมีรสชาติธรรมดา ๆ ไม่ได้อร่อยมากมายจึงยังไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยเหอฟ่านชิงก็บอกให้พี่ชายทั้งสองไปยังป่าไผ่เพื่อเริ่มตัดไม้ตามขนาดที่นางได้สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำมาสร้างบ้านในวันต่อ ๆ ไป ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็ได้เดิน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อของกลับบ้าน

    "ฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ เอาละ ๆ ถ้าเจ้าไม่อยากจะเอ่ยถึงก็ไม่เป็นไร แล้วพวกเจ้าจะรับเป็นตำลึงเงินทั้งหมดหรือไม่เล่า" ตู้หมิงเองก็ไม่คิดจะถามซักไซร้ให้สามพี่น้องรู้สึกอึดอัดใจเช่นเดียวกันจึงได้เอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นแทน"…" และก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเมื่อสักครู่นี้พวกเขามัวแต่ตกใจเรื่องของน้องสาวเลยไม่ได้สนใจจำนวนเงินที่ขายได้ เพียงแต่เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้งกับจำนวนเงินที่ขายปลาได้ในวันนี้ นี่มันมากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวเขาเสียอีกนะ"นายท่านข้าขอเป็นสี่ตำลึงกับแปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ" เป็นเหอฟ่านชิงที่ยังคงรักษาท่าทางสุขุมเอาไว้ได้แล้วเอ่ยตอบชายวัยกลางคนตรงหน้าไป"ได้…แล้วก็พวกเจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงตู้ก็พอไม่ต้องเรียกนายท่านหรอกเพราะข้าเป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น" ตู้หมิงเอ่ยบอกทั้งสามพี่น้องด้วยสีหน้าเอ็นดู ยิ่งกับแม่นางน้อยอย่างเหอฟ่านชิงแล้วเขายิ่งรู้สึกว่าตนอยากมีหลานสาวที่ฉลาดเช่นนี้บ้าง"ขอรับ / เจ้าค่ะ"สามพี่น้องสกุลเหอเองก็ไม่คิดที่จะเอ่ยค้านด้วยรู้ว่าเมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูเราควรจะตอบรับมากกว่าปฏิเสธ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ขายปลา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวเหอก็ยังคงใช้ชีวิตกันเหมือนอย่างเคยเพราะหลังจากที่แยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นเรื่องเป็นราวเลย เพราะฉะนั้นวันนี้หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยชวนพี่ชายทั้งสองไปที่ลำธารหลังบ้านตามเดิมเพื่อจับปลาไปขายในตัวเมืองซึ่งพวกของเหอฟ่านชิงก็ได้ปลามาเพิ่มอีกเกือบสิบตัว พอรวมกับปลาของเมื่อวานก็ได้ราว ๆ ยี่สิบกว่าตัว เมื่อมองดูพระอาทิตย์ก็เห็นว่าล่วงเลยเข้าปลายยามเฉิน (07.00-08.59 น.) สามพี่น้องสกุลเหอก็ได้กลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่แห้งจากนั้นก็พากันออกเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองในทันทีด้วยเด็กสาวต้องการที่จะประหยัดค่าเดินทางนางจึงได้เลือกใช้วิธีเดินเท้าแทนที่จะนั่งเกวียน อีกทั้งไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่เดินทางเข้าเมือง มีทั้งชาวบ้านใกล้เคียงหรือชาวบ้านหมู่บ้านเป่าหนิง บางครอบครัวก็เลือกใช้การเดินทางด้วยเท้าเข้าไปแทนการนั่งเกวียน สามพี่น้องสกุลเหอเองก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งในเหล่าชาวบ้านที่เดินทางเข้าเมือง เพียงแต่จะแปลกหน่อยก็เพราะที่ด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสองนั้นที่ตะกร้าคนละใบที่ไม่รู้ว่าด้านในนั้นใส่อะไรเอาไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status