Share

ดักปลาครั้งแรก

last update Last Updated: 2026-03-07 09:41:05

"สิ่งนี้รึที่เรียกว่าจอมปลวก" เหอชงหยวนเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสิ่งที่ตามหา

"ใช่แล้วเจ้าค่ะ พี่รองท่านช่วยขุดสิ่งนี้ออกมาให้ข้าทีเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบพี่ชายคนโตก่อนที่นางจะหันไปหาพี่ชายคนรองพร้อมกับเอ่ยบอกอีกฝ่าย

"ได้ ๆ " หลังจากเอ่ยตอบรับคำของน้องสาวเหอชงอี้ก็วางตะกร้าที่สะพายเอาไว้ด้านหลังลงก่อนจะใช้มือหยิบเสียมที่นำติดตัวมาด้วยออกมาแล้วลงมือขุดจอมปลวกที่น้องสาวต้องการในทันที 

หลังจากขุดจอมปลวกเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงก็เดินนำพี่ชายทั้งสองไปยังลำธารก่อนจะใช้สายตาสำรวจหาจุดที่คิดว่ามีปลาแหวกว่ายมากที่สุด เมื่อได้จุดที่ต้องการแล้วเหอฟ่านชิงก็เอ่ยบอกพี่ชายทั้งสองให้ทำตามคำพูดของตนเอง

"พี่ใหญ่ข้าขอยืมตะกร้าของท่านหน่อยสิเจ้าคะ"

"ได้สิ" จบคำเหอชงหยวนก็ปลดตะกร้าที่สะพายไว้บนหลังลงมาให้กับน้องสาวของตนเองในทันที ถึงแม้ว่าภายในใจของเขาจะมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาก็ตามที

เมื่อเหอฟ่านชิงรับตะกร้ามาแล้วนั้นนางก็ใช้มีดพร้าในมือฟันให้จอมปลวกมีขนาดเล็ก ๆ ใส่ลงไปในตะกร้าใบใหญ่ เสร็จแล้วร่างบอบบางก็ถือตะกร้าเดินลงไปในลำธารตรงจุดที่นางคิดว่ามีปลาเยอะที่สุด ท่ามกลางความตกใจของบุรุษทั้งสองที่ยังคงยืนตื่นตะลึงกับสิ่งที่น้องสาวของพวกเขาทำ

ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ของเหอฟ่านชิงนั้นเป็นเพียงแค่เดินลงไปในน้ำจากนั้นก็วางตะกร้าลงไปในน้ำจนมิดแล้วยืนนิ่งไม่ขยับอยู่อย่างนั้น ในตอนแรกชายหนุ่มทั้งสองตั้งใจว่าจะจะลงไปช่วยเด็กสาวแต่กลับถูกอีกฝ่ายส่งเสียงห้ามเอาไว้ก่อนแล้วบอกให้พวกเขารอดูต่อไป

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ หลังจากที่ตะกร้าจมน้ำแล้วนั้นจอมปลวกที่มีตัวอ่อนของปลวกก็ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำตรงปากตะกร้า หลังจากที่กระแสน้ำนิ่งสงบเหล่าปลาที่ในตอนแรกนั้นต่างก็ว่ายน้ำหนีไปอีกด้านก็เริ่มแหวกว่ายเบียดเสียดกันเข้ามากินเหยื่อที่ปากตะกร้า บางตัวก็ลอยเข้าไปภายในตะกร้าจนเมื่อเหอฟ่านชิงเห็นว่าปลามากมายนับ 10 ตัวนั้นลอยอยู่ในตะกร้าแล้ว

นางก็ใช้จังหวะเพียงชั่วพริบตา ยกตะกร้าที่เต็มไปด้วยน้ำและปลาขึ้นมาเหนือผิวน้ำในทันทีจากนั้นร่างบอบบางก็รีบอุ้มตะกร้าที่มีปลาสิบกว่าตัวอยู่ด้านในขึ้นมาบนบกอย่างรวดเร็วท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของพี่ชายทั้งสองของนางที่ตอนนี้ได้ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินไปเสียแล้ว

"พี่ใหญ่ พี่รอง..." เสียงหวานเอ่ยเรียกพี่ชายทั้งสองของตนเองหลังจากที่วางตะกร้าลงพื้นเสร็จเรียบร้อย

"...." แต่มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา เมื่อเห็นว่าพี่ชายทั้งสองของตนเองนั้นได้สติหลุดไปแล้วนางจึงส่งเสียงเรียกอีกครั้งแต่เพิ่มระดับความดังขึ้นมาอีก

"ท่านพี่ทั้งสองเจ้าคะ!"

"หะ...หา/ อะ..อื้อ" และแล้วสติของชายหนุ่มทั้งสองก็กลับเข้าร่างในที่สุด

"พวกท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะทำไมถึงได้ยืนนิ่งเช่นนี้เล่า" เหอฟ่านชิงที่เห็นว่าพี่ชายทั้งสองได้คืนสติกลับมาแล้วนั้นจึงได้เอ่ยถามกับทั้งสองขึ้นมา

"อ้อ..ขอโทษเจ้าด้วยพวกพี่คงกำลังตกใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่นี้น่ะ" เป็นเหอชงหยวนที่เอ่ยตอบคำถามแทนน้องชายของตน 

"น้องเล็ก! เจ้าคิดวิธีเช่นนี้ออกมาได้ยังไงกัน มันสุดยอดมาก! พี่รองนับถือเจ้าจริง ๆ " เหอชงอี้หลังจากที่สามารถสงบจิตใจของตัวเองลงมาได้แล้วนั้นก็ได้เอ่ยกับน้องสาวที่แสนจะฉลาดของตนด้วยสีหน้าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก

"ฮ่า ฮ่า พี่รองท่านก็พูดเกินไปเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่คิดว่าลองดูก็ไม่น่าจะเสียหายอันใดเพียงเท่านั้น" เหอฟ่านชิงที่เห็นว่าพี่ชายคนรองของตนเอ่ยชมถึงเพียงนี้ก็อดที่จะขัดเขินไม่ได้

"ไม่หรอกชิงเอ๋อร์ เป็นเจ้าที่มีความสามารถอย่างเจ้ารองว่ามานั่นแหละ" แม้แต่เหอชงหยวนเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมน้องสาวที่เก่งกาจของเขา

"พวกท่านก็...ช่างเถิด ๆ เอาเป็นว่าพวกท่านก็ได้เห็นวิธีการจับปลาของข้าแล้วถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ช่วยกันจับปลาเพิ่มอีกหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ยิ่งได้เยอะก็ยิ่งดีข้าจะได้ทำปลาตากแห้งเอาไว้เป็นอาหารในช่วงหน้าหนาว"

เหอฟ่านชิงที่รู้สึกเขินจนพูดไม่ออกจึงได้เปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาทันที อีกทั้งนางเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าหน้าหนาวนี้อย่างน้อยมีปลาแห้งให้ทานก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก

"ได้ ๆ / ตกลง" ชายหนุ่มทั้งสองเองก็เอ่ยรับคำน้องสาวด้วยความกระตือรือร้น

หลังจากนั้นสามพี่น้องสกุลเหอก็ช่วยกันถือตะกร้าลงไปในลำธารช่วยกันจับปลาได้มาเป็นจำนวนมาก มีทั้งปลาตัวเล็ก ๆ ปลานิล ปลาตะเพียนนั้นเห็นจะเยอะที่สุด จนเมื่อเหอฟ่านชิงเห็นว่าจำนวนปลาที่จับได้เพียงพอแล้วก็สั่งให้พี่ชายทั้งสองขึ้นจากน้ำแล้วพากันเดินลัดเลาะไปตามลำธารเพื่อมองหาอย่างอื่นต่อไป

เพียงแต่ระหว่างทางที่เหอฟ่านชิงกำลังเดินผ่านชายป่าที่จะออกจากภูเขาไปยังบ้านของนางอยู่นั้น สายตาของนางก็พบเข้ากับขอนไม้ผุ ๆ ท่อนหนึ่งแต่มีขนาดใหญ่เท่าหนึ่งคนโอบวางทิ้งอยู่ไม่ไกล เพียงแต่สายตาของเหอฟ่านชิงนั้นกลับเปล่งประกายขึ้นเพราะสิ่งที่ผุดขึ้นมาจากท่อนไม้ผุ ๆ นั้นต่างหาก

ด้วยความรวดเร็วร่างบอบบางของเด็กสาวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าท่อนไม้ที่เป็นเป้าหมายของเด็กสาวท่ามกลางสีหน้าแตกตื่นของพี่ชายทั้งสองที่ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับน้องสาวของเขา

เพราะพวกเขานั้นมองเห็นเพียงจู่ ๆ น้องสาวที่น่ารักก้วิ่งออกมาจากจุดที่พวกเขากำลังเดินอยู่ก่อนจะมาหยุดยืนทำสีหน้ามีความสุขอยู่ตรงหน้าท่อนไม้ผุ ๆ ท่อนนี้เพียงเท่านั้น

"น้องเล็กเกิดอะไรขึ้น!" หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสองวิ่งมาถึงตัวของผู้เป็นน้องสาวเหอชงอี้ก็รีบเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงตกใจในทันที

"อ้อ..ไม่มีอะไรเจ้าค่ะข้าเพียงแค่ดีใจมากไปหน่อยที่วันนี้โชคดีพบเจอพวกมันตั้งมากมายเช่นนี้" เหอฟ่านชิงที่รู้ว่าเผลอทำตัวเหมือนเด็ก ๆ เวลาเจอของชอบก็ได้รีบเอ่ยบอกพี่ชายทั้งสองที่ยืนหอบอยู่ด้านข้างอย่างรู้สึกผิดต่อพวกเขาเล็กน้อย

"เจ้าหมายถึงเจ้าพวกนี้อย่างนั้นหรือชิงเอ๋อร์" เหอชงหยวนที่มองตามสายตาของน้องสาวแล้วรู้ว่าสิ่งที่ทำให้น้องของเขาวิ่งหน้าตั้งมาด้วยความรวดเร็วคือสิ่งใดก็ถึงกับเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

"ใช่แล้วเจ้าค่ะพี่ใหญ่" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบพี่ชายคนโตของนางด้วยใบหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างยินดี

"แต่ว่า....."ทางด้านเหอชงอี้เองเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ทำให้น้องสาวของตนเองมีความสุขคืออะไรก็ถึงกับพูดไม่ออกด้วยเกรงว่าคำพูดของตนนั้นอาจจะทำให้ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของน้องสาวเลือนหายไป

"ทำไมหรือเจ้าคะพี่รอง?" เหอฟ่านชิงเองก็รู้สึกงุนงงกับท่าทางของพี่ชายทั้งสองหลังจากเห็นเจ้าสิ่งที่นางวิ่งหน้าตั้งมาหาจึงได้เอ่ยถามพี่ชายของตนเองไป

"ก็สิ่งที่เจ้าวิ่งมาหานั้นมันไม่สามารถกินได้นะสิ" ในที่สุดเหอชงอี้ก็กลั้นใจตอบคำถามของเด็กสาวออกไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวดด้วยกลัวว่าน้องสาวของตัวเองจะแสดงสีหน้าเศร้าเสียใจอย่างแน่นอน

"ว่าไงนะเจ้าคะ?" แต่กลับกันสีหน้าที่ชายหนุ่มทั้งสองได้เห็นอยู่ในตอนนี้มีเพียงความงุนงงและสงสัยจากใบหน้าเล็กเท่านั้น

"...." เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งสามคนในทันทีด้วยพวกชายหนุ่มทั้งสองเองก็รู้สึกสับสนว่าพวกเขาควรจะอธิบายเกี่ยวกับเจ้าสิ่งนี้ยังไงดี

ส่วนด้านเหอฟ่านชิงเองก็รู้สึกงุนงงว่าคนที่นี่ไม่รู้จักเจ้าสิ่งนี้หรอกหรือ ไม่ใช่ว่าต้นกำเนิดของมันเกิดที่ประเทศนี้หรอกหรือ ดังนั้นในตอนนี้สามพี่น้องสกุลเหอจึงตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดของจนเองจนไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก

************************************************************************************************

เอะ! ยัยน้องเจอเข้ากับอะไรกันนะ ทุกคนว่าน้องเจอกับอะไรกันหรอคะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   เครื่องในหมูแสนอร่อย

    หลังจากที่หยางฉีได้เดินจากไปแล้วหยางเฟิงก็ได้เดินไปหยิบคันธนูที่ดูแล้วเหมาะสมกับเหอฟ่านชิงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวของที่จับคันธนูนั้นทำจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีสีน้ำตาลดำส่วนสายนั้นทำจากเอ็นที่มีความเหนียวแน่นคงทนเป็นอย่างมาก แถมชายวัยกลางคนยังแกะสลักรูปดอกโม่ลี่ฮวาดอกเล็ก ๆ เอาไว้ตรงปลายของสายธนูทั้งสองช่างงดงามและลงตัวจนทำให้เหอฟ่านชิงถึงกับจ้องมองไปยังคันธนูของนางอย่างไม่วางตาทำเอาหยางเฟิงถึงกับหลุดขำออกมากับท่าทางของเด็กสาว"ฮ่า ฮ่า ชิงเอ๋อร์ดูเจ้าทำสีหน้าเช่นนี้แสดงว่าลุงทำธนูให้ถูกใจใช่หรือไม่" "เจ้าค่ะท่านลุง มันช่างงดงามมาก ท่านลุงคิดราคาเท่าไหร่หรือเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคนด้วยใบหน้ามีความสุขอีกทั้งนางก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยถามถึงค่าสิ่งของที่นางชื่นชอบอยู่ในตอนนี้"อ้อ...ลุงมอบให้เจ้าถือเป็นคำขอบคุณที่เจ้าช่วยหลิงเอ๋อร์เอาไว้ก็แล้วกันนะ" หยางเฟิงเอ่ยบอกกับเด็กสาวที่เขาเอ็นดูอีกทั้งนางยังเป็นผู้มีพระคุณและเพื่อนของบุตรสาวจะให้คิดเงินกับนางได้อย่างไรกัน"เอ่อ...แต่ว่าท่านลุงเจ้าคะข้า...""ห้ามปฏิเสธลุงนะชิงเอ๋อร์ เพื่อความสบายใจของลุงก็แล้วกัน" เหอฟ่านชิงที่ในตอนแรกตั้งใจ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   พบกันอีกครา

    "อ่ะ....ขออภัยเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงที่ถูกชนจนร่างผอมบางเซถอยหลังไปสองก้าวถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจอีกทั้งยังไม่ลืมที่จะเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายตามความเคยชิน"ชิงชิงเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านพี่ท่านเดินชนเพื่อนของข้าแล้วเจ้าค่ะ" หยางหลิงที่ได้ยินเสียงร้องของเหอฟ่านชิงจึงได้หันหลังกลับมาดูก่อนจะพบว่าเพื่อนสาวของตนนั้นได้เดินชนเข้ากับพี่ชายของนางจากมุมเลี้ยวตรงทางแยกของบ้านพอดี ด้วยความเป็นห่วงหยางหลิงรีบเข้าไปดูเพื่อนขอตนเองพร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่าย แต่เมื่อนึกขึ้นได้เด็กสาวจงได้หันไปเอ่ยกับผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวในทันทีเช่นกัน"พี่ไม่ได้ตั้งใจพอดีไม่ทันได้มองนึกว่าเจ้าเดินมาคนเดียวเหมือนทุกครั้ง" ชายหนุ่มคนเดิมที่เหอฟ่านชิงเคยพบเจอเมื่อครั้งที่แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย"อ่า...หลิงหลิงข้าไม่เป็นไรเจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะเจ้าคะที่เดินไม่ได้ดูทางเพราะมัวแต่ก้มหน้า" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าขอโทษ"ไม่เป็นไร แล้วทำไมเจ้าทั้งสองถึงได้เปียกปอนเช่นนี้กัน รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด" หยางฉี บุตรชายคนโตของหยางเฟิง อายุ 18 ปีมีนิสัย นิ่งขรึม พูดน้อ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ช่วยเหลือ

    หลังจากฝ่ามือของเหอฟ่านชิงที่ตบลงไปบนใบหน้าของ เหอลี่ถิง บุตรสาวคนเล็กของท่านลุงใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที แม้แต่เหล่าสตรีที่เป็นลูกไล่ของเหอลี่ถิงก็ยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนพูดไม่ออก"เจ้าจะด่าทอข้าหรือทำร้ายข้า ข้าไม่เคยสนใจ แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยเรียกบิดาของข้าแบบนั้นเข้าใจหรือไม่!" ภายใต้ความเงียบจู่ ๆ เสียงเหยียบเย็นของเหอฟ่านชิงก็ดังขึ้นทำเอาเหอลี่ถิงพร้อมทั้งลูกสมุนของนางต้องตกใจอีกครั้งกับท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปของอีกฝ่ายอาจจะเพราะแต่ก่อนนั้นเหอฟ่านชิงคนเดิมนั้นอ่อนแอ ไม่กล้าสู้คนและขี้กลัวนางจึงตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ตลอด เพียงแต่กับเหอฟ่านชิงคนใหม่นั้นถึงแม้นิสัยส่วนตัวจะไม่ชอบหาเรื่องใคร รักสงบแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีใครก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของนางนางก็พร้อมที่จะเอาคืนคนผู้นั้น และเส้นแบ่งเขตของเหอฟ่านชิงก็คือคนในครอบครัวที่นางรักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือที่เด็กสาวจะยอมให้ใครมาพูดจาว่าร้ายบิดาของตนเองได้"น..นังฟ่านชิงแก! นี่แกกล้าตบหน้าข้าอย่างนั้นรึ แกคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วสินะหะ!" หลังจากที่ได้สติคืนกลับมาเหอลี่ถิงก็ถึงกับเกรี้ยวกราดตะค

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ระหว่างทาง

    ช่วงปลายยามอู่ (11.00-12.59 น.) ในที่สุดสามพี่น้องสกุลเหอก็พากันกลับมาถึงบ้านของพวกเขา เหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามบิดาและมารดาของตนที่ในวันนี้นางได้ให้พวกท่านช่วยกันตีนุ่นเพื่อใช้สำหรับทำผ้านวมและฟูกนอนรอระหว่างที่พวกเขาสามพี่น้องไปขายปลาในตัวเมือง"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทานมื้อเที่ยงกันหรือยังเจ้าคะ?""ยังเลยลูก พ่อเจ้าบอกจะรอพวกเจ้าก่อนค่อยทานพร้อมกันน่ะ" นางมี่ซือเป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของบุตรสาวพร้อมทั้งรอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนใบหน้าสวย"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะรีบไปทำมื้อเที่ยงให้ทุกคนทานกันนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงรีบเอ่ยบอกทั้งสี่คนก่อนที่นางจะเดินตรงไปยังครัวแล้วจัดการทำมื้อเที่ยงอย่างง่ายพียงอย่างสองอย่างจากนั้นคนบ้านเหอก็ได้ร่วมกันทานมื้อเที่ยงอย่างพร้อมเพรียงกัน อาจจะด้วยเครื่องปรุงหลาย ๆ อย่างยังไม่ครบทำให้อาหารที่เหอฟ่านชิงทำนั้นยังคงมีรสชาติธรรมดา ๆ ไม่ได้อร่อยมากมายจึงยังไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยเหอฟ่านชิงก็บอกให้พี่ชายทั้งสองไปยังป่าไผ่เพื่อเริ่มตัดไม้ตามขนาดที่นางได้สั่งเอาไว้ เพื่อจะนำมาสร้างบ้านในวันต่อ ๆ ไป ส่วนเหอฟ่านชิงเองก็ได้เดิน

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ซื้อของกลับบ้าน

    "ฮ่า ฮ่า พวกเจ้านี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ เอาละ ๆ ถ้าเจ้าไม่อยากจะเอ่ยถึงก็ไม่เป็นไร แล้วพวกเจ้าจะรับเป็นตำลึงเงินทั้งหมดหรือไม่เล่า" ตู้หมิงเองก็ไม่คิดจะถามซักไซร้ให้สามพี่น้องรู้สึกอึดอัดใจเช่นเดียวกันจึงได้เอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นแทน"…" และก็เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเมื่อสักครู่นี้พวกเขามัวแต่ตกใจเรื่องของน้องสาวเลยไม่ได้สนใจจำนวนเงินที่ขายได้ เพียงแต่เมื่อได้ยินชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพวกเขาก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้งกับจำนวนเงินที่ขายปลาได้ในวันนี้ นี่มันมากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวเขาเสียอีกนะ"นายท่านข้าขอเป็นสี่ตำลึงกับแปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ" เป็นเหอฟ่านชิงที่ยังคงรักษาท่าทางสุขุมเอาไว้ได้แล้วเอ่ยตอบชายวัยกลางคนตรงหน้าไป"ได้…แล้วก็พวกเจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงตู้ก็พอไม่ต้องเรียกนายท่านหรอกเพราะข้าเป็นเพียงผู้จัดการร้านเท่านั้น" ตู้หมิงเอ่ยบอกทั้งสามพี่น้องด้วยสีหน้าเอ็นดู ยิ่งกับแม่นางน้อยอย่างเหอฟ่านชิงแล้วเขายิ่งรู้สึกว่าตนอยากมีหลานสาวที่ฉลาดเช่นนี้บ้าง"ขอรับ / เจ้าค่ะ"สามพี่น้องสกุลเหอเองก็ไม่คิดที่จะเอ่ยค้านด้วยรู้ว่าเมื่อผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูเราควรจะตอบรับมากกว่าปฏิเสธ

  • ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง   ขายปลา

    เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวเหอก็ยังคงใช้ชีวิตกันเหมือนอย่างเคยเพราะหลังจากที่แยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่พวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งใดเป็นเรื่องเป็นราวเลย เพราะฉะนั้นวันนี้หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยชวนพี่ชายทั้งสองไปที่ลำธารหลังบ้านตามเดิมเพื่อจับปลาไปขายในตัวเมืองซึ่งพวกของเหอฟ่านชิงก็ได้ปลามาเพิ่มอีกเกือบสิบตัว พอรวมกับปลาของเมื่อวานก็ได้ราว ๆ ยี่สิบกว่าตัว เมื่อมองดูพระอาทิตย์ก็เห็นว่าล่วงเลยเข้าปลายยามเฉิน (07.00-08.59 น.) สามพี่น้องสกุลเหอก็ได้กลับมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่แห้งจากนั้นก็พากันออกเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองในทันทีด้วยเด็กสาวต้องการที่จะประหยัดค่าเดินทางนางจึงได้เลือกใช้วิธีเดินเท้าแทนที่จะนั่งเกวียน อีกทั้งไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาที่เดินทางเข้าเมือง มีทั้งชาวบ้านใกล้เคียงหรือชาวบ้านหมู่บ้านเป่าหนิง บางครอบครัวก็เลือกใช้การเดินทางด้วยเท้าเข้าไปแทนการนั่งเกวียน สามพี่น้องสกุลเหอเองก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งในเหล่าชาวบ้านที่เดินทางเข้าเมือง เพียงแต่จะแปลกหน่อยก็เพราะที่ด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสองนั้นที่ตะกร้าคนละใบที่ไม่รู้ว่าด้านในนั้นใส่อะไรเอาไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status