LOGINหลังจากที่สองพี่น้องสกุลเหอเดินออกมาจากร้านฝากเงินแล้วนั้น เด็กสาวก็บอกให้พี่ชายของตนพาไปยังร้านขายสมุนไพรหรือไม่ก็ร้านขายยา เพราะนางยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ยังไม่ได้ขาย
ซึ่งเหอชงหยวนก็ตามใจน้องสาวของตนเองโดยไม่เอ่ยถามแม้ครึ่งคำ เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปสองพี่น้องสกุลเหอก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าร้านรับซื้อและขายสมุนไพรแห่งหนึ่งที่ดูใหญ่โตกว่าร้านขายสมุนไพรร้านอื่น ๆ ที่อยู่ด้านตรงข้าม
ที่ภายในร้านนั้นตอนนี้มีลูกค้ากำลังเดินซื้อและเลือกหาสมุนไพรอยู่ภายในร้าน เมื่อพนักงานร้านเห็นสองพี่น้องที่แต่งตัวซอมซ่อก็ทำเป็นเมินหน้าหนีอย่างรังเกียจ
ทำเอาใบหน้าเล็ก ๆ ของเหอฟ่านชิงถึงกับตึงขึ้นมาในทันทีพร้อมกับปากบาง ๆ ของนางที่พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
"นี่มันพนักงานแบบไหนกัน ไร้มารยาทสิ้นดี มารยาทเช่นนี้คงจะทำให้ร้านนี้เจ๊งเข้าสักวัน เฮอะ!"
"ชิงเอ๋อร์อย่าได้อารมณ์เสียไปเลยพวกเราไปร้านขายสมุนไพรฝั่งตรงข้ามก็ได้"
เหอชงหยวนที่เห็นว่าน้องสาวที่น่ารักของตนเองเริ่มจะไม่พอใจกับท่าทางดูแคลนของพนักงานคนเมื่อครู่นี้จึงได้เอ่ยเสนอร้านใหม่ให้อย่างรวดเร็ว
"ดีเจ้าค่ะ เพราะข้าไม่คิดที่จะทำการค้ากับคนประเภทนี้เหมือนกัน"
เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบพี่ชายของนาง จากนั้นเด็กสาวก็เดินตรงไปร้านสมุนไพรที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านเมื่อครู่นี้ในทันที
"พี่ชายข้ามีสมุนไพรมาขายไม่ทราบว่าที่ร้านของท่านรับซื้อสมุนไพรหรือไม่เจ้าคะ"
เมื่อเดินเข้ามาบริเวณด้านในร้านขายสมุนไพรแล้วนั้นเหอฟ่านชิงจึงได้เอ่ยถามกับพนักงานชายที่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกข้าอยู่ทางด้านหน้าทางเข้าร้านแห่งใหม่
"โอ้ว...รับสิ ร้านของเรารับซื้อและขายสมุนไพรทุกชนิดเลย เจ้าสองคนเดินตามข้ามาประเดี๋ยวข้าจะพาไปพบนายท่าน"
พนักงานชายอายุราว ๆ ยี่สิบกว่าปีเอ่ยตอบกลับพร้อมทั้งยังอาสาเป็นผู้นำทางสองพี่น้องไปพบกับเจ้าของร้านแห่งนี้อีกด้วย
พนักงานร้านชายได้พาทั้งสองเดินมารอยังห้องว่างห้องหนึ่งที่อยู่ถัดจากบริเวณหน้าร้านที่ใช้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาเลือกซื้อสมุนไพร ก่อนที่เขาจะหันมาเอ่ยกับทั้งสองคนว่าให้รออยู่ภายในห้องนี้สักครู่เขาจะรีบไปตามเจ้าของร้านมาให้
จนเวลาผ่านไปไม่นานก็ได้มีชายวัยกลางคนที่อายุน่าจะพอ ๆ กันกับท่านลุงใหญ่ของเหอฟ่านชิงที่แต่งตัวดูมีภูมิฐาน
ท่วงท่าการเดินหรือแม้แต่จังหวะของการก้าวเท้าก็ยังบ่งบอกถึงการศึกษาที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ชายวัยกลางคนจะมีรัศมีของความน่าเคารพและนับถือกระจายอยู่รอบ ๆ ตัวของเขา
"คารวะเถ้าแก่ขอรับ / เจ้าค่ะ "
เมื่อชายวัยกลางคนนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามสองพี่น้องสกุลเหอจึงได้เอ่ยทักทายเจ้าของร้านอย่างสุภาพดั่งได้รับการอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาทมาเป็นอย่างดี
สร้างความแปลกใจและรู้สึกพอใจที่มีในตัวของสองพี่น้องสกุลเหอแก่สายตาของ ปู้หมิง เจ้าของร้านขายสมุนไพรและยาที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองตงหวงแห่งนี้ไม่น้อย
พวกเจ้าทั้งสองนั่งลงก่อนไม่ต้องมากพิธี"
ปู้หมิงเอ่ยบอกกับเด็กทั้งสองตรงหน้าอย่างใจดี
"ขอบคุณขอรับ/ขอบคุณเจ้าค่ะ"
สองพี่น้องสกุลเหอเอ่ยขอบคุณกับชายวัยกลางคนตรงหน้าก่อนที่ทั้งสองจะนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านหลังของพวกเขาตามคำบอกกล่าวของอีกฝ่าย
"ไหนเจ้ามีสมุนไพรอะไรมาขายให้กับร้านของข้างอย่างนั้นหรือ"
หลังจากที่สองพี่น้องนั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นปู้หมิงจึงได้เอ่ยถามถึงสิ่งที่เด็กทั้งสองคนตรงหน้ามาที่ร้านของเขาในวันนี้ทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา
"ข้ามีสมุนไพรชนิดหนึ่งมาให้เถ้าแก่ช่วยตีราคาเจ้าค่ะ"
เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกกับชายวัยกลางคนตรงหน้า พร้อมกับมือที่ล้วงหยิบเข้าไปภายในแขนเสื้อเพื่อหยิบเอาห่อผ้าสีซีดที่นางใช้สำหรับห่อหุ้มเห็ดหลินจือดำทั้งสามดอกเอาไว้ออกมาวางลงตรงหน้าของบุรุษทั้งสองคน
"นี่คือสิ่งใดรึ?"
ปู้หมิงที่มองเห็นเพียงเศษผ้าสีซีดที่ไม่รู้ว่าด้านในนั้นได้ใช้ห่อสิ่งใดเอาไว้จึงได้เอ่ยถามกับเด็กสาวตรงหน้าด้วยความสนใจ
"..."
เหอฟ่านชิงไม่ได้ตอบคำถามของเถ้าแก่ร้าน แต่นางใช้มือคลี่ผ้าตรงส่วนปลายที่ห่อสิ่งของเอาไว้ออก นั่นจึงเผยให้เห็นเห็ดสีดำเงาที่มีรูปร่างครึ่งวงกลมคล้ายรูปไตที่มีขนาดประมาณสี่ชุนอยู่สามดอก มีสภาพสมบูรณ์เพราะถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี
"นี่มันเห็ดหลินจือดำมิใช่รึ!"
ปู้หมิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ถึงแม้ว่าเห็ดหลินจือดำนี้จะมีราคาไม่แพงเท่ากับเห็ดหลินจือแดงแต่ก็นับได้ว่าเป็นสมุนไพรที่พบเจอได้น้อยมากอีกหนึ่งชนิดเลยก็ว่าได้
ส่วนเรื่องสรรพคุณของมันนั้นก็ยังเรียกได้ว่ามีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าเห็ดหลินจือสีแดงจึงไม่แปลกถ้าหากว่าเขาจะรู้สึกตื่นเต้นกับดอกเห็ดหลินจือดำเงาตรงหน้า
"ใช่แล้วเจ้าค่ะ พอดีท่านพ่อของข้าบังเอิญพบมันเข้าเมื่อวานนี้ในตอนที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์จึงได้เก็บมันมา แล้วให้ข้ากับพี่ชายนำมาขายในวันนี้"
เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกถึงที่มาของเห็ดทั้งสามดอกนี้โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายไถ่ถาม เพราะนางรู้ดีว่ายังไงเถ้าแก่ร้านย่อมต้องอยากรู้ถึงที่มาของเจ้าเห็ดทั้งสามดอกนี้อย่างแน่นอน นางจึงได้คิดคำตอบมาตั้งแต่ออกจากป่าเมื่อเช้านี้แล้วนั่นเอง
"เช่นนั้นหรอกรึ อืม...ถือว่าบิดาของพวกเจ้านี้มีความสามารถไม่น้อยที่รู้จักเจ้าเห็ดสมุนไพรหายากอย่างเห็ดหลินจือดำ พวกนี้"
ปู้หมิงเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชม สำหรับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำเรียนหรือว่ามีความรู้ทางด้านการรักษานั้นน้อยมากที่จะพบเจอและแยกแยะสมุนไพรออกได้ แต่บิดาของเด็กทั้งสองกลับมีความสามารถนี้เขาจึงได้รู้สึกชื่นชมอยู่ไม่น้อย
"ขอบคุณเถ้าแก่ขอรับ แล้วท่านจะรับซื้อพวกมันหรือไม่"
เหอชงหยวนที่นั่งเงียบมานานจนถูกผู้เป็นน้องสาวสะกิดเข้าที่ต้นขาเพื่อให้เอ่ยปากอะไรบ้าง เขาจึงได้เอ่ยถามชายวัยกลางคนตรงหน้าออกไป
"ย่อมต้องรับซื้ออยู่แล้ว พวกเจ้านี่โชคดีเสียจริงที่กำลังมีคนต้องการรับซื้อเห็ดหลินจือดำในราคาที่สูงมากเพื่อนำไปใช้เป็นยารักษา เช่นนั้นข้าจะรับซื้อเห็ดหลินจือทั้งสามดอกนี้ในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร"
ปู้หมิงเสนอราคาที่สูงให้กับสองพี่น้องตรงหน้า เพราะเมื่อวานก็ได้มีคนมาติดต่อขอซื้อเจ้าเห็ดหลินจือดำนี้ในราคาแปดสิบตำลึงทองเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ร้านของเขานั้นกลับไม่มี
ไม่คิดว่าพอมาวันนี้กลับมีแม่นางน้อยเป็นคนนำมันมาขายให้กับเขาถึงร้านเช่นนี้ ช่างเป็นโชคดีของร้านเขาเสียจริง ๆ ดังนั้นเพื่อตอบแทนเด็กสาวเขาจึงได้ให้ราคาที่แพงกว่าปกติกับเด็กสาวตรงหน้าอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
"ตกลงเจ้าค่ะ ข้าขายให้กับเถ้าแก่ทั้งหมดเลย"
เหอฟ่านชิงเองก็รู้ดีว่าราคาที่ชายตรงหน้าเสนอมาให้กับตนเองนั้นมากกว่าปกติ ด้วยราคาเห็ดหลินจือดำนั้นจะถูกว่าเห็ดหลินจือแดงมากนางจึงได้เอ่ยตกลงในทันทีเช่นเดียวกัน
"ได้ นี่ตั๋วเงินหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงทอง เจ้าลองนับดูว่าถูกต้องหรือไม่"
เมื่อตกลงราคากันได้แล้วปู้หมิงจึงได้หยิบตั๋วเงินตามจำนวนออกมาก่อนจะวางลงตรงหน้าของสองพี่น้องเพื่อให้ตรวจสอบดู
"ไม่เป็นไรขอรับพวกเราเชื่อใจเถ้าแก่"
เหอชงหยวนที่รู้จักการวางตัวเป็นอย่างดีเป็นผู้เอ่ยตอบอีกฝ่ายออกไป ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าร่ำเรียนที่สถานศึกษาเหมือนกับบุตรชายคนโตของท่านลุงใหญ่
แต่เขาก็ได้ร่ำเรียนวิชาหลาย ๆ อย่างมาจากท่านปู่หยางตี้ไม่น้อย แม้กระทั่งมารยาทในการทำการค้าเขาก็ได้ร่ำเรียนมาจากชายชรานั่นเอง
"ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่มนี่ใช่ได้เชียวละ เอาเป็นว่าถ้าวันหลังพวกเจ้ามีสมุนไพรมาขายอีก ก็สามารถนำมาขายให้กับร้านของข้าได้"
ปู้หมิงเอ่ยชมเด็กหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบอกทั้งสองก่อนที่สองพี่น้องสกุลเหอจะเดินกลับออกไปจากร้านขายสมุนไพรพร้อมกับตั๋วเงินจำนวนหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงทอง ก่อนจะนำไปฝากร้านฝากเงินเแาไว้เพิ่มอีกแปดสิบตำลึงทอง
เมื่อมองดูท้องฟ้าก็เกือบจะถึงเวลานัดหมายกับสองพี่น้องสกุลหยางแล้วเหอฟ่านชิงจึงไม่กล้าเสียเวลาไปมากกว่านี้นางรีบพาพี่ชายของตนเองไปเลือกซื้อข้าวของอีกเล็กน้อย มีเครื่องปรุง และเนื้อหมูอีกหลายส่วน ยังมีแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวอีก
จนในที่สุดก็จบลงที่ร้านขายซาลาเปาไส้เนื้อ เด็กสาวซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาทั้งหมดสิบลูกเพื่อให้กับตนเองและทุกคนในครอบครัว จากนั้นสองพี่น้องสกุลเหอก็เดินไปสมทบกับพวกของหยางฉีที่ได้ยืนรอพวกนางอยู่ที่จุดนัดพบอยู่ก่อนแล้ว
แล้วคนทั้งสี่ก็ได้พากันเดินทางกลับหมู่บ้านในช่วงปลายยามเว่ย (13.00-14.59 น.) ในทันที
**************************************************************************************
ในที่สุดเงินก็หล่นทับยัยน้องกับครอบครัวแล้ว ว่าแต่จะมีปัญหาตามมาทีหลังอีกไหมนะ
เสียงสะดุ้งสุดตัวของทั้งสามคนทำเอาเหอฟ่านชิงกับเหอชงหยวนถึงกับตกใจตาม ด้วยไม่คิดว่าทั้งสามคนจะมีอาการหนักถึงเพียงนี้"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่รอง พวกท่านยังสบายดีอยู่ใช่หรือไม่เจ้าคะ" เด็กสาวรีบเอ่ยถามอาการของทั้งสามคนด้วยความเป็นห่วงเพียะ!แต่กลับได้ฝ่ามือมารดาที่ฟาดลงมายังต้นแขนของนางแทนคำตอบเสียอย่างนั้น"นี่แหนะโทษฐานที่ทำให้แม่เกือบหัวใจวายตาย" นางมี่ซือเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดโทษ พร้อมกันนั้นเหอหลวนซานและเหอชงอี้เองก็ยังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยในคำพูดของนางมี่ซือ"โอ๊ยยท่านแม่เจ้าคะ ลูกไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ยังไม่สบโอกาสที่จะเอ่ยบอกพวกท่านจริง ๆ " เหอฟ่านชิงเอ่ยขอโทษมารดาพร้อมทั้งใช้มือลูบไปมาบริเวณที่โดนตี ราวกับว่าเจ็บปวดมากมายนางมี่ซือเห็นการแสดงของบุตรสาวก็ถึงกับอยากจะตีซ้ำลงไปอีกสักครั้งด้วยความหมั่นเคี้ยวกับท่าทางที่เด็กสาวแสดงละครอยู่ในตอนนี้"เอาเถิด ๆ ตอนนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า ชิงเอ๋อร์เจ้าคิดเห็นว่าจะทำอย่างไรก็ว่ามา"เหอหลวนซานที่เห็นว่าภรรยารักจะลงมือฟาดบุตรสาวของตนอีกครั้งจึงได้รีบเอ่ยห้ามทั
"เจ้าว่าอย่างไรนะชิงเอ๋อร์!" เหอหลวนซานที่หายจากอาการตกใจแล้วนั้นก็ได้เอ่ยถามบุตรสาวของตนเองเพื่อยืนยันในสิ่งที่ได้ยินมาเมื่อครู่"ข้าบอกว่าข้าขายเห็ดหลินจือดำสามดอกได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึงทองเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากจะขอแบ่งให้กับพี่หยางฉีสักห้าสิบตำลึงทอง เพราะถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปกับพี่หยางฉีข้าก็คงจะไม่ได้พบกับเห็ดหลินจือดำพวกนี้หรอกเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยบอกราคาที่ขายเจ้าเห้ดหลินจือดำได้ให้กับผู้เป็นบิดาฟังอีกครั้งพร้อมทั้งนางยังต้องการขออนุญาตในการแบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับชายหนุ่มที่เป็นผู้พาตนเองขึ้นเขาในครั้งนี้อีกด้วย"จะได้อย่างไรกันนั่นเป็นเงินของเจ้าหาได้เกี่ยวข้องกับบุตรชายของลุงไม่ เจ้าไม่ต้องแบ่งให้เจ้าหน้าตายนี่หรอกเก็บเอาไว้เสีย" แต่ยังไม่ทันที่เหอหลวนซานจะได้เอ่ยตอบอนุญาตหรือไม่กับคำขอของเด็กสาว หยางเฟิงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาแทนด้วยเขาเองก็ไม่คิดว่าจะต้องจำเป็นถึงขนาดที่เด็กสาวจะต้องแบ่งส่วนแบ่งให้กับบุตรชายของตนเองเพียงเพราะเขาเป็นผู้พาขึ้นไปเท่านั้น"แต่ว่า....""ท่านพ่อพี่พูดถูกต้องแล้วละเจ้าไม่จำเป็นจะต้องแบ่งเงินส่วนแบ่งที่เจ
"เอาละ ๆ อาซานเจ้าพาพี่หยางกับผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าหนุ่มนี่เข้าไปคุยตกลงเรื่องหมั้นหมายกับข้าด้านในเสีย ส่วนเจ้ายายแก่จะเข้าไปฟังด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ก็พากันกลับไปเสีย" เหอหานตงที่ยืนเงียบเฝ้ามองภาพสองครอบครัวที่ดูมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพียงแต่ชายชรากับเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเอ่ยบอกกับบุตรชายคนเล็กด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดของเด็กสาวจึงต้องอยู่ร่วมรับฟังด้วย"ขอรับท่านพ่อ เชิญท่านลุงหยางกับพี่หยางเฟิงด้านในบ้านเลยขอรับ" เหอหลวนซานเองก็เอ่ยรับคำของบิดาด้วยความดีใจที่อย่างน้อย ๆ บิดาของตนก็ยังคงใส่ใจลูก ๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย"ข้าไม่ขออยู่ฟังก็แล้วกัน เรื่องงามหน้าเช่นนี้ข้าฟังแล้วรู้สึกเป็นเสนียดหูยิ่ง ไปกันเถิดหลานรักพาย่ากลับบ้านที" นางจางที่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางถูกสามีดุด่าต่อหน้าผู้คนเพียงเพราะหลานสาวคนเล็กอยู่ก่อนแล้วจึงได้เอ่ยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี จากนั่นก็บอกให้หลานสาวอันเป็นที่รักมาช่วยพยุงตนเองกลับบ้านในทันทีเมื่อนางจาง นางจูและเหอลี่ถิงจากไปแล้วผู้ใหญ่ทั้ง
เหอฟ่านชิงเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้างุนงง ว่าตนเองไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรให้กับคนสกุลเหอบ้านใหญ่ จนทำให้ต้องยกกันมาถึงที่บ้านของนาง"หึ ก็แกเมื่อวานไปนอนกกกอดกับผู้ชายบนเขาจนถึงเช้าไม่ใช่หรืออย่างไรกัน"เป็นนางจางที่เป็นผู้เอ่ยตอบคำถามของหลานสาวที่นางไม่เคยคิดจะรัก"หะ! เมื่อวานข้าเพียงขึ้นเขาไปล่าสัตว์ แต่พอตอนจะกลับลงมาฝนดันตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทางจึงได้พากันไปหลบฝน""อีกทั้งมันยังตกหนักยาวนานกว่าจะหยุดก็เกือบรุ่งเช้าแล้ว ข้ากับพี่หยางฉีไม่ได้นัดกันขึ้นเขาไปพอดรักกันเสียหน่อยนะเจ้าคะท่านย่า"เหอฟ่านชิงเอ่าบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปตามความจริงให้กับทุกคนได้รับรู้แต่ว่าจะมีคนเชื่อถือหรือไม่ก็สุดแล้วแต่พวกเขาเถิด นางเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งสนใจคำพูดของผู้ที่ไม่ได้หาเลี้ยงดูนางและครอบครัวอยู่แล้ว"เหอะ แล้วไหนเล่าหลักฐานที่จะเอามายืนยันว่าพวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียกัน ชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังบนเขา ซ้ำฝนยังตกหนักเช่นนั้นอีก"แต่แล้วจู่ ๆ คำพูดที่ดูจะกร้านโลกนี้ของเหอลี่ถิงก็ดังขึ้น นางพูดออกมาเป็นห
"ว่ายังไง ทำไมเจ้าไม่ตอบคำถามของข้ากัน หรือว่านังเด็กนั่น.....บัดซบ!"เมื่อนางจางเห็นว่าคนทั้งสามเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยโต้ตอบเหมือนเช่นทุกครั้ง จึงได้เอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาเหี่ยวย่นของนางจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อคาดเดาคำตอบได้จากท่าทางของคนทั้งสามจนนางจางถึงกับหลุดด่าคำหยาบออกมา"นังเด็กสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน! ไปเรียกนังตัวดีออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าลูกอกตัญญู"หญิงชราเอ่ยตะคอกเสียงดังด้วยความโกรธที่พุ่งจนถึงที่สุด นางแทบอยากจะจับหลานสาวไม่รักดีมาทุบตีที่หายอับอายยิ่งนัก"อาซานเจ้าบอกข้ามาสิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"ท่ามกลางความตึงเครียดจู่ ๆ เสียงแหบแห้งของผู้เฒ่าเหอก็เอ่ยถามกับบุตรชายด้วยใบหน้านิ่งสงบ ชายชรายังคงไม่เชื่อว่าเรื่องที่ชาวบ้านเอ่ยมาจะเป็นความจริงเพราะเขานั้นรู้ดีที่สุดว่าลูกชายคนเล็กของตนไม่มีทางให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเพราะพวกเขานั้นรกและทะนุถนอมบุตรีเสียยิ่งกว่าอะไรดี คงไม่มีทางยอมให้เด็กสาวทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้ได้อย่างแน่นอน"ท่านพ่อ.....ชิงเอ๋อร์ไม่มีทางทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นอย่างแน่นอน
อีกด้านของหมู่บ้านเป่าหนิงหลังจากที่พวกของเหอฟ่านชิงเดินทางเข้าเมือง เหอชงอี้ก็ได้นำไก่ป่ากับกระต่ายป่าบางส่วนที่ผู้เป็นน้องสาวล่ามาได้เดินกลับไปยังบ้านของตัวเองด้วยความสบายใจโดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่นี้ในตอนที่หยางฉีกับเหอฟ่านชิงเดินออกมาจากป่าด้วยกันนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่พบเห็นแต่ยังมีสองสามีภรรยาบ้านจวงที่ออกมาหาผักป่าตั้งแต่เช้าพบเห็นเข้าเช่นกัน นางจวงที่เป็นพวกปากตลาดอยู่แล้วจึงได้นำเรื่องที่เห็นเมื่อช่วงเช้าไปพูดต่อกับเหล่าแม่บ้านภายในหมู่บ้านจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในเวลาต่อมาข่าวลือว่าบุตรสาวคนเล็กของบ้านเหอนั้นแอบไปนอนค้างอ้างแรมกับชายหนุ่มในป่าจนถึงเช้า ไม่รู้ว่าบิดามารดาจะรู้เห็นเรื่องนี้หรือไม่ อีกทั้งตอนที่ออกมายังอยู่ในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยทำเอาเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีตีไข่เข้าไปอีกนั้นถึงกับรับไม่ได้กับพฤติกรรมไร้ยางอายของเด็กสาวจนต้องนำเรื่องนี้ไปเอ่ยบอกแก่นางจางผู้เป็นท่านย่าของเหอฟ่านชิง"ท่านป้าจางอยู่หรือไม่เจ้าคะ"หนึ่งในแม่บ้านที่ได้ยินข่าวลือของเหอฟ่านชิงมาที่ต้องการ







