Beranda / รักโบราณ / ยอดบุปผาโฉมสะคราญ / บทที่ 7 พบกันอีกครา

Share

บทที่ 7 พบกันอีกครา

last update Tanggal publikasi: 2025-04-21 15:01:32

เจี่ยงหร่านเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมานางจึงหมุนตัวมามอง ก่อนจะพบว่าเป็นเซียวจิ้งนั้นเอง

ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมนั้น หลงใหลคลั่งใคล้เซียวจิ้งเป็นอย่างมาก มักจะหาหนทางเข้าใกล้จนแทบจะสิงร่างเขาอยู่แล้ว และไม่ยินยอมให้สตรีใดมาเข้าใกล้เขาอีกด้วย ถึงขนาดเผาโรงน้ำชาก็เคยทำมาแล้ว

นางไม่รู้ว่าจะเอ่ยทักทายเขาเช่นไรดี จะให้นางเข้าไปออดอ้อนเขาเหมือนเจ้าของร่างเดิมเคยทำ นางก็ทำไม่เป็น เมื่อคิดได้เช่นนั้นางจึงเดินเข้าไปหาเขา ก่อนจะยิื่นมือไปตบไหล่ของเขาอย่างสนิทสนมและเอ่ยทักทาย

"ว่าอย่างไรสหาย...เอ่อ ท่านพี่จิ้ง"

เซียวจิ้งปรายตามองมือของจางเหมี่ยวลี่ที่จับอยู่บนไหล่เขาปราดหนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงกายหลบ อีกทั้งยังยกมือขึ้นปัดไหล่ที่ถูกนางจับราวกับรังเกียจเป็นอย่างยิ่ง

เจี่ยงหร่านที่เห็นเช่นนั้นก็แอบนึกนินทาในใจ

ให้ตายเถอะ รังเกียจถึงเพียงนี้เชียวหรือ สหายเซียว ไม่เคยเห็นท่านในด้านนี้มาก่อนเลย

เซียวจิ้งจ้องมองจางเหมี่ยวลี่ด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนจะถามขึ้น

"เจ้าทำอันใด"

เจี่ยงหร่านในร่างจางเหมี่ยวลี่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ

"ท่านพี่จิ้ง ข้าก็มาดื่มสุราอย่างไรเล่า ข้าดื่มหมดกาแล้วยังไม่เมา ท่านต้องจ่ายให้ข้าหนึ่งพันตำลึง"

เซียวจิ้งแค่นเสียงในลำคอออกมา ก่อนจะปรามาสขึ้นมา

"คนเช่นเจ้าน่ะหรือจะดื่มแล้วไม่เมา เจ้าเททิ้งก็ยอมรับมาเถอะ"

แหม สหายเซียว จะดูถูกกันไปแล้วนะเดี๋ยวก็จัดให้สักหมัดเสียดีไหม?

"ข้าไม่ได้เททิ้ง พ่อหนุ่มน้อยคนนั้นยังแอบดูข้าอยู่เลย ไม่เชื่อท่านก็ถามเขาสิ"

เซียวจิ้งหันไปมองเด็กหนุ่มที่นำมาสุรามาให้จางเหมี่ยวลี่ เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง เซียวจิ้งจึงหันมาเอ่ยกับจางเหมี่ยวลี่อีกครั้ง

"ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าดื่มสุราเก่ง แต่ก่อนสุราเพียงจอกเดียวเจ้าก็เมาแล้ว"

เจี่ยงหร่านที่ได้ยินเช่นนั้นก็เม้มริมฝีปาก เซียวจิ้งช่างขี้สงสัยเสียจริงๆ

นางจ้องมองเขาอีกครั้ง แล้วอธิบายดูจริงจัง

"พี่จิ้ง ระหว่างที่ท่านไม่อยู่ข้าลองฝึกดื่มดู อีกทั้งยังใช้ยันต์ขอพร ขอพรให้ตนเองดื่มเก่งกว่าเดิม เพื่อท่านเลยนะเจ้าคะ"

"ชีวิตเจ้านี่มันไม่อาจหลุดพ้นจากเรื่องเหล่านั้นได้เลยจริงๆ สมองทึบ จิตใจบิดเบี้ยวตื้นเขินจนเกินจะเยียวยาแล้ว"

เจี่ยงหร่านลอบสูดปากคราหนึ่ง ให้ตายเถอะ ฝีปากของเขาจัดจ้านเสียยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก เจี่ยงหร่านคร้านจะเถียงกับเขาแล้ว นางเองก็ไม่เก่งเรื่องตีฝีปากกับใครเช่นกัน

"ไหนเล่าเงินรางวัล ท่านจ่ายมาสิ ข้าจะรีบกลับจวน"

เซียวจิ้งยกยิ้มมุมปากพลางเอ่ย

"นำตั๋วเงินมาให้นาง"

เจี่ยงหร่านยิ้มตาหยี ในระหว่างที่รอตั๋วเงินอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวนางหนึ่งทักทายขึ้นมา

"ซื่อจื่อ ข้าได้ยินว่าท่านรบชนะกลับมาปลอดภัย จึงอยากมาแสดงความยินดีกับท่าน โอ๊ะ คุณหนูจางก็อยู่ด้วยหรือ ข้า เอ่อ ข้าไม่ได้ทำอันใดเลยนะ แค่กแค่ก!"

เจี่ยงหร่านหันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นแม่นางน้อยผู้หนึ่ง ความทรงจำร่างเดิมบอกนางว่าสตรีนางนี้มีนามว่าไป๋ฮุ่ย เป็นบุตรสาวของท่านเจ้ากรมกลาโหม บิดาของนางเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ไม่น้อย อีกทั้งมารดาของนางก็เป็นท่านหมอที่มีฝีมือด้านการรักษาผู้คน แต่น่าเสียดายที่นางมีสุขภาพไม่สู้ดีเท่าใดนัก

ความรู้สึกของเจี่ยงหร่านในยามนี้ก็คือความรู้สึกที่เป็นอริอย่างแรงกล้า อาจจะเป็นความรู้สึกเดิมที่หลงเหลืออยู่ของเจ้าของร่างเดิม นางพยายามข่มกลั้นเอาไว้ และไม่ได้กล่าวสิ่งใด หลังจากที่ได้รับตั๋วเงินแล้วนางก็เอ่ยลาทันที

"ข้าไปละ พวกท่านสนทนากันไปเถอะ"

พูดจบนางก็จับแขนเยว่ซินและเดินจากไปทันที เซียวจิ้งถึงกับขมวดคิ้ว เดิมทีเขาให้ท่านลุงหม่าและคนในเหลาสุราไปเตรียมตัวเอาไว้แล้ว หากว่าจางเหมี่ยวลี่อาละวาดจนถึงขั้นเผาเหลาสุราเขาจะได้รับมือทัน

แต่นางกลับทำเหมือนไม่สนใจและเดินจากไปอย่างไม่แยแส

แม้กระทั่งไป๋ฮุ่ยเองก็ลอบมองจางเหมี่ยวลี่ด้วยความงุนงงเช่นกัน ทุกครั้งสตรีนางนั้นจะต้องกล่าววาจากระทบกระแทกแดกดัน หรือไม่ก็หาเรื่องทะเลาะตบตีนาง แต่วันนี้กลับปล่อยผ่านราวกับไม่ใส่ใจอย่างไรอย่างนั้น

หรือข่าวเล่าลือที่ว่านางตายไปแล้วคุณไสยย้อนเข้าตัวจนเสียสติจะเป็นเรื่องจริง

ในขณะที่เดียวกัน นางก็รู้สึกดีใจไม่น้อย เมื่อจางเหมี่ยวลี่ไปแล้ว นางจะได้สนทนากับเซียวจิ้งได้อย่างสบายใจ แต่เมื่อนางหันกลับมากลับพบว่าเขาจากไปตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้

เขาไปไหนเสียแล้วเล่า!

ด้านเจี่ยงหร่านที่เข้ามาในรถม้าแล้วก็เรอออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงท้องที่ร้องของเยว่ซิน เยว่ซินเมื่อถูกเจ้านายจ้องมองก็มีสีหน้าซีดเผือด รีบขอโทษทันที

"ขออภัยเจ้าค่ะ คุณหนูอย่าตีบ่าวเลย บ่าวเอ่อ..."

เยว่ซินยังไม่ทันพูดจบ คุณหนูของนางก็ยื่นก้อนเงินให้แล้วกล่าวว่า

"เอาไปซื้ออะไรกินกับคนขับรถม้า จะปล่อยให้ท้องหิวได้อย่างไร แล้วอีกอย่างนะ ข้าไม่ตีเจ้าหรอก"

เยว่ซินมีท่าทีลังเลก่อนจะยื่นมือไปรับก้อนเงินนั้นมา นางให้คนขับรถม้าจอดที่หน้าร้านซาลาเปาแห่งหนึ่ง แล้วเดินลงไปซื้อซาลาเปา เจี่ยงหร่านเปิดผ้าม่านรถม้าออก ก่อนจะจ้องมองป้ายโรงน้ำชาแวบหนึ่ง แอบคิดว่าจะต้องหาโอากาสมาลองชิมเสียหน่อย

เจี่ยงหร่านถอนหายใจยาวออกมา ร่างเดิมทำเอาไว้เจ็บแสบจริงๆ เผาโรงน้ำชาเพราะบุรุษผู้เดียวและยังทุบตีสาวใช้เพียงเพราะพวกนางทำอะไรไม่ถูกใจอีกด้วย

โหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ ให้ตายสิ!

นางจึงลงมาจากรถม้า เพราะเห็นว่าเยว่ซินลงไปนานแล้ว เมื่อลงมาก็พบว่าเยว่ซินกำลังเดินกลับมาที่รถม้าพร้อมกับซาลาเปาในมือ เมื่อเห็นจางเหมี่ยวลี่เยว่ซินก็ยิ้มตาหยี

"คุณหนู บ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ บ่าวซื้อซาลาเปามาฝากคุณหนูด้วย แต่ว่าซาลาเปาร้านริมทางแป้งอาจจะแข็งไปหน่อย"

"ไม่เป็นไร ข้ากินได้"

เจี่ยงหร่านเอ่ยจบก็รับซาลาเปาไปกิน ยามที่อยู่ในค่ายทหารนางก็กินอาหารร่วมกับททารคนอื่นเช่นนี้ไม่ได้ถือตัวว่าตนเป็นถึงรองแม่ทัพเลยแม้แต่น้อย

ภาพที่นางกินซาลาเปากับสาวใช้และคนขับรถม้าอีกทั้งยังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี อยู่ในสายตาของเซียวจิ้งทั้งหมด เขาจ้องมองนางอยู่ห่างๆ พร้อมกับครุ่นคิดในใจ

คนอย่างจางเหมี่ยวลี่น่ะหรือจะกินของร่วมกับสาวใช้ หากพูดว่านางทุบตีสาวใช้จะน่าเชื่อถือยิ่งกว่า

คล้ายกับว่าตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาจากความตาย จางเหมี่ยวลี่จะมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

หรือว่านางแกล้งทำ?

เซียวจิ้งคิดเท่าใดก็คิดไม่ออก ยามนี้เจี่ยงหร่านที่กำลังกินซาลาเปาอยู่รู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองมาที่ตน นางจึงหันขวับมามองตามสัญชาตญาณ เซียวจิ้งไม่คิดว่าจางเหมี่ยวลี่จะรู้ตัวก็ตกใจเป็นอันมาก ก่อนจะรีบหลบไปในทันที เจี่ยงหร่านขมวดคิ้ว ก่อนจะกลับจวนไปด้วยความสงสัยว่า ผู้ใดกันที่มาลอบแอบมองนาง ด้วยเพราะนางฝึกยุทธ์จึงทำให้รู้สึกตื่นตัวได้รวดเร็วกว่าคนอื่นๆ

แต่ละวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก ช่วงนี้ร่างกายของเจี่ยงหร่านเริ่มเข้าที่เข้าทางมากแล้ว นางจึงออกมาฝึกยุทธ์ยามเช้าทุกวัน โชคดีที่ร่างเดิมนี้มีวรยุทธ์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจึงทำให้พละกำลังถดถอยไปบ้างแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา และยังไม่เป็นที่สงสัยของคนในจวนเท่าใดนัก ที่อยู่ดีๆ นางก็ลุกขึ้นมาฝึกยุทธ์แต่เช้าแบบนี้

"เหมี่ยวเอ๋อร์ ฝีมือยิงธนูของเจ้าก้าวหน้าขึ้นมากเลย"

จางเฉวียนเอ่ยชื่่นชมน้องสาว เจี่ยงหร่านในร่างของจางเหมี่ยวลี่คลี่ยิ้มให้พี่ชาย พลางพูดถ่อมตน

"ข้าห่างหายจากการฝึกมานานทำให้กำลังถดถอยไปบ้าง แต่นับจากนี้ข้าจะตั้งใจฝึกฝนทุกวันเจ้าค่ะ"

"ดี เจ้ารู้หรือไม่ ฝ่าบาทมีรับสั่งจะเปิดรับสมัครทหารหญิงเข้าไปในค่ายทหารอีกไม่นานแล้ว ได้ยินว่าการฝึกฝนไม่ต่างจากบุรุษ เพียงแต่แบ่งแยกชายหญิงเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าสตรีคนใดมีฝีมือเป็นเลิศ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เข้าร่วมกองทัพได้ แต่เรื่องนี้ยังต้องหารืออีกสักพัก แต่คาดว่าคงจะราบรื่นเพราะเสียงเห็นด้วยมีมากกว่า"

เจี่ยงหร่านที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันขวับมามองจางเฉวียน รีบร้อนถามขึ้นทันที

"จริงหรือเจ้าคะ"

"จริงสิ หากเจ้าอยากไปเข้าร่วมก็ย่อมได้ แต่เจ้าใกล้จะเข้าพิธีแต่งงานแล้ว ไม่รู้ว่าอาจิ้งจะยอมให้เจ้าเข้าร่วมหรือไม่"

"ฝ่าบาททรงห้ามให้สตรีที่แต่งงานแล้วเข้าฝึกหรือเจ้าคะ"

"ข้าก็ยังไม่แน่ใจ ต้องรอราชโองการจากฝ่าบาทจึงจะเป็นที่แน่นอน"

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจี่ยงหร่านฉีกยิ้มกว้าง ในใจของนางเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เปิดรับทหารหญิงเช่นนั้นหรือ!

นางมีหนทางแล้ว  นางรู้แล้วว่าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถจัดการกับฉู่อี้เฉินและฟ่านเหยาได้

ขอให้มีราชโองการประกาศออกมาโดยเร็วๆ ทีเถิด!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   ตอนพิเศษ

    หนึ่งปีหลังแต่งงานหลังจากแต่งงานกันหนึ่งปี เซียวจิ้งและเจี่ยงหร่านมีชีวิตหลังแต่งงานที่มีความสุขเป็นอย่างมาก ในทุกๆ วันเขาและนางมักจะมีรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นให้แก่กันมีครั้งหนึ่งเซียวจิ้งเปิดไปเจอกล่องที่จางเหมี่ยวลี่เจ้าของร่างเดิมเก็บยันต์และสมุดบันทึกเอาไว้ เจี่ยงหร่านที่มาเห็นก็ถึงกับร้องว่าแย่แล้ว เดิมทีนางคิดจะทิ้งไป แต่ผู้ใดจะรู้ว่าเยว่ซินกลับนำกล่องใบนั้นมาพร้อมสินเดิมของนางด้วย นางรีบเอ่ยปรามไม่ให้เขาดูแต่เซียวจิ้งกลับเปิดอ่านและบอกว่าดีจริง จางเหมี่ยวลี่เขียนท่วงท่าอันเผ็ดร้อนทิ้งไว้ให้เขาอ่านเช่นนี้นับว่าดีมากและยังบอกอีกว่าคืนนี้จะนำท่วงท่าเหล่านั้นมาใช้กับนาง!ให้ตายเถอะ! คนผีทะเล!วันนี้เป็นวันที่เซียวจิ้งพาเจี่ยงหร่านกลับมาที่จวนตระกูลจาง ตั้งแต่แต่งงานกันเขาและนางไม่ได้ยึดถือกฎระเบียบตายตัวใดมากนัก อยากจะกลับจวนตระกูลจางเมื่อใดก็กลับมาได้เสมอแม่ทัพใหญ่จางและจางฮูหยินนั้นดีใจยิ่งนักที่บุตรสาวกลับมาเยี่ยมเยือนตน ยามนี้เซียวหลิงตั้งครรภ์ใกล้จะคลอดเต็มทีแล้ว จางเฉวียนก็คอยดูแลนางเป็นอย่างดี จางฮูหยินนั้นแม้จะดีใจที่ลูกสะใภ้กำลังจะมีหลาน แต่นางกลับไม่สบายใจเรื่องที่จางเหมี

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   ตอนจบ

    เมื่อสงครามสงบลงแล้ว กองทัพทั้งหมดต่างยอมศิโรราบขึ้นตรงต่อแคว้นฟงหลิง แคว้นซ่งและแคว้นต้าฉี ผนวกเข้ารวมดินแดนเป็นหนึ่งเดียวกับแคว้นฟงหลิง ส่วนแคว้นฉู่ก็ยินดีสวามิภักดิ์และเปิดการค้าขายเชื่อมต่อทั้งสี่ชายแดน อีกทั้งยังส่งองค์หญิงมาเป็นสนมของฮ่องเต้เซียวหลางเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีอีกด้วย ผู้คนสามารถเดินทางค้าขายผ่านเมืองต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวสงครามอีกต่อไป แม่ทัพใหญ่จางและจางเฉวียนมุ่งหน้ากลับแคว้นฟงหลิงไปก่อน เพื่อกราบทูลเรื่องน่ายินดีนี้ให้ฝ่าบาททรงทราบ และบอกเซียวจิ้งและจางเหมี่ยวลี่ว่าหลังจากสถาณการณ์ที่นี่สงบเรียบร้อยแล้วก็ให้รีบตามกลับไปในภายหลังในยามนี้ เจี่ยงหร่านกำลังควบม้าเคียงข้างเซียวจิ้ง โดยมีเจี่ยงเฮ่าควบม้าตามหลังพร้อมกับสวีเฉินที่ติดตามมาด้วย เขาบอกว่าจะพานางมาดูสถานที่แห่งหนึ่ง แรกเริ่มเจี่ยงหร่านยังไม่เข้าใจ จนกระทั่งได้เห็นหลุมศพหลายหลุมตรงหน้า นางก็ถึงกับปล่อยโฮออกมาสวีเฉินเป็นคนฝังศพคนในตระกูลเจี่ยง เขาเขียนชื่อและทำสัญลักษณ์เอาไว้ จึงจำได้ว่าหลุมใดคือหลุมศพของแม่ทัพใหญ่เจี่ยง เขาขออภัยเจี่ยงหร่านที่ศพอื่นเขาไม่ได้ทำสัญลักษณ์เอาไว้ เพราเขาไม่เคยเห็นหน้าคนอื

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 42 จัดการคน(เคยรัก)ที่แสนชั่วช้า

    กองทัพแคว้นซ่งพ่ายแพ้อย่างราบคาบ บรรดาเหล่าทหารที่ไม่ถูกฆ่าตายล้วนถูกจับเป็นเชลย แม้แต่ฉู่อี้เฉินยามนี้ก็ถูกลากตัวมาขังเอาไว้ในคุกที่เมืองสืออี้ชายแดนแคว้นฟงหลิง เขาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ไม่คาดคิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้ได้เช่นนี้เจี่ยงหร่านรีบเข้าไปประคองเซียวจิ้งที่ร่างกายเต็มไปด้วยคราบโลหิตของผู้อื่น เขาหันมายิ้มให้นางอย่างภูมิอกภูมิใจ"ฝีมือยิงธนูของเจ้ายอดเยี่ยมมาก"เจี่ยงหร่านส่งยิ้มให้เซียวจิ้ง นางใช้มือเช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนหน้านี้นางและเขาวางแผนเอาไว้ว่า เขาจะออกไปรบ ส่วนนางคอยดูสถานการณ์อยู่ด้านบน คอยหาจุดพลิกผันของฉู่อี้เฉินจากนั้นก็จัดการทันที หากผู้นำทัพล้ม แน่นอนว่าทั้งกองทัพย่อมย่อยยับไม่มีชิ้นดีเมื่อกลับเข้ามาในเมืองแล้ว นางก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และสั่งให้คนจัดการดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บให้ดี แล้วเดินเข้ามาหาเซียวจิ้งที่นั่งอยู่ในห้องพัก ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บที่แขนเล็กน้อยเท่านั้น"เซียวจิ้ง ท่านไหวหรือไม่"เซียวจิ้งได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา"ย่อมต้องไหวอยู่แล้ว เราออกไปดูสถานการณ์ข้างนอกกันเถิด""อืม"เจี่ยงหร่านพยักหน้าเดิน

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 41 กลยุทธ์ลดทอนกำลังทหาร

    นับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับบิดา ฟ่านเหยาไม่เคยนอนหลับสนิทได้เลยสักคืน ทุกครั้งที่นางหลับตาลงมักจะฝันเห็นว่าบิดาร้องขอความช่วยเหลือจากนาง ได้ยินเสียงฟ่านเยียนญาติผู้พี่ กำลังดิ้นรนด้วยความทุกข์ทรมาน พร้อมกับร่ำร้องขอให้นางช่วย นานวันเข้าฟ่านเหยาร่างกายก็ย่ำแย่ลง จากที่เคยงดงามเฉิดฉาย แต่เวลานี้ใบหน้าซูบตอบผอมแห้งราวกับคนป่วยหนักที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ นางฝันเห็นเจี่ยงหร่าน ฝันว่าสตรีผู้นั้นเดินเข้ามาบีบปลายคางของนางและกระซิบว่า บุตรของนางยามนี้กำลังไปคอยรับใช้บุตรเจี่ยงหร่านในปรโลกแล้ว และยังบอกอีกว่านับแต่นี้นางอย่าได้ฝันว่าจะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกชั่วชีวิต!ครั้งแรกฝันเช่นนี้ฟ่านเหยาด่าทอสาปแช่งเจี่ยงหร่านอย่างเกลียดชัง แต่เมื่อนานวันเข้าความกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของนาง ฟ่านเหยาหวาดระแวงไม่กล้าอยู่คนเดียวต้องใช้ชีวิตอยู่บนความทุกข์ราวกับคนตายทั้งเป็นระยะหลังมานี้ไม่รู้เพราะเหตุใด นางกับฉู่อี้เฉินจากแต่ก่อนที่เคยรักกันหวานซึ้ง ตอนนี้กลับทะเลาะกันทุกวัน เขาเอาแต่ตะโกนเรียกหาเจี่ยงหร่านนางแพศยานั่น อีกทั้งยังถามนางว่าตระกูลฟ่านคิดไม่ซื่อกับเขาจริงหรือไม่ เขาถามนางซ้ำๆ อยู่เช่นนั้นราวกับค

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 40 หลุมศพ

    หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เซียวจิ้งและเจี่ยงหรานรวมถึงเจี่ยงเฮ่าก็เร่งเดินทางข้ามเขตชายแดนในทันที เจี่ยงเฮ่านั้นก่อนหน้านี้เจี่ยงหร่านไม่อยากให้เขาติดตามมาด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายที่คาดไม่ถึง ทว่าเจี่ยงเฮ่ากลับลอบปะปนมากับกองทัพทหาร ด้วยเวลานี้อาการบาดเจ็บที่ขาของเขาเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว แต่เพราะเดินทางมาไกลจึงทำให้อาการกำเริบขึ้น แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงเท่าใดนักเจี่ยงหร่านในเวลานี้กำลังยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ราบเรียบ สายลมพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของนางเป็นระยะตอนนี้นางสังหารพวกมันไปสองคนแล้ว หากบอกว่าการที่ฟ่านเยียนตายคือพายุลูกแรกที่สร้างผลกระทบต่อแคว้นซ่ง การตายของราชครูฟ่านก็เปรียบได้กับคลื่นยักษ์ที่สาดซัดเข้าสู่แคว้นซ่ง คนสำคัญที่เป็นคนคอยชี้แนะฉู่อี้เฉินและสนับสนุนเขายามนี้ตายแล้ว ย่อมทำให้เหล่าบรรดาแม่ทัพทหารแคว้นซ่งและขุนนางในราชสำนักหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อยและยังส่งผลทำให้บัลลังก์มังกรของฉู่อี้เฉินสั่นคลอนเป็นอย่างยิ่งในขณะที่นางกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย ฉับพลันก็มีซาลาเปาลูกหนึ่งยื่นมาตรงหน้าของนาง เมื่อนางหันไปมองก็ยิ้มออก

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 39 ส่งมอบของขวัญ

    ราชครูฟ่านถูกจับตัวเอาไว้ เหล่าผู้ติดตามก็ถูกรวบตัวไว้ทั้งหมดเช่นเดียวกัน พวกเขาบางส่วนที่คิดขัดขืนล้วนถูกทุบตีจนไร้ทางสู้ ราชครูฟ่านเงยหน้ามามองเจี่ยงหร่านในร่างของจางเหมี่ยวลี่ ด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว"นังแพศยา เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่สังหารหลานชายของข้า วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าเอง"เมื่อถูกจับได้แล้วก็ย่อมไม่จำเป็นต้องรักษาท่าทีอีกต่อไป เขาพ่นคำหยาบสารพัด ด่าทอทุกคนไม่เหลือท่าทีของราชครูผู้สูงส่ง เช่นในกาลก่อนอีกแล้ว เจี่ยงหร่านยิ้มตาหยี กล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เยาะหยัน"ใจเย็นๆ สิราชครูฟ่าน ท่านทำแบบนี้เท่ากับไม่รักษาหน้าตาของตนเลย ท่านเป็นถึงราชครูฟ่านผู้ขาวสะอาดดุจเทพเซียนของแคว้นซ่งเชียวนะ ทำเช่นนี้น่าอับอายจริงเชียว"ราชครูฟ่านเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง นางรู้ได้อย่างไรว่ายามอยู่ที่แคว้นซ่ง เขาได้รับฉายาว่าบัณฑิตผู้สูงส่งขาวสะอาดดุจเทพเซียนด้วยเหตุนี้ราชครูฟ่านจ้องมองดูหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่วูบไหว ทว่านางกลับยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนอ่อนโยนเสียจนน่าขนลุก!คนทั้งหมดถูกจับตัวเอาไว้ ส่วนหลี่ฟางนั้นยามนี้ถูกพาตัวมาไต่สวนในวังหลวง อย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาเอกของชินอ

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 38 หลอกล่อปลามาติดแห

    หลายวันต่อมา ฮ่องเต้เซียวหลางก็มีรับสั่งให้คณะทูตของแคว้นซ่งเข้าเฝ้า จัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับอย่างสมเกียรติ และยังให้ขุนนางชั้นสูงรวมถึงบุตรสาวและฮูหยินเอกเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ได้ แน่นอนว่าเจี่ยงหร่านเองก็ต้องร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกันเจี่ยงหร่านวันนี้สวมชุดขุนนางหญิง ที่ทางราชสำ

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 30 สารภาพความในใจ

    กองทัพของแคว้นซ่งแตกฉานซ่านเซ็น กระโจมทุกหลังถูกเปลวเพลิงเผาจนวอดวาย เมื่อเซียวจิ้งนำกองทัพกลับมาที่เมืองสืออี้แล้ว ทหารแคว้นซ่งบางส่วนย้อนกลับมานำร่างของฟ่านเยียนกลับแคว้นซ่งและรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฮ่องเต้แคว้นซ่งได้รับทราบอากาศปลายฤดูหนาวเริ่มอุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว หิมะเริ่มเบาบางลงไปไม่น้อย เจ

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 28 เคียดแค้นชิงชัง

    แคว้นซ่ง"อี้เฉิน ท่านทรยศข้าทำไม ท่านฆ่าข้ากับลูกด้วยเหตุใดกัน อี้เฉิน!""อาหร่าน!"ฉู่อี้เฉินสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลายามนี้มีแต่ความตื่นตระหนกหวาดหวั่น ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ ก่อนจะมองไปที่ด้านนอกตำหนักพบว่ายามนี้ด้านนอกนั้นมีหิมะโปรยปรายลงมา ลมหนาวพัดโบกโบย อากาศหนาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ยอดบุปผาโฉมสะคราญ   บทที่ 14 หาเรื่อง

    เพียงแค่การฝึกในวันแรกนั้น ผู้หญิงหลายคนก็ถึงกับเป็นลมล้มพับไปหลายต่อหลายครั้ง เจี่ยงหร่านยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะมองดูเหล่าสตรีร่างกายบึกบึนหลายคนที่ถูกหามกลับไปที่ห้องพัก แม้ร่างกายจะใหญ่โตแต่เพราะไม่เคยผ่านการฝึกเช่นนี้มาก่อน จึงทำให้ร่างกายรับไม่ไหว เรื่องนี้นางเองเข้าใจดี เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่ยัง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status