แชร์

บทที่ 1: หนุมานแผลงฤทธิ์

ผู้เขียน: Wanderer
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 16:13:55

สายฝนกรดโปรยปรายลงมาเป็นสาย กระทบกับหลังคาสังกะสีเก่าๆ ในย่านสลัมคลองเตยชั้นล่าง เสียงเปาะแปะของมันถูกกลบด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์ที่ครางกระหึ่มอยู่เหนือหัวขึ้นไปหลายร้อยเมตร ณ ที่นั่นคือเขตชั้นในที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและแสงโฮโลแกรมฉูดฉาด แต่สำหรับ "ก้องภพ" โลกของเขามีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอมอนิเตอร์ตกรุ่นสามจอที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ผุๆ

ก้องขยับแว่นสายตาที่ขาข้างหนึ่งพันด้วยเทปพันสายไฟ นิ้วมือที่หุ้มด้วยถุงมือหนังขาดๆ รัวลงบนคีย์บอร์ดแบบกลไกเสียงดังสนั่น เขากำลัง "ตกปลา" หรือการแฮกเข้าไปในระบบจัดการขยะของคอนโดหรูเพื่อดึงเอาข้อมูลรหัสส่วนลดอาหารที่พวกคนรวยทิ้งขว้างมาขายต่อในตลาดมืด

"อีกนิดเดียว... ตัวกรองชั้นสุดท้าย..." ก้องพึมพำกับตัวเอง เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมผ่านรอยสักลายไทยประยุกต์ที่ต้นแขน ซึ่งฝังชิปประมวลผลขนาดจิ๋วไว้ใต้ผิวหนัง

ทันใดนั้น หน้าจอทั้งสามก็ดับวูบลงพร้อมกัน

"เฮ้ย! อะไรวะ ปลั๊กหลุดเหรอ?" ก้องอุทาน พลางเอื้อมมือไปเช็กสายไฟที่พันกันนัวเนียเหมือนรากไทรอยู่ใต้โต๊ะ

แต่ความจริงไม่ใช่เรื่องของกระแสไฟฟ้า เพราะชั่วอึดใจต่อมา หน้าจอทั้งหมดกลับสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่หน้าต่างคำสั่งสีเขียวที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลายเป็น สีแดงฉาน ราวกับเลือดที่สาดกระจายไปทั่วรหัสฐานสิบหก

ที่กลางจอ ปรากฏสัญลักษณ์รูป "หน้ายักษ์" ที่ขยับปากพูดได้โดยไม่มีเสียง ท้องฟ้าจำลองในจอเปลี่ยนเป็นสีม่วงหม่นเหมือนบรรยากาศข้างนอกที่จู่ๆ ก็เงียบสงัดลงจนน่าขนลุก

“กุมภัณฑ์ลำดับที่ศูนย์... ตื่นเถิด...”

เสียงสังเคราะห์ที่แหบพร่าดังออกมาจากลำโพงเก่าๆ ก้องสะดุ้งสุดตัวจนเก้าอี้เกือบหงายหลัง ในจังหวะนั้นเอง เครื่องสแกนข้อมูลที่เขาเสียบคาไว้กับเครื่องก็ส่งเสียงร้องเตือนถี่ๆ พร้อมกับมีข้อความบรรทัดเดียวเด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่เหลืออยู่:

[SYSTEM ALERT: "ยันต์เก้าโลกา" พบความผิดปกติร้ายแรง – โปรดติดตั้งไฟล์ "หนุมาน.exe" เพื่อเริ่มระบบสำรอง]

ก้องมองไปที่ไดรฟ์โลหะเก่าๆ อันหนึ่งที่เขาเพิ่งเก็บได้จากกองขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อวาน มันสลักอักขระโบราณที่ดูเหมือนลายเซ็นดิจิทัลของใครบางคน เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่อยู่ในมือนั้นคือ "มรดก" ที่จะเปลี่ยนเด็กส่งข้อมูลสลัมให้กลายเป็นกุญแจสำคัญของโลก

"หนุมานงั้นเหรอ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย"

เสียงไซเรนจากโดรนตรวจการของตำรวจนครบาลเริ่มดังใกล้เข้ามา ก้องรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ระบบล่มแบบนี้ พวกเขาจะกวาดล้างทุกอย่างที่ขยับได้ เขาไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องเสียบ "หนุมาน" เข้าไปในระบบ และนั่นคือวินาทีที่ชีวิตของเขาในฐานะแฮกเกอร์กระจอกๆ จบลงตลอดกาล

เสียงประตูเหล็กหน้าห้องพักของก้องถูกกระแทกจนบุบ "ปัง! ปัง!" แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นจากเพดานร่วงกราวลงมาบนคีย์บอร์ด

"กรมควบคุมความมั่นคงทางไซเบอร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ เจ้าของรหัส 10-9-กข-449 คุณถูกจับกุมในข้อหาเข้าถึงข้อมูลระดับความมั่นคง!"

เสียงประกาศจากโดรนตำรวจที่ลอยอยู่หน้าหน้าต่างดังก้องไปทั่วซอย

ก้องภพเหงื่อตก มือสั่นระริกขณะจ้องไปที่หน้าจอที่มีข้อความ [Insert Hanuman.exe to Continue]

"เอาวะ! ตายเป็นตาย!" เขากระแทกแฟลชไดรฟ์โลหะเข้ากับพอร์ตที่ข้อมือซ้าย (Neural Interface) โดยตรง

เปรี้ยง!

ความรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตแล่นปราดเข้าสู่สมอง ก้องภพตาเหลือกค้าง ภาพตรงหน้าเปลี่ยนจากห้องเช่ารูหนู กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าสีขาวโพลนที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่นั่นเขาเห็นชายชราในชุดสูทไหมสีเงินวาววับ นั่งขัดสมาธิอยู่บนวงจรแสงไฟ

"กุมภัณฑ์ลำดับที่ศูนย์... เจ้ามาช้าไปห้าสิบปี"

ชายชรากล่าว เสียงของเขาดังกังวานเหมือนเสียงสังเคราะห์ที่ถูกปรับจูนมาอย่างดี

"ข้าคือ 'อาจารย์คง' ผู้เขียนรหัสยันต์เก้าโลกา... และตอนนี้ทศกัณฐ์กำลังแฮกโลกแห่งความจริง เจ้าต้องพาสิ่งนี้ไปที่วิหารรุ่งอรุณ (วัดแจ้ง) ก่อนที่ดวงอาทิตย์ดิจิทัลจะตกดิน"

"ก้อง! ไอ้ก้อง! ตื่นสิวะ!"

แรงเขย่าตัวทำให้ก้องหลุดออกจากโลกเสมือน เขาลืมตาขึ้นเห็นใบหน้าคุ้นเคยภายใต้หมวกกันน็อกเหล็กกล้า "พี่วิน" ชายร่างยักษ์ที่มีขาเป็นขาจักรกลไฮดรอลิกและมีแขนซ้ายเป็นตะขอเอนกประสงค์ กำลังยืนแบกปืนลูกซองแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ข้างตัว

"พี่วิน! มาได้ไง?"

"พวก บก.ไซเบอร์ มันยกโดรนมาทั้งฝูง ข้าเห็นสัญญาณกวนในย่านนี้เลยรีบมาดู" พี่วินตะโกนพลางถีบประตูห้องที่จวนจะพังออก "รีบโดดขึ้นรถ! ข้าจะพาเอ็งฝ่าวงล้อมโดรนพวกนี้เอง!"

ก้องรีบคว้าแล็ปท็อปพกพายัดใส่เป้ แล้วกระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ "ฮาเล่ย์-ไซเบอร์" ของพี่วินที่จอดรออยู่บนทางเดินแคบๆ หน้าห้อง

"เกาะแน่นๆ นะไอ้น้อง! เราจะซิ่งไปตามรางรถไฟฟ้าสายสีม่วง!" พี่วินบิดคันเร่งจนไฟนีออนที่ล้อสว่างโร่

วี้ดดดดด!

โดรนจู่โจมสามตัวพุ่งดิ่งลงมาจากดาดฟ้าตึก สาดกระสุนแสงเข้าใส่พวกเขา ก้องภพเปิดหน้าจอแล็ปท็อปขณะรถกำลังยกล้อหนีแรงระเบิด เขาพบว่าหน้าต่างโปรแกรม 'หนุมาน.exe' ไม่ได้เป็นแค่โค้ดธรรมดา แต่มันกลายเป็นแอปพลิเคชันควบคุมอุปกรณ์รอบตัว

"พี่วิน! เลี้ยวซ้ายเข้าตรอกข้างหน้าเลย ผมจะลอง 'แผลงฤทธิ์' ดู!"

ก้องรัวนิ้วลงบนจอ กดปุ่ม [Command: Wind_of_Siam] ทันใดนั้น พัดลมระบายอากาศยักษ์ข้างตึกก็หมุนย้อนกลับด้วยความเร็วสูง สร้างกระแสลมหมุนวนรุนแรงจนโดรนตำรวจเสียการทรงตัวชนเข้ากับตึกระเบิดเป็นไฟพะเนียง

"เจ๋งมากไอ้ก้อง! แต่นี่แค่เริ่มต้น..." พี่วินตะโกนสู้ลม "พวกมันปิดถนนพระราม 4 ไว้หมดแล้ว เราต้องหาทางลงใต้ดินเพื่อไปหา 'แม่หมอ' ที่เยาวราช... นางเป็นคนเดียวที่รู้วิธีปลุกยันต์เก้าโลกา!“

มอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานลงจากตึกสลัม สู่ถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟนีออนและการไล่ล่าที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Wanderer
สามารถติดตาม รายละเอียดตัวละคร World Building ภาพประกอบของเรื่องราวต่างๆ Side Story ที่ขยายเรื่องราวของโลกใน ยันต์เก้าโลกาได้ที่เฟสบุ๊คเพจ Wanderer Novelist ครับ^^
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 88: ซิ่งระห่ำทะเลทรายเดือด และราชรถสุริยัน

    วูบบบบบบบบ! แคร่กๆๆ!เสียงเครื่องยนต์พลาสม่า V12 ของ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ครางกระหึ่มจนถึงขีดสุด โครงสร้างเกราะไคตินของเรือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขณะที่มันพุ่งทะยานในแนวดิ่ง ไต่ระดับขึ้นไปตามปล่องอุโมงค์หินแคบๆ มุ่งหน้าสู่ผิวดินภายในเรือตอนนี้อัดแน่นไปด้วยชีวิต ทั้งกลุ่มกุมภัณฑ์ เหล่าคนเก็บขยะ ชนเผ่าผู้สยบสมิงนับร้อยชีวิต และบรรดาสัตว์สมิงไซเบอร์ ทั้งหมาป่า แมงป่องยักษ์ และแม้แต่ "ไกรสรจักรกล" ที่นอนหมอบอย่างสงบอยู่กลางดาดฟ้าเรือ กินพื้นที่ไปกว่าหนึ่งในสี่"น้ำหนักบรรทุกเกินพิกัดไปสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!" ไวท์ แหกปากตะโกนหน้าดำหน้าแดง สับสวิตช์โอเวอร์ไดรฟ์รัวๆ "คอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงกำลังจะร้องไห้แล้ว! ถ้าพ้นปากหลุมไปได้ เราต้องร่อนลงแตะพื้นทรายทันที บินสูงไม่ได้เด็ดขาด!""ทำตามที่นายถนัดเลยไวท์! แค่พาพวกเราออกไปให้พ้นหลุมนี้ก็พอ!" ก้องภพ ที่ยืนเกาะพนักเก้าอี้กัปตันตะโกนตอบตู้มมมมมม!เรือหลวงจ่าเงาะพุ่งพรวดทะลุรอยแยกแผ่นดินขึ้นมาสู่ผิวดินได้สำเร็จ! แสงแดดอันร้อนระอุและ "พายุฝุ่นจักรกล" (Nano-Scrap Storm) สีแดงฉานของทะเลทรายเหล็กกล้า พัดกระหน่ำเข้าใส่ตัวเรือทันทีไวท์ห

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 87: กลลวงผู้สยบสมิง และกับดักมรณะใต้พิภพ

    "ยิงทิ้งให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากกระดูก!"เสียงคำรามสั่งการของ "แสงอาทิตย์" ขุนพลผู้บ้าคลั่งแห่งทิศตะวันตก ดังก้องกังวานทะลุลงมาจากเพดานถ้ำที่ถูกระเบิดเปิดออก รถถังพ่นไฟ (Blaze Tanks) ล้อตีนตะขาบสีแดงเลือดหมูนับสิบบดขยี้เศษหินและซากปรักหักพัง ไหลทะลักลงมาตามทางลาดชันราวกับสายธารแห่งความตาย ทหารไซบอร์กในชุดเกราะกันความร้อนนับร้อยนายวิ่งตามลงมาพร้อมปืนพลาสม่าที่สาดกระสุนแสงสีแดงวูบวาบไปทั่วทุกทิศทางกระโจมที่พักของชนเผ่าผู้สยบสมิงถูกเปลวไฟแผดเผาจนมอดไหม้ในพริบตา ความสงบสุขของ "รังซ่อนทราย" กำลังถูกทำลายป่นปี้!ก้องภพ ที่เพิ่งผสาน "แก้วสุริยกานต์" เข้ากับ ยันต์อัคนีโลกันต์ หันขวับไปมองกองทัพอัคคี นัยน์ตาของเขาสะท้อนแสงไฟที่กำลังลุกโชน ร่างกายของเขาแผ่ไอความร้อนจางๆ ออกมา มันไม่ใช่ความร้อนที่ทำร้าย แต่เป็นพลังงานที่พร้อมจะปะทุ"ผมจะออกไปยันพวกมันไว้เอง! พี่วิน เคน คุ้มกันชาวเผ่าขึ้นเรือ!" ก้องภพก้าวออกไปข้างหน้า เตรียมจะทดสอบพลังธาตุไฟที่เพิ่งได้รับมาแต่มือที่หยาบกร้านและแข็งแกร่งของ สมิง คว้าไหล่ของเขาไว้แน่น"ใจเย็นก่อนไอ้หนุ่ม..." สมิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาของนักล่าเปล่งประกายคมก

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 86: พญาราชสีห์คลุ้มคลั่ง และดวงใจอัคนีโลกันต์

    ความร้อนระอุภายใน "โอเอซิสใต้พิภพ" ไม่ได้มาจากแสงแดดของทะเลทรายเบื้องบน แต่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกสุดของถ้ำ สมิง เดินนำก้องภพและทีมกุมภัณฑ์ลัดเลาะผ่านกระโจมที่พักของชนเผ่า มุ่งหน้าไปยังลานกว้างด้านในสุด ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินภูเขาไฟ"คริสตัลเรืองแสงที่พวกเจ้าเห็นบนเพดานถ้ำนั่น... มันเป็นแค่รังสีสะท้อนเท่านั้น" สมิงอธิบายขณะก้าวเดิน แววตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "ของจริง... ถูกเก็บซ่อนไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด และอันตรายที่สุด"เมื่อพวกเขาเดินพ้นกำแพงหินเข้ามา อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวด้วยความร้อนจัดราวกับยืนอยู่หน้าเตาหลอมเหล็ก เบื้องหน้าของพวกเขาคือบ่อลาวาขนาดย่อมที่กำลังเดือดปุดๆ และที่ใจกลางบ่อนั้น... มีสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังนอนขดตัวอยู่มันคือ "ไกรสรจักรกล" (Cyber-Lion Deity) พญาราชสีห์ไซเบอร์ที่เป็นสัตว์เทพพิทักษ์ประจำเผ่า!ลำตัวของมันใหญ่โตเทียบเท่ารถถัง หุ้มด้วยเกราะไคตินสีทองแดงที่สลักลวดลายไทยโบราณ แผงคอของมันไม่ใช่เส้นขน แต่เป็นเปลวพลาสม่าสีส้มแดงที่ลุกโชนตลอดเวลา ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก ลำตัวของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทร

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 85: ผู้สยบสมิง และโอเอซิสใต้พิภพ

    "10 นาฬิกา! ระยะ 15 เมตร! พุ่งขึ้นมาแล้ว!"เสียงตะโกนสั่งการของ ก้องภพ ดังก้องแข่งกับเสียงคำรามของพายุฝุ่นจักรกล (Nano-Scrap Storm) ที่กำลังพัดกระหน่ำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" อย่างบ้าคลั่ง ทัศนวิสัยรอบด้านยังคงมืดบอดสนิท มีเพียงประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์จาก "ยันต์อักขระวานรสดับ" ที่ทำหน้าที่เป็นเรดาร์เดียวให้กับทีม"รับทราบ!" วินหันกระบอกปืนใหญ่เกาส์แคนนอนไปตามทิศทางที่ก้องภพบอก เหนี่ยวไกยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าสวนกลับเข้าไปในม่านฝุ่นสีแดงเปรี้ยงงงง! กี๊ซซซ! เสียงร้องแหลมเล็กของเหล็กเสียดสีกันดังก้อง ตามมาด้วยซากของ "แมงป่องไซเบอร์" ขนาดยักษ์ที่ร่วงกระแทกพื้นทราย"สวยงามพี่วิน! แต่อย่าเพิ่งหยุด! 6 นาฬิกา! ท้ายเรือ!" ก้องภพหันขวับ เหงื่อกาฬแตกพลั่ก การใช้โสตประสาทจับตำแหน่งศัตรูนับสิบตัวพร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่มีแต่เสียงรบกวน ทำให้สมองของเขาทำงานหนักแทบระเบิดเคน และ มโนราห์ คอยสกัดกั้นแมงป่องเหล็กที่พยายามกระโดดเกาะกาบเรือซ้ายขวา ดาบเลเซอร์และธนูระเบิดทำงานประสานกันอย่างลงตัว แต่ฝูงสัตว์สมิงไซเบอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด พวกมันมุดลงทรายแล้วโผล่ขึ้นมาใหม่ราวกับฝูงผีดิบที่หิวโหย"เกราะเรือเรา

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 84: ทะเลทรายเหล็กกล้า และพายุฝุ่นสีเลือด

    การเดินทางออกจาก "นิทรานคร" ใต้บาดาล เต็มไปด้วยความหวังและเสบียงที่อัดแน่นจนเต็มลำ "เรือหลวงจ่าเงาะ" (HTMS Ja-Ngob Mk.II) ศ.นที และชาวเมืองบาดาลได้ตอบแทนกลุ่มกุมภัณฑ์ด้วยการอัปเกรดระบบพยาบาลและเทคโนโลยีชีวภาพให้เรือเหาะลำนี้กลายเป็นฐานทัพเคลื่อนที่ขนาดย่อม เมย ได้รับห้องพยาบาลที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือผ่าตัดอัตโนมัติและเตียงสแกนร่างกายล้ำยุค ส่วน ไวท์ ก็ได้อะไหล่ใหม่มาอุดรอยรั่วและปรับจูนคอยล์ต้านแรงโน้มถ่วงให้เสถียรยิ่งขึ้นแต่ทว่า... เมื่อเรือเหาะขนาดยักษ์แล่นฝ่ากระแสน้ำ มุ่งหน้าลงสู่ทิศตะวันตก (บริเวณที่เคยเป็นเทือกเขาตะนาวศรีและกาญจนบุรี) ทิวทัศน์รอบกายก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและน่าสะพรึงกลัวแม่น้ำที่เคยเชี่ยวกรากค่อยๆ เหือดแห้งลงจนกลายเป็นเพียงโคลนตม ก่อนจะแปรสภาพเป็นผืนดินแตกระแหง ระดับน้ำทะเลที่เคยท่วมสูงถูกแผ่นดินที่ยกตัวขึ้นจากรอยเลื่อนเปลือกโลกดันกลับไป สภาพแวดล้อมสีเขียวและผืนน้ำสีครามมลายหายไป สู่โลกที่ถูกย้อมด้วยสีแดงฉานอุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว มีเพียงดวงอาทิตย์ที่แผดเผาอย่างเกรี้ยวกราดท่ามกลางชั้นบรรยากาศที่บา

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 83: รุ่งอรุณใต้บาดาล และเสียงกังวานแห่งวานร

    เสียงแจ้งเตือน [CRITICAL ERROR] ดับลง พร้อมกับแสงสีม่วงทะมึนของไมยราพที่จางหายไปจากระบบเครือข่ายของมหานคร แกนดอกบัว (The Lotus Core) ขนาดยักษ์ใจกลางเมืองที่เคยทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานชีวิต บัดนี้หยุดหมุนและค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าครามบริสุทธิ์ก้องภพ อุ้มร่างของ เมย ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยาหล่อเย็น เดินฝ่าความมืดมิดของห้วงอเวจีขึ้นมาสู่ระดับชั้นผิวดินของนิทรานคร รอยแผลและรอยไหม้ตามร่างกายของชายหนุ่มไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของเขาลดความมั่นคงลงเลย แววตาของเขาทอประกายแห่งความโล่งใจเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจผู้หญิงในอ้อมแขนเมื่อทั้งสองก้าวพ้นประตูแกนดอกบัวออกมาสู่ถนนสายหลัก ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักฟู่... ซ่าาาา...เสียงวาล์วแรงดันนับล้านตัวทำงานพร้อมกัน แคปซูลจำศีล (Cryo-Sleep Pods) ที่ฝังอยู่ตามผนังตึกระฟ้าทุกตึกทั่วทั้งนิทรานคร กำลังระบายของเหลวสีฟ้าเรืองแสงทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ บานกระจกแคปซูลค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆร่างของชาวเมืองที่หลับใหลมาตลอดยุคสมัยของทศกัณฐ์OS กำลังร่วงหล่นลงมาสู่พื้นระเบียง บางคนทรุดตัวลงคุกเข่า สำลักน้ำยาหล่อเย็นออกมาอย่างรุนแรง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status