แชร์

บทที่ 1: หนุมานแผลงฤทธิ์

ผู้เขียน: Wanderer
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 16:13:55

สายฝนกรดโปรยปรายลงมาเป็นสาย กระทบกับหลังคาสังกะสีเก่าๆ ในย่านสลัมคลองเตยชั้นล่าง เสียงเปาะแปะของมันถูกกลบด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศขนาดยักษ์ที่ครางกระหึ่มอยู่เหนือหัวขึ้นไปหลายร้อยเมตร ณ ที่นั่นคือเขตชั้นในที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและแสงโฮโลแกรมฉูดฉาด แต่สำหรับ "ก้องภพ" โลกของเขามีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอมอนิเตอร์ตกรุ่นสามจอที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ผุๆ

ก้องขยับแว่นสายตาที่ขาข้างหนึ่งพันด้วยเทปพันสายไฟ นิ้วมือที่หุ้มด้วยถุงมือหนังขาดๆ รัวลงบนคีย์บอร์ดแบบกลไกเสียงดังสนั่น เขากำลัง "ตกปลา" หรือการแฮกเข้าไปในระบบจัดการขยะของคอนโดหรูเพื่อดึงเอาข้อมูลรหัสส่วนลดอาหารที่พวกคนรวยทิ้งขว้างมาขายต่อในตลาดมืด

"อีกนิดเดียว... ตัวกรองชั้นสุดท้าย..." ก้องพึมพำกับตัวเอง เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมผ่านรอยสักลายไทยประยุกต์ที่ต้นแขน ซึ่งฝังชิปประมวลผลขนาดจิ๋วไว้ใต้ผิวหนัง

ทันใดนั้น หน้าจอทั้งสามก็ดับวูบลงพร้อมกัน

"เฮ้ย! อะไรวะ ปลั๊กหลุดเหรอ?" ก้องอุทาน พลางเอื้อมมือไปเช็กสายไฟที่พันกันนัวเนียเหมือนรากไทรอยู่ใต้โต๊ะ

แต่ความจริงไม่ใช่เรื่องของกระแสไฟฟ้า เพราะชั่วอึดใจต่อมา หน้าจอทั้งหมดกลับสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่หน้าต่างคำสั่งสีเขียวที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลายเป็น สีแดงฉาน ราวกับเลือดที่สาดกระจายไปทั่วรหัสฐานสิบหก

ที่กลางจอ ปรากฏสัญลักษณ์รูป "หน้ายักษ์" ที่ขยับปากพูดได้โดยไม่มีเสียง ท้องฟ้าจำลองในจอเปลี่ยนเป็นสีม่วงหม่นเหมือนบรรยากาศข้างนอกที่จู่ๆ ก็เงียบสงัดลงจนน่าขนลุก

“กุมภัณฑ์ลำดับที่ศูนย์... ตื่นเถิด...”

เสียงสังเคราะห์ที่แหบพร่าดังออกมาจากลำโพงเก่าๆ ก้องสะดุ้งสุดตัวจนเก้าอี้เกือบหงายหลัง ในจังหวะนั้นเอง เครื่องสแกนข้อมูลที่เขาเสียบคาไว้กับเครื่องก็ส่งเสียงร้องเตือนถี่ๆ พร้อมกับมีข้อความบรรทัดเดียวเด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่เหลืออยู่:

[SYSTEM ALERT: "ยันต์เก้าโลกา" พบความผิดปกติร้ายแรง – โปรดติดตั้งไฟล์ "หนุมาน.exe" เพื่อเริ่มระบบสำรอง]

ก้องมองไปที่ไดรฟ์โลหะเก่าๆ อันหนึ่งที่เขาเพิ่งเก็บได้จากกองขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อวาน มันสลักอักขระโบราณที่ดูเหมือนลายเซ็นดิจิทัลของใครบางคน เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่อยู่ในมือนั้นคือ "มรดก" ที่จะเปลี่ยนเด็กส่งข้อมูลสลัมให้กลายเป็นกุญแจสำคัญของโลก

"หนุมานงั้นเหรอ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย"

เสียงไซเรนจากโดรนตรวจการของตำรวจนครบาลเริ่มดังใกล้เข้ามา ก้องรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ระบบล่มแบบนี้ พวกเขาจะกวาดล้างทุกอย่างที่ขยับได้ เขาไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องเสียบ "หนุมาน" เข้าไปในระบบ และนั่นคือวินาทีที่ชีวิตของเขาในฐานะแฮกเกอร์กระจอกๆ จบลงตลอดกาล

เสียงประตูเหล็กหน้าห้องพักของก้องถูกกระแทกจนบุบ "ปัง! ปัง!" แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นจากเพดานร่วงกราวลงมาบนคีย์บอร์ด

"กรมควบคุมความมั่นคงทางไซเบอร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ เจ้าของรหัส 10-9-กข-449 คุณถูกจับกุมในข้อหาเข้าถึงข้อมูลระดับความมั่นคง!"

เสียงประกาศจากโดรนตำรวจที่ลอยอยู่หน้าหน้าต่างดังก้องไปทั่วซอย

ก้องภพเหงื่อตก มือสั่นระริกขณะจ้องไปที่หน้าจอที่มีข้อความ [Insert Hanuman.exe to Continue]

"เอาวะ! ตายเป็นตาย!" เขากระแทกแฟลชไดรฟ์โลหะเข้ากับพอร์ตที่ข้อมือซ้าย (Neural Interface) โดยตรง

เปรี้ยง!

ความรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตแล่นปราดเข้าสู่สมอง ก้องภพตาเหลือกค้าง ภาพตรงหน้าเปลี่ยนจากห้องเช่ารูหนู กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าสีขาวโพลนที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่นั่นเขาเห็นชายชราในชุดสูทไหมสีเงินวาววับ นั่งขัดสมาธิอยู่บนวงจรแสงไฟ

"กุมภัณฑ์ลำดับที่ศูนย์... เจ้ามาช้าไปห้าสิบปี"

ชายชรากล่าว เสียงของเขาดังกังวานเหมือนเสียงสังเคราะห์ที่ถูกปรับจูนมาอย่างดี

"ข้าคือ 'อาจารย์คง' ผู้เขียนรหัสยันต์เก้าโลกา... และตอนนี้ทศกัณฐ์กำลังแฮกโลกแห่งความจริง เจ้าต้องพาสิ่งนี้ไปที่วิหารรุ่งอรุณ (วัดแจ้ง) ก่อนที่ดวงอาทิตย์ดิจิทัลจะตกดิน"

"ก้อง! ไอ้ก้อง! ตื่นสิวะ!"

แรงเขย่าตัวทำให้ก้องหลุดออกจากโลกเสมือน เขาลืมตาขึ้นเห็นใบหน้าคุ้นเคยภายใต้หมวกกันน็อกเหล็กกล้า "พี่วิน" ชายร่างยักษ์ที่มีขาเป็นขาจักรกลไฮดรอลิกและมีแขนซ้ายเป็นตะขอเอนกประสงค์ กำลังยืนแบกปืนลูกซองแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ข้างตัว

"พี่วิน! มาได้ไง?"

"พวก บก.ไซเบอร์ มันยกโดรนมาทั้งฝูง ข้าเห็นสัญญาณกวนในย่านนี้เลยรีบมาดู" พี่วินตะโกนพลางถีบประตูห้องที่จวนจะพังออก "รีบโดดขึ้นรถ! ข้าจะพาเอ็งฝ่าวงล้อมโดรนพวกนี้เอง!"

ก้องรีบคว้าแล็ปท็อปพกพายัดใส่เป้ แล้วกระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ "ฮาเล่ย์-ไซเบอร์" ของพี่วินที่จอดรออยู่บนทางเดินแคบๆ หน้าห้อง

"เกาะแน่นๆ นะไอ้น้อง! เราจะซิ่งไปตามรางรถไฟฟ้าสายสีม่วง!" พี่วินบิดคันเร่งจนไฟนีออนที่ล้อสว่างโร่

วี้ดดดดด!

โดรนจู่โจมสามตัวพุ่งดิ่งลงมาจากดาดฟ้าตึก สาดกระสุนแสงเข้าใส่พวกเขา ก้องภพเปิดหน้าจอแล็ปท็อปขณะรถกำลังยกล้อหนีแรงระเบิด เขาพบว่าหน้าต่างโปรแกรม 'หนุมาน.exe' ไม่ได้เป็นแค่โค้ดธรรมดา แต่มันกลายเป็นแอปพลิเคชันควบคุมอุปกรณ์รอบตัว

"พี่วิน! เลี้ยวซ้ายเข้าตรอกข้างหน้าเลย ผมจะลอง 'แผลงฤทธิ์' ดู!"

ก้องรัวนิ้วลงบนจอ กดปุ่ม [Command: Wind_of_Siam] ทันใดนั้น พัดลมระบายอากาศยักษ์ข้างตึกก็หมุนย้อนกลับด้วยความเร็วสูง สร้างกระแสลมหมุนวนรุนแรงจนโดรนตำรวจเสียการทรงตัวชนเข้ากับตึกระเบิดเป็นไฟพะเนียง

"เจ๋งมากไอ้ก้อง! แต่นี่แค่เริ่มต้น..." พี่วินตะโกนสู้ลม "พวกมันปิดถนนพระราม 4 ไว้หมดแล้ว เราต้องหาทางลงใต้ดินเพื่อไปหา 'แม่หมอ' ที่เยาวราช... นางเป็นคนเดียวที่รู้วิธีปลุกยันต์เก้าโลกาตัวถัดไป!"

มอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานลงจากตึกสลัม สู่ถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟนีออนและการไล่ล่าที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 12: ปีกเหล็กกลางนิมิตและคำสัญญาของมโนราห์

    ท่ามกลางความสลัวของคลองบางหลวงที่เต็มไปด้วยไอหมอกดิจิทัล แสงสีชมพูจัดจ้านจากปีกโลหะของเหล่านักฆ่ากินรีส่องสว่างตัดกับผิวน้ำที่ดำมืด มโนราห์ยังคงลอยตัวเด่นสง่าอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง คันธนูในมือของเธอเปล่งรัศมีสีทองคำขาวส่องสว่างข่มแสงจันทร์เทียมบนฟากฟ้า บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงครางเบาๆ ของเครื่องยนต์เรือหางยาวไซเบอร์“ก้องภพ... อย่าให้ฉันต้องทำลายสมองที่แสนล้ำค่าของเธอเลย” มโนราห์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาเลนส์สีฟ้าของเธอกระพริบถี่เหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายใน “ท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอคือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งการคลั่งของทศกัณฐ์ได้... แต่เธอต้องมากับเราเพื่อทำกระบวนการ 'Sync' ให้สมบูรณ์ หากเธอขัดขืน ฉันได้รับคำสั่งให้กำจัดเพื่อนของเธอทิ้งเสีย!”ก้องภพยืนนิ่งอยู่ที่หัวเรือหางยาว ออร่าสีขาวจากยันต์สยบโลกาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนน้ำในคลองเริ่มจับตัวเป็นไอเย็นลอยล่องอยู่รอบกาย “หยุดยั้งทศกัณฐ์ด้วยการเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยน่ะเหรอ? พี่วินต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเพราะแผนการของพวกคุณ... นั่นหรือคือความหวังที่พ

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 11: เงาเหนือคลองบางหลวงและการปรากฏตัวของกบฏนิรนาม

    หลังจากก้องภพเอาชนะหนุมานสีดำในโลกแห่งจิตได้สำเร็จ ร่างกายของเขาก็อาบไปด้วยออร่าสีขาวนวลที่ดูเยือกเย็นและทรงพลังกว่าเดิม แสงจากยันต์ส่องหล้าและยันต์สยบโลกาเริ่มสลักลงบนผิวหนังที่แขนซ้ายของเขาอย่างถาวร ราวกับรอยสักดิจิทัลที่ขยับเขยื้อนได้ตามจังหวะการหายใจภายในฐานลับใต้วัดอรุณ นาราและเมยกำลังเร่งรีบจัดเตรียมสัมภาระ เคนซึ่งร่างกายเพิ่งฟื้นตัวจากแทงค์ฟื้นฟูสภาพเดินออกมาพร้อมกับดาบเลเซอร์คู่กายเล่มใหม่ที่มีความยาวมากกว่าเดิม “เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก้อง... การแฮกจิตใจพาลีเมื่อครู่ได้ทิ้งรอยนิ้วมือดิจิทัลไว้ ทศกัณฐ์จะส่งกองกำลัง ‘สหัสเดชะ’ มาถล่มวัดอรุณภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนี้”“สหัสเดชะงั้นเหรอ?” ก้องภพทวนคำพลางลุกขึ้นยืน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนเวียนอยู่ในตัว มันไม่ใช่แค่ไฟที่เผาผลาญ แต่เป็นความเข้าใจในโครงสร้างของรหัสรอบตัว“หุ่นยนต์ยักษ์พันหน้า... มันคือระบบเฝ้าระวังที่ใหญ่ที่สุดของทศกัณฐ์” นาราอธิบายพลางกดคำสั่งทำลายข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ฐานลับเพื่อไม่ให้ศัตรูตามรอยได้ “เราต้องมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าสู่ลุ่มแม่น้ำคลองบางหลวง ที่นั่นมีชุมชนกบฏที่ขึ้นตรงกับท่านเจ้าคุณ.

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 10: กระจกเงาสีดำและการกู้คืนวิญญาณ

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้วัดอรุณ มีเพียงเสียงครางเบาๆ ของระบบระบายความร้อน ก้องภพนอนนิ่งอยู่บนแท่นเชื่อมต่อประสาท สายเคเบิลเรืองแสงนับสิบเส้นเชื่อมจากท้ายทอยของเขาเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักของ ยันต์ส่องหล้า ยันต์ใบที่สามที่เพิ่งถูกดึงข้อมูลออกมาจากฐานรากของพระปรางค์"ก้อง... ฟังฉันนะ" เสียงของนาราดังขึ้นในโสตประสาทของเขา "ตอนนี้จิตของเธออยู่ในสถานะ 'Data Stream' ฉันจะส่งเธอเข้าไปใน Neural Link ของพาลีผ่านช่องโหว่ที่เขากำลังอัปโหลดข้อมูลให้ทศกัณฐ์ เธอจะมีเวลาไม่มากก่อนที่ Firewall ของท่านเจ้าคุณจะตรวจพบ""ผมพร้อมแล้ว" ก้องภพตอบ และในวินาทีนั้น โลกสีฟ้าของฐานลับก็มลายหายไปเขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่ที่ดูเหมือน สลัมคลองเตย ในวัยเด็ก แต่ทุกอย่างกลับเป็นสีขาวดำและบิดเบี้ยว ท้องฟ้าเป็นรหัสตัวเลขที่ร่วงหล่นเหมือนฝน และที่ใจกลางลานกว้าง เขาเห็นร่างของพี่วินในชุดวินมอเตอร์ไซค์เก่านั่งคอตกอยู่บนเก้าอี้ไม้"พี่วิน!" ก้องภพวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่ทว่า... ก่อนที่จะถึงตัว ร่างของพี่วินก็ถูกกระชากหายไปในหลุมดำดิจิทัล และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือร่างของวานรสีดำทมิฬที่มีดวงตาสีแดงฉานราวกับทับ

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 9: อารามใต้สมุทรและรหัสที่ถูกบิดเบือน

    ความมืดมิดและกลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้ลานวัดระฆังโฆสิตาราม คือสิ่งแรกที่ก้องภพสัมผัสได้หลังจากทิ้งร่างลงจากขอบสะพานพุทธ นาราใช้พลังเฮือกสุดท้ายกางสนามพลังพยุงร่างกายทุกคนให้พ้นจากแรงกระแทกของผิวน้ำเจ้าพระยาที่ลุกเป็นไฟด้วยระเบิด แรงสั่นสะเทือนจากด้านบนค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงน้ำหยดที่ดังก้องอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก"เคน... แข็งใจไว้ เราเกือบถึงแล้ว" เมยพึมพำพลางประคองร่างของนักดาบหนุ่มที่หมดสติไปจากแรงปะทะของพาลี ชุดเกราะเบาของเขาแตกยับเยินจนเห็นวงจรไฟฟ้าภายในที่ลัดวงจรส่งประกายไฟเป็นระยะนาราใช้คทาสีทองเคาะไปที่กำแพงอิฐเก่าๆ สามครั้ง ทันใดนั้น แผ่นอิฐที่ดูเหมือนของโบราณก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นลิฟต์ความเร็วสูงที่ซ่อนอยู่ภายใน "ยินดีต้อนรับสู่ The Hidden Sanctuary... ฐานลับสุดท้ายของกลุ่มต่อต้านฝั่งธนบุรี"เมื่อลิฟต์หยุดลงที่ความลึกกว่าห้าสิบเมตร ก้องภพก็ต้องเบิกตากว้าง ที่นี่คือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของวัดโบราณ แต่ผนังทั้งหมดถูกบุด้วยแผงวงจรและเซิร์ฟเวอร์ ระบายความร้อนด้วยของเหลวสีฟ้า แสงสว่างนวลตาจากหน้าจอโฮโลแกรมทำให้บรรยากาศดูศัก

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 8: ยุทธนาวีเจ้าพระยาและเงาของพาลี

    เสียงประกาศจากโดรน "พิเภก" ที่ลอยอยู่เหนือฟากฟ้านีโอ-กรุงเทพฯ ดังก้องกังวานประดุจเสียงตามสายจากนรก มันคือโปรโตคอล "Reboot City" ที่ทศกัณฐ์ OS เริ่มต้นใช้งานเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อรหัสกลาง แสงเลเซอร์สีแดงนับพันเส้นกวาดผ่านตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยราวกับสายฝนที่ไร้หยาดน้ำ ทั่วทั้งฝั่งพระนครตกอยู่ในสภาวะอัมพาต ระบบขนส่งทุกอย่างถูกสั่งล็อกเพื่อไล่ล่ากลุ่มกบฏเพียงกลุ่มเดียว"เราต้องข้ามไปฝั่งธนบุรีเดี๋ยวนี้!" นาราตะโกนพลางประคองก้องภพที่ร่างกายยังสั่นเทาจากการใช้พลังยันต์อัคนีโลกันตร์ที่ภูเขาทอง "ฝั่งนั้นคือเขต 'Dead Zone' ที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่นจากชุมชนเก่าและระบบรางรถไฟโบราณ ทศกัณฐ์เข้าถึงได้ยากที่สุด แต่มันจะไม่ยอมให้เราข้ามไปง่ายๆ แน่"เคนในสภาพเกราะไหล่ฉีกขาดจนเห็นวงจรภายใน พยุงเมยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไซเบอร์ที่เหลืออยู่เพียงสองคัน เครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันครางกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานผ่านย่านปากคลองตลาดที่รกร้าง มุ่งหน้าสู่ "สะพานพุทธยอดฟ้า" ปราการด่านสุดท้ายที่จะนำพวกเขาไปสู่ความปลอดภัยทว่า... ทันทีที่ล้อรถสัมผัสพื้นสะพาน ผิวน้ำที่เคยนิ่งสนิทของแม่น้ำเจ้าพระยาก็ระเบิดออก! เรื

  • ยันต์เก้าโลกา : รหัสกู้พิภพไซเบอร์   บทที่ 7: ปราการสีทองและอสูรเหล็กกุมภกรรณ

    ท้องฟ้าเหนือภูเขาทองถูกฉาบด้วยสีแดงก่ำจากรัศมีของโดรนพิฆาตที่บินวนเวียนประดุจฝูงแร้งเหล็ก นาราในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่หน้าสถูปเจดีย์ทองคำ เธอใช้คฑาที่ปลายหัวเป็นเซนเซอร์แสงวาดวงกลมกลางอากาศเพื่อกางโล่พลังงาน “ข่ายมนตราสุริยัน” ป้องกันยอดเขาเอาไว้ แต่มันเป็นเพียงการประวิงเวลาเท่านั้น เพราะที่ตีนเขานั้น ปรากฏร่างมหึมาที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกย่างก้าว“นั่นมัน... กุมภกรรณ” เคนพึมพำพลางกระชับดาบเลเซอร์สีเขียวมรกตในมือร่างนั้นคือไซบอร์กยักษ์สูงกว่าสี่เมตร ผิวหนังโลหะสีเขียวเข้มสะท้อนแสง แขนขวาของมันถูกดัดแปลงเป็นค้อนไฮดรอลิกยักษ์ที่สามารถทุบทำลายคอนกรีตเสริมเหล็กให้กลายเป็นผงได้ในพริบตา ดวงตาเดียวกลางใบหน้าเหล็กของมันส่องแสงสีม่วงอำมหิต มันคือขุนพลลำดับที่สองของทศกัณฐ์ OS ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อการทำลายล้างสถานหนัก“ก้องภพ! ฟังฉัน!” นาราหันมาตะโกนสู้เสียงคำรามของเครื่องยนต์ยักษ์ “เคนกับเมยจะยันกุมภกรรณไว้ในโลกเนื้อหนัง แต่เธอต้องเข้าสู่โลกเสมือนร่วมกับฉันเพื่อปลุก ‘ยันต์อัคนีโลกันตร์’ ใบที่สองที่ซ่อนอยู่ใน Core ของภูเขาทอง ถ้าเราปลุกมันไม่ได้ พลังของยันต์ใบแรกจะหมดลง แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status