LOGINทำไมหยางอี้เฟิงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? เธอจำได้ว่า…วันที่เธอป่วยหนัก ชาวบ้านบอกว่าหยางอี้เฟิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไปไม่ใช่เหรอ ? ชาวบ้านยังบอกอีกว่าเขาต้องโทษหนัก โทษหนักที่ว่านั้นคืออะไร ? เขาไปฆ่าใครมาเหรอ ? หรือเขาทำอะไรผิดต่อนโยบายรับฐกันแน่ ?
จ้าวหมิงอวี้หันไปมองหน้าหยางอี้เฟิงด้วยแววตาที่หวาดกลัว อากาศหนาวแบบนี้เขากลับสวมแค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียว เผยให้เห็นหน้าอกแกร่ง ข้างล่างเขาสวมใส่แค่กางเกงลายทหาร ขากางเกงถูกพับขึ้นเหนือเข่า แม่น้ำนี้กว้างจะตาย เขากลับหาว่าเธอกับชาวบ้านกำลังขวางทางเขาอยู่อย่างนั้นเหรอ ?
คนอะไรเห็นแก่ตัวจริง ๆ เลย จ้าวหมิงอวี้กำลังแอบก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ครู่นั้นเธอก็เห็นเขากำลังมองมาที่เธออยู่ เขามีนัยน์ตาที่สวยมาก นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นทำให้หัวใจของเธอพลันเต้นแรงรัวเร็ว จ้าวหมิงอวี้รีบเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นแทบไม่ทัน
น่ากลัวจริง ๆ เลย สายตาคู่นั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว เธอจะไม่มองมันอีก ครู่นั้นเสียงปริศนาก็ดังขึ้นในหัวของเธอ
[ระบบรักข้ามมิติเปิดใช้งานแล้ว เจ้าของห้องทำการสานสัมพันธ์กับอีกฝ่ายได้ ]
[หยางอี้เฟิง มาจากหมู่บ้านหลี เกิดปี 1957 ปีนี้อายุ 22 ปี ส่วนสูง 189 น้ำหนัก 160 จิน ความยาว 18… หยางอี้เฟิงคือคนที่ฟ้าส่งมาโปรดเจ้าของห้อง ระบบขอเชิญชวนให้เจ้าของห้องสัมผัสร่างกายหยางอี้เฟิงคนนี้เพื่อสานสัมพันธ์ที่ดี เจ้าของห้องมีเวลาทำภารกิจนี้หนึ่งวันเท่านั้น]
เสียงที่จ้าวหมิงอวี้ได้ยิน ทำให้เธอถึงกับดวงตาเบิกโพลง อะไรคือฟ้าส่งมาโปรด บ้าไปแล้ว สิ่งที่จ้าวหมิงอวี้ได้ยิน ทำให้เธอตกลงไปในน้ำอีกครั้ง ปลาที่เธอถืออยู่ในมือได้ว่ายหายไป หยางอี้เฟิงแอบคิด…ถ้าจ้าวหมิง อวี้กล้าแตะต้องตัวเขา เธอได้ถูกเขาลงโทษแน่
หยางอี้เฟิงยืนนิ่งมองจ้าวหมิงอวี้ตกลงไปในน้ำ เขาอยากจะกระโดดลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ ทว่าครู่นั้น…ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ อยู่ ๆ สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไป เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้จ้าวหมิงอวี้ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ จ้าวหมิงอวี้ตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำนานครู่หนึ่ง ก่อนจะว่ายขึ้นมาบนฝั่ง
จ้าวหมิงอวี้รีบหลบสายตาคู่นั้นที่กำลังมองมาที่เธออยู่ ฟ้าเล่นตลกอะไรกับเธออยู่กันแน่ ทำไมถึงได้ส่งหยางอี้เฟิงคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตของเธอ ผู้ชายเย็นชา เยือกเย็น ใจร้อนอย่างเขาน่ะเหรอจะมาเป็นสามีเธอในอนาคต เขาฆ่าคนได้โดยไม่ลังเลเลยนะ
หยางอี้เฟิงจ้องหน้าจ้าวหมิงอวี้ด้วยใบหน้าแววตาที่เย็นชา นัยน์ตาเรียวคมสำรวจจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนที่สายตาของเขาจะหยุดอยู่ที่เอวบางนั่น
“หึ อยากจะจมน้ำตายหรือยังไง ? ถึงได้กระโดดลงไปในนั้นน่ะ ? อากาศหนาวแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”
จ้าวหมิงอวี้สะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้น หยางอี้เฟิงน่ากลัวจะตาย เขาคิดเหรอว่าเธออยากจะอยู่ตรงนั้นกับเขาน่ะ ทุกคนเห็นจ้าวหมิงอวี้วิ่งกลับออกไป ก็เลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าหันไปมองหน้าหยางอี้เฟิงเลยสักคน พวกเขารีบวิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป
ชาวบ้านคิดว่าจ้าวหมิงอวี้กลัวหยางอี้เฟิง ถึงได้วิ่งหนีออกมาแบบนี้ เสียงซุบซิบนินทาหยางอี้เฟิงดังขึ้น
“หมิงอวี้ อย่ากลัวไปเลยนะ ถ้าอี้เฟิงทำอะไรเธอละก็ ฉันจะ… ” ชายหนุ่มคนนั้นไม่รู้จะพูดอะไร ก่อนจะเปลี่ยนมาเกาศีรษะแทน
“นายจะทำอะไรอี้เฟิงได้ นายกล้าต่อยอี้เฟิงเหรอ ?”
“ฉันไม่กล้าหรอก แล้วนายกล้าต่อยอี้เฟิงเหรอ ?” ทุกคนกลัวหยางอี้เฟิงไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเขา
ใคร ๆ ก็รู้ว่าหยางอี้เฟิงน่ากลัวแค่ไหน ไม่มีใครเอาชนะเขาได้เลยสักคน เมื่อคราที่พวกเขายังเด็ก พวกเขาเคยมีเรื่องกับหยางอี้เฟิงมาก่อน พวกเขานับสิบคนยังเอาหยางอี้เฟิงไม่ลง
เมื่อหลายปีก่อน…พ่อกับแม่ของหยางอี้เฟิงป่วยหนักเสียชีวิต ทิ้งน้องชายกับน้องสาวที่ป่วยหนักให้เขาดูแล ชาวบ้านเล่าลือกันว่า…สามพี่น้องหยางอี้เฟิงคือตัวซวย ทำให้พ่อกับแม่ของเขาต้องตาย ชาวบ้านยังบอกอีกว่า…หยางอี้เฟิงเป็นคนเผาบ้านของตัวเอง ก่อนจะพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่น
ชื่อเสียงของเขา เด็ก ๆ ที่ได้ยินถึงกับส่งเสียงร้องไห้ดังลั่น จ้าวหมิงอวี้ไม่อยากได้ยินอะไรอีกก็รีบสาวเท้าไปข้างหน้า เธอไม่อยากได้ยินเรื่องของหยางอี้เฟิงอีก เรื่องของเขาเธอได้ยินมานานแล้ว หยางอี้เฟิงไม่ต่างจากปีศาจ เด็ก ๆ ที่หมู่บ้านนี้ ได้ยินชื่อของเขาก็ร้องไห้แล้ว
เธอไม่คิดเลยว่า…ผู้ชายอย่างเขาจะคือสามีในอนาคตของเธอ จ้าว หมิงอวี้เดินมาถึงที่บ้านก็ได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากในครัว กลุ่มชาวบ้านเห็นเธอเดินเข้าไปในบ้านก็รีบแยกย้ายกันกลับบ้าน ตระกูลจ้าวไม่ใช่ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านนี้ แต่…จ้าวเสี่ยวหลงพ่อของจ้าวหมิงอวี้เป็นคนที่ขยัน รายได้จุนเจือครอบครัวก็ได้มาจากพ่อของเธอ
จ้าวเสี่ยวหลงทำเต้าหู้ไปขายที่อำเภอทุกวัน เงินที่ได้มาก็นำมาใช้จ่ายภายในครอบครัว พวกเขาได้กินเนื้อทุกวัน ชีวิตตอนนี้ของพวกดีกว่าเมื่อสองปีก่อนมาก ดีกว่าตอนที่พ่อของเขาเป็นคนงานที่โรงงานใหญ่เสียอีก ลานบ้านของบ้านจ้าวกว้างขวางมาก บ้านแบ่งออกเป็นสามหลัง
บ้านหลังเล็กเป็นโรงทำเต้าหู้ จ้าวหมิงอวี้ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านใหญ่อยู่นาน ก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไปข้างใน ‘เหมาซื่อจวิน’ แม่ของจ้าวหมิงอวี้กำลังทำกับข้าวอยู่ที่ครัว ได้ยินเสียงคนผลักประตูเข้ามาก็รีบชะโงกหน้าออกมาดู
“หมิงอวี้ อากาศหนาวแบบนี้ลูกจะกระโดดลงไปในน้ำทำไม ? สุขภาพร่างกายลูกยิ่งไม่ดีอยู่ด้วย เกิดป่วยขึ้นมาแม่จะทำยังไง ? แม่ไม่มีเงินไปซื้อยามารักษาลูกหรอกนะ”
จ้าวหมิงอวี้ไม่สนใจว่าแม่จะพูดอะไร อยู่ ๆ เธอก็ส่งเสียงจามออกมา อาการป่วยเธอยังไม่หายดีเลย สงสัยอาการป่วยจะกำเริบอีกแล้ว จ้าวเสี่ยวหลงได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยขึ้น
“แกไม่รู้หรือว่าแกกำลังป่วยอยู่ อากาศหนาวแบบนี้ยังจะกระโดดลงไปในแม่น้ำทำไม แกไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้วหรือ ?” จ้าวเสี่ยวหลงพูดจบก็หันไปบอกกับภรรยาว่า
“ซื้อยาอะไร ? เราจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อยาเล่า ลูกสาวไม่รักดีอย่างมัน ปล่อยให้ตาย ๆ ไปเสียก็ดี”
จ้าวหมิงอวี้ไม่โต้ตอบอะไร เมื่อชาติที่แล้วเธอรู้แล้วว่าพ่อกับแม่เธอเป็นคนยังไง พ่อของเธอเป็นคนโลภมาก คิดเห็นแต่เงิน ส่วนแม่ของเธอ ในสายตาของแม่มีแต่พี่ชายคนโต ได้ย้อนเวลากลับมาพ่อกับแม่ของเธอยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เธอเองก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว
จ้าวหมิงอวี้เดินไปที่ห้องนอนเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอกับจ้าวซิ่วเหมยนอนด้วยกันในห้องเล็ก ๆ นี้ ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องก็ไม่ได้มีอะไรมาก เรียบง่ายแสนง่าย เธอเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก็เห็นเสื้อผ้าใหม่อยู่ เธอจำได้ว่าเสื้อผ้าพวกนี้จ้าวซิ่วเหมยขอให้แม่ซื้อให้
จ้าวหมิงอวี้ถอนหายใจแรง ก่อนจะหยิบเอาเสื้อเก่าที่เธอชอบใส่ออกมาเปลี่ยน เมื่อชาติที่แล้ว…เธอแต่งงานเข้าไปอยู่ที่บ้านเฉิน เธอไม่มีเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ใส่เลย เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ทุกวันก็มาจากเศษผ้าที่เธอนำมาตัดเย็บเอง เสื้อผ้าที่เธอมีอยู่ ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นสีอะไร
หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ จ้าวหมิงอวี้ก็เดินมาที่ครัว วันนี้แม่นึ่งมันเทศแล้วก็ข้าวต้มข้าวโพด เธอได้กลิ่นหอมก่อนที่จะก้าวขาเข้ามาในบ้านแล้ว น่าเสียดาย ปลาตัวนั้นเธอทำหลุดมือไปแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้น วันนี้เธอคงได้กินอาหารดี ๆ แล้ว
ขณะที่เธอกำลังนั่งทานข้าวอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงจ้าวซิ่วเหมยร้องไห้วิ่งเข้ามาในบ้าน คนเป็นพ่อเห็นลูกสาวสุดที่รักร้องห่มร้องไห้วิ่งมาก็รีบลุกพรวดจากเก้าอี้เดินไปดู
“เหมยเหมย หนูเป็นอะไรไปหรือ ? ใครทำอะไรลูกสาวของพ่อ ?” เหมาซื่อจวินรีบวางตะเกียบในมือลง เดินไปหาจ้าวซิ่วเหมยด้วยความเป็นห่วง
“เหมยเหมย ใครทำอะไรลูก ? ใครรังแกลูก ? บอกแม่ได้ไหม ?” จ้าวซิ่วเหมยเหลือบตาไปมองจ้าวหมิงอวี้ที่กำลังนั่งทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ ครู่นั้นแววตาของจ้าวซิ่วเหมยก็พลันเปลี่ยนไป
ชาวบ้านเห็นใจสงสารจ้าวหมิงอวี้แล้วยังไง ? ในบ้านหลังนี้คนที่รักและเอ็นดูหล่อนที่สุดก็คือพ่อกับแม่ ในสายตาพ่อกับแม่เกลียดจ้าวหมิง อวี้ยิ่งกว่าอะไร จ้าวซิ่วเหมยกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง หล่อนก็เห็นจ้าวหมิงอวี้วางตะเกียบในมือลงแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปจับเอาขวานที่หน้าบ้านมา
“ใช่ ใครรังแกเธอซิ่วเหมย พี่จะไปจัดการมันเอง” จ้าวหมิงอวี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก จ้าวซิ่วเหม่ยถึงกับหน้าถอดสีพูดอะไรไม่ออก หล่อนไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าอะไรทำให้พี่สาวของหล่อนเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“คือว่า…หนูอยากจะกินปลา พี่หมิงอวี้ลงไปจับปลาให้ฉันที่แม่น้ำค่ะพ่อ”
จ้าวเสี่ยวหลงได้ยินลูกสาวสุดที่รักบอกแบบนั้นก็หันขวับไปมองจ้าว หมิงอวี้ ก่อนจะเดินไปแย่งเอาขวานในมือของจ้าวหมิงอวี้มา
“แกรังแกลูกสาวฉันหรือหมิงอวี้ ?!! แกเป็นพี่ !! แกลงไปจับปลาให้น้องสาวแกก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ ?!! ”
“ลูกสาวสุดที่รักของพ่อผลักฉันตกลงไปในน้ำค่ะ ถ้าพรุ่งนี้ฉันเกิดป่วยขึ้นมา พ่อต้องไปซื้อยามาให้ฉันนะคะ”
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







