LOGINได้ยินคำว่ายา สีหน้าของจ้าวเสี่ยวหลงก็เปลี่ยนไปทันที แววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะมองมาที่จ้าวซิ่วเหมย
“นี่ลูกไปผลักหมิงอวี้ทำไม ? ลูกเสียสติไปแล้วหรือ ? ถ้าหมิงอวี้เป็นอะไรไปแล้วละก็ พ่อต้องเป็นคนนำเงินไปซื้อยามารักษามันนะ !! ”
“พ่อ !! เงิน !! เงิน !! อะไรก็เงิน !! ” จ้าวซิ่วเหมยตลาดเสียงดังลั่นบ้านเพราะความโมโห ครู่นั้นจ้าวเหวินปิงลูกชายคนโตบ้านจ้าวก็ได้เอ่ยขึ้น
“นี่หมิงอวี้ แกไปเอาแรงมาจากไหน ? ผู้ชายในหมู่บ้านนี้มาเห็นเข้า ไม่มีใครอยากได้แกไปทำเมียแน่” พูดจบ…จ้าวเหวินปิงก็ได้หันไปพูดกับผู้เป็นแม่ว่า
“แม่ แม่บอกกับผมว่าอยากจะให้หมิงอวี้แต่งงานออกเรือนไปเพื่อจะเอาเงินสินสอดของหมิงอวี้มาแต่งเมียให้ผมไม่ใช่หรือ ? ไม่มีใครอยากจะได้หมิงอวี้ไปทำเมีย ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าว่าหมิงอวี้แรงเยอะกว่าผม เราจะทำยังไงครับ”
“เหวินปิง ลูกพูดอะไรของลูก ยังไงหมิงอวี้ก็ต้องแต่งงานออกจากบ้านนี้ไป อย่าเป็นกังวลไปเลยนะเหวินปิงลูกแม่”
“ได้ แม่อย่าลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับผมล่ะ ปีนี้ผม 22 แล้ว ไม่รีบแต่งตอนนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีใครเอาผมหรอก”
จ้าวเสี่ยวหลงได้ยินผู้เป็นลูกชายบอกแบบนั้นก็รีบไล่ให้เหวินปิงไปที่อื่น
“แกพูดอะไรของแกเหวินปิง จะไปไหนก็รีบ ๆ ไปไป” จ้าวหมิงอวี้ไม่สนใจว่าทุกคนจะพูดอะไร เธอนั่งกินซาลาเปากับผักดองอย่างเอร็ดอร่อย
สองปีมานี้ครอบครัวจ้าวได้กินดีอยู่ดี จ้าวหมิงอวี้ได้ยินเรื่องพวกนี้ทุกวัน เธอจำได้ขึ้นใจว่าพ่อกับแม่และพี่ชายพูดอะไรบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ คิดเสียว่าเป็นเสียงสุนัขเห่าก็แล้วกัน เมื่อชาติที่แล้ว…มีแค่เธอคนเดียวที่ทำงานบ้านงานเรือน เธอทำงานเยี่ยงทาสคนหนึ่ง
แต่…เงินสินสอดที่บ้านเฉินเสนอให้ทำให้พ่อกับแม่เธอตาบอด บังคับให้เธอแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่จนได้ พอเธอแต่งงานไปอยู่ที่บ้านเฉิน เธอยังต้องมาดูแลแม่สามีกับลูกทั้งสองของเฉินเทียนหยู่อีก ความดีที่เธอทำไม่มีใครเห็น แม่สามีใส่ร้ายป้ายสีทำให้เฉินเทียนหยู่เข้าใจเธอผิดไป
สุดท้าย…เธอถูกเฉินเทียนหยู่จับไปขังไว้ที่คอกหมูทรมานจนเธอป่วยตาย เมื่อชาติที่แล้วเธอทำดีแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็นค่า สุดท้ายต้องมาตาย อย่างอนาถ ในเมื่อทำดีแล้วไม่มีใครเห็นค่า เธอจะทำดีไปทำไม ? เธอทำให้ตัวเองมีความสุข อยู่อย่างสุขสบายจะไม่ดีกว่าเหรอ ?
จ้าวหมิงอวี้นึกถึงน้ำวิเศษที่เธอได้ดื่มลงไป เธอก็รีบกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะอย่างบ้าคลั่ง เธออยากมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น ใครกล้ามารังแกเธอ เธอจะต่อยให้ฝันร่วงเลยคอยดู หลังจากที่ทานข้าวเสร็จ จ้าวหมิงอวี้ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมหนาแล้วบอกกับทุกคนว่า
“ฉันกินเสร็จแล้ว ฉันไปนอนก่อนนะคะ” เหมาซื่อจวินถึงกับอึ้ง นี่ไม่ใช่เวลานอนนะ จานชามยังกองอยู่ตรงหน้า ถ้าจ้าวหมิงอวี้ไม่ช่วยนำไปล้าง แล้วใครจะทำหน้าที่นี้แทนเล่า
“หมิงอวี้ เดี๋ยว ! ” จ้าวหมิงอวี้ไม่สนใจเสียงเรียกของแม่ เธอเดินดุ่มๆ กลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง
ทุกคนกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ เลิ่กลั่กมองหน้ากันไปมาด้วยความงุนงง จ้าวหมิงอวี้เกิดเป็นบ้าอะไร ? ปกติหลังจากที่ทานข้าวเสร็จ จะนำจานชามพวกนี้ไปล้างไม่ใช่หรือ ? จ้าวซิ่วเหมยกระตุกยิ้มร้าย ก่อนจะหันไปกระซิบกับแม่เบา ๆ
“แม่ สงสัยพี่หมิงอวี้ไม่พอใจที่พี่เหวินปิงพูดเรื่องแต่งงานแน่ ๆ เลยค่ะ”
“นี่ เกี่ยวอะไรกับฉัน ? ดีแล้วที่ยัยนั่นเป็นหมัน” เหมาซื่อจวินได้ยินผู้ชายสุดที่รักพูดแบบนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย จ้าวซิ่วเหมยไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายของหล่อนจะกล้าพ่นคำนั้นออกมาได้
จ้าวหมิงอวี้กำลังนอนอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ ทรุดโทรม ก่อนที่เธอจะเอนตัวลงนอน เธอไม่ลืมที่จะนำฟางแห้งมาปูใต้เตียง ทำให้เธอรู้สึกอุ่นขึ้นมาหน่อย จ้าวหมิงอวี้กำลังจะจมสู่ห้วงนิทรา อยู่ ๆ เสียงปริศนาก็ดังขึ้น
[ระบบรักข้ามมิติเปิดใช้งาน ภายในหนึ่งวัน ถ้าเจ้าของห้องไม่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ระบบจะตามหาเจ้าของห้องคนอื่นทำภารกิจนี้แทน ]
ครู่นั้น…เหมือนจ้าวหมิงอวี้จะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนที่วิญญาณเธอจะได้กลับมาเกินใหม่ เธอจำได้ว่าเสียงปริศนานี้เคยบอกกับเธอว่า…ถ้าเธอทำภารกิจสำเร็จ เธอจะได้ของตอบแทนเป็นข้าว เนื้อหมู เสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ นี่นา
พ่อกับแม่ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอเลย เงินที่มีติดตัวอยู่ก็น้อยนิด ตอนนี้เธออยากจะมีชีวิตที่ดีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง จ้าวหมิงอวี้ไม่อยากจะคิดอะไรมาก รีบตอบตกลงทันที
“ได้ ๆ พรุ่งนี้ฉันจะไปสานสัมพันธ์กับอี่ตาบ้าหยางอี้เฟิงอะไรนั่น” เมื่อคราที่เธอยังเด็ก เธอบังเอิญพลัดตกลงไปในน้ำ พอแม่พาเธอไปพบหมอที่หน้าหมู่บ้าน ถึงได้รู้ว่าเธอเป็นหมันไม่อาจมีลูกได้
พอจ้าวซิ่วเหมยรู้เรื่องนี้ ถึงกับไม่เชื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนได้ทะลุมิติมาอยู่ในยุคนี้ หล่อนกลับล่วงรู้ความลับว่านางเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นหมันไม่สามารถมีลูกได้ ใช่…หล่อนทะลุมิติมาอยู่ในนิยายย้อนยุค นางเอกของเรื่องก็คือจ้าวหมิงอวี้
เนื้อหาในนิยายจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นสามปีต่อจากนี้ พูดถึงอาจารย์สอนชื่อดังอย่างจ้าวหมิงอวี้ เธอพบรักกับพระเอกลูกชายของ ผ.อ มหาลัยชื่อดัง จ้าวหมิงอวี้ได้แต่งงานกับผู้ชายคนนั้น ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ก่อนที่จ้าวซิ่วเหมยจะได้ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ หล่อนไม่ได้ตั้งใจอ่านเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้ หล่อนแค่อ่านผ่าน ๆ เนื้อหาที่อยากจะอ่านเท่านั้น หล่อนเคยอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับพระรองในนิยายเรื่องนี้ เขาเป็นคนอ่อนโยน มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม เขาสู้ชีวิตจนได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดแห่งยุค
จ้าวซิ่วเหมยชอบพระรองในเรื่องนี้อย่างสวี่หมิงหาวมาก หล่อนรู้สึกว่าพระรองอย่างสวี่หมิงหาวเหมาะสมกับหล่อนที่สุด หลังจากที่หล่อนได้ทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ หล่อนแน่วแน่ที่อยากจะแต่งงานกับสวี่หมิงหาวให้ได้ แต่น่าเสียดาย…สวี่หมิงหาวกลับรักจ้าวหมิงอวี้คนเดียวไม่แลตามองหญิงอื่นเลย
จ้าวซิ่วเหมยไม่รู้ว่าสวี่หมิงหาวจะชอบจ้าวหมิงอวี้ตอนไหน ? เมื่อไร ? อย่างไรเสีย…หล่อนต้องชิงลงมือคว้าใจสวี่หมิงหาวมาครองให้ได้ !! โชคดีที่หล่อนทะลุมิติมาก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น ก่อนอื่น…หล่อนจะต้องวางยาจ้าวหมิงอวี้ก่อนที่จ้าวหมิงอวี้จะสอบเกาเข่าให้ได้
ให้จ้าวหมิงอวี้นอนป่วยตายอยู่บนเตียง ทำลายอนาคตของจ้าวหมิง อวี้ ถ้าจ้าวหมิงอวี้สอบเกาเข่าไม่ได้ ไม่ได้เข้าเรียนมหาลัย สวี่หมิงหาวก็จะไม่ได้เจอจ้าวหมิงอวี้ แต่ว่า…เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหล่อนนี่นา หล่อนหาทางทำให้จ้าวหมิงอวี้แต่งงานกับผู้ชายคนอื่นดีกว่า
ถ้าจ้าวหมิงอวี้ได้เจอสวี่หมิงหาว ต่อให้สวี่หมิงหาวรักจ้าวหมิงอวี้แค่ไหน พอเขารู้ว่าจ้าวหมิงอวี้เคยทำเรื่องอย่างว่ากับเฉินเทียนหยู่ สวี่หมิงหาวก็ไม่มีทางรับความจริงเรื่องนี้ได้ แผนนี้หล่อนวางแผนมาตั้งนาน ไม่คิดว่า…จ้าวหมิงอวี้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นกลับว่ายน้ำเป็นเสียอย่างนั้น ไม่พอแค่นั้น…จ้าวหมิงอวี้ยังทำให้หล่อนอับอายขายขี้หน้าต่อหน้าคนอื่นด้วย
จ้าวซิ่วเหมยโกรธจ้าวหมิงอวี้มาก แต่…สุดท้ายหล่อนก็ได้รู้ความจริงบางอย่าง จ้าวหมิงอวี้เป็นหมันอย่างนั้นเหรอ ? ดีเลย หล่อนจะได้ดำเนินแผนการต่อไปได้ เย็นวันนั้น…จ้าวหมิงอวี้เข้านอนเร็วกว่าทุกวัน จ้าวซิ่วเหมยได้ลากพ่อมาที่ครัว ก่อนจะบอกกับพ่อว่า
“พ่อคะ พี่เฉินเทียนหยู่อยู่ท้ายหมู่บ้านเราอยากจะได้พี่หมิงอวี้ไปทำเมียค่ะพ่อ”
“นี่ ลูกไม่รู้หรือว่าเทียนหยู่ปีนี้มันอายุเท่าไรแล้ว ? เมียเก่ามันทิ้งลูกไว้ตั้งสองคน ดูสภาพของไอ้เทียนหยู่สิ คนอย่างมันจะทำอะไรได้ บ้านเฉินจนยิ่งกว่าขอทาน เงินหนึ่งเหมาก็ไม่มีใช้ ให้หมิงอวี้แต่งงานกับมัน จะได้สินสอดเท่าไรกัน จะให้พี่สาวลูกแต่งงานกับไอ้เทียนหยู่ไม่ได้”
“แต่ว่า…พี่เทียนหยู่บอกว่าจะหาเงินมาแต่งพี่หมิงอวี้ให้ได้นะคะ” จ้าวซิ่วเหม่ยกระซิบบอกว่าเฉินเทียนหยู่จะให้สินสอด 100 หยวน
จ้าวเสี่ยวหลงได้ยินแบบนั้นถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ผู้หญิงในหมู่บ้านนี้แต่งงานออกเรือนไป ได้เงินสินสอดมากสุดแค่ 50 หยวน บ้านเฉินจะยอมจ่ายสินสอดมากถึง 100 หยวนเพื่อแต่งจ้าวหมิงอวี้ลูกสาวของตนหรือ ?
“ไอ้เทียนหยู่มีปัญญาจ่ายค่าสินสอดให้เรามากถึง 100 หยวนจริง ๆ หรือ ?”
“พ่อ พี่หมิงอวี้สวยขนาดนั้น มีผู้ชายคนไหนบ้างที่จะไม่ชอบพี่เขา”
“เพราะพี่สาวลูกได้พ่อหรอกนะถึงได้สวยแบบนั้น แต่ว่า…ลูกก็รู้ไม่ใช่หรือ? ว่าหมิงอวี้เป็นหมัน เกิดไอ้เทียนหยู่รู้เข้า…จะไม่เปลี่ยนใจหรือ ?”
“พี่เทียนหยู่มีลูกชายลูกสาวแล้ว คงไม่สนใจเรื่องนี้หรอกค่ะพ่อ”
“อย่างนั้นก็ดี พ่อกลัวว่า… ”
“พ่อคะ พี่เหวินปิงกำลังรอเงินสินสอดจากพ่ออยู่นะคะ พอพี่เหวิน ปิงแต่งงานไปแล้ว พี่เขาจะมีหลานชายหน้าตาน่ารักน่าชังให้พ่อได้เชยชมนะคะ พ่อไม่ชอบเหรอ ?”
นึกถึงหลานชายตัวน้อยน่ารักน่าชัง จ้าวเสี่ยวหลงก็ผลิยิ้มอย่างมีความสุข
ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ
คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่
จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา
น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา
“ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ
กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ







