Share

บทที่ 4 แผนร้ายของจ้าวซิ่วเหมย

last update Last Updated: 2026-02-05 08:54:11

“กลับมาคิดดูแล้ว ไอ้เทียนหยู่ก็ไม่ไม่แย่อย่างที่คิดนี่นา ว่าแต่…ลูกรู้ได้ยังไงว่าไอ้เทียนหยู่อยากจะได้หมิงอวี้ไปทำเมีย ? ทำไมไอ้เทียนหยู่ไม่ไปขอให้แม่สื่อมาพูดกับพ่อ มาขอให้ลูกช่วยทำไม ?”

จ้าวซิ่วเหมยได้ยินผู้เป็นพ่อถามแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะบอกออกไปว่า

“พี่เขากลัวพ่อจะไม่ยอมรับพี่เขาค่ะ พี่เขาก็เลยให้แม่สื่อมาคุยกับฉัน พี่เขาอยากจะให้ฉันมาถามความคิดเห็นจากพ่อก่อน”

“อย่าไปยุ่งกับไอ้เทียนหยู่อีก เดี๋ยวชาวบ้านคนอื่นจะเข้าใจผิด ลูกโตเป็นสาวแล้วนะ สนิทกับผู้ชายคนอื่นมันดูไม่ดี”

จ้าวเสี่ยวหลงไม่พอใจมากที่รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของตนสนิทสนมกับเฉินเทียนหยู่ แม้ว่าจ้าวซิ่วเหมยจะดูบ้าน ๆ ไม่สวยเท่าจ้าวหมิงอวี้ แต่จ้าวซิ่วเหมยมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าจ้าวหมิงอวี้ ไม่ได้เป็นหมันเหมือนจ้าวหมิงอวี้ จ้าวซิ่วเหมยเห็นสายตาที่พ่อมองมาที่หล่อนแล้ว อยู่ ๆ หล่อนก็ขนหนาวลุก

ในใจแอบคิด…ครอบครัวของนางเอกนิยายเรื่องนี้จริง ๆ เลยนะ ไม่ได้เรื่องเลยสักคน หมู่บ้านหลีนี้ แม้จะมีไฟฟ้าใช้ แต่ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครกล้าใช้ไฟฟ้าเลย ค่าไฟแพงกว่าที่พวกเขาคิด ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร สู้เข้านอนเร็วเสียยังดีกว่า

จ้าวซิ่วเหมยเดินตามเส้นทางขรุขระช้า ๆ หล่อนเดินมาที่บ้านเฉิน ก่อนจะเดินไปด้านหลังบ้านเฉิน หล่อนยืนนิ่งตรงหน้าประตูบานเก่า สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเคาะประตูเรียกคนข้างใน

“เข้ามาก่อนสิ เด็ก ๆ หลับกันหมดแล้ว” จ้าวซิ่วเหมยมองช้ายแลขวาดู เห็นไม่มีใครเดินผ่านมาแถวนี้ หล่อนก็รีบเดินเข้าไปในบ้านเฉิน ทันทีที่หล่อนเดินเข้ามาบ้านเฉิน ก็ถูกเฉินเทียนหยู่บีบข้อมืออย่างแรง

“เธอยังกล้าโผล่หน้ามาหาฉันหรือซิ่วเหมย ?!! ” เพียะ !! ฝ่ามือหยาบตบที่ใบหน้าซูบผอมของจ้าวซิ่วเหมยอย่างแรง รอยฝ่ามือปรากฎชัดอยู่บนใบหน้าของหล่อน จ้าวซิ่วเหมยเผลอร้องออกมา เฉินเทียนหยู่เห็นแบบนั้นก็รีบปิดปากหล่อนไว้

“อย่าร้อง !! คนที่ฉันอยากจะได้ไม่ใช่เธอ !! แต่เป็นพี่สาวของเธอ !! เข้าใจไหม ?!! ”

จ้าวซิ่วเหมยได้ยินแบบนั้นร่างกายถึงกับสั่นระริกเพราะกลัว น้ำหูน้ำตาไหลพลั่งพลูออกมาไม่หยุด หล่อนรีบพยักหน้า เฉินเทียนหยู่ถุยน้ำลายใส่หน้าจ้าวซิ่วเหมย ก่อนจะปล่อยให้หล่อนได้เป็นอิสระ เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สายตามองสำรวจจ้าวซิ่วเหมยตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“เธอโกหกฉันซิ่วเหมย หมิงอวี้ไม่ได้แค่ว่ายน้ำเป็น แต่หมิงอวี้ยังมีแรงเยอะกว่าฉันด้วย ที่ฉันมีสภาพแบบนี้ก็เพราะเธอคนเดียวเลย เธอยังกล้าโผล่หน้ามาที่นี่อีกหรือ ? เธออยากจะมาแก้แค้นแทนพี่สาวเธอหรือซิ่วเหมย ? คิดให้ดีนะ”

จ้าวซิ่วเหมยได้แต่ก้มหน้ามองต่ำ หล่อนไม่กล้าพูดอะไร ตอนนี้หล่อนรู้สึกสมเพศตัวเองมาก

“ฉันไม่ชอบผู้หญิงหน้าตาแปลกประหลาดอย่างเธอ คนอย่างเธอร้ายกว่าที่ฉันคิด ไหนบอกฉันมาซิ ? เธอมีแผนอะไร ?”

“หมิงอวี้เป็นหมัน พรุ่งนี้พี่ไปขอหมิงอวี้แต่งงานสิ พี่ไปบอกกับพ่อฉันนะว่าพี่มีลูกแล้วสองคน ไม่อยากมีลูกอีก พ่อฉันจะต้องยอมให้หมิง อวี้แต่งงานกับพี่แน่”

เฉินเทียนหยู่ได้ยินแบบนั้นแววตาพลันกระตุกวูบ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที เขาหงุดหงิดมากที่ได้ยินว่าหมิงอวี้เป็นหมัน

“หมิงอวี้เป็นหมัน เอามาทำเมียก็ไร้ประโยชน์เปล่า ๆ ”

“ต่อให้พี่สาวฉันเป็นหมัน แต่พี่สาวฉันสวย รูปร่างก็ดี พี่ไม่ชอบพี่สาวฉันจริง ๆ เหรอ ?”

เฉินเทียนหยู่เงียบไปพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จ้าวหมิงอวี้เป็นหมันก็ไม่เป็นไร เขาชอบผู้หญิงที่หน้าตาไม่ใช่มดลูก อีกอย่าง…จ้าวหมิง อวี้เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน ไม่ทันคน เขาชอบผู้หญิงอย่างจ้าวหมิงอวี้

“ได้ แต่งก็แต่ง” ถ้าหล่อนไม่ต้องการกำจัดจ้าวหมิงอวี้ให้พ้นทาง หล่อนคงไม่โผล่หน้ามาที่นี่ให้เฉินเทียนหยู่ดูถูกหล่อนหรอก

“อีกเรื่องหนึ่ง…พี่จะต้องนำเงินสินสอด 100 หยวนไปให้พ่อฉันด้วย ถ้าพ่อฉันไม่ได้เงิน 100 หยวน พ่อไม่มีทางยอมให้พี่แต่งงานกับพี่สาวฉันแน่ เข้าใจไหม ?”

“หึ 100 หยวนแลกกับพี่สาวที่เป็นหมันมีลูกให้ฉันไม่ได้อย่างนั้นหรือ ? พ่อเธออยากจะได้เงินจนเสียสติไปแล้วหรือซิ่วเหมย ?”

“พี่สาวฉันเรียนจบมัธยมปลาย ถ้าคนอื่นมาขอพี่สาวฉันแต่งงานก็เรียกสินสอด 100 หยวนเหมือนกัน”

“ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่แต่ง” เฉินเทียนหยู่ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ฉันจะออกให้พี่ 50 หยวน ส่วนพี่หาเงินมาเพิ่มอีก 50 หยวน” ถ้าเฉินเทียนหยู่ยังไม่ยอมช่วย หล่อนก็จะไปขอให้คนอื่นช่วยหล่อนแทนผู้ชายที่แต่งงานมีลูกแล้วที่หมู่บ้านนี้เยอะจะตาย เฉินเทียนหยู่ไม่ยอมช่วยคนอื่นอาจจะยอมช่วยหล่อนก็ได้

เงิน 50 หยวนนี้ คือเงินเก็บของหล่อน แม้ว่าหล่อนจะเสียดายก็เถอะ แต่หล่อนก็ต้องกำจัดจ้าวหมิงอวี้ออกไปจากชีวิตหล่อนให้ได้ จ้าวซิ่วเหมยไม่ได้โง่เหมือนจ้าวหมิงอวี้ ที่หาเงินได้เท่าไรก็เอามาให้พ่อกับแม่หมด ส่วนหล่อน…นอกจากจะเอาใจขอเงินพ่อกับแม่ใช้แล้ว หล่อนยังแอบเอาของในบ้านไปขายด้วย

“เธอคงมีเงินเยอะมากสินะซิ่วเหมย ออกเพิ่มสัก 80 หยวนสิ”

“พี่ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร” เฉินเทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ว่า

“เรื่องดี ๆ แบบนี้ฉันจะปฏิเสธได้ยังไง พรุ่งนี้ฉันจะให้แม่สื่อไปขอพี่สาวเธอ อย่าลืมเรื่องที่คุยกันวันนี้ล่ะ” จ้าวซิ่วเหมยยิ้มแห้ง ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านเฉินมา

จ้าวหมิงอวี้นอนอยู่บนเตียง เธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตู เธอได้ยินเสียงพลิกกายไปมาของจ้าวซิ่วเหมย กว่าเธอจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้า เช้าของอีกวัน…จ้าวหมิงอวี้ตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าที่สดใส เธอรีบเดินออกจากห้องไปล้างหน้าล้างตา กลิ่นหอมโชยมาจากในครัว ทำให้เธอรู้ได้ว่าพ่อกับพี่ชายของเธอกำลังจะออกไปขายเต้าหู้

หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาเสร็จ จ้าวหมิงอวี้ก็เดินไปที่ครัวตักเอาน้ำเต้าหู้มากิน เหมาซื่อจวินกำลังกวาดลานบ้านอยู่ มองเข้ามาในบ้านเห็นจ้าวหมิงอวี้เดินไปเดินมาไม่ทำอะไรก็รู้สึกแปลกใจ ลูกสาวคนโตของตนเปลี่ยนไปมาก ไม่เหมือนจ้าวหมิงอวี้คนเดิมเลยสักนิด

“หมิงอวี้ ทำไมหน้าลูกถึงได้ขาวผ่องแบบนั้น ?” ใบหน้าของจ้าว หมิง อวี้ขาวไม่ต่างจากเต้าหู้เลย เหมาซื่อจวินจำได้ว่าหน้าของจ้าวหมิง อวี้ไม่ได้ข้าวขนาดนี้มาก่อน ดวงตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากบางแดงระเรื่อ ดูสวยกว่าเมื่อก่อนมาก

จ้าวหมิงอวี้เลื่อนมือขึ้นมาแตะใบหน้าของตัวเองเบา ๆ สงสัยเป็นเพราะน้ำวิเศษนั่นแน่ ๆ เลย ผิวเธอถึงได้ขาวผ่องแบบนี้ อีกอย่าง…หลังจากที่ได้นอนเต็มอิ่มแล้ว เธอรู้สึกดีมาก ร่างกายสดชื่นแปลก ๆ ครู่นั้นจ้าวซิ่วเหมยโผล่มาจากไหนไม่รู้เอ่ยขึ้น

“แม่ ถ้าฉันได้นอนตื่นสายเหมือนพี่หมิงอวี้ ผิวฉันก็สวยเหมือนพี่เขานั่นแหละ” จ้าวหมิงอวี้คลี่ยิ้ม ก่อนจะหันไปพูดกับจ้าวซิ่วเหมยว่า

“ต่อให้เธอหลับยาวสามวันก็ไม่มีทางขาวผ่องเหมือนพี่หรอก” จ้าวซิ่วเหมยเลื่อนมือมากุมใบหน้าของตัวเองไว้ เมื่อคืนหล่อนถูกเฉินเทียนหยู่ตบก็จริง หล่อนจะรอดูวันที่จ้าวหมิงอวี้ไปอยู่ที่บ้านหยาง จ้าวหมิงอวี้คงมีสภาพไม่ต่างจากหล่อนตอนนี้หรอก

หลังจากที่จ้าวหมิงอวี้ทานมื้อเช้าเสร็จ แม่เรียกเธอให้ไปช่วยงานเธอก็ไม่ยอมไป เธอแอบวิ่งไปที่เล้าไก่ ก่อนจะขโมยไข่ไก่มา 5 ฟอง จากนั้นเธอก็รีบวิ่งออกจากบ้านไป เธอวิ่งมาที่ทุ่ง นำไข่ไก่นั่นมาต้มกิน ระหว่างที่จ้าวหมิงอวี้รอไข่สุกอยู่นั้น

อยู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เฉินเทียนหยู่ภายนอกดูเหมือนจะอ่อนโยน แต่ความเป็นจริงแล้วเขากลับชอบใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้หญิง เขาดื่มสุรากลับมาที่บ้านทีไร มักจะลงมือตบตีทำร้ายร่างกายเธอทุกที หลังจากที่เธอแต่งงานกับเขา เธอถูกเฉินเทียนหยู่ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ

มีอยู่วันหนึ่ง…เฉินเทียนหยู่พลัดตกลงมาจากเขา เขาได้รับบาดเจ็บหนัก วันนั้นเขาถึงไม่ทำร้ายเธออีก แต่…เขากลับตามติดเธอไม่ห่าง เธอเดินไปไหนเขาก็เดินตามไปทุกที่ เธอออกไปทำงานที่ทุ่งเขาก็ตามมาที่ทุ่ง เธอไปเข้าห้องน้ำเขาก็ตามเธอไปที่ห้องน้ำ เขาเหมือนวิญญาณร้ายตามรังควานเธอไม่ไปไหน

ถ้าเธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจ เขาจะปล่อยให้เธออดข้าวอดน้ำนานหลายวัน ส่วนแม่ของเฉินเทียนหยู่ ชอบนั่งเย็บผ้าที่หน้าประตูบ้านใหญ่ทุกวัน มือเย็บผ้า แต่ปากดุด่าต่อว่าเธอไม่หยุด ส่วนลูกทั้งสองของเขา ไม่รู้ว่าเขาเลี้ยงลูกมายังไง ทั้งผอมทั้งคล้ำ เด็กทั้งสองคนนั้นไม่ชอบพูด ชอบจ้องหน้าเธอมากกว่า ดูแล้วน่ากลัวยิ่งกว่าผีซะอีก

ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเฉินไม่ต่างจากใช้ชีวิตในเรือนจำ ถูกจิกหัวใช้งานยิ่งกว่าทาส แต่ว่า…มีคนคนหนึ่งทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อ คนคนนั้นทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่แม่สามีเธอพูด ไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่าใจง่ายอย่างที่ชาวบ้านเล่าลือกัน

เธอเป็นผู้หญิงที่มีค่า ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอแยกห้องนอน ไม่ได้นอนร่วมห้องกับเฉินเทียนหยู่ วันไหนที่เธอถูกเฉินเทียนหยู่ทำร้ายร่างกาย คนคนนั้นจะนำยามาวางไว้ที่ประตูหน้าต่างให้เธอ นอกจากยาทาแล้ว ยังมีไข่ไก่ หมั่นโถว ซาลาเปา ข้าวโพดชุบแป้งทอด บางครั้งยังมีพะโล้เนื้อหมูมาให้เธอกินด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 10 ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

    ผัวะ !! มีคนแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาปัดมือของชายคนนั้นออกอย่างแรง ชายแปลกหน้าอีกคนจัดการต่อยไปที่ท้องชายคนนั้นอีกหมัด“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก !! ” หยางอี้เฟิงตะคอกไล่ชายแปลกหน้าคนนั้นไป นัยน์ตาเรียวคมนั่นเต็มไปด้วยไอสังหารชายแปลกหน้าคนนั้นตกใจกลัวรีบวิ่งหนีหายไป จ้าวหมิงอวี้ตกใจดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่หาน เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลย หยางอี้เฟิง เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ? หยางอี้เฟิงนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“เธอคงกลัวฉันมากสินะ” เสียงเข้มทำให้เธอตกใจกลัว รีบถอยห่างจากเขา“มะ ไม่ใช่นะ” จ้าวหมิงอวี้เห็นหยางอี้เฟิงมีเรื่องกับคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง เขาลงมือทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ปรานีดีนะที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างนั้น…เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าชายแปลกหน้าคนนั้นจะทำอะไรกับเธอบ้าง ความจริงแล้ว…เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก เธอแค่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขาดี หยางอี้เฟิงมองเมล็ดทานตะวันที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม“เมล็ดทานตะวันนี่… ” เข้ายิ้ม ? เธอไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ? เขายิ้มจริง ๆ หยางอี้เฟิงยิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหรือดูถูกเธอ

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 9 นำของไปขายที่อำเภอ

    คนขายนิ่งไปครู่หนึ่ง…มองจ้าวหมิงอวี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอดูสวยไม่ต่างจากคนที่มาจากเมืองใหญ่ แต่…เห็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอสวมใส่แล้ว คนขายก็นึกว่าจ้าวหมิงอวี้มาจากเมืองใหญ่ซะอีก ผู้หญิงทุกคนที่มาซื้อผ้าที่ร้านนำกลับไปเย็บผ้าห่ม ส่วนใหญ่จะซื้อไปจัดงานแต่งกันทั้งนั้น คนขายเดินไปดึงเอาผ้าให้เธอดู“ชอบแบบไหน ? ผ้าฝ้าย 1 หลา 7 เหมา ผ้าไหม 1 หลา 8 เหมา” ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าสวยขนาดนี้ ฐานะทางบ้านคงดีมากแน่ ๆ คนขายเดินไปดึงผ้าอีกแบบให้จ้าวหมิงอวี้ดู“ผ้าไหมชนิดนี้เย็บผ้าห่มออกมาสวยมากเลยนะ ราคาอาจจะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่า”“พี่หมิงอวี้ ผ้านั้นสวยมากจริง ๆ นะคะ” ชิงเยว่เห็นผ้าที่อยู่ตรงหน้ายังชอบเลย มันเงาวาว มันสวยมากจ้าวหมิงอวี้เองก็ชอบผ้านั้นเหมือนกัน แต่ว่า…เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับของพวกนี้“ฉันไม่อยากได้ผ้านั้นค่ะ ฉันชอบผ้าสีแดงนี้มากกว่า ฉันขอซื้อผ้าสีแดงนี้ 4 หลาค่ะ”เงินที่เธอมีอยู่ไม่พอซื้อผ้าแพง ๆ แบบนั้นหรอก อีกอย่าง…เธอไม่ได้แต่งงานจริง ๆ ซะหน่อย ที่เธอมาซื้อผ้าสีแดงกลับไป เพราะเธออยากจะซื้อไปหลอกตาแม่ต่างหากล่ะ เธอจะใช้ผ้านี้ทำรองเท้า ไม่ก็ทำของใช้อย่างอื่นแทน อยู่

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 8 สบตา 30 วินาที

    จ้าวหมิงอวี้ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนอีกครั้ง[20 คะแนน สามารถแลกตั๋วลุ้นโชคได้หนึ่งใบ ของรางวัลมี : ข้าวสาร , เนื้อหมู , เต้าหู้ , แป้งสาลี , ซาลาเปาไส้หมูสับ ] จ้าวหมิงอวี้รู้ว่าภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากนี้คืออะไรถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าพริ้มเพราค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหยางอี้เฟิง ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบตา‘แค่สบตากับอี้เฟิงแค่ 30 วินาทีเอง เราต้องทำได้สิ ท่องไว้ เนื้อหมู เนื้อหมู เราต้องได้เนื้อหมูมากิน ’หยางอี้เฟิงเห็นหญิงที่เขาแอบรักมานานหลายปี อยู่ ๆ ก็จ้องหน้าเขาไม่กะพริบตา ทำให้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูกก้าวถอยหลังไปหลายก้าว นี่เธอกำลังมองอะไรเขาอยู่เหรอ ? เมื่อกี้เธอยังต่อยว่าที่สามีของเธออยู่เลย ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแบบนั้นเล่า ?อย่าบอกนะว่า…เธอจะรู้แล้ว ? รู้ว่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอบอกให้เฉินเทียนหยู่ไปยกเลิกงานแต่งอย่างนั้นเหรอ ? อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกหัวใจบีบรัด เขาเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฉินเทียนหยู่ วินาทีที่เขารู้ว่าเฉินเทียนหยู่ให้แม่สื่อไปคุยเรื่องงานแต่งที่บ้านจ้าวเขาอยากจะวิ่งไปที่บ้านเฉิน อยา

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 7 สั่งสอนสักหน่อย

    น้ำเสียงอันไพเราะนั้น ทำให้เฉินเทียนหยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจ เขารีบลุกจากเตียงเดินไปแหวกผ้าม่านตรงหน้าต่างออก“หมิงอวี้ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?”“ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่” เมื่อกี้เขายังนึกถึงใบหน้าของเธออยู่เลย ไม่คิดว่าเธอจะปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าเขาในยามดึกดื่นเช่นนี้“มีเรื่องอะไรหรือ ?” มือหยาบลูบไล้ที่แก้มนวลไปมา“คุยที่นี่ไม่สะดวกเท่าไร เราไปคุยกันที่ตีนเขาดีกว่านะ” เฉินเทียนหยู่ตื่นเต้นอยากจะสัมผัสเรือนร่างของจ้าวหมิงอวี้มาก“ได้ เราไปคุยกันที่ตีนเขากัน” จ้าวหมิงอวี้ไม่รอให้เฉินเทียนหยู่ได้พูดอะไร เธอก็รีบวิ่งไปที่ตีนเขาทันทีเฉินเทียนหยู่วิ่งตามจ้าวหมิงอวี้ไป นัยน์ตาไม่ต่างจากจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีรูปร่างดีเหมือนอย่างจ้าวหมิงอวี้มาก่อน ไฟราคะในกายเขาลุกโชน ทำให้เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ จ้าว หมิงอวี้วิ่งมาตรงที่ที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา“หมิงอวี้ ดึกดื่นแบบนี้เธอตามพี่ออกมาที่นี่ทำไม ? เธอมีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ ? อย่าบอกนะว่าเธออยากจะ… ”เฉินเทียนหยู่พูดไม่ทันจบ ก็ถูกจ้าวหมิงอวี้ต่อยเข้าที่เบ้าตาอย่างแรง เฉินเทียนหยู่ถึงกับเชถอยหลังไปหลายก้าว พอเขา

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 6 สินสอด 100 หยวน

    “ฉันทำภารกิจสำเร็จแล้วเหรอ ?” ระบบตอบมาคำเดียวว่าสำเร็จ“ฉันตัดด้ายแดงทิ้งได้ไหม ? ฉันว่าระบบต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ ๆ สามีในอนาคตของฉันต้องไม่ใช่หยางอี้เฟิงสิ ถ้าบอกว่าสามีในอนาคตฉันคือคนคนนั้นฉันถึงจะเชื่อ”แต่ว่า…เธอไม่เคยเจอหน้าคนคนนั้นมาก่อนนี่นา อีกอย่าง…เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาด้วย จ้าวหมิงอวี้แค่อยากจะตามหาคนคนนั้นให้เจอ เธออยากจะขอบคุณ ตอบแทนบุญคุณที่เขาคอยช่วยเหลือเธอก็แค่นั้นเอง แม้ว่าเธอจะสงสัยมากก็เถอะ ว่าทำไมเขาถึงยื่นมือมาช่วยเธอ[เจ้าของห้องไม่อาจตัดด้ายแดงทิ้งได้ นี่คือพรมลิขิตที่ฟ้ากำหนดแล้ว นิสัย ใจคอ รูปร่าง หน้าตา วิญญาณของทั้งสองเหมาะสมที่จะครองคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ ]จ้าวหมิงอวี้ได้ยินระบบบอกแบบนั้น เธอถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งไปครู่นาน กว่าจะเอ่ยปากพูดได้“แล้ว…ฉันขอแค่ทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ ไม่แต่งงานกับเขาจะได้ไหม ?”[ไม่รู้ จะต้องดูว่าระบบมอบหมายภารกิจอะไรให้ทำ ]“แล้ว…ภารกิจต่อไปคืออะไร ?”[เจ้าของห้องเจอกับอีกฝ่ายเมื่อไร ระบบถึงจะมอบหมายภารกิจให้ทำ ]จ้าวหมิงอวี้ถามระบบนานครึ่งวันก็ไม่ได้คำตอบสักที เธอได้แต่ระบายความโ

  • ยุค 70 จ้าวหมิงอวี้หญิงสาวที่น่าสงสารที่สุดในยุค 70   บทที่ 5 หวงไข่ไก่

    กลิ่นหอมของพะโล้ทำให้แม่สามีจับได้ว่าเธอแอบกินเนื้อ แม่สามีดุด่าต่อว่าเธอนานหลายวัน ดูเหมือนคนคนนั้นจะรู้ว่าเธอถูกแม่สามีดุด่าต่อว่า ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่นำเนื้อหมูมาให้เธอกินอีกเลย วันไหนที่เธอออกไปทำงานกลับมาที่บ้านดึก คนคนนั้นจะแอบตามมาส่งเธอที่บ้านเฉินปกติแล้ว…เวลานั้นเฉินเทียนหยู่จะเฝ้าจับตาดูเธอไม่ให้คลาดสายตา แต่…เธอทำงานกลับมาที่บ้านดึกทุกวัน กลับมาถึงที่บ้าน เฉินเทียนหยู่ก็หลับแล้ว คนคนนั้นแอบเดินมาส่งเธอ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นหัวใจมาก หลายครั้งที่จ้าวหมิงอวี้อยากจะหันกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ที่แอบตามเธอมาแต่…อีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้ตัวตนของเขา เธอก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ พอย้อนกลับมาคิดดู จ้าวหมิงอวี้รู้สึกเสียใจมากที่ไม่หันกลับไปดูว่าคนคนนั้นเป็นใคร เธอจำได้แค่ว่า…ที่แขนของเขามีรอยแผลเป็นอยู่ แขนเขาแกร่งมาก เป็นผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ไม่ก็มากกว่าเธอไม่สองสามปีจ้าวหมิงอวี้ขบคิด…เธอจะไปตามหาคนคนนั้นที่ไหน เธออยากจะขอบคุณเขา แต่…พอนึกถึงภารกิจที่ระบบได้มอบหมายให้เธอทำแล้ว คิ้วโก่งสวยก็ขมวดแน่น ครู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินมาตรงที่เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status