Se connecterเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับเฉินอวิ๋นอีกครั้ง เซียวลี่ถิงเดินไปจับมือเฉินอวิ๋นผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอเอาไว้ หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินลงมาอีกครั้ง แม้ว่าเธออยากจะให้เฉินอวิ๋นลุกขึ้นมาอีกครั้งและแม้ว่าเธออยากจะให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับลูกสาวของเธอมากเพียงใด แต่เซียวลี่ถิงก็รู้ดีว่าลูกสาวของเธอไม่มีทางที่จะฟื้นขึ้นมาได้อีกแล้ว
“แม่ขอโทษนะลูก ขอโทษที่แม่อ่อนแอ ขอโทษที่แม่ปกป้องหนูไม่ได้” เซียวลี่ถิงพูดพลางหลังน้ำตา เธอตัดสินใจได้แล้วว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องปล่อยมือจากลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอแล้ว เซียวลี่ถิงกดหมายเลขโทรศัพท์ของคุณหมอที่ดูแลเฉินอวิ๋นแล้วโทรออก เมื่อปลายสายกดรับเธอก็พูดกับฝ่ายนั้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
“คุณหมอคะ ฉันตัดสินใจได้แล้วค่ะ” เซียวลี่ถิงพูดออกมาพลางหันไปมองเฉินอวิ๋นด้วยความอาลัยอีกครั้ง ลูกน้อยที่เธออุ้มท้องและคลอดออกมา ลูกน้อยที่เธอเคยอุ้มชูจนเติบใหญ่ ลูกสาวตัวน้อยที่ในตอนนี้เป็นสาวสะพรั่งไปทั้งตัว ถึงเวลาแล้วที่เธอกับลูกจะต้องจากกันไปตลอดกาล...
พิธีศพของเฉินอวิ๋นถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เซียวลี่ถิงเชิญแค่เพียงญาติสนิทเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือพี่ชายผู้เต็มไปด้วยความโกรธเคืองเธอ เดิมทีเธอคิดว่าพี่ชายของเธอจะไม่มาแต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือไม่ใช่แค่เพียงตัวเขาที่มา แต่เขายังพาเพื่อนสนิทของเขามาด้วย
“แล้วสามีของเธอเล่า เขาหายไปไหน” คำถามของพี่ชายทำให้เซียวลี่ถิงส่ายหน้า เธอจ้องมองหลุมศพของลูกสาวแล้วจึงได้เงยหน้าขึ้นมาพูดกับพี่ชายของเธอด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อย
“เขากำลังวิ่งเต้นช่วยลูกสาวนอกสมรสของเขาให้พ้นหลุดพ้นจากคดีความอยู่” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้เซียวหลิงแค่นหัวเราะออกมา
“เจ้าคนบัดซบนั่นกำลังวิ่งเต้นช่วยคนที่ลงมือฆ่าลูกสาวของมันอย่างนั้นหรือ ลี่ถิงมันเป็นถึงขั้นนี้แล้วเธอยังจะทนอยู่กับมันอีกหรือ พี่บอกกับเธอมานานแล้วใช่ไหมว่าให้เธอหย่าขาดจากมันซะ ถ้าเธอหย่ากับมันลูกของเธออาจจะไม่ต้องจบชีวิตลงเช่นนี้” คำพูดของเซียวหลิงทำให้เซียวลี่ถิงร้องไห้จนตัวโยน เธอคุกเข่าลงยื่นมือไปลูบไล้บนแผ่นป้ายที่อยู่เหนือหลุมศพให้ลูกสาวของเธอ แล้วจึงได้พึมพำออกมาตามตรง
“พี่วางใจเถิดฉันส่งเอกสารขอหย่าไปให้เขาอีกครั้งแล้ว และครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมถอยอีกต่อไปแล้ว” เธอพูดยังไม่ทันจบเฉินซีห่าวก็เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยความโมโห
“เซียวลี่ถิงเธอกล้าดียังไงถึงได้ถอดเครื่องช่วยหายใจลูกโดยไม่บอกผม แถมยังจัดงานศพให้ลูกโดยไม่รอผมและยังมีเอกสารขอหย่านี่อีก คุณลืมไปแล้วหรือว่าผมคือพ่อของลูกของคุณ” เฉินซีห่าวพูดพลางโยนเอกสารใส่ร่างของเซียวลี่ถิง เธอปัดเอกสารออกแล้วขยับตัวลุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับสามีผู้ชั่วช้าของตนเอง
“คุณสนใจความเป็นความตายของอวิ๋นอวิ๋นด้วยหรือ ไม่ใช่คุณหรือที่กำลังวิ่งเต้นสู้คดีให้คนที่ลงมือผลักลูกสาวของคุณจนตกจากตึก คุณไม่ได้เห็นภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิดหรือ มันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอวิ๋นอวิ๋นกับเสิ่นอวี้หยางกำลังทะเลาะกัน และก็เป็นเสิ่นอวี้หยางที่ลงมือผลักอวิ๋นอวิ๋นจนตกลงมา” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้สีหน้าของเฉินซีห่าวก็พลันซีดเผือดแต่เขาก็ยังพูดออกมาอย่างคนเห็นแก่ตัวต่อหน้าเซียวลี่ถิง
“ถึงอย่างไรตอนนี้อวี้หยางก็สำนึกผิดแล้ว เธอบอกกับผมว่าตอนนั้นเธอไม่ได้ตั้งใจ” เมื่อเฉินซีห่าวพูดเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกมาแล้วตัดสินใจพูดในสิ่งที่เธออยากพูดมาโดยตลอด
“ก็เพราะคุณเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่าฉันถึงทนอยู่กับคุณไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เฉินซีห่าวพวกเราหย่ากันเถิดฉันทนอยู่กับคุณไม่ได้แม้สักชั่ววินาทีเดียว” คำพูดของเซียวลี่ถิงทำให้สีหน้าของเฉินซีห่าวพลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาในทันที
“ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าให้ผมได้ยินคำว่าหย่าจากคุณ ถ้าคุณกล้าหย่ากับผม ผมจะเล่นงานทั้งคุณและครอบครัวของคุณให้ล่มจมตามกันไปให้หมด” คำพูดของเขาทำให้เซียวหลิงพุ่งเข้าไปชกต่อยที่ใบหน้าของเฉินซีห่าวในทันที
“ไอ้เวร ที่ผ่านมาแกพูดจาข่มขู่น้องสาวของฉันอย่างนี้หรือ” เขาพูดพลางเงื้อกำปั้นขึ้นตั้งใจว่าจะต่อยเฉินซีห่าวอีกครั้งแต่เฉินซีห่าวกลับรับกำปั้นของเขาเอาไว้แล้วชกสวนกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้
“ฉันไม่ได้ขู่ ฉันพูดจริงและทำจริง ถ้าน้องสาวของแกกล้าหย่าขาดจากฉัน ฉันจะทำให้เธอไม่เหลืออะไรเลย ชั่วชีวิตนี้น้องสาวของแกจะต้องเป็นได้แค่เมียของฉันเพียงเท่านั้น” เฉินซีห่าวพูดพลางชกเข้ามาที่กลางลำตัวของเซียวหลิง แต่กำปั้นของเขายังไม่ทันจะกระทบกับร่างของเซียวหลิงฝ่าเท้าของกู้ชิงโจวก็ถีบจนร่างของเขากระเด็นลงไปนอนที่พื้นเสียก่อน
“ฉันจะฟ้องหย่า ไม่มีลูกแล้วชีวิตนี้ของฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว” เซียวลี่ถิงพูดพลางจ้องมองเฉินซีห่าวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เขาค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นสายตาที่จ้องมองเซียวลี่ถิงแดงก่ำอย่างน่ากลัว กู้ชิงโจวใช้ร่างของตนเองขวางระหว่างเธอกับเขาเอาไว้
“ลี่ถิง! เรื่องอวิ๋นอวิ๋นผมเองก็เสียใจ ตัวผมเองก็ไม่อยากจะสูญเสียลูกไปเช่นนี้ ตอนนี้ผมเองก็เหลือเพียงแค่คุณแล้ว คุณยังจะทอดทิ้งผมไปอีกหรือ” น้ำเสียงและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่เซียวลี่ถิงกลับไม่คิดจะสนใจเขาอีกต่อไปแล้ว
“ฉันทนอยู่กับคุณไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว คุณนะหรือไม่เหลืออะไร คุณยังเหลือลูกสาวนอกสมรสของคุณกับหม่าชิงอีไม่ใช่หรือ พวกคุณมีความสัมพันธ์หลบๆ ซ่อนๆ กันมาตั้งหลายปีคิดว่าฉันไม่รู้หรือ ฉันเจ็บปวดกับเรื่องนี้และขอหย่ากับคุณมาโดยตลอด แต่คุณกลับไม่คิดจะปล่อยฉันไป แต่ตอนนี้ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว เฉินซีห่าวคุณปล่อยให้ฉันได้ไปใช้ชีวิตของตนเองในแบบที่ฉันต้องการเถิด” เซียวลี่ถิงพูดพลางจ้องมองเฉินซีห่าวด้วยสายตาเย็นชา
“หลักฐานการนอกใจฉันรวบรวมเอาไว้แล้ว ยังมีเรื่องที่เสิ่นอวี้หยางคือลูกนอกสมรสของคุณอีก เฉินซีห่าวต่อให้ฉันต้องตายฉันก็ไม่คิดจะกลับไปอยู่กับคุณอีกต่อไปแล้ว” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดจบเธอก็หันไปมองหลุมฝังศพของเฉินอวิ๋นอีกครั้ง เธอบอกลาลูกสาวในใจตั้งใจว่าจะเดินจากไปแต่แล้วร่างกายของเธอกลับไม่สามารถทรงตัวต่อไปได้ไหว ลมหายใจที่ขาดช่วงไปพร้อมกับใบหน้าไร้สีเลือดของเธอทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็ตื่นตกใจ
“เซียวลี่ถิง!” เสียงเรียกที่ล่องลอยอยู่ไกลๆ ทำให้เซียวลี่ถิงพยายามจะลืมตาขึ้นมา เธอได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีพอยู่หลายครั้งแต่ร่างกายของเธอกลับไม่ตอบสนอง สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือยามนี้เซียวลี่ถิงกำลังรู้สึกยินดีอยู่ในใจ ท่ามกลางสติอันพร่าเลือนเธอได้แต่คิดอยู่ในใจว่า
“ในที่สุดฉันก็สามารถหลุดพ้นจากเฉินซีห่าวได้เสียที”
เมื่อขึ้นไปบนรถแล้วทุกคนก็ต่างไม่มีใครกล้าเปิดปากพูด คราวนี้กู้ชิงโจวเป็นผู้โดยสารนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างเซียวหลิง ส่วนสวีเฟยแม้ว่าเธอจะไม่พูดอะไรแต่มือที่ทั้งเรียวบางและอบอุ่นของเธอกลับกุมมือของเซียวลี่ถิงเอาไว้แน่น“นายไปส่งคุณสวีก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันนั่งรถกลับมาเอง” กู้ชิงโจวพูดเมื่อเห็นว่าเซียวหลิงใจลอยจนรับรถเลยเส้นทางที่จะเข้าบ้านของเขาแล้ว“โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวฉันวนรถกลับไปส่งนายก่อน” เซียวหลิงพูดพลางหาเส้นทางกลับรถเพื่อวนรถกลับไปทางเดิม ท่าทีของคนในรถทำเซียวลี่ถิงเม้มปากแน่นแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาตามตรง“ฉันไม่เป็นไร ทุกคนเชื่อฉันเถอะว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว ถ้าจะมีก็มีแค่เพียงความเกลียดชังเพียงเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะเสียใจ” เมื่อเซียวลี่ถิงพูดเช่นนี้กู้ชิงโจวก็หันมาจ้องมองเธอแล้วสุดท้ายเขาจึงได้พูดออกมาตามตรง“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าคู่ควรที่จะทำให้คุณเสียใจ” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้เซียวลี่ถิงยิ้มออกมาเธอหันไปมองสวีเฟยแล้วพูดกับสวีเฟยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะเฟยเฟย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วดังนั้นตอนนี้ฉันไม่ได้เศ
สีหน้าของเซียวลี่ถิงทำให้ทั้งเซียวหลิง สวีเฟยและกู้ชิงโจวต่างก็หันไปมองยังทิศทางที่เฉินซีห่าวนั่งอยู่ โต๊ะของเฉินซีห่าวอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะที่เซียวลี่ถิงนั่งเท่าใดนักทำให้สีหน้าของทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะพลันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนในทันที แล้วสุดท้ายก็เป็นกู้ชิงโจวที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน“พวกเรากินข้าวกันเถอะ อย่าปล่อยให้คนแบบนั้นมาทำลายบรรยากาศดีๆ ของพวกเราเลย” คำพูดของกู้ชิงโจวทำให้ทุกคนพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าเซียวลี่ถิงจะรับรู้ว่าอาหารของภัตตาคารแห่งนี้มีรสชาติอร่อย แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าตนเองกินข้าวได้ฝืดคอยิ่งนักแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เธอก็ยังฝืนกลืนข้าวลงคอไปเธอจำได้ดีว่าคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินซีห่าวคือหุ้นส่วนทางธุรกิจในชาติที่แล้วของเขา ตอนนี้เซียวลี่ถิงรู้แล้วว่าต่อให้เธอทำลายชื่อเสียงของเขาในโรงงานแต่ก็ยังไม่อาจจะทำลายการร่วมมือกันระหว่างเฉินซีห่าวและหุ้นส่วนของเขาได้ แต่เมื่อเธอคิดว่าหลี่ฉยงคือคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการค้ามากกว่าความประพฤติส่วนตัวของหุ้นส่วนทางการค้าเซียวลี่ถิงก็ทอดถอนใจออกม
เมื่อเฉียวอวี้หรานและเซียวจิ่งประชุมเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เซียวลี่ถิงรีบรายงานเรื่องที่เฉียวซูหลันต้องการพบเซียวจิ่งในทันที เซียวจิ่งเข้าไปสะสางงานของตนเองในห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้รีบไปหาเฉียวซูหลัน ส่วนเฉียวอวี้หรานกำลังนั่งตรวจสอบงานที่เซียวลี่ถิงและสวีเฟยทำเสร็จแล้ว ตรวจงานได้แค่เพียงครู่หนึ่งเธอก็รีบโบกมือไล่เด็กสาวทั้งสองในทันที“พวกเธอทำงานเสร็จแล้วก็กลับไปก่อนเถอะ ดูฉันสิ! พอได้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีมายืนที่หน้าห้องเช่นนี้มันทำให้ฉันไม่มีสมาธิทำงานเลย” คำพูดของเฉียวอวี้หรานทำให้เซียวลี่ถิงและสวีเฟยหัวเราะออกมาพร้อมกัน เซียวหลิงเป็นคนที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งก็จริงแต่คนที่กำลังเริ่มต้นคบหากับหนุ่มหล่ออย่างซ่งซีไป๋พูดว่าตนเองไม่มีสมาธิทำงานเพราะเซียวหลิง มันทำให้คนที่ได้ยินอดหัวเราะไม่ได้จริงๆ“แฟนของพี่คือซ่งซีไป๋เชียวนะ คนหน้าตาอย่างพี่ชายของฉันยังสามารถทำให้พี่เสียสมาธิได้ด้วยหรือ” คำถามของเซียวลี่ถิงทำให้เฉียวอวี้หรานหัวเราะออกมาอย่างขัดเขินแล้วพูดออกมาตามตรง“ก็บอกแล้วว่าเขายังไม่ได้เริ่มต้นจีบเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าแฟนก็คงจะเร็วเกินไป ส่วนพี่ชายของเธอน่ะ เธอไม่เห็นหรือว่าสาวๆ ท
เฉินซีห่าวพ้นคดีออกจากคุกมาแล้วเรื่องนี้ทำให้ทุกคนในสกุลเซียวรู้สึกกังวล เซียวลี่ถิงเข้าใจความกังวลของคนในครอบครัวดีจึงมักจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปไหน สถานที่เดียวที่เธอไปก็คือโรงงานเพียงเท่านั้น ในช่วงนี้เธอแทบจะไม่เคยออกนอกเส้นทางระหว่างบ้านและโรงงานเลย พี่ชายของเธอลงทุนซื้อรถยนต์ก็เพียงเพื่อคอยรับส่งเธอด้วยตนเอง แม้ว่าเงินเก็บทั้งหมดของเขาจะหมดไปแต่เขาก็ไม่เคยบ่นให้เธอได้ยินเลยสักคำ“ฉันก็เลยมีบุญได้นั่งรถของพี่ชายของเธอไปด้วย” สวีเฟยพูดออกมาพลางดื่มกาแฟที่เฉียวอวี้หรานซื้อมาฝากจากร้านที่อยู่นอกโรงงาน“แล้วไม่ดีหรือไง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเธอจะได้มีเงินเหลือเก็บเอาไว้ใช้ลงทะเบียนเรียนในอนาคต อีกทั้งเธอยังจะได้ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันด้วย” เซียวลี่ถิงพูดพลางหยิบขนมขึ้นมากินโดยไม่ลืมหันไปขอบคุณเฉียวอวี้หรานโดยไม่คิดจะสนใจสีหน้าขัดเขินของเพื่อนสนิทของตนเอง“ขอบคุณพี่อวี้หรานนะคะที่ซื้อขนมกับกาแฟมาฝากฉันกับเฟยเฟย”“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอกับเฟยเฟยมาช่วยงาน ฉันก็คงจะไม่ได้มีเวลาพักเพียงพอจนสามารถออกไปกินข้าวนอกโรงงานได้” เมื่อเฉียวอวี้หรานพูดเช่นนี้ทั้งสวีเฟยและเซียวลี่ถิงก็
สีหน้าและแววตาของสวีเฟยในตอนนี้แตกต่างจากสวีเฟยที่เธอเคยจดจำได้ในชาติก่อน ในชาติก่อนสวีเฟยแต่งงานกับคุณหมอคนหนึ่ง แรกเริ่มสวีเฟยก็ยังติดต่อกับเธออยู่บ้าง แต่แล้วสวีเฟยก็ขาดการติดต่อไป จนเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็คือที่โรงพยาบาล ใบหน้าอันบอบช้ำรวมไปถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวีเฟยทำให้เธอสามารถคาดเดาความเป็นอยู่ของสวีเฟยได้เพราะตอนนั้นเธอเองก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันกับสวีเฟยจนเมื่อได้พูดคุยกันสวีเฟยจึงได้เล่าให้เซียวลี่ถิงฟังว่าชีวิตของสวีเฟยก็ไม่ต่างจากเธอมากนัก ถูกสามีทุบตีแถมยังถูกสามีนอกใจ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือเธอถูกสามีข่มขู่จึงไม่อาจจะเลิกรากับสามีได้ แต่สวีเฟยนั้นเป็นเพราะสามีอยากหย่าแต่สวีเฟยไม่ยอมเขาจึงได้ลงไม้ลงมือทุบตี สาเหตุที่สวีเฟยไม่ยอมหย่าข้อแรกเป็นเพราะสวีเฟยกังวลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ส่วนข้อสองก็คือถ้าหย่าขาดกันไปสวีเฟยไม่รู้ว่าจะหาเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างไร สุดท้ายสวีเฟยก็ทนใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจนลูกโตเพียงพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว สวีเฟยจึงได้จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายเซียวลี่ถิงจดจำได้ดีว่ามีช่วงหนึ่งตอนที่เคยนั่งพูดคุยปรับทุกข์กัน สวีเฟยเคยบอกกับเธอ
เซียวลี่ถิงกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เพียงยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันแถมยังถูกอดีตเจ้าบ่าวเข้ามาทำร้ายร่างกายจนถึงบ้านอีก เรื่องราวของเธอถูกทุกคนเอาไปพูดถึงอย่างถึงพริกถึงขิง บางคนเห็นใจแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกสมเพช ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เซียวลี่ถิงก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ เธอไม่อยากจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านแล้ว จึงออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่คิดจะสนใจสายตาของผู้คนรอบข้าง“จำเอาไว้นะลูก เวลาจะเลือกผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยต้องดูให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นจะมีจุดจบที่ไม่ดีอย่างลูกสาวบ้านเซียว” ถ้อยคำสั่งสอนประโยคนี้ทำให้เซียวลี่ถิงหันไปมองยังต้นเสียงในทันที แล้วเธอก็เห็นคุณแม่คนหนึ่งกำลังนั่งสั่งสอนและพร่ำบ่นบุตรสาวด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวลี่ถิงทำได้แค่เพียงทอดถอนใจออกมาแล้วหันกลับมากินข้าวต่อ“เธอไม่โกรธหรือที่เขาพูดถึงเธอเช่นนั้น” สวีเฟยกระซิบถามเซียวลี่ถิงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย สวีเฟยและเซียวลี่ถิงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างคนก็ต่างรู้นิสัยของกันและกันดี เมื่อได้เห็นว่าเซียวลี่ถิงไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกโกรธยามที่มีคนพูดถึงแถมยังก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าราวกับไม่มีส







