Share

ความหวั่นไหว (1)

last update publish date: 2026-08-19 14:19:01

                เซียวซู่หยางปรายตามองร่างไร้สติที่ปลายเท้าอย่างเย็นชา แต่เขาก็ยอมปล่อยมีดที่อยู่ในมือออกโดยมิได้ลงมือต่ออีก

                สภาพของโจรป่าสามคนที่ถูกเขาเล่นงานล้วนบาดเจ็บสาหัสจนดูไม่ได้ แม้แต่เฉินอวี้หลันที่ใจกล้ามากกว่าคนทั่วไปยังรู้สึกกลัวจนขนที่ต้นคอลุกชัน

                “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่?” เซียวซู่หยางถามขึ้นมาโดยไม่ได้หันหน้าไปมองนาง

                “ไม่ ข้ามิได้บาดเจ็บ” เฉินอวี้หลันตอบก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าที่แขนขวาของเขามีเลือดไหลออกมา “ท่านนั่นแหละที่กำลังบาดเจ็บอยู่”

                เซียวซู่หยางมองดูแขนของตัวเองที่เลือดยังไหลอยู่ไม่ยอมหยุดก่อนจะตอบสั้นๆ “บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น”

                “เลือดไหลขนาดนี้ยังจะบอกว่าเล็กน้อยอีก” นางดึงแขนของเขามาใกล้ๆ จากนั้นก็ฉีกผ้าที่ใกล้จะขาดของตัวเองออกมาพันแผลให้เขาอย่างเงอะงะ “ข้าไม่รู้วิชาแพทย์ แต่คิดว่าทำเช่นนี้น่าจะช่วยห้ามเลือดได้”

                ชายหนุ่มมองสตรีที่กำลังช่วยรักษาเขาด้วยสายตาเหลือเชื่อ มุมปากค่อยๆ ยกเป็นรอยยิ้มบางๆ พร้อมกับมองนางอย่างอ่อนโยน พลันคิดว่าบาดเจ็บครั้งนี้แลกกับการที่นางเป็นห่วงช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน

                เฉินอวี้หลันรู้สึกถึงสายตาของอีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นเขาเอาแต่ยิ้มก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้ “ท่านจะยิ้มอะไรนักหนา”

                เซียวซู่หยางที่ถูกดุก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มที่กว้างกว่าเดิม “ข้าเพียงแค่โล่งใจที่เจ้าปลอดภัยก็เท่านั้น”

                คำพูดของเขาทำให้หัวใจของเฉินอวี้หลันสั่นไหวอย่างแรง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา แต่นางก็รีบหันหลบก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้สังเกตเห็น

                นางแปลกใจตัวเองเหลือเกิน เหตุใดนางจึงรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาได้ง่ายเสียเหลือเกิน แม้แต่ตอนที่จูป๋ายเจี่ยนทำความรู้จักกับนาง กว่านางจะรู้สึกว่าใจเต้นกับเขาก็ใช้เวลาไปไม่น้อย

                “อีกสักครู่คนของทางการก็น่าจะมาถึง” เซียวซู่หยางมองดูแขนที่มีผ้าพันไว้อย่างเรียบร้อยด้วยสายตาหลากความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองร่างบอบบางที่อยู่ด้านข้าง เขาก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดของนางฉีกขาดจนดูไม่เรียบร้อยอย่างยิ่ง

                เซียวซู่หยางไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดเสื้อคลุมตัวยาวของตัวเองออกมาคลุมให้เฉินอวี้หลันทันที พร้อมกับผูกเชือกไว้ที่เอวของนางอย่างแน่นหนา

                “ท่านทำอะไรของท่านน่ะ?” เฉินอวี้หลันที่ถูกเสื้อของเขาคลุมทับตัวก็รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิร่างกายอันแสนร้อนแรงที่หลงเหลืออยู่ของเขาจนทำให้นางหน้าแดงขึ้นมาอีกรอบ “จะเอาเสื้อของท่านมาให้ข้าใส่ทำไม?”

                “ชุดของเจ้าขาด หากผู้อื่นเห็นคงไม่ดีแน่” เซียวซู่หยางที่เห็นนางหน้าแดงก็นึกว่านางกำลังโกรธ เขาจึงพูดออกมาเสียงอ่อย “ต่อให้เจ้าจะโกรธหรือไม่ชอบก็ทนหน่อยเถิด”

                เฉินอวี้หลันได้ยินเขาพูดถึงชุดของนางก็เข้าใจได้ทันทีว่าเขากำลังปกป้องนางอยู่ แต่ต่อให้ถูกดาบมาจ่อที่คอ นางก็จะไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าที่นางหน้าแดงนั้นเป็นเพราะนางกำลังเขินอายอยู่ต่างหาก จึงรีบเอ่ยปากออกมาเสียงเบา “ขอบคุณ”

                ขณะที่บรรยากาศของระหว่างทั้งสองเหลือเพียงความเงียบงัน เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากก็ค่อยๆ ดังขึ้น เรียกให้เฉินอวี้หลันและเซียวซู่หยางหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกัน ทั้งสองจึงได้เห็นกลุ่มคนในชุดมือปราบสี่คนกำลังวิ่งมาทางหาทั้งคู่

                “ท่านแม่ทัพ พวกโจรป่าล่ะขอรับ?” หัวหน้ามือปราบที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ตรวจตราบริเวณวัดถามขึ้นทันทีที่พบหน้าคนคุ้นเคย

                เซียวซู่หยางไม่ได้เอ่ยตอบ แต่ใช้นิ้วชี้ไปยังร่างสามร่างที่สภาพดูไม่ได้ ไล่จากคนแรก คนที่สองและคนที่สามที่ชื่อว่าลิ่วไฉ “คนนั้นน่าจะเป็นหัวหน้า”

                นอกจากหัวหน้ามือปราบ มือปราบสามคนที่เหลือล้วนตกใจกับภาพที่เห็นทั้งสิ้น เพราะความจริงตั้งแต่วิ่งมาพวกเขาก็เห็นร่างเหล่านี้แล้ว แต่นึกว่าเป็นซากสัตว์ที่ตาย ไม่คิดว่าจะเป็นร่างของคน

                หัวหน้ามือปราบเดินไปยังร่างของลิ่วไฉที่ยังไม่ได้สติและดึงคอเสื้อของออก ก็ปรากฏรอยสักรูปเหยี่ยวสามปีกที่ถูกสักไว้บริเวณไหปลาร้า “เป็นตัวการใหญ่จริงด้วย”

                มือปราบคนอื่นที่เหลือก็รีบไปตรวจสอบบริเวณไหปลาร้าของโจรป่าอีกสองคนเช่นกัน ซึ่งก็พบสัญลักษณ์เหยี่ยวดังคาด แต่ทั้งสองคนเป็นเหยี่ยวที่มีเพียงสองปีกเท่านั้น “ทางนี้สองปีกขอรับ”

                หัวหน้ามือปราบตรวจสอบจนแน่ใจว่าซากเหล่านี้ยังพอที่จะเรียกได้ว่ามีชีวิตอยู่ก็ใช้เชือกมัดข้อมือของลิ่วไฉไว้แน่น มือปราบที่เหลือก็ทำเช่นเดียวกัน ก่อนจะลากซากทั้งสามมากองไว้ข้างต้นไม้ต้นหนึ่ง

                “พวกเราตามโจรป่ากลุ่มนี้มานานมาก แต่น่าเสียดายที่ผ่านมาล้วนจับได้เพียงปลาซิวปลาสร้อย” หัวหน้ามือปราบกล่าวกับเซียวซู่หยางพลางประสานมือให้ “หากไม่ได้ท่านแม่ทัพยื่นมือช่วยเหลือคงจับตัวหัวหน้าแบบนี้ไม่ได้แน่”

                “ท่านหัวหน้ามือปราบกล่าวหนักเกินไปแล้ว” เซียวซู่หยางประสานมือกลับ แม้มือปราบกับทหารจะเป็นคนละหน่วยงานกัน แต่เขาก็ให้เกียรติคนที่ทำสายงานเดียวกันเป็นอย่างมาก “ข้าเพียงแค่บังเอิญอยู่แถวนี้เท่านั้น”

                หัวหน้ามือปราบเห็นเซียวซู่หยางไม่ถือตัวกับยศตำแหน่งก็รู้สึกดีกับเขาไม่น้อย จากนั้นก็หันไปหาเฉินอวี้หลัน “แม่นางมิได้บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่?”

                เฉินอวี้หลันส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เลยๆ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ขอทานน้อย (1)

    “เจ้าคงมิเคยสังหารใครมาก่อนสินะ” เฉินอวี้หลันในร่างของบุรุษปรายมองร่างของขอทานน้อยที่นั่งอยู่ด้วยสายตาเรียบเฉย ขอทานน้อยกัดฟันแน่นไม่ยอมตอบ เฉินอวี้หลันเดินไปหยิบมีดเก่าๆ ที่ตกอยู่ไม่ไกลนักขึ้นมาโดยไม่มองขอทานน้อย “ทักษะการขโมยดีเยี่ยม แต่หัวอ่อนเกินไป ถูกชักจูงจนเสียเป้าหมายเดิมได้ง่าย” หลังจากเห็นมีดสั้นได้ชัด นางก็เพิ่งรู้ว่ามีดสั้นเล่มนี้หาใช่มีดจริงๆ แต่เป็นเพียงแค่แผ่นเหล็กที่ถูกขัดและเหลาอย่างหยาบๆ ผูกติดกับแท่งไม้ไว้อย่างง่ายๆ เท่านั้น เฉินอวี้หลันโยนมีดสั้นเล่มนั้นไปข้าง

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ปลอมตัว (2)

    หลังจากผ่านไปสามวัน ในขณะที่บ่าวรับใช้ของจวนแม่ทัพใหญ่ไม่ทันได้สังเกต ก็มีเงาร่างบุรุษเงาหนึ่งปีนข้ามกำแพงรั้งของจวนแม่ทัพในจุดที่ไม่ค่อยมีใครเฝ้ายาม แต่เป็นการปีนออกมาจากด้านในเพื่อจะไปข้างนอก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเฉินอวี้หลัน แต่ในตอนนี้นางแตกต่างกับตัวนางยามปกติยิ่งนัก ส่วนสูงจากเดิมที่สูงกว่าสตรีทั่วไปอยู่แล้วก็สูงเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ผิวที่เคยขาวสว่างราวกับหิมะมีความคล้ำแดดอย่างชัดเจน ใบหน้าที่งดงามถูกแต่งแต้มด้วยริ้วรอยและบาดแผลจนดูเหมือนบุรุษที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ทั้งยังสวมใส่ชุดบุรุษสีเข้มที่คล่องตัวเป็นอย่างมาก ขณะที่เฉินอวี้หลันกำลังรู้สึกตื่นเต้นจากการได้หลบหนีออกมาเที่ยวข้างนอก นางก็เผลอเดินไปชนไหล่ของคนอื่นเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ&nbs

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ปลอมตัว (1)

    ไฉเม่ยหุยเห็นสีหน้าของเฉินอวี้หลันนิ่งไปก็สงสัย “พี่อวี้หลันคิดอะไรอยู่หรือ?” เสียงของไฉเม่ยหุยเรียกสติของเฉินอวี้หลันให้ดึงกลับมาสู่ปัจจุบันทันที “ข้าแค่พยายามลองคาดเดาใบหน้าของบุรุษในดวงใจเจ้าเฉยๆ” “ข้าว่าท่านต้องคาดเดาไม่ออกแน่” ไฉเม่ยหุยอมยิ้มราวกับกำลังครอบครองสมบัติชิ้นหนึ่งอยู่ “ชักอยากเห็นด้วยตาตัวเองแล้วสิ” เฉินอวี้หลันแสร้งพูดด้วยความสนใจ “ที่บ้านข้าเป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆ ชื่อว่าโรงเตี๊ยมโชคดี อยู่ตรงประตูทางใต้ หากวันไหนท่านว่างก็แวะมาก็ได้” ไ

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   สัญญาณ (2)

    ทางด้านเฉินอวี้หลันที่รู้ว่าตัวเองถูกปั่นหัวก็พยายามสงบใจ ไม่อยากคิดถึงเรื่องของคนบ้าผู้นั้นอีก ภายในอารามถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย ตรงกลางด้านในสุดมีพระพุทธรูปทองเหลืองตั้งตระหง่าน ล้อมรอบด้วยรูปปั้นองค์เล็กที่วางอยู่เรียงราย มีเทียนนับร้อยเล่มถูกจุดเพื่อให้แสงสว่าง กลิ่นควันธูปและกำยานแผ่กระจายไปทั่ว มีสตรีสองสามคนกำลังก้มกราบพระพุทธรูปทองเหลืองด้วยความศรัทธา ด้านหน้าสุดมีหลวงจีนเยาว์วัยผู้หนึ่งกำลังหันหน้าเข้าหาพระพุทธรูปพร้อมกับอ่านพระคัมภีร์อยู่ เฉินอวี้หลันค่อยๆ คุกเข่าลงด้านหลังพลางจ้องมองดวงตาของพระพุทธรูปอย่างเงียบๆ&nbs

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   สัญญาณ (1)

    สายตาของเฉินอวี้หลันเคลื่อนไปยังชายหนุ่มที่กำลังอมยิ้มอยู่กับผ้าพันแผลที่นางเป็นคนพันให้ ในใจเต็มไปด้วยความสับสน “ข้าว่าเขาต้องชอบท่านมากๆ เป็นแน่” ไฉเม่ยหุยกระซิบสิ่งที่คาดเดา เฉินอวี้หลันได้ยินก็นิ่งไปเล็กน้อย นับตั้งแต่ที่นางได้เจอกับเขาครั้งแรกที่จวนสกุลเฉิน ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สองเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่นางมีต่อเขาสมควรจะห่างเหินยิ่งกว่าพ่อค้าขายซาลาเปาที่นางมักจะแอบหนีไปซื้อเสียด้วยซ้ำ แล้วเช่นนั้นเขาจะถูกใจนางได้อย่างไร เจอหน้ากันครั้งแรกก็ไม่ทำความรู้จักอะไรแต่กลับสู่ขอนางตรงๆ เห็นได้ชัดเจนว่าเขาเข้าหานางเพราะมีผลประโยชน์บางอย่างที่เขาจะได้หากแต่งงานกับนาง ไฉเม่ยหุยเห็นสีหน้าตึงเครียดของเฉินอวี้หลันก็คิดว่าอีกฝ่ายคงยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่กลัวว่าจะเผลอไปรบกวรนอีก “เช่นนั้นข้าขอตัวไปไหว้พระก่อนนะ” เฉินอวี้หลันพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปจ้องมองเซียวซู่หยางอีกครั้งด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ราวกับรับรู้ถึงสายตาของนางได้ เพราะเขาก็หันกลับมามองนางเช่นกัน

  • ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น   ความหวั่นไหว (2)

    หัวหน้ามือปราบพลันสังเกตเห็นว่าหญิงสาวกำลังสวมใส่เสื้อนอกของท่านแม่ทัพอยู่ ทันใดนั้นเขาก็ร้องอ๋อขึ้นมาในใจ มิน่าเล่า ตอนที่ท่านแม่ทัพได้ยินว่ามีคนถูกจับตัวไปถึงได้รีบร้อนเสียขนาดที่พวกเขาสี่คนยังวิ่งตามไม่ทัน พอคิดได้แบบนั้น หัวหน้ามือปราบก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ประสานมือให้ทั้งสองคน “เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน ไม่รบกวนเวลาของพวกท่านสองคนแล้ว” เซียวซู่หยางพยักหน้า ส่วนเฉินอวี้หลันก็ก้มหน้าด้วยความอาย เพราะสายตาที่ดูกรุ้มกริ่มเหมือนรู้ทันของมือปราบหนุ่มผู้นั้น จนกระทั่งภายในป่าเหลือเพียงแค่ความเงียบอีกครั้ง เซียวซู่หยางก็เอ่ยขึ้นก่อน “เช่นนั้นก็ไปกันเถิด มารดาของเจ้าคงเป็นห่วงแย่แล้ว” เฉินอวี้หลันพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็เดินตามเซียวซู่หยางไปอย่างเงียบๆ ทางด้านเซียวซู่หยางเห็นว่านางเงียบก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกเพราะกลัวจะทำให้นางยิ่งโกรธกว่าเดิม ในสายตาของนาง ตัวเขาก็ดูแย่พอแล้ว หากถูกนางโกรธอีก อย่าว่าจะแต่งนางเลย กลัวว่าแม้แต่หน้า นางก็คงจะหลบเลี่ยงเขาไปตลอดกาลเป็นแน่ แม้จะท้อใจ แต่เซียวซู่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status