INICIAR SESIÓN“องค์หญิงเจ้าขาค่อยๆ เดินเจ้าค่ะเดี๋ยวจะล้ม”
ซูเอ่อพยุงมีมี่ขึ้นบนเกี้ยวหลังใหญ่อย่างเอาใจ
“ไม่เป็นไรน่าข้าเดินเองได้”
ชักเริ่มอึดอัดแล้วตั้งแต่เช้ามา ที่เจ้าลู่เหวินนำเนื้อแพะภูเขาย่างมาให้เพื่อเอาใจ อ๋องเฉวียนให้คนนำบิดากับมารดาของซวีหลินมากล่าวลาถึงในห้องมีมี่ก็หวานอมขมกลืน ยอมกินหมั่นโถวที่ทำจากแป้งเปล่าๆ ดีกว่าต้องกินเนื้อแพะภูเขาที่ ไม่เคยกินสักครั้งนั่น ยอมตีหน้าเศร้าพูดจาอำลาบิดากับมารดาของซวีหลินอย่างจำใจดีที่ดูซีรีส์มาเยอะก็พอจะถูไถไปได้
ก็นะคนเป็นแม่ก็ห่วงเหลือเกินกอดลาครั้งแล้วครั้งเล่ามีมี่อึดอัดจะแย่ พอถึงเวลาออกมาข้างนอกนี่ค่อยโล่งหน่อยก็ดันมาถูกซูเอ่อพยุงราวกับคนพิการ
“ข้าเดินเองได้ น่า” ก้าวขาขึ้นไปบนเกี้ยวแต่ทว่าพลาด เหอะ
“โอ๊ย” คนร่างสูงในอาภรณ์สีดำ ดูดุดันและน่าเกรงขาม คนดาร์กๆ รับไว้ได้ทันภายใต้หน้ากากนั่นมีใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชา
จ้องใบหน้างามตาไม่กะพริบตาสบตามีมี่หลบตาเสีย
นี่มันบทล้มทับหรือบทเข้าพระเข้านางชัดๆ หรือว่าเรื่องนี้เปลี่ยนนางร้ายอย่าบอกนะว่ามีมี่ถูกวางตัวเป็นนางร้ายแทนบุตรีขุนนางกรมคลัง เสวียนอี้คนนั้น
“เห็นไหมเจ้าค่ะบอกแล้วว่ามันสูงเกินไปก้าวขาลำบาก”
ซูเอ่อกล่าวดังๆ ทำลาย บทเข้าพระเข้านางได้ทัน หรือเรียกอีกอย่างว่าขัดจังหวะ ลู่เหวินรีบนำแท่นรองพื้นมาวาง วัวหายแล้วล้อมคอก
“องค์หญิงเชิญเหยียบ”
อ๋องหรงส่ายหน้าหลุบตามองพื้น
“ไม่ทันแล้ว” ส่งมีมี่ขึ้นบนเกี้ยวด้วยตัวเอง แล้วพาตัวเองขึ้นไปนั่งตรงกันข้ามจ้องหน้ามีมี่ไม่ให้คาดสายตา ขยับหน้ากากไปมาขึ้นลง แต่ไม่เคยคาดสายตาจริงๆ
“ท่านไม่ขี่ม้าไปหรือ” มีมี่อดถามไม่ได้
“ข้าไม่ชอบขี่ม้าและไม่เคยขี่ม้ามานี่ก็มากับเกี้ยว ไม่เคยต้องลำบากไปขี่ม้า” มิน่าเล่าเกี้ยวถึงหลังใหญ่ขนาดนี้ตอนแรกคิดว่าจะได้นั่งตีพุงให้ซูเอ่อนวดสบายๆ สองคนในเกี้ยวที่ไหนได้ต้องมานั่งเกี้ยวกับคนหน้าเฉย ต้องคอยหลบสายตาพิฆาตของอ๋องหน้านิ่งนี่ไปอีกนานแค่ไหน
“ไกลไหมจากนี่ไปจนถึง วังหลวง”
“200ลี้”
มีมี่อ้าปากค้าง สองร้อยลี้ก็100กิโลเมตร เดินเท้าแล้วแบกเกี้ยวจะต้องใช้เวลาเดินทางกี่วันกัน
“แล้วท่านไม่คิดจะฝึกขี่ม้าบ้างหรือ”
“ไม่นะ ไม่เคยคิดจะขี่ นั่งบนเกี้ยวสบายกว่าเยอะ”
มีมี่ทำสีหน้าว่าไม่อยากจะเชื่อ คนอะไรหล่อก็หล่อ มาดนี่เหมือนกับพระเอกแต่ขี่ม้าไม่เป็น นี่เองกระมังที่เขาบอกว่าไม่ได้เรื่องสักอย่าง
มีมี่ยิ้มเจื่อนๆ
“อืมข้าได้ยินว่าเผ่าเอ่อถัวอาศัยในทุ่งหญ้าเชี่ยวชาญการล่าสัตว์ เจ้าก็คงขี่ม้าเก่งลงไปขี่ม้าก็ได้นะถ้าเจ้าอยากจะไปข้าจะให้ลู่เหวินเตรียมม้าให้เจ้า”
ทำใจดีใครจะไป ขี่มง ขี่ม้าอะไรอย่าว่าแต่ขี่ม้าเลยเข้าใกล้ม้ามีมี่ยังไม่อยากทำ
“ขะข้าไม่เคยขี่ม้า”
“อืมคงจะจริง เจ้าเป็นถึงองค์หญิงเห็นแล้วว่าบิดามารดาของเจ้าเอาใจเจ้าเพียงใดรักราวกับไข่ในหินคงไม่ให้เจ้าไปทำอะไรแบบนี้” ทำไมเข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้ฟะ
“ใช่ๆๆๆๆ”
เผลอยิ้มสดใส ไม่ต้องหาคำแก้ตัวในเมื่ออีกคนคิดไปเอง
“แล้วมาบอกให้ข้าไปขี่ม้าทำไมหรือว่าเจ้าอยากจะฝึกขี่ม้า”
ส่ายหน้าไปมา จะให้บอกว่าอยากจะไล่ท่านนั่นล่ะไปให้พ้นหูพ้นตาก็ไม่กล้าพูด
“หยุดเกี้ยวววววว”
มีมี่เลิกคิ้วสูงอ๋องหรงเป่ยหลางคว้าข้อมือมีมี่มากำไว้พาเดินลงไปจากเกี้ยวที่หยุดแล้ว
ลู่เหวินรีบวิ่งมา
“นายหญิงของเจ้าอยากจะลองฝึกขี่ม้า”
“พ่อบุญธรรมท่านจะฝึกองค์หญิงขี่ม้าหรือ แหมพ่อบุญธรรมท่านยอมขี่ม้าหลังจากที่ไม่เคยขี่ตั้งนานเพื่อองค์หญิงเลยหรือ”
มีมี่อ้าปากค้างอย่าบอกนะว่า
จินตนาการไปถึงหลังมาสีขาวหรือสีดำที่มีอ๋องหรงนั่งซ้อนท้าย มือกุมมือของมีมี่จับบังเหียนม้า แผ่นหลังแนบอกอุ่น เอวถูกรั้งให้แนบชิดเอวแกร่งของอีกฝ่าย ภาพที่จินตนาการช่างงดงามบนทุ่งหญ้าสีเขียวขจี
“หุบปากไปตรียมม้ามา จะยากอะไรแค่ขี่ม้าง่ายนิดเดียว”
ลู่เหวินยิ้มกว้าง
“ขอรับง่ายนิดเดียว”
“ดีไปนำมาม้าแล้วก็หาใครสักคนที่เก่งเรื่องขี่ม้ามาช่วยฝึกให้นางด้วย”
“ซอเอินเจ้ามานี่ เจ้าหมอนี่ขี่ม้าเก่งที่สุดแล้วขอรับ” ลู่เหวินภูมิใจนำเสนอ
เจ้าซอเอินที่ว่าร่างกายสูงใหญ่ราวกับยักษ์ดวงหน้าสีดำทะมึน ผมเผ้ารุงรัง ตาขวางจนน่ากลัว อ๋องหรงหันไปยิ้มเสียอีกทาง
“ม่ายยยยยไม่เอา ข้าไม่ขี่ ไม่ได้อยากฝึกขี่ม้า พอเสียทีรีบๆ ไปให้ถึงวังหลวงเถอะนี่พวกท่านคิดว่ามาประภาสป่าหรือว่ามาเดินเล่นหรือไง”
มีมี่ก้าวขึ้นไปบนเกี้ยว
ลู่เหวินเกาหัวแกรกๆ
“ตกลงเอาไหมขอรับ”
อ๋องหรงยิ้มน้อยๆ ลู่เหวินเผลอยิ้มตามเพราะนานแค่ไหนแล้วที่ไม่เห็นพ่อบุญธรรมของเขายิ้ม
“ทำให้ตัวร้ายยิ้มได้ได้เพิ่ม1โอกาสพลังพิเศษ
“เตรียมรอไว้ให้ข้าเข้าไปเกลี้ยกล่อมนางก่อนดีไหม” ลู่เหวินพยักหน้าขึ้นลง
“พ่อบุญธรรมท่านนี่สุดยอด ลู่เหวินนับถือชอบรังแกคนไม่มีทางสู้จริงๆ”
อ๋องหรงหุบยิ้ม ใช้มือเบิ๊ดกระโหลกลู่เหวินเบาๆ
“ข้าแค่ทดสอบนาง องค์หญิงเอ่ถัวแต่ขี่ม้าไม่เป็น คิดว่าข้าเชื่อหรือ”
เดินขึ้นนั่งบนเกี้ยวยกมือกอดอกหน้าตานิ่ง มีมี่หันไปมองทิวทัศน์สองข้างทางเสีย
“คนอะไร กวน-ีนเป็นบ้า”
บ่นพึมพำ เกี้ยวยังคงเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ มีมี่เผลอหลับใหลเพราะเกี้ยวโยกไปมาคล้ายเปล
แล้วฝันไป หนังสือนิยายเรื่อง…สยบหัวใจอ๋องวายร้ายหน้านิ่ง… นี่บัดนี้กลับถูกแผดเผาโดยเปลวเพลิงสีแดงลุกโชติช่วง มีมี่พยายามดับไฟที่ไหม้หนังสือนิยายเล่มโปรด แต่ไม่สำเร็จ
“เอาแต่อ่านนิยายไม่สนใจการเรียนหมกมุ่นอยู่แต่พระเอกซีรีส์เมื่อไหร่แกจะโตสักที” เสียงพ่อที่ดังเหมือนยืนอยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น มีมี่ปาดน้ำตา เมื่อรู้ว่าคนที่เผาหนังสือนิยายของมีมี่ก็คือพ่อนั่นเอง
ไม่ได้โต้ตอบอะไรเอาแต่ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้แบบไม่มีเสียงแม้แต่สะอื้นยังไม่กล้าทำ
ร่างเล็กถูกกดทาบไว้แน่นกับพื้นหญ้า อ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดไม่เปิดช่องให้หนี ริมฝีปากบางถูกช่วงชิงอีกครั้งอย่างหวานลึก มีมี่ที่กำลังเคลิ้มไปไกล สมองขาวโพลนไปหมด รู้เพียงว่าลมหายใจของอีกฝ่ายร้อนผ่าวจนหัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะปลายนิ้วของนางเผลอกำเสื้อเขาแน่น ร่างทั้งร่างอ่อนลงทุกขณะแต่แล้วเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วใกล้เข้ามา"ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ องค์หญิงเก้าขอรับ"เสียงของลู่เหวินชัดเจนขึ้นทุกทีอ๋องหรงชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาคมฉายแววขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย แล้วก้มลงกดจูบที่ริมฝีปากบางของมีมี่อีกครั้ง คราวนี้อ้อยอิ่งเนิบนานราวกับจงใจทิ้งร่องรอยไว้มีมี่ตาเบิกกว้าง ใบหน้าแดงแปร๊ดไปทั้งแถบยังไม่ทันได้ตั้งสติลู่เหวินก็โผล่พ้นพุ่มไม้เข้ามา"อะ ท่านพ่อบุญธรรมท่าน…"ประโยคของเขาค้างกลางอากาศอ๋องหรงขยับตัวอย่างสงบนิ่ง มือใหญ่คว้าไก่ป่าที่ตกอยู่ข้างกายชูขึ้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ข้ากับองค์หญิงเก้าเรากำลังช่วยกันจับไก่ป่า"มีมี่หน้าแดงจัด รีบก้มหน้าหนีแทบไม่ทัน มือยังสั่นน้อยๆลู่เหวินมองซ้ายมองขวา ดวงตาเป็นประกายแปลกๆ ก่อนจะยิ้มแห้งแล้วประสานมือ
ม้าเร็วควบฝ่าลมกลางค่ายทหาร เสียงเกือกม้ากระแทกพื้นดินดังถี่ ก่อนร่างทหารจะกระโดดลงจากอาน รีบวิ่งตรงไปยังกระโจมหลักของอ๋องเฉวียนม่านกระโจมถูกเปิดผาง"ท่านอ๋องขอรับ ตอนนี้ฮ่องเต้ฉีก้านได้ส่งหนังสือคำสั่งให้ประหารท่านอ๋องหรงทันทีหากพบหน้า"ภายในกระโจม อ๋องเฉวียนที่กำลังพิจารณาแผนที่อยู่เพียงชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้าๆ แววตาลึกล้ำอ่านไม่ออก"เร็วดีนี่ สิ่งที่องค์หญิงเก้าทายทักไว้กำลังจะเกิดขึ้นแล้วสินะนางทำนายไว้แม่นราวกับจับวางรู้แม้กระทั่งวันเดือนปี"เขาวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน สีหน้าสงบนิ่งราวกับข่าวเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะเขารู้ล่วงหน้าจากจดหมายของมีมี่ที่ให้ลู่เหวินส่งถึงเขาแล้วนั่นเอง"ส่งหนังสือตอบรับไปทันทีว่าข้าพร้อมจะทำตามพระบัญชาอย่างไม่มีบกพร่อง"องครักษ์ข้างกายยิ้มบางๆ อย่างรู้กัน ดวงตาฉายแววเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นดีอ๋องเฉวียนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ"เซียวหยา"องครักษ์หนุ่มก้าวออกมาหนึ่งก้าว ประสานมือคำนับ"ข้าน้อยพร้อมรับคำสั่ง""ส่งคนคุ้มกันอ๋องหรงให้มาพบกันที่นี่อย่างปลอดภัยและเร่งเดินทางให
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหลุดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่นางจะกัดปากตัวเองแน่น พยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไปลู่เหวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เหลือบมององค์หญิงสาม แล้วถอนหายใจเงียบๆ เบามากจนแทบไม่มีใครได้ยินมีมี่เดินตามอ๋องหรงไปเงียบๆ มืออุ่นใหญ่ยังกุมมือของนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความอบอุ่นนั้นส่งผ่านมาจนปลายนิ้วของนางร้อนวูบโดยไม่รู้ตัว"จะต้องเดินเบาๆ ย่องช้าๆ เดินเหมือนเจ้าเกรงว่าวันนี้เราจะไม่ได้ไก่หรือกระต่ายสักตัว"อ๋องหรงพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย พลางกุมมือมีมี่ไว้มั่นคงพูดจบเขาก็นั่งย่อตัวลงทันที พร้อมดึงมีมี่ให้นั่งลงข้างพุ่มไม้ตามเขา สายตาคมจับจ้องไปข้างหน้า ที่ใต้ดงไผ่มีไก่ป่ากำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่จริงๆ"ซู่ๆๆ"ส่งสัญญาณให้เงียบมีมี่รีบนั่งลงข้างหลังเขา ตัวเกร็งเล็กน้อย แต่"นั่นๆๆๆ ทางนั้น"นางรีบชี้ไปอีกด้านน้ำเสียงตื่นเต้น ที่มีแม่ไก่พาลูกน้อยคุ้ยเขี่ยดินอยู่อ๋องหรงหันกลับมาใบหน้าหล่อเหลาเกือบชนเข้ากับใบหน้าของมีมี่ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กระเบียดนิ้วลมหายใจอุ่นร้อนปะทะปลายจมูกของนางโดยตรง ผงะหงายเพราะความตกใจ"อะ"มีมี่สะดุ้งเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่ออีกคนดึงมือไว้ ดวงตาคมลึกของเขาจ
ขบวนเดินทางเคลื่อนออกจากชายป่าอีกครั้ง เสียงกีบม้าดังกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มีมี่นั่งอยู่บนหลังม้าท่าทางเกร็งไหล่ ปากเม้มแน่นเหมือนกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง ดวงตากลอกไปมาครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวเบาๆ"ระบบ ฉันอยากได้พลังพิเศษขี่ม้าได้ตอนนี้ทันที จะได้ไม่ต้องนั่งบนหลังม้าแล้วเคียงข้างไปกับอ๋องขี้เก๊กคนนั้น"เสียงหัวเราะคิกคักใสดังขึ้นข้างหูทันที"ได้เลยเจ้าค่ะนายหญิง ข้าน้อยจะจัดการให้ตอนนี้ นี่คือหญ้าวิเศษ นายหญิงให้เจ้าม้าโง่ตัวนั้นกิน พอมันกินเข้าไปแล้วมันจะฟังภาษาคนออก นายหญิงก็แค่พูดกับมันเพราะๆ ลูบหลังมันเบาๆ แล้วมันจะพานายหญิงไปทุกที่ที่ต้องการ"มีมี่ก้มมองหญ้าสีเขียวสดที่โผล่มาในมือ ก่อนจะถอนหายใจแล้วค่อยๆ ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์"ต่อไปก็เหลือแค่อยู่ห่างๆ หมอนั่น ไม่ต้องเข้าใกล้ฉันก็ปลอดภัย ฮ่าาา"พูดจบ นางก็แอบก้มตัวลงยื่นหญ้าไปตรงปากม้าอย่างแนบเนียน มือเล็กตบแผงคอมันเบาๆ"มากินเร็ว เจ้าตัวดี"ม้าหนุ่มพ่นลมหายใจฟึดหนึ่ง ก่อนจะงับหญ้าเข้าไปเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่ระแวงมีมี่รีบลูบคอมันเบาๆ พลางกระซิบเสียงหวาน"เด็กดี เจ้าม้ารูปหล่อ เจ้าน่ะ พาข้าเดินดีๆ ล่ะ"แทบจะทั
อ๋องหรงผละออกจากมีมี่อย่างง่ายดาย สีหน้ากลับมาเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น มีมี่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือยกขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ดวงตายังแดงช้ำยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยคำ เสียงฝีเท้าก็เร่งเข้ามาใกล้ลู่เหวินกับอวีหนิงพุ่งออกจากแนวไม้ทึบ"ท่านอา...."อวีหนิงรีบวิ่งเข้าไปโผกอดอ๋องหรงแนบแน่น น้ำตาไหลรินเป็นสาย ตัวสั่นเล็กน้อยราวเพิ่งผ่านความหวาดกลัวมาเต็มที่"อวีหนิงคิดว่าจะไม่ได้พบท่านอาอีกแล้วฮืออออออ"อ๋องหรงชะงักเพียงครู่ ก่อนค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดตอบ ฝ่ามือลูบศีรษะนางเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยิน"ไม่ต้องร้องแล้วอาอยู่นี่แล้ว"อวีหนิงยิ่งซบแน่นขึ้นอย่างวางใจลู่เหวินยืนมองอยู่เงียบๆ แววตาวาบไหวเล็กน้อยส่วนมีมี่… นางหันหลังให้ทั้งสามคนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ร่างเล็กเดินเงียบๆ หลบออกไปอีกทาง ปลายแขนเสื้อยกขึ้นปาดหางตาลวกๆ ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นราวไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าตนเอง“ฉันไมไ่ด้ร้องไห้เสียใจฉันร้องเพราะฉันกลัวหนอนแก้วนั่นต่างหาก”มีมี่เดินเลี่ยงออกมาได้ไม่ไกลก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมาอย่างไม่ปิดบัง นางสูดจมูกเบาๆ รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แ
เสียงใบไม้ไหววูบดังขึ้นพร้อมเงาดำพุ่งออกมาจากทุกทิศ มือสังหารนับสิบกรูกันเข้าหากองคาราวานในพริบตา อ๋องหรงชักกระบี่ออกจากฝักอย่างว่องไว ร่างสูงก้าวพรวดมาขวางหน้ามีมี่ทันที คมกระบี่สะท้อนแสงเย็นเยียบ มือใหญ่รั้งเอวบางแนบชิดราวกับภาพทีเซอร์ของซีรียส์ดีดีสักเรื่อง“พระเอกของฉัน ทำไมเท่จังฮือออ” แต่เดี่ยวก่อน…."ไม่มันไม่ถูกต้องท่านอ๋อง ท่านต้องไปช่วยองค์หญิงสามอวีหนิงสิ พระเอกต้องช่วยนางเอกก่อนมาช่วยข้าทำไม""หุบปากของเจ้าถ้าไม่อยากตายก็อย่าห่างข้าอยู่ใกล้ๆ ข้าไว้"อ๋องหรงตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองศัตรูรอบด้านโดยไม่หันกลับมา มุมคิ้วขมวดแน่น บรรยากาศตึงเครียดจนลมหายใจแทบสะดุด มีมี่เม้มปากแน่น ใจหนึ่งยังงงงัน อีกใจคิดไปไกล….หากฉันตายในนิยายเรื่องนี้แล้วจะได้กินของอร่อยๆ อย่างชาบู พิซซ่าไหมคิดจบก็รีบถอยกรูดไปหลบด้านหลังอ๋องหรงทันทีเกาะชายเสื้อพลิ้วไหวไว้แน่นลู่เหวินก้าวเข้ามาประกบ เอาหลังพิงหลังอ๋องหรง กระบี่ในมือยกตั้งรับ สีหน้าจริงจังน้ำเสียงเข้ม อย่างผู้ที่พร้อมจะเสียสละ"พ่อบุญธรรม ท่านพาองค์หญิงเก้าหนีไปก่อน นี่มันมือสังหารระดับพระกาฬสังกัดวังหลวงชัดๆ ลูกลองประมือกับพวกมันดูแล้ว







