LOGINตอนที่
4
กรงขังที่ไร้เสียง
ที่บ้านพักส่วนตัวสไตล์โมเดิร์นตั้งตระหง่านอยู่ท้ายซอยในหมู่บ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชูรีใจกลางเมือง ที่นี่คืออาณาจักรลับของอนาวินที่น้อยคนนักจะได้รับอนุญาตให้ก้าวล่วงเข้ามา รั้วสูงตระหง่านและระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ แสงไฟสปอตไลท์สีนวลสาดส่องกระทบตัวบ้านทรงเหลี่ยมสีเทาดำที่ดูเรียบหรูทว่าไร้ชีวิตชีวา
เครื่องยนต์ดับสนิทลง ความเงียบงันปกคลุมภายในรถซุปเปอร์คาร์สุดหรู ณิชาภาบีบมือตัวเองจนซีดขาว ความกดดันบีบคั้นจนเธอรู้สึกหายใจลำบาก
“ลงมาได้แล้ว หรือต้องให้ฉันอุ้มเข้าไป” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความประชดประชันของอนาวินดังขึ้น พร้อมกับที่เขาเปิดประตรถก้าวออกไปโดยไม่คิดจะรอคนข้างกาย
ณิชาภาก้าวขาที่สั่นเทาลงจากรถ ความเย็นของอากาศยามุดึกปะทะผิวจนเธอต้องห่อไหล่ เธอรีบคว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กของตนขึ้นมาถือไว้แล้วเดินตามร่างสูงสง่าเข้าไปภายในโถงบ้าน กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศแนวไม้สนเย็นๆ กระจายอยู่ทั่วห้องโถงที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าน้อยชิ้นแต่ราคาแพงระยับ
อนาวินถอดสูทตัวนอกพาดไว้บนโซฟาหนัง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาคมกริบที่ดูแคลนราวกับเธอมิใช่คน
“ที่นี่ไม่มีคนรับใช้คอยประคบประหงมเธอเหมือนตอนเป็นคุณหนูหรอกนะณิชาภาและแน่นอน ไม่มีใครจะมาได้ยินเสียงโวยวายของเธอถ้าเธอคิดจะดื้อที่นี่” เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ รินวิสกี้ใส่แก้วก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ
“กฎของบ้านหลังนี้มีแค่ 3 ข้อและถ้าเธอฝืนแม้แต่ข้อเดียว สัญญาที่ฉันให้ไว้กับพ่อเธอ ฉันจะฉีกทิ้งและส่งพ่อของเธอไปนอนโรงพยาบาลรัฐอนาถาทันที”
เขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยทำให้ณิชาภาต้องก้มหน้าหลบสายตาเล็กน้อย
“ข้อแรก ห้ามออกนอกเขตบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันเด็ดขาดและห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดต่อคนภายนอกยกเว้นเรื่องงานที่ฉันสั่ง” จริงๆ แล้วเขาแค่กลัวว่าถ้าเธอติดต่อโลกภายนอกได้ เธอจะหาทางหนีไปจากเขา
“ข้อสองเธอต้องเตรียมตัวรับคำสั่งฉันตลอด 24 ชั่วโมง ฉันเรียกเมื่อไหร่ เธอต้องมาให้เห็นหน้าภายในสามนาที ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม” เขาแค่อยากให้เธออยู่ในสายตาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อชดเชยเวลาหลายปีที่เขาคอยคิดถึงเธออยู่คนเดียว
อนาวินโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกแทบชนกันจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นแอลกฮอล์จางๆ และไอความร้อนจากร่างกายเขาที่แผ่ซ่านออกมาจนเธอหน้าร้อนผ่าว
“และข้อสุดท้าย ห้ามขึ้นไปที่ชั้นสองหรือแตะต้องของใช้ส่วนตัวในห้องนอนของฉันเด็ดขาด พื้นที่ของเธออยู่แค่ชั้นล่าง ห้องทำงานและห้องซักรีด ห้องครัวเท่านั้น จำไว้ด้วยฐานะของเธอคือลูกหนี้ทาส พื้นที่พักผ่อนของเธออยู่ข้างล่าง เข้าใจไหม”
“ฉันทราบแล้วค่ะ” ณิชาภาตอบกระแทกปลายเสียงเล็กน้อย
“ดี ในเมื่อเข้าใจกฎแล้ว ก็เริ่มทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะ”
อนาวินกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกวาดมองร่างบางที่พยายามทำใจดีสู้เสือ ก่อนจะปรายตาไปยังปึกเอกสารหนาพะเนินที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานกลางโถงบ้าน
“นั่นคือเอกสารสรุปโครงการที่ยังค้างคาอยู่ จัดหมวดหมู่ แยกรายชื่อคู่ค้า และทำสรุปสั้นๆ วางไว้บนโต๊ะให้ฉันก่อนพรุ่งนี้เช้า ส่วนห้องพักของเธอ เดินตรงไปสุดทางเดินปีกซ้าย ห้องสุดท้ายติดกับห้องทำงาน”
ณิชาภาไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอเพียงแต่ขยับกายถอยห่างจากรัศมีอันตรายของเขา คว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินตรงไปยังทิศทางที่เขาบอก ทิ้งให้แผ่นหลังกว้างของอนาวินยืนมองตามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
ภายในห้องพักที่เขาจัดไว้ให้ มันเป็นห้องรับรองแขกขนาดกะทัดรัดที่ไม่ได้ใช้มานาน แม้จะสะอาดสะอ้านแต่ก็ดูเงียบเชียบจนรู้สึกเหงาๆ ณิชาภาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม มือบางลูบไล้ไปตามผ้าปูเตียง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดลงบนหลังมืออย่างห้ามไม่ได้ 5 ปีที่ผ่านมาเธอพยายามหนีจากเขาแทบตาย แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ลากเธอกลับมาอยู่ใต้อาณัติของเขาจนได้
เวลา 02:30 น.
ความเงียบสงัดภายในบ้านถูกทำลายด้วยเสียงอินเตอร์คอมที่ดังระงมอยู่ข้างหัวเตียง ณิชาภาที่กำลังกึ่งหลับกึ่งฟุบอยู่กับกองเอกสารสะดุ้งสุดตัว เธอรีบกดรับสายด้วยหัวใจที่เต้นรัว
“ขึ้นมาหาฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำของอนาวินดังรอดมา เข้มงวดและไม่มีแววล้อเล่น
ณิชาภารีบสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อย ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องครัวที่สว่างจ้าด้วยแสงไฟสีนวล พบอนาวินนั่งอยู่บนเก้าอี้สตูลในชุดลำลอง เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูผ่อนคลายแต่ก็ยังน่าเกรงขาม
“มีงานอะไรด่วนเหรอคะคุณวินน์” เธอถามพลางหอบหายใจน้อยๆ
อนาวินไม่ได้เงยหน้ามอง เขาเพียงแต่จ้องมองขวดน้ำแร่ในมือ
“ฉันนอนไม่หลับ ชงกาแฟให้หน่อยสิ”
“นอนไม่หลับทำไมถึงต้องกินกาแฟคะ นอนไม่หลับไม่ควรกินกาแฟนะคะ”
อนาวินเงยหน้าขึ้น สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกปนฉงน เขาขยับกายเล็กน้อยก่อนจะวางขวดน้ำแร่ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนเสียงดัง
“ฉันไม่ได้ขอความเห็นจากเธอณิชาภา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจอย่างที่เธอคุ้นเคยในอดีต
“และฉันไม่ได้จ้างให้เธอมาหาเหตุผล ฉันสั่งให้เธอชงกาแฟก็แค่ไปชงมา”
ณิชาภาชะงัก สายตามองไปที่เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติหรูหราที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเขาไม่ถึงสองก้าว
“ฉันอยากดื่มกาแฟดริปมือฝีมือเธอ เหมือนเมื่อก่อน”
คำว่าเหมือนเมื่อก่อนทำให้ณิชาภานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เดินไปหยิบเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์มาจัดวางอย่างจำใจ เธอรู้ดีว่านี่คือการกลั่นแกล้งล่วงเวลาเพื่อให้เธอรู้ซึ้งถึงฐานะ ลูกหนี้ทาสอย่างที่เขาว่าไว้
เธอเม้มริมฝีปากแน่น รู้ดีว่าการต่อต้านผู้ชายคนนี้ในเวลานี้มีแต่จะทำให้เรื่องบานปลาย
ณิชาภาจึงจำต้องเดินไปที่มุมครัว เริ่มหยิบเครื่องบดเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์ออกมาจัดวางอย่างประณีต ขณะที่อนาวินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากแผ่นหลังบางที่กำลังขยับไปมาอย่างคล่องแคล่วเลยแม้แต่น้อย
ความเงียบในห้องครัวถูกทำลายด้วยเสียงบดเมล็ดกาแฟและกลิ่นหอมกรุ่นที่เริ่มขจรกระจายออกมา อนาวินหลับตาลงชั่วครู่ สูดกลิ่นที่เขาโหยหามาตลอดห้าปี 5 ปีที่เขาพยายามหาเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุด เครื่องชงที่แพงที่สุด แต่กลับไม่เคยมีแก้วไหนที่รสชาติเหมือนแก้วที่มาจากมือของผู้หญิงคนนี้
เขาไม่ได้นอนไม่หลับเพราะกาแฟ แต่นอนไม่หลับเพราะรู้ว่าเธอนอนอยู่ห้องข้างล่างต่างหาก
“กาแฟได้แล้วค่ะ”
ณิชาภาวางแก้วเซรามิกสีขาวลงตรงหน้าเขา ควันที่ลอยกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นอายที่คุ้นเคยทำให้อนาวินลืมตาขึ้น เขาหยิบแก้วขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมอมหวานที่ติดปลายลิ้นทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างวูบไหวไปชั่วขณะ
“ขมไปนิด” เขาแกล้งตำหนิเสียงเรียบ ทั้งที่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“ก็คุณสั่งกะทันหัน เมล็ดกาแฟอาจจะยังไม่ได้อุณหภูมิที่พอดี”
“พรุ่งนี้แก้ตัวใหม่” เขาขัดขึ้นอีกครั้ง พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนณิชาภาต้องถอยหลังหนี
“ชงให้ฉันตอนเจ็ดโมงเช้า ถ้าฉันตื่นมาแล้วไม่เห็นกาแฟวางอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอเตรียมตัวรับโทษได้เลย”
อนาวินเดินผ่านร่างบางไป ทิ้งให้ณิชาภายืนงงอยู่กับแก้วกาแฟที่เขายังดื่มไม่ถึงครึ่ง เขาแกล้งเธอ เธอรู้ดีว่าเขาหาเรื่องกลั่นแกล้งเพียงเพราะต้องการเห็นเธอหัวหมุนและอยู่ในโอวาท แต่ทำไมแววตาของเขาในบางจังหวะ ถึงได้ดูอ้างว้างและโหยหาเสียจนเธอใจสั่นแบบนี้
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตณิชาภาลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอไม่ได้ตอบโต้ทำเพียงเก็บรวบรวมงานวางไว้บนโต๊ะเขาอย่างเรียบร้อย ก่อนจะขอตัวออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย แต่อยู่ๆ แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอทันทีชื่อ ‘ป้ามาลี’ แม่บ้านเก่าแก่ที่คอยดูแลพ่อของเธอที่โรงพยาบาลปรากฏขึ้น“คุณหนูเดียร์คะ” เสียงปลายสายสั่นเครือ“เมื่อช่วงตีสามคุณท่านเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันไปหนึ่งครั้งค่ะ ทีมหมอรีบทำ CPR จนหัวใจกลับมาเต้นแล้ว ตอนนี้คุณท่านปลอดภัยดี แต่อาการยังทรงตัว ป้าตกใจมากเลยต้องรีบโทรหาคุณหนู”คำว่าหัวใจหยุดเต้นเหมือนค้อนปอนด์ที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอก ณิชาภาหน้าซีดเผือด แม้ป้ามาลีจะย้ำว่าตอนนี้คุณหมอช่วยจนอาการดีขึ้นแล้ว แต่ความกลัวที่เกาะกินใจทำให้เธอไม่สามารถนั่งรอเฉยๆ ได้อีกต่อไปเธอเหลือบมองไปที่ห้องทำงานชั้นบน ไฟยังคงสลัวแต่อนาวินคงจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วหลังจากการกวนประสาทเธอมาทั้งคืน ณิชาภารู้ดีว่าถ้าเธอไปขออนุญาตเขาตรงๆ ในตอนนี้ เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่ และอาจจะพาลโกรธจนสั่งระงับค่ารักษาพ่อไปเสียดื้อๆ‘
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตภายในห้องอาหารที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมไฟระย้าเหนือโต๊ะหินอ่อนช่วยขับเน้นให้บรรยากาศดูนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมละมุนของน้ำซุปต้มจืดเต้าหู้หมูสับคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นอายของบ้านที่อนาวินไม่ได้สัมผัสมานานนับแต่เขาย้ายออกมาอยู่เพียงลำพัง“พี่ณิชาเชื่อไหมคะ ที่มหาวิทยาลัยมีแต่คนถามถึงพี่ณิชา ทุกคนยังจำรุ่นพี่ดาวคณะที่สวยและเรียนเก่งที่สุดได้แม่นเลยค่ะ” อันนาประคองแก้มตัวเองพลางเจื้อยแจ้วไม่หยุด สายตาที่มองณิชาภาเต็มไปด้วยความชื่นชมณิชาภายิ้มละไม มือบางตักเต้าหู้หมูสับชิ้นพอดีคำวางลงในถ้วยของอันนาอย่างอ่อนโยน“อันนาก็พูดเกินไปค่ะ พี่หายไปตั้งห้าปี ใครจะไปจำได้ล่ะคะ”“จำได้สิคะ โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชายของอันนาสายรหัสพี่ณิชาเนี่ยบ่นคิดถึงกันระงม”เคร้ง!!!เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องราคาแพงดังขึ้นขัดจังหวะ อนาวินที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขาเขี่ยผักในจานไปมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์“กินข้าวก็กินไปอันนา จะขุดคุ้ยเรื่องสมัยพระเจ้าเหาทำไม รำคาญหู” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนั้นทำให้สองสาว
ตอนที่6เสียงสะท้อนจากหัวใจ“ไอ้วินน์ นี่แกกล้าลำเลิกบุญคุณกับฉันเหรอ” คุณอนันต์ลุกขึ้นยืน ตัวสั่นด้วยความโกรธคุณหญิงนิศาผู้เป็นมารดา รีบเข้ามาห้ามทัพด้วยใบหน้าวิตกกังวล“วินน์ ยอมพ่อเขาเถอะนะลูก รินลดาเขาก็เพิ่งมาฟ้องแม่ว่าวินน์ปกป้องเด็กคนนั้นจนทำร้ายน้ำใจเขา วินน์แต่งงานกับรินลดาไปเรื่องก็จบนะลูก เชื่อแม่นะ”อนาวินหันไปมองแม่ด้วยสายตาผิดหวัง “งานใหญ่ของคุณแม่คือการใช้ลูกชายตัวเองเป็นเครื่องมือทางการเมืองงั้นเหรอครับ ตลอดห้าปีที่ผ่านมาผมยอมเป็นหุ่นเชิดให้พวกคุณมานานพอแล้ว จากนี้ไปผมจะฟังแค่เสียงในหัวใจของผมเองเท่านั้น”“ถ้าแกไม่เลิกกับมัน ฉันจะตัดแกออกจากตระกูล” คุณอนันต์คำราม“เชิญครับพ่อ ตัดผมออกไปเลย แต่ระวังไว้หน่อยนะครับ ว่าอัศวนนท์ที่ไม่มีผมจะเหลือซากอยู่ได้กี่เดือน”ที่หน้าประตูบ้าน อันนาน้องสาวคนเล็กของบ้านวิ่งกระหืดกระหอบออกมาหาพี่ชายที่กำลังจะก้าวขึ้นรถสปอร์ตด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความโกรธ“พี่วินน์! พี่วินน์คะ รออันนาก่อน”“อันนาพี่ไม่มีอารมณ์จะคุย” อนาวินสตาร์ทรถเครื่องยนต์คำรามดังสนั่น“ไม่! อันนาจะไปด้วย” เธอรีบกระโดดขึ้นไปนั่งเบาะข้างๆ ทันที “ไม่!!! อันนาจะไปด้วย”
ตอนที่6เสียงสะท้อนจากหัวใจบรรยากาศภายในรถตู้ลีมูซีนระหว่างทางกลับบ้านพักส่วนตัวเต็มไปด้วยความเงียบที่ชวนให้ใจสั่น ณิชาภาในชุดเดรสลูกไม้สีขาวสะอาดตานั่งตัวลีบติดประตูรถ เธอรู้สึกไม่คุ้นชินกับสัมผัสของเนื้อผ้าชั้นเลิศที่แนบไปกับผิวพรรณ ขณะที่อนาวินนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆ สายตาคมกริบของเขาแสร้งทำเป็นจดจ้องไอแพดในมือ ทว่าแสงไฟจากถนนที่สาดกระทบใบหน้าเขายามรถเคลื่อนผ่าน กลับสะท้อนให้เห็นสายตาที่วูบไหวอย่างปิดไม่มิด ทว่าความตึงเครียดบางอย่างกลับจางลงไปบ้างหลังจากเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้า ณิชาภานั่งนิ่งอยู่เบาะข้างอนาวิน มือบางกำสายกระเป๋าแน่น ขณะที่สายตาเหลือบมองถุงเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูมากมายที่วางกองอยู่เบาะหลังเมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้านพัก อนาวินก้าวลงจากรถก่อนตามความเคยชิน“ลงมาได้แล้ว หรือจะรอให้ฉันอุ้มลง” อนาวิน เอ่ยเสียงดุ แต่ดวงตาคมกริบกลับไม่ได้มีความฉุนเฉียวเหมือนคำพูด“เปล่าค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับเสื้อผ้า” ณิชาภาเปิดประตูลงจากรถ พยายามจะขนถุงกระดาษเหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่อนาวินกลับเดินอ้อมมาแย่งไปถือไว้เสียเอง“อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกผู้อ่อนหวาน ถือไม่หมดหรอก เดินเข้าไปข้างในไป” เขาสั
ตอนที่5หน้ากากที่เริ่มปริร้าวพนักงานสาวรับคำสั่งอย่างขยันขันแข็ง ก่อนจะหันไปเชิญณิชาภาเข้าไปในห้องลองเสื้อด้วยท่าทางนอบน้อม ณิชาภาทำท่าจะอ้าปากค้านแต่สายตาคมดุของอนาวินก็ปรามไว้เสียก่อน“ไปลองซะ อย่าให้ฉันต้องเดินเข้าไปเปลี่ยนให้เธอเอง” เมื่อณิชาภาเดินหายไป อคิราห์ที่ยืนกอดอกลอบยิ้มอยู่ก็นิ่งไม่ไหวอีกต่อไป เขาแสร้งทำเป็นตรวจเช็กตารางงานในมือถือพลางเอ่ยขึ้นลอยๆ “แหม่...คุณวินน์ครับ ชุดสีขาวตัวนั้นมันรุ่นลิมิเต็ดเลยนะครับ แถมราคานี่ ถ้านับเป็นค่าแรงเลขา คุณณิชาต้องทำงานให้คุณวินน์ไปอีกกี่สิบปีกันนะ” “ฉันไม่ได้ถามความเห็นนายอาคิ” อนาวินตอบเสียงเข้ม ขยับปกเสื้อเชิ้ตตัวเองแก้เขิน “ฉันก็แค่ ไม่อยากให้ใครมองว่าเลขาของฉันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ก็เท่านั้น” “อ๋อ!!! อย่างนั้นเหรอครับ” อคิราห์ลากเสียงยาว “แต่เท่าที่ผมจำได้ ตอนประชุมบอร์ดผู้บริหารเมื่อเดือนก่อน คุณรินลดาก็ใส่ชุดแบรนด์นี้มา คุณวินน์ไม่เห็นปรายตาพิจารณาเนื้อผ้าละเอียดขนาดนี้เลยนะครับ” “อาคิ ถ้านายยังไม่อยากไปตรวจไซต์งานที่แม่ฮ่องสอนตอนหน้าฝน ก็หุบปากของนายซะ” อนาวินสะบัดเสียงใส่เลขาคนสนิท
ตอนที่5หน้ากากที่เริ่มปริร้าวแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องโถงกว้างของบ้านพักส่วนตัว อนาวินในชุดลำลองกางเกงสแล็คสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ นั่งจิบกาแฟดำอยู่ที่โต๊ะอาหาร สายตาของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่ไอแพดซึ่งแสดงกราฟหุ้นหรือข่าวเศรษฐกิจเหมือนทุกวัน แต่เขากลับคอยปรายมองร่างบางที่เดินวุ่นอยู่ในห้องครัวณิชาภาในชุดเสื้อเชิ้ตสีซีดจนแทบจะกลายเป็นสีขาวขุ่นและกางเกงผ้าเนื้อหยาบที่ผ่านการซักมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังขะมักเขม้นกับการเตรียมมื้อเช้า แม้เสื้อผ้าจะสะอาดสะอ้านและถูกรีดจนเรียบกริบ แต่มันก็ไม่อาจปกปิดความเก่าซ่อมซ่อและความหมองหม่นของเนื้อผ้าที่ดูผิดแผกกับความหรูหราของบ้านหลังนี้ได้อย่างสิ้นเชิงกึก...อนาวินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังพอที่จะทำให้คนที่กำลังจัดจานชะงัก“คุณวินน์จะรับอะไรเพิ่มไหมคะ” ณิชาภาหันมาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“รำคาญตา” เขาพึมพำลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รอยปะเล็กๆ ตรงตะเข็บไหล่ของเสื้อเธอ“คะ กาแฟไม่อร่อยเหรอคะ”“เสื้อผ้าเธอน่ะ” อนาวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ จนณิชาภาต้องก้าวถอยหลังไปติดกั







