Mag-log inตอนที่
4
กรงขังที่ไร้เสียง
ที่บ้านพักส่วนตัวสไตล์โมเดิร์นตั้งตระหง่านอยู่ท้ายซอยในหมู่บ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชูรีใจกลางเมือง ที่นี่คืออาณาจักรลับของอนาวินที่น้อยคนนักจะได้รับอนุญาตให้ก้าวล่วงเข้ามา รั้วสูงตระหง่านและระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ แสงไฟสปอตไลท์สีนวลสาดส่องกระทบตัวบ้านทรงเหลี่ยมสีเทาดำที่ดูเรียบหรูทว่าไร้ชีวิตชีวา
เครื่องยนต์ดับสนิทลง ความเงียบงันปกคลุมภายในรถซุปเปอร์คาร์สุดหรู ณิชาภาบีบมือตัวเองจนซีดขาว ความกดดันบีบคั้นจนเธอรู้สึกหายใจลำบาก
“ลงมาได้แล้ว หรือต้องให้ฉันอุ้มเข้าไป” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความประชดประชันของอนาวินดังขึ้น พร้อมกับที่เขาเปิดประตรถก้าวออกไปโดยไม่คิดจะรอคนข้างกาย
ณิชาภาก้าวขาที่สั่นเทาลงจากรถ ความเย็นของอากาศยามุดึกปะทะผิวจนเธอต้องห่อไหล่ เธอรีบคว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กของตนขึ้นมาถือไว้แล้วเดินตามร่างสูงสง่าเข้าไปภายในโถงบ้าน กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศแนวไม้สนเย็นๆ กระจายอยู่ทั่วห้องโถงที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำและเฟอร์นิเจอร์นำเข้าน้อยชิ้นแต่ราคาแพงระยับ
อนาวินถอดสูทตัวนอกพาดไว้บนโซฟาหนัง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาคมกริบที่ดูแคลนราวกับเธอมิใช่คน
“ที่นี่ไม่มีคนรับใช้คอยประคบประหงมเธอเหมือนตอนเป็นคุณหนูหรอกนะณิชาภาและแน่นอน ไม่มีใครจะมาได้ยินเสียงโวยวายของเธอถ้าเธอคิดจะดื้อที่นี่” เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ รินวิสกี้ใส่แก้วก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ
“กฎของบ้านหลังนี้มีแค่ 3 ข้อและถ้าเธอฝืนแม้แต่ข้อเดียว สัญญาที่ฉันให้ไว้กับพ่อเธอ ฉันจะฉีกทิ้งและส่งพ่อของเธอไปนอนโรงพยาบาลรัฐอนาถาทันที”
เขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยทำให้ณิชาภาต้องก้มหน้าหลบสายตาเล็กน้อย
“ข้อแรก ห้ามออกนอกเขตบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันเด็ดขาดและห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดติดต่อคนภายนอกยกเว้นเรื่องงานที่ฉันสั่ง” จริงๆ แล้วเขาแค่กลัวว่าถ้าเธอติดต่อโลกภายนอกได้ เธอจะหาทางหนีไปจากเขา
“ข้อสองเธอต้องเตรียมตัวรับคำสั่งฉันตลอด 24 ชั่วโมง ฉันเรียกเมื่อไหร่ เธอต้องมาให้เห็นหน้าภายในสามนาที ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม” เขาแค่อยากให้เธออยู่ในสายตาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อชดเชยเวลาหลายปีที่เขาคอยคิดถึงเธออยู่คนเดียว
อนาวินโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกแทบชนกันจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นแอลกฮอล์จางๆ และไอความร้อนจากร่างกายเขาที่แผ่ซ่านออกมาจนเธอหน้าร้อนผ่าว
“และข้อสุดท้าย ห้ามขึ้นไปที่ชั้นสองหรือแตะต้องของใช้ส่วนตัวในห้องนอนของฉันเด็ดขาด พื้นที่ของเธออยู่แค่ชั้นล่าง ห้องทำงานและห้องซักรีด ห้องครัวเท่านั้น จำไว้ด้วยฐานะของเธอคือลูกหนี้ทาส พื้นที่พักผ่อนของเธออยู่ข้างล่าง เข้าใจไหม”
“ฉันทราบแล้วค่ะ” ณิชาภาตอบกระแทกปลายเสียงเล็กน้อย
“ดี ในเมื่อเข้าใจกฎแล้ว ก็เริ่มทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะ”
อนาวินกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกวาดมองร่างบางที่พยายามทำใจดีสู้เสือ ก่อนจะปรายตาไปยังปึกเอกสารหนาพะเนินที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานกลางโถงบ้าน
“นั่นคือเอกสารสรุปโครงการที่ยังค้างคาอยู่ จัดหมวดหมู่ แยกรายชื่อคู่ค้า และทำสรุปสั้นๆ วางไว้บนโต๊ะให้ฉันก่อนพรุ่งนี้เช้า ส่วนห้องพักของเธอ เดินตรงไปสุดทางเดินปีกซ้าย ห้องสุดท้ายติดกับห้องทำงาน”
ณิชาภาไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอเพียงแต่ขยับกายถอยห่างจากรัศมีอันตรายของเขา คว้ากระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินตรงไปยังทิศทางที่เขาบอก ทิ้งให้แผ่นหลังกว้างของอนาวินยืนมองตามด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
ภายในห้องพักที่เขาจัดไว้ให้ มันเป็นห้องรับรองแขกขนาดกะทัดรัดที่ไม่ได้ใช้มานาน แม้จะสะอาดสะอ้านแต่ก็ดูเงียบเชียบจนรู้สึกเหงาๆ ณิชาภาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม มือบางลูบไล้ไปตามผ้าปูเตียง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดลงบนหลังมืออย่างห้ามไม่ได้ 5 ปีที่ผ่านมาเธอพยายามหนีจากเขาแทบตาย แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ลากเธอกลับมาอยู่ใต้อาณัติของเขาจนได้
เวลา 02:30 น.
ความเงียบสงัดภายในบ้านถูกทำลายด้วยเสียงอินเตอร์คอมที่ดังระงมอยู่ข้างหัวเตียง ณิชาภาที่กำลังกึ่งหลับกึ่งฟุบอยู่กับกองเอกสารสะดุ้งสุดตัว เธอรีบกดรับสายด้วยหัวใจที่เต้นรัว
“ขึ้นมาหาฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำของอนาวินดังรอดมา เข้มงวดและไม่มีแววล้อเล่น
ณิชาภารีบสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อย ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งไปยังห้องครัวที่สว่างจ้าด้วยแสงไฟสีนวล พบอนาวินนั่งอยู่บนเก้าอี้สตูลในชุดลำลอง เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูผ่อนคลายแต่ก็ยังน่าเกรงขาม
“มีงานอะไรด่วนเหรอคะคุณวินน์” เธอถามพลางหอบหายใจน้อยๆ
อนาวินไม่ได้เงยหน้ามอง เขาเพียงแต่จ้องมองขวดน้ำแร่ในมือ
“ฉันนอนไม่หลับ ชงกาแฟให้หน่อยสิ”
“นอนไม่หลับทำไมถึงต้องกินกาแฟคะ นอนไม่หลับไม่ควรกินกาแฟนะคะ”
อนาวินเงยหน้าขึ้น สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกปนฉงน เขาขยับกายเล็กน้อยก่อนจะวางขวดน้ำแร่ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนเสียงดัง
“ฉันไม่ได้ขอความเห็นจากเธอณิชาภา” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจอย่างที่เธอคุ้นเคยในอดีต
“และฉันไม่ได้จ้างให้เธอมาหาเหตุผล ฉันสั่งให้เธอชงกาแฟก็แค่ไปชงมา”
ณิชาภาชะงัก สายตามองไปที่เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติหรูหราที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเขาไม่ถึงสองก้าว
“ฉันอยากดื่มกาแฟดริปมือฝีมือเธอ เหมือนเมื่อก่อน”
คำว่าเหมือนเมื่อก่อนทำให้ณิชาภานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เดินไปหยิบเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์มาจัดวางอย่างจำใจ เธอรู้ดีว่านี่คือการกลั่นแกล้งล่วงเวลาเพื่อให้เธอรู้ซึ้งถึงฐานะ ลูกหนี้ทาสอย่างที่เขาว่าไว้
เธอเม้มริมฝีปากแน่น รู้ดีว่าการต่อต้านผู้ชายคนนี้ในเวลานี้มีแต่จะทำให้เรื่องบานปลาย
ณิชาภาจึงจำต้องเดินไปที่มุมครัว เริ่มหยิบเครื่องบดเมล็ดกาแฟและอุปกรณ์ออกมาจัดวางอย่างประณีต ขณะที่อนาวินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากแผ่นหลังบางที่กำลังขยับไปมาอย่างคล่องแคล่วเลยแม้แต่น้อย
ความเงียบในห้องครัวถูกทำลายด้วยเสียงบดเมล็ดกาแฟและกลิ่นหอมกรุ่นที่เริ่มขจรกระจายออกมา อนาวินหลับตาลงชั่วครู่ สูดกลิ่นที่เขาโหยหามาตลอดห้าปี 5 ปีที่เขาพยายามหาเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุด เครื่องชงที่แพงที่สุด แต่กลับไม่เคยมีแก้วไหนที่รสชาติเหมือนแก้วที่มาจากมือของผู้หญิงคนนี้
เขาไม่ได้นอนไม่หลับเพราะกาแฟ แต่นอนไม่หลับเพราะรู้ว่าเธอนอนอยู่ห้องข้างล่างต่างหาก
“กาแฟได้แล้วค่ะ”
ณิชาภาวางแก้วเซรามิกสีขาวลงตรงหน้าเขา ควันที่ลอยกรุ่นมาพร้อมกับกลิ่นอายที่คุ้นเคยทำให้อนาวินลืมตาขึ้น เขาหยิบแก้วขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมอมหวานที่ติดปลายลิ้นทำให้หัวใจที่เคยแข็งกระด้างวูบไหวไปชั่วขณะ
“ขมไปนิด” เขาแกล้งตำหนิเสียงเรียบ ทั้งที่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“ก็คุณสั่งกะทันหัน เมล็ดกาแฟอาจจะยังไม่ได้อุณหภูมิที่พอดี”
“พรุ่งนี้แก้ตัวใหม่” เขาขัดขึ้นอีกครั้ง พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนณิชาภาต้องถอยหลังหนี
“ชงให้ฉันตอนเจ็ดโมงเช้า ถ้าฉันตื่นมาแล้วไม่เห็นกาแฟวางอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอเตรียมตัวรับโทษได้เลย”
อนาวินเดินผ่านร่างบางไป ทิ้งให้ณิชาภายืนงงอยู่กับแก้วกาแฟที่เขายังดื่มไม่ถึงครึ่ง เขาแกล้งเธอ เธอรู้ดีว่าเขาหาเรื่องกลั่นแกล้งเพียงเพราะต้องการเห็นเธอหัวหมุนและอยู่ในโอวาท แต่ทำไมแววตาของเขาในบางจังหวะ ถึงได้ดูอ้างว้างและโหยหาเสียจนเธอใจสั่นแบบนี้
ตอนที่ 13 กำแพงน้ำแข็งภายในห้องประชุมส่วนตัว บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอย่างแผ่วเบา โต๊ะประชุมไม้โอ๊กยาวเหยียดตัวอยู่กลางห้อง รอบด้านรายล้อมด้วยกระจกใสที่มองเห็นทัศนียภาพตึกสูงตระหง่านภายนอก อนาวินก้าวเข้ามานั่งที่ตำแหน่งประธานฝั่งหัวโต๊ะ ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามทว่าแฝงกระแสรังสีความอำมหิตจนไม่มีใครกล้าสบตาโดยไม่จำเป็น นนทกรเดินตามเข้ามานั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ทุกขร้อน แววตาของเขายังคงทอดมองณิชาภาที่เดินตามเข้ามาเงียบๆ ในฐานะผู้บันทึกการประชุม ณิชาภานั่งลงที่เก้าอี้เยื้องจากอนาวินเล็กน้อย เธอเปิดแท็บเล็ตและเตรียมเอกสารสัญญาด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ กำแพงน้ำแข็งในใจช่วยให้เธอตัดความประหม่าและความเจ็บระบมตามร่างกายออกไปจนหมดสิ้น มีเพียงสายตาคมกริบของอนาวินที่คอยตวัดมองเธอสลับกับคู่แข่งอยู่เป็นระยะ ราวกับจะเตือนว่าเรื่องระหว่างเธอกับเขาจะถูกสะสางทันทีที่จบงานนี้ “ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็เริ่มคุยเรื่องเขตที่ดินทับซ้อนฝั่งตะวันออกกันเลยดีกว่า” อนาวินเปิดประเด็น น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าหนักแน่นดุดัน “ทางอัศวนนท์ได้ทำหนังส
ตอนที่ 13 กำแพงน้ำแข็ง“ณิชาภา!” อนาวินเรียกชื่อเต็มของเธอเสียงดังลั่นห้องทำงาน หญิงสาวหยุดก้าวเท้า หมุนตัวกลับมามองเขา แววตายังคงว่างเปล่า “คะ คุณวินน์ มีอะไรเพิ่มเติมไหมคะ” “กาแฟของฉันทำไมยังไม่ได้ วันนี้เธอทำหน้าที่บกพร่องนะ” เขาแกล้งหาเรื่อง ทั้งที่ปกติอคิราห์จะเป็นคนจัดการเรื่องนี้ หรือไม่เขาก็ไม่ได้สั่งเธอเลยตั้งแต่เช้า เขาแค่อยากหาเรื่องให้เธอพูดกับเขามากกว่าประโยครายงานสั้นๆ “ขออภัยด้วยค่ะ ดิฉันจะไปชงมาให้เดี๋ยวนี้ค่ะ” ณิชาพูดแค่นั้นแล้วเดินออกจากห้องไปทันทีอนาวินเอนหลังพิงเก้าอี้ ยกรวมมือขึ้นกุมขมับลากยาวลงมาถึงคาง สบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดใจความเย็นชาของเธอประท้วงเขาได้อย่างร้ายกาจที่สุด และความรู้สึกผิดที่ผสมปนเปกับความต้องการควบคุมมันกำลังทำให้เขาแทบบ้า ยิ่งเธอถอยห่าง สัญชาตญาณความอยากเอาชนะและความหึงหวงซ่อนเร้นในใจของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านราวกับกองเพลิงที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาอีกรอบเมื่อมีสิ่งกระตุ้น ช่วงบ่ายโมงครึ่ง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับยิ่งทวีความอึดอัดขึ้นเมื่อแขกผู้มาเยือนคนใหม่ก้าวเข้ามาในชั้นบริหารนนทกรทายาทธ
ตอนที่ 13 กำแพงน้ำแข็ง ความรู้สึกแรกที่ปลุกณิชาภาให้ตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่คือความเจ็บระบมที่แล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ทันทีที่ขยับตัว ความปวดร้าวตรงช่วงล่างและสะโพกก็ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาด้วยความทรมาน เปลือกตาบางขยับลืมขึ้นช้าๆ มองเห็นเพดานห้องนอนสีครีมอันคุ้นตา แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาริบหรี่ แต่หัวใจของเธอกลับมืดมนยิ่งกว่าคืนที่พายุเข้า ณิชาภาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้างอย่างยากลำบาก ผ้าห่มผืนหนาเลื่อนหลุดลงไปกองที่เอว เผยให้เห็นรอยช้ำเป็นจ้ำแดงสลับเขียวตามผิวเนื้อเนียนละเอียด ทั้งที่ลาดไหล่ หน้าอก และข้อมือทั้งสองข้างที่มีรอยนิ้วมือหนาบีบตรึงเอาไว้จนเนื้อแทบเขียวคราม ร่องรอยป่าเถื่อนเหล่านี้คือหลักฐานชิ้นโบแดงที่ย้ำเตือนถึงสิ่งที่อนาวินทำกับเธอเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา น้ำตาเม็ดโตสลัดร่วงลงบนหลังมือทีละหยด เธอจำได้ดีว่าในแฟลชไดรฟ์อันนั้น อนาวินอัดคลิปเสียงอธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเขากำลังพยายามทำทุกทางเพื่อปกป้องเธอและพ่อจากเงื้อมมือของอนันต์ พ่อแท้ๆ ของเขาเอง ลึกๆ เธอรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดไป แต่สัมผัสอันจา
ตอนที่ 12 รอยร้าวในไฟหึง“ขอบคุณค่ะคุณอาคิ” ณิชาภายิ้มบางๆ ให้ด้วยความซาบซึ้ง “ทำไมช่วงนี้ดูซูบไปละครับเนี่ย ไอ้วินน์มันใช้งานหนักเกินไปหรือเปล่า” อคิราห์พูดปนหัวเราะ ขณะที่ส่งปึกกระดาษคืนให้เธอ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเส้นผมบางส่วนของณิชาภาที่หลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้าหวานจนดูเกะกะ ด้วยความสนิทสนมและนิสัยขี้เล่น ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือไปปัดเส้นผมทัดหูให้เธออย่างแผ่วเบา “ดูแลตัวเองบ้างนะครับ เดี๋ยวไม่มีแรงรบกับท่านประธาน” จังหวะนั้นเอง ประตูลิฟต์ผู้บริหารเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงสง่าของอนาวินก้าวเท้าออกมา ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทกลับพลันแข็งท้างขึ้นมาทันทีเมื่อภาพตรงหน้าสาดเข้าสู่สายตา ภาพของอคิราห์ที่กำลังคุกเข่าอยู่ใกล้ชิดกับณิชาภา มือของเพื่อนสนิทที่กำลังลูบไล้ใบหน้าหวานของเธออย่างอ่อนโยน และรอยยิ้มของณิชาภาที่มอบให้ชายอื่นรอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมันมานานแสนนาน กรงเล็บแห่งความหึงหวงและคว้าบ้าคลั่งพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจของอนาวินในทันที สัญชาตญาณความเป็นเจ้าของที่รุนแรงทำให้เขาลืมสิ้นทุกแผนการที่วางไว้ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นด้วยความโกรธจัด “ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น!” เสียงทรงพลังค
ตอนที่ 12 รอยร้าวในไฟหึง ความเงียบงันภายในห้องนอนสีครีมดูจะหนักอึ้งกว่าค่ำคืนไหนๆ แม้เสียงพายุฝนด้านนอกคฤหาสน์จะเริ่มซาลงเหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบใบไม้ แต่เสียงสะท้อนจากไฟล์คลิปเสียงของอนาวินยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของณิชาภาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือบางยังคงกำแฟลชไดรฟ์สีเงินแนบกับอก สะอื้นไห้จนตัวโยนด้วยความรู้สึกผิดที่เคยเคลือบแคลงใจในตัวเขา เธอเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มช้าๆ ดึงสติที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา สิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ไม่ใช่การนั่งร้องไห้ แต่เป็นการเดินกลับไปหาเขา เดินกลับไปบอกให้เขารู้ว่าเธอเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขา ไม่ใช่ในฐานะลูกหนี้หรือหมากในเกมแค้น แต่ในฐานะผู้หญิงที่จะร่วมเผชิญหน้ากับพายุทุกลูกไปพร้อมกับเขา ณิชาภาก้าวเท้าออกจากห้องนอน ท่ามกลางความมืดของโถงทางเดินสลัว เดินตรงไปยังห้องทำงานใหญ่ที่เพิ่งผ่านสมรภูมิอารมณ์มาเมื่อครู่ ประตูห้องแง้มอยู่เล็กน้อย แสงไฟนีออนด้านในสาดส่องออกมาเป็นเส้นตรงยาวลงบนพื้นหินอ่อน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปเบาๆ อนาวินยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทว่าแผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงอย่างทรนงบ
ตอนที่ 11 กรงที่ไร้ซี่กรง (2)เขายังเก็บมันไว้ ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดของเขา หยดน้ำตาแห่งความลังเลร่วงเผาะลงบนกระจกกรอบรูป ณิชาภายืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง ความทรงจำแสนหวานในอดีตพุ่งเข้าโจมตีใจจนเธอแทบจะก้าวขาไม่ออก แต่เมื่อภาพของพ่อที่มีสายระโยงระยางและภาพของอนาวินที่สวมแหวนให้รินลดาลอยซ้อนทับเข้ามา เธอจึงจำต้องหลับตาแน่น กัดริมฝีปากจนห่อเลือดแล้วคว้าแฟลชไดรฟ์นั้นยัดใส่กระเป๋าเสื้อคลุมทันที “ณิชา” เสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังท่ามกลางความมืด พร้อมกับแสงไฟนีออนในห้องทำงานที่กลับมาสว่างวาบอีกครั้งเมื่อระบบไฟสำรองทำงาน ณิชาภาสะดุ้งสุดตัวพลางหันกลับไปมองด้วยความตกใจสุดขีดอนาวินยืนพิงกรอบประตูห้องทำงานอยู่ตรงนั้น เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด แววตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความโศกเศร้า และความอ่อนล้าอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ในมือของเขาไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยวจะเข้าไปทำร้ายเธอ... มีเพียงความเงียบงันที่กรีดลึกยิ่งกว่าสิ่งใด “คุณวินน์ คือฉัน” ณิชาภาเสียงสั่นเครือ พยายามเอาซ่อนมือไว้ข้างหล
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตณิชาภาลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอไม่ได้ตอบโต้ทำเพียงเก็บรวบรวมงานวางไว้บนโต๊ะเขาอย่างเรียบร้อย ก่อนจะขอตัวออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย แต่อยู่ๆ แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอทันทีชื่อ ‘ป้ามาลี
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตภายในห้องอาหารที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมไฟระย้าเหนือโต๊ะหินอ่อนช่วยขับเน้นให้บรรยากาศดูนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมละมุนของน้ำซุปต้มจืดเต้าหู้หมูสับคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นอายของบ้านที่อนาวินไม่ได้สัมผัสมานานนับแต่เขาย้ายออกมาอยู่เพ
ตอนที่6เสียงสะท้อนจากหัวใจ“ไอ้วินน์ นี่แกกล้าลำเลิกบุญคุณกับฉันเหรอ” คุณอนันต์ลุกขึ้นยืน ตัวสั่นด้วยความโกรธคุณหญิงนิศาผู้เป็นมารดา รีบเข้ามาห้ามทัพด้วยใบหน้าวิตกกังวล“วินน์ ยอมพ่อเขาเถอะนะลูก รินลดาเขาก็เพิ่งมาฟ้องแม่ว่าวินน์ปกป้องเด็กคนนั้นจนทำร้ายน้ำใจเขา วินน์แต่งงานกับรินลดาไปเรื่องก็จบนะ
ตอนที่6เสียงสะท้อนจากหัวใจบรรยากาศภายในรถตู้ลีมูซีนระหว่างทางกลับบ้านพักส่วนตัวเต็มไปด้วยความเงียบที่ชวนให้ใจสั่น ณิชาภาในชุดเดรสลูกไม้สีขาวสะอาดตานั่งตัวลีบติดประตูรถ เธอรู้สึกไม่คุ้นชินกับสัมผัสของเนื้อผ้าชั้นเลิศที่แนบไปกับผิวพรรณ ขณะที่อนาวินนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆ สายตาคมกริบของเขาแสร้งทำ







