로그인เนื้อเรื่องของ "เพลิน" เด็กสาวธรรมดาๆ จากวิทยาลัยสายอาชีพธรรมดาคนนึงที่เธอคิดว่าชีวิตคงไม่มีอะไรทำให้เธอพลิกผันไปได้มากกว่าการสอบแล้ว แต่แล้วจนกระทั่งเธอได้พบกับ "อาจารย์ทัช" อาจารย์ประจำวิชาภาษาอังกฤษคนใหม่ หน้าตาดีแต่มีนิสัยที่เข้มงวด จนเธอรู้สึกถึงกับไม่อยากเรียนกับเขาเอาซะเลย แต่แล้ว..ภาพถ่ายที่บังเอิญเปิดขึ้นกลางห้องสอบ ทำให้เธอได้เจอกับรอยยิ้มของเขาชัดๆ ครั้งแรก จากความรำคาญ กลายเป็นความใส่ใจ จากความไม่ชอบ กลายเป็นการมองหา จากแค่ "อาจารย์" กลายเป็น "ความรู้สึก" ที่ไม่อาจห้าม อายุที่ห่างกันถึง "สิบเอ็ดปี" สถานะระหว่าง "ครู" กับ "ศิษย์" ที่ไม่ควรเกินเลย แต่หัวใจไม่เคยถามกฏของโลก มันแค่เต้นแรงทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มนั้น ความรักที่ดูไม่อาจเป็นไปได้ เพลินกับอาจารย์ทัชจะสามารถรักกันได้หรือไม่ ความเหมาะสมหรือความรักเป็นคุณ...จะเลือกอะไร
더 보기(เปิดเพลง "ขอบคุณ" เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านนะจ้ะ)............ทัชนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมเดิม เขาไม่ได้ก้มดูมือถือเหมือนทุกวัน แต่เงยหน้าขึ้นมองเพลินที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ยามเธอก้มหน้าก็ยังดูตั้งใจเหมือนเดิม เขาหยิบแก้วเปล่าเดินไปวางตรงหน้าเธอ"วันนี้ทำพิเศษให้พี่หน่อยได้มั้ย"เพลินรับแก้วไปโดยไม่มองหน้า "เหมือนเดิมใช่มั้ยคะ"ทัชยิ้มขึ้นบางๆ"เหมือนเดิมค่ะ แต่วันนี้พี่ขอเพิ่มเติมอะไรบางอย่าง"เพลินเงยหน้ามองเขาอย่าง งงๆ ทัชกลืนนำลายลงคอเบาๆ แล้วพูด"พี่ขอพูดถึงเรื่องเมื่อสองปีก่อนได้มั้ย"เธอชะงักไปทันที มือที่จับแก้วแน่นขึ้น"มันผ่านไปแล้วค่ะ""ใช่ มันผ่านไปแล้ว...แต่พี่ไม่เคยผ่านมันไปได้จริงๆ เลยสักวัน"เพลินนิ่ง เธอไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธให้เขาหยุดพูด"วันนั้น...พี่ควรจะอยู่ พี่ควรจะฟัง ควรจะตอบอะไรเราสักอย่าง แต่พี่กลัว..""พี่กลัวว่าถ้ารับความรู้สึกนั้นมา แล้วมันจะทำให้เราลำบาก""พี่กลัวว่าความรู้สึกดีๆ ของเราต้องเสียไปเพราะความจริงที่พี่ไม่กล้ารับมันไว้"เพลินฟังเงียบๆ หายใจเข้าออกลึกๆ อย่างไม่อยากให้น้ำเสียงสั่น"แต่พอวันนั้นผ่านไป...พี่ถึงได้รู้ว่า ที่กลัวที่สุด ไ
(เปิดเพลง "อยากเริ่มต้นใหม่กับคนเดิม" จะช่วยเพิ่มอรรถรสให้การอ่านนะจ้ะ)...........สองปีผ่านไป หลังจากวันปัจฉิมวันนั้น ฉัน เพลินพิชชา ตอนนี้อายุ 23 ปีแล้ว เธอเลือกที่จะเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ ในมหาลัยแห่งหนึ่ง เสียงกระดิ่งร้านดังกริ๊งขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในร้าน"ยินดีต้อนรับค่า" "รับอะไรดีคะ" เธอเปล่งเสียงพูดในขณะที่กำลังจัดการหน้าเคาท์เตอร์ด้วยความเคยชิน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาอย่างเป็นมารยาทสายตาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกตลอดชีวิต เพราะเธอก็ได้ย้ายออกจากบ้านแม่เพื่อไปอยู่คนเดียวที่คอนโดแล้ว ทัช ปิยากร เพลินเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ความทรงจำที่พยายามเก็บกดไว้มานานเหมือนถูกกระชากกลับมาอีกรั้ง ทัชเองก็ดูชะงักชั่วขณะ ก่อนที่จะพยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ"เพลิน..." อีกฝ่ายก็ดูแปลกใจไม่ต่างกันที่เห็นเธออยู่ที่นี่ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง"รับอะไรดีคะ" เพลินถามขึ้นอีกครั้ง"เอ่อ...เอาคาปูชิโน่ร้อนแก้วนึงครับ" เขาว่าพลางส่งรอยยิ้มจางๆ มาให้เพลินพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะหันไปจัดการเครื่องดื่มโดยไม่เอื้อนเอ่ยอะไรเพิ่มเติม ทัชยืนเก้ออยู่ครู่หนึ่ง พ
สองปีผ่านไป หลังจากวันปัจฉิมวันนั้น ฉัน เพลินพิชชา ตอนนี้อายุ 23 ปีแล้ว เธอเลือกที่จะเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ ในมหาลัยแห่งหนึ่ง เสียงกระดิ่งร้านดังกริ๊งขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในร้าน"ยินดีต้อนรับค่า" "รับอะไรดีคะ" เธอเปล่งเสียงพูดในขณะที่กำลังจัดการหน้าเคาท์เตอร์ด้วยความเคยชิน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาอย่างเป็นมารยาทสายตาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกตลอดชีวิต เพราะเธอก็ได้ย้ายออกจากบ้านแม่เพื่อไปอยู่คนเดียวที่คอนโดแล้ว ทัช ปิยากร เพลินเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ ความทรงจำที่พยายามเก็บกดไว้มานานเหมือนถูกกระชากกลับมาอีกรั้ง ทัชเองก็ดูชะงักชั่วขณะ ก่อนที่จะพยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ"เพลิน..." อีกฝ่ายก็ดูแปลกใจไม่ต่างกันที่เห็นเธออยู่ที่นี่ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง"รับอะไรดีคะ" เพลินถามขึ้นอีกครั้ง"เอ่อ...เอาคาปูชิโน่ร้อนแก้วนึงครับ" เขาว่าพลางส่งรอยยิ้มจางๆ มาให้เพลินพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะหันไปจัดการเครื่องดื่มโดยไม่เอื้อนเอ่ยอะไรเพิ่มเติม ทัชยืนเก้ออยู่ครู่หนึ่ง พยายามหาจังหวะชวนคุย"ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอที่นี่..." เขาเอ่ยเบาๆ"..."เพลินยังคงเงียบ ราวกับไม่
วันปัจฉิมนิเทศมาถึงแล้ว...เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มของผู้คนรายล้อมอยู่ทั่วลานกิจกรรม เพลินยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ กำลังยืนเถียงกันขำๆ ว่าใครจะเป็นคนถือกล้องถ่ายรูปกันแน่แต่จู่ๆ เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยแต่ไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้นจากด้านหลังเธอ"เดี๋ยวอาจารย์ถ่ายให้"อาจารย์ทัชเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม เพลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"ไม่ต้อง ขอบคุณค่ะ"เธอกำลังจะหันหลังพาเพื่อนๆ ไปถ่ายตรงจุดอื่น แต่ทัชกลัคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ ก่อนจะดึงเธอออกมาจากกลุ่ม โดยที่เพลินก็พยายามที่จะขันขืนเพื่อนๆ ที่เห็นแบบนั้นก็กำลังจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกอาจารย์เมย์ห้ามไว้"ปล่อยให้เขาไปเคลียร์กันเถอะ เพลินอาจจะรู้สึกดีขึ้นก็ได้นะ"ล--ในมุมเงียบสงบใต้ต้นไม้ด้านหลังอาคาร เพลินขืนตัวออกจากมือเขาได้สำเร็จ"อาจารย์จะลากหนูมาทำไม""ไม่ต้องเรียกอาจารย์แล้ว เราไม่ได้อยู่ในรั้ววิทยาลัยเดียวกันแล้วนะ""งั้นคุณมีอะไรคะ""เรียกห่างเหินจังนะ.." ทัชยิ้มเจื่อนๆ มือยื่นออกราวกับจะจับเธอไว้อีกครั้ง แต่เพลินถอยหลังหลบก่อน"ไม่ต้องมาจับค่ะ หนูไม่อยากมีปัญหา""คือ เพลิน...พี่ขอโทษนะ""ขอโท
เสียงดนตรีที่ยังคงดังอยู่ไกลๆ ผู้คนก็บางตาลงแล้ว ไฟเวทีสาดสีส้มอมชมพูใส่พื้นที่ถนนที่เปียกชื้นด้วยรอยน้ำปุณ ที่เดินแยกออกมาจากกลุ่มแล้ว เขาเดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดลงที่ข้างร้านขายเสื้อสงกรานต์ ก้มหน้าดูโทรศัพท์ แล้วกดล็อคหน้าจออย่างหงุดหงิดเขาถอนหายใจยาว รู้ตัวดีว่าเมื่อกี้พูดแรงไปแต่ก็ไม่สามารถห
เสียงฝีเท้าเร่งรีบของทัชสะท้อนก้องในหัวของเขา ขณะที่เดินฝ่าสายฝนบางๆ มาตามทางเท้าที่คุ้นเคยเมื่อมองไปยังป้ายรถเมล์ เขาเห็นเธอ...เพลินเพลินยืนอยู่ไกลๆ ใต้แสงไฟสลัวที่ทอดเงาบนพื้นถนนเขาชะงักอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าขยับเข้าไปหาเธอ กลัวว่าเธอจะวิ่งหนีไปอีก เขาได้แต่มองเธอเงียบๆ จากระยะที่ห่างพอที่จะปลอดภ
ห้องพักอาจารย์ที่เงียบเชียบ มีเพียงเสียงลมแอร์เท่านั้นต้นเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ"อาจารย์ครับ...ผมเอางานแก้มาส่ง"เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะเบาๆ พร้อมกับมองไปที่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าทัชพยักหน้า พลิกดูงานอย่างเงียบๆ ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงต้นพูดขึ้นอีกครั้ง"ผมรู้เรื่องของอาจารย์กับเพ
"แม่สวัสดีครับ" เสียงของ ทัช ปิยากร เอ่ยขึ้น พร้อมยกมือไหว้แม่ที่ยืนอยู่หน้าบ้าน"สวัสดีค่ะ" เพลินกล่าวทักพร้อมยกมือไหว้ด้วยรอยยิ้มเช่นเคย แล้วจึงเดินออกไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้อาจารย์ทัชยืนมองเธอจนลับสายตาไป"ป๊าดๆ" เสียงแม่ปุ๋ย แม่ของเขาเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ ดึงความสนใจของทัชให้หันกลับมา"ปีนี้ลูกชายแ