Share

CHAPTER 11

last update publish date: 2026-06-02 19:26:44

บริษัทแอคซิสไพรม์ เรียลเอสเตท จำกัด

ตึกสูงทันสมัยใจกลางย่านธุรกิจ ถูกประดับด้วยแผ่นกระจกสะท้อนเงาแสงแดดยามสาย พนักงานในชุดยูนิฟอร์มเรียบร้อยเดินสวนกันขวักไขว่บริเวณล็อบบี้ด้านหน้า ทว่าเมื่อเสียงส้นสูงคู่หรูของปภาวีดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นคง ทุกสายตาก็อดเหลียวมองตามไม่ได้

เธอก้าวเดินผ่านไปโดยไม่เอ่ยทักทายใครสักคน ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบสนิท ทว่าแววตาคู่นั้นกลับแข็งกร้าวและวาววับด้วยความไม่พอใจที่ยังคั่งค้างอยู่ในอก

ภายใต้ท่วงท่าที่ดูสงบนิ่งในสายตาคนอื่น คืออารมณ์กรุ่นเดือดที่ยังไม่จางหลังจากบทสนทนากับมารดาเมื่อเช้า และภาพที่ไม่อยากเห็นซ้ำ ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย

จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเอง…

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ปภาวีก็ถอนหายใจเบา ๆ พร้อมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ปล่อยหลังพิงพนักอย่างหมดแรง

เธอพยายามรวบรวมสมาธิ ตั้งใจจะเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า แต่จิตใจกลับล่องลอยไปไกลกว่านั้น

ภาพชนากานต์ยิ้มให้แทนคุณยังตามหลอกหลอน แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่สำคัญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหน่วงในอก ยิ่งนึกถึงคำว่า “พี่แทนคุณ” ที่หญิงสาวเรียกอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม…เธอก็ยิ่งหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ชอบเวลาชนากานต์อยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น ดูสบายใจเวลาอยู่กับคนอื่น

ซึ่งสิ่งเหล่านั้น…เธอไม่เคยเป็นคนได้รับมันเลยสักครั้ง

ก็อก ๆ

“ขออนุญาติค่ะบอส”กุลธิดาเลขาสาวเข้ามาทักทายพร้อมกับถ้วยกาแฟดำหอมกรุ่นในมือ

“กาแฟที่บอสชอบค่ะ”ปภาวีรับกาแฟมาโดยไม่มองหน้า พลางพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงรับรู้

“นี่คือตารางงานทั้งหมดที่รอบอสเซ็นอนุมัติค่ะ ส่วนช่วงบ่ายมีประชุมสำคัญกับคุณธนัช ประธานบริษัทสิงศิลา แล้วก็...”

“แคนเซิลให้หมด วันนี้ฉันติดธุระ”

“ตะ...แต่ว่า.. ”

“ตามที่ฉันบอกเลยกุลธิดา แล้วก็ออกไปได้แล้ว”

“ค่ะ ๆ”กุลธิดารีบก้มหัวรับคำ ก่อนจะถอยหลังออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

ปภาวีทอดสายตามองแฟ้มตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วสลัดเรื่องในหัวทิ้ง ตั้งใจจะเคลียร์งานให้เสร็จ ทว่า...เพียงปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ

ก็อก ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวขมวดคิ้วทันทีโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

“อะไรอีกกุลธิดา!”

“จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอคะ ที่รัก”

ปลายเสียงเย้าแหย่คุ้นหู ทำให้ปลายปากกาชะงักกลางอากาศ ใบหน้าเรียบนิ่งของหญิงสาวเงยขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพบกับร่างของหญิงสาวรูปร่างดีในชุดเดรสเข้ารูปยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบาย ๆ

“อลิซ”

“ใช่ค่ะ อลิซเอง”

“เธอมาที่นี่ทำไม!”ปภาวีลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเรียบนิ่งเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ความไม่พอใจฉายชัดอย่างปิดไม่มิด

“อลิซมาหาแฟนตัวเอง ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยนี่คะ”

“ใครเป็นแฟนเธอ พูดจาอะไรระวังปากบ้างนะ”

“ภัคยกโทษให้อลิซได้ไหมคะ อลิซผิดไปแล้วจริง ๆ แล้วตอนนี้อลิซก็รู้แล้วว่าคนที่อลิซรักมาโดยตลอดก็คือภัค”

“เหอะ!...รักงั้นเหรอ คนรักกันที่ไหนเขาจะทิ้งกันเพื่อไปแต่งงานกับคนที่รวยกว่า เธอมันเป็นผู้หญิงหน้าเงิน เธอคิดว่าฉันโง่มากหรือไงห๊ะ!”เสียงหัวเราะเย็นชาหลุดออกมาจากริมฝีปากของปภาวี ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่ายจนอลิซต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ

แววตาของปภาวีวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ ความเจ็บช้ำที่ฝังลึกถาโถมกลับมาทุกถ้อยคำที่อีกฝ่ายเอ่ย มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่คือบาดแผลสดที่ยังไม่หายดี

ครั้งหนึ่ง อลิซเคยเป็นคนที่เธอรัก และเธอก็เชื่อว่าอีกฝ่ายรักเธอเช่นเดียวกัน เธอเคยทุ่มเทให้หล่อนหมดทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรที่อีกฝ่ายต้องการ เธอไม่เคยลังเลจะหามาให้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม รถหรูหลายสิบล้าน หรือแม้แต่คอนโดหรูกลางเมือง

ความสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เพียงความหลงใหลชั่วคราว เธอจริงจังกับมัน ถึงขั้นวางแผนอนาคตไว้เป็นขั้นเป็นตอน

แต่สุดท้าย...อลิซกลับหักหลังเธอ ด้วยคำพูดง่าย ๆ เพียงไม่กี่คำว่า "หล่อนกำลังจะแต่งงาน" มันอาจจะไม่เจ็บสักเท่าไหร่...หากเจ้าบ่าวคนนั้นคือเธอ

แต่เปล่าเลย เพราะชื่อที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมากลับเป็น ณดล อิสระกานนท์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง คู่แข่งคนสำคัญของบริษัทเธอเอง

ปภาวีกัดฟันแน่น ร่างที่ยืดตรงแทบสะบัดความทรงจำทิ้งอย่างไม่ไว้หน้า ก่อนจะจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว เย็นเยียบ ไม่เหลือเยื่อใยให้กับผู้หญิงที่เธอเคยเรียกว่า ‘คนรัก’ อีกต่อไป

“มะ...ไม่จริงนะคะภัค ที่ผ่านมาอลิซรักภัคจริง ๆ คุณดลฝืนใจอลิซ อลิซเลยต้องยอมแต่งงานเพราะไม่อยากให้ลูกไม่มีพ่อ แต่ว่าตอนนี้อลิซหย่ากับคุณดลแล้ว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะคะภัค”

“แต่งงานเพราะอยากให้ลูกมีพ่อ ตอแหล! เธอคิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอหรือไง! อ้อ!แล้วที่แจ้นมาหาฉันได้ก็เพราะว่าไอ้ณดลผัวเธอ มันก็คงจะหมดตัวแล้วใช่ไหมล่ะ”

“เอ่อ...คือ”

อลิซเบือนหน้าหนีเล็กน้อย เมื่อต้องเผชิญกับสายตาคมกริบราวกับใบมีดที่แทบเฉือนเธอออกเป็นชิ้น ๆ ความเย็นเยียบจากแววตาของปภาวีราวกับตู้แช่แข็งที่แช่แข็งทุกคำพูดของเธอไว้จนขยับไม่ออก

“กลับไปเถอะอลิซ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว”

“แต่ว่าอลิซ...”

“ถ้าเธอยังอยากมีเงินใช้...อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดี ๆ ก็อย่าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีก...เพราะไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่เธอเคยได้ฉันจะเอาคืนให้หมด รวมถึงเรื่องที่พ่อของเธอขอเอาไว้ด้วยเหมือนกัน”

“กะ...ก็ได้ค่ะ...อลิซไปก็ได้”

“ดี รีบไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน ไป!!”

อลิซเม้มปากแน่น ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังไกลออกไป จนในที่สุด...ความเงียบก็กลับเข้าปกคลุมอีกครั้ง

ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้อง ดวงตาคมจ้องมองไปยังประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยอารมณ์ที่พยายามสกัดกั้น แล้วอีกไม่กี่วินาทีถัดมา เธอจึงหมุนตัวกลับอย่างช้า ๆ และเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง มือข้างหนึ่งยกขึ้นบีบสันจมูกเบา ๆ เพื่อคลายความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งศีรษะ

เธอหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง พยายามสลัดความวุ่นวายออกจากหัว แต่ในความเงียบนั้นเอง ก็เสียงหนึ่งลอยเข้ามาในห้วงคิด...

“ถ้าวันที่พ่อไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว พ่ออยากจะฝากภัค...ให้ช่วยดูแลอลิซแทนพ่อทีนะลูก”

นั่นคือคำขอสุดท้ายของคุณอรรถกร ธเนศร์ปุญชัยบิดาของอลิซ อดีตคนรักของเธอ แม้เธอจะอยากปฏิเสธสักแค่ไหน แต่ใจก็ไม่แข็งพอจะทำแบบนั้นกับคนที่เคยมีพระคุณ

เพราะหากวันนั้นไม่มีมือของคุณอรรถกรยื่นเข้ามาช่วย ในวันที่เธอล้มลุกคลุกคลาน สร้างบริษัทขึ้นมาใหม่ ๆ วันนี้ชื่อของ “แอคซิส ไพรม์” ก็คงไม่มีอยู่

และสุดท้าย...เธอก็เลือกทำตามคำขอนั้นโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะผูกพัน แต่เพราะคำว่า ‘หนี้บุญคุณ’

...และนั่นคือเหตุผลเดียวที่เธอยังช่วยอลิซอยู่จนถึงตอนนี้

เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเงียบงัน ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงาน จนกระทั่งเข็มสั้นของนาฬิกาเคลื่อนมาจรดที่เลขสิบสองพอดิบพอดี แสงแดดตอนเที่ยงสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง กระทบกับขอบโต๊ะกระจกจนสะท้อนเป็นประกายแผ่วจางที่สะท้อนอยู่ในดวงตาเรียบนิ่งของหญิงสาว

ปภาวีละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า เหลือบมองนาฬิกาเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเที่ยงนี้เธอมีนัดสำคัญกับภาสกรเพื่อนชายคนสนิท

เพียงนึกได้ดังนั้นเธอจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างเนือยล้า มือเรียวพับปิดแฟ้มเอกสารทั้งหมดให้เข้าที่ มือเรียวยกขึ้นเสยผมลวก ๆ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องทำงานแห่งนี้ไป

@ร้านอาหารชื่อดัง

ร้านอาหารอิตาเลียนกึ่งร่วมสมัยใจกลางเมือง รายล้อมด้วยกระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติ เสียงดนตรีคลอเบา ๆ เติมเต็มบรรยากาศช่วงเที่ยงวันให้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป

ปภาวีมาถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย เธอเลือกนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง โต๊ะมุมประจำที่ภาสกรมักจองไว้เสมอ และในขณะที่พนักงานสาวเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำเปล่าแก้วแรก เสียงรองเท้าหนังคู่คุ้นก็ดังขึ้นเป็นจังหวะใกล้เข้ามา

ไม่นาน...ภาสกรในชุดสูทเรียบหรูชุดเดิมเมื่อเช้านี้ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มตามแบบฉบับของผู้ชายคารมดี

“ขอโทษที่ทำให้รอนะครับคุณปภาวี”ภาสกรเอ่ยเย้าแหย่พลางทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกันอย่างเป็นกันเอง

“อืม แล้วเรื่องสำคัญที่ว่าจะคุยอ่ะ เรื่องอะไร”หญิงสาวถามเสียงเรียบ มือยกแก้วน้ำจิบช้า ๆ ระหว่างรอคำตอบ

“ขอบคุณครับ”เขาหันไปกล่าวขอบคุณกับพนักงานที่เพิ่งวางแก้วน้ำลง ก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนสาวตรงหน้าอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวล

“เรื่องของพ่อแกนั่นแหละ พอดีฉันได้หลักฐานมาเพิ่มชิ้นนึง อ่ะ! แกลองดูนี่”

ภาสกรพูดพลางหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าด้านในสูท บัตรพนักงานเก่า ๆ ที่ดูผ่าน ๆ ก็รู้ว่าถูกเก็บมานานหลายสิบปี

บัตรโลหะทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีหม่นซีดเต็มไปด้วยสนิมเกาะกรังตามขอบ ข้อความที่เคยถูกสลักไว้อย่างชัดเจน ตอนนี้เลือนลางจนแทบมองไม่ออกว่ามีตัวอักษรอะไรบ้าง

ปภาวีรับมาอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าแรงสัมผัสเพียงน้อยนิดอาจทำให้สิ่งของชิ้นนี้มันพังลงไปได้ สายตาคมกวาดมองผ่านคราบสนิมและรอยขีดข่วน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสะกิดสะเก็ดสนิมบริเวณกลางบัตรออกอย่างระมัดระวัง

เมื่อสนิมบางส่วนหลุดร่อน ตัวอักษรเลือนรางบางตัวจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละนิด...

ใบหน้าคมขมวดคิ้วเล็กน้อย เอียงบัตรในมือให้แสงส่องกระทบในองศาที่พอเหมาะ ก่อนจะพูดขึ้นโดยไม่ละสายตาจากตัวอักษรนั้น

“...ฐิติปกรณ์”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักคนละตอน   CHAPTER 12

    อีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย พยายามเพ่งตาม ก่อนเอ่ยขึ้นเพื่อยืนยันในสิ่งที่เห็นตรงกัน“ใช่ ฉันก็อ่านได้ว่า ฐิติปกรณ์”“แกได้มาจากไหน?”“ลุงคนเดิมนั่นแหละ แกว่าเก็บมาจากที่เดียวกันกับสร้อยจี้ที่ฉันบอกไปตอนแรก”เมื่อได้รับคำตอบเธอจึงพลิกบัตรอีกครั้ง ช้า ๆ พิจารณารอยขีดข่วนตามขอบ คิ้วข้างหนึ่งยกขึ้นเล็กน้อยขณะเอ่ยถึงจี้เส้นนั้น“แล้วตอนนี้สร้อยเส้นนั้นอยู่ที่ไหน แกเอามาด้วยหรือเปล่า”“เปล่าอ่ะ ไม่ได้เอามา พอดีว่าฉันเอาไปให้พ่อดูแล้วลืมหยิบมาด้วยอะดิ”“อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวไว้ค่อยดูก็ได้ ส่วนบัตรนี่มันพอจะมีวิธีไหนที่ทำให้เห็นข้อความทั้งหมดไหม” “จะว่ามีมันก็มีนั่นแหละ ฉันว่าจะลองเอาไปให้เพื่อนฉันที่เป็นช่างโลหะช่วยทำความสะอาด เผื่อบางทีเราอาจจะมองเห็นข้อความบนนั้นทั้งหมด”ภาสกรพูดพลางยื่นมือออกไปรับบัตรนั้นคืนมา นิ้วมือประคองขอบไว้ด้วยท่าทีระมัดระวัง เขาก้มหน้าลงมองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะตรงหน้าด้วยน้ำหนักเบามือ“ดีเหมือนกัน ถ้างั้นฉันฝากด้วยนะ”“ด้วยความยินดี แล้วนี่เป็นอะไรอ่ะ หน้าตาดูไม่สบอารมณ์เลย”ภาสกรเลิกคิ้วขณะพูด เสียงฟังดูเหมือนแซว แต่ทว่าแววตากลับจริงจังขึ้นนิดหน่อย

  • รักคนละตอน   CHAPTER 11

    บริษัทแอคซิสไพรม์ เรียลเอสเตท จำกัด ตึกสูงทันสมัยใจกลางย่านธุรกิจ ถูกประดับด้วยแผ่นกระจกสะท้อนเงาแสงแดดยามสาย พนักงานในชุดยูนิฟอร์มเรียบร้อยเดินสวนกันขวักไขว่บริเวณล็อบบี้ด้านหน้า ทว่าเมื่อเสียงส้นสูงคู่หรูของปภาวีดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นคง ทุกสายตาก็อดเหลียวมองตามไม่ได้ เธอก้าวเดินผ่านไปโดยไม่เอ่ยทักทายใครสักคน ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบสนิท ทว่าแววตาคู่นั้นกลับแข็งกร้าวและวาววับด้วยความไม่พอใจที่ยังคั่งค้างอยู่ในอก ภายใต้ท่วงท่าที่ดูสงบนิ่งในสายตาคนอื่น คืออารมณ์กรุ่นเดือดที่ยังไม่จางหลังจากบทสนทนากับมารดาเมื่อเช้า และภาพที่ไม่อยากเห็นซ้ำ ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเอง… เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ปภาวีก็ถอนหายใจเบา ๆ พร้อมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ปล่อยหลังพิงพนักอย่างหมดแรง เธอพยายามรวบรวมสมาธิ ตั้งใจจะเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า แต่จิตใจกลับล่องลอยไปไกลกว่านั้น ภาพชนากานต์ยิ้มให้แทนคุณยังตามหลอกหลอน แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่สำคัญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหน่วงในอก ยิ่งนึกถึงคำว่า “พี

  • รักคนละตอน   CHAPTER 10

    นับจากวันนั้น ก็ผ่านมาราวกว่าสองสัปดาห์บรรยากาศในบ้านหลังเดิมยังคงเงียบสงบ หากไม่นับความรู้สึกอึดอัดบางอย่างที่ยังคงคลุ้งอยู่ในอากาศหลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ชนากานต์พยายามทำตัวให้ยุ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และโชคดีที่ช่วงเวลานั้นตรงกับการเปิดเทอมพอดี เธอจึงเลือกที่จะออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และเร็วกว่าปกติ ด้วยเหตุผลเดียวคือไม่ต้องการเจอหน้าผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีก“อ้าวหนูพรีน วันนี้มีเรียนแต่เช้าเลยเหรอลูก”คุณหญิงรุจิราเอ่ยทักทันที่เห็นชนากานต์ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยเดินผ่านมา“เปล่าค่ะคุณหญิง วันนี้พรีนไม่มีเรียนตอนเช้า...แต่ที่คณะมีกิจกรรมรับน้องใหม่ พรีนเลยไม่อยากไปสายค่ะ”คุณหญิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนถามต่อ...“แล้วนี่จะไปยังไงล่ะ ให้ลุงชัยไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรคุณหญิง เดี๋ยวพรีนนั่งรถโดยสารไปดีกว่าค่ะ”“ไปกับพี่ก็ได้นะครับน้องพรีน พี่ผ่านทางมหาลัยพอดี”ไม่ทันที่คุณหญิงจะตอบกลับ เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี“พี่แทนคุณ / อ้าว แทนคุณ!”เสียงของชนากานต์กับคุณหญิงรุจิราดังขึ้นพร้อมกันด้วยควา

  • รักคนละตอน   CHAPTER 9

    มื้อเย็นถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะยาวไม้สัก อาหารหลากหลายชนิดถูกจัดจานอย่างสวยงาม กลิ่นหอมลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องโถงใหญ่ แสงไฟสีอุ่นสาดส่องลงมาจากโคมระย้าเหนือหัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมบางอย่างคุณหญิงรุจิรานั่งเป็นประมุข ณ หัวโต๊ะ ฝั่งซ้ายของเธอคือ แทนคุณ ชายหนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะในค่ำคืนนี้ขณะที่บรรยากาศดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังขึ้นจากบันได ปภาวีเดินลงมาด้วยท่าทีสงบ แต่ทันทีที่สายตาของเธอสบกับใบหน้าของแทนคุณ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่นั่งบนโต๊ะร่วมกับมารดา สีหน้าของนางพญาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่“อ้าวภัค มาทานข้าวด้วยกันสิ”คุณหญิงหันไปเรียกลูกสาวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าไม่สบอารมณ์ชัดเจน เธอเดินตรงไปนั่งที่ฝั่งขวาของมารดาอย่างเงียบเชียบโดยไม่ได้ตอบโต้ใด “สวัสดีครับพี่ภัค ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”ณิชคุณหันมายิ้มพร้อมเอ่ยทักทายให้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ทว่ารอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าของเขา ช่างตัดกับสายตาเย็นชาของปภาวี

  • รักคนละตอน   CHAPTER 8

    รถยนต์หรูแล่นฝ่าการจราจรอันหนาแน่นของตัวเมืองเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมง ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กบานใหญ่เข้าสู่บริเวณคฤหาสน์ธาดาวรโชติ แสงแดดยามเย็นสีส้มทองส่องลอดผ่านแนวต้นไทรสูงตระหง่าน ทอดเงายาวพาดผ่านสนามหญ้าเขียวขจีที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตคุณหญิงรุจิราเป็นคนแรกที่เปิดประตูรถลงมา ก่อนจะหันกลับไปยังหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้รถติดนานเลย เหนื่อยกันทั้งวันแล้ว หนูพรีนขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนก่อนก็ได้ลูก ช่วงเย็นค่อยลงมาทานข้าวพร้อมกันนะ”ชนากานต์ยิ้มบาง ๆ อย่างรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ก่อนพยักหน้ารับเบา ๆ“ขอบคุณค่ะคุณหญิง”เธอก้าวลงจากรถอย่างเรียบร้อย พยายามไม่หันไปมองอีกคนที่ยังนั่งเงียบเชียบอยู่ข้างกัน และในจังหวะที่กำลังจะก้าวขาออกไป เสียงถอนหายใจลากยาวก็ดังขึ้น...ปภาวีก้าวลงตาม สีหน้าบูดบึ้ง มือหนึ่งตวัดกระเป๋าหรูสีน้ำตาลขึ้นบ่า นัยน์ตาคมเหลือบมองใบหน้าชนากานต์เพียงครู่ ก่อนจะเชิดหน้าเดินเข้าบ้านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำคุณหญิงรุจิราหันกลับมามองชนากานต์ที่ยังยืนเก้ออยู่ตรงข้างรถ ดวงตานุ่มละมุนเปี่ยมความเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ

  • รักคนละตอน   CHAPTER 7

    หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง เสียงเปียโนบรรเลงคลอเบา ๆ ลอยแว่วมาจากลำโพงเหนือศีรษะ แสงไฟสีอุ่นสะท้อนพื้นกระเบื้องมันวาวตลอดโถงทางเดินห้างอันหรูหรา กลิ่นหอมของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ลอยแตะจมูกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปด้านใน ชนากานต์ก้าวเดินเคียงข้างคุณหญิงรุจิราอย่างเงียบ ๆ สองมืพลางลูบต้นแขนของตัวเองบริเวณที่ยังมีรอยจางของแรงบีบเมื่อชั่วโมงก่อนอย่างประหม่า แม้จะพยายามฝืนยิ้มตอบคำพูดของคุณหญิงผู้มีเมตตา แต่แววตาของเธอกลับหลบเลี่ยงไม่กล้าสบใครตรง ๆ ในตอนนี้ “อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมลูก หรือว่าอยากได้อะไรไหม ฉันซื้อให้ได้นะ”เสียงของคุณหญิงรุจิราเอ่ยเบา ๆ แฝงความอ่อนโยน ปลายนิ้วแตะลงบนหลังมือของชนากานต์ราวกับจะปลอบใจ ชนากานต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่สุภาพ “ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง พรีนแค่เดินเฉย ๆ ก็พอแล้วค่ะ” คุณหญิงมองเสี้ยวหน้าหวานที่ดูซีดเซียวไปถนัดตา หัวใจก็พลันปวดหนึบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ก่อนจะเอื้อมโอบไหล่หญิงสาวเบา ๆ แล้วดึงร่างนั้นให้เบียดแนบชิดมากขึ้นขณะเดินผ่านหน้าร้านเครื่องสำอางแบรนด์หรู “บางทีฉันก็สงสัยว่าทำไมเด็กดี ๆ แบบหนูพรีน ถึงได

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status