Se connecter“สืบ นี่มันโรงแรมระดับไฮเอนด์ ห้าดาวนะครับจะมีกล้องแอบถ่ายที่ไหน” เมื่อเห็นว่าสืบสานปิดไฟทั้งห้องและใช้หลังกล้องโทรศัพท์เดินสำรวจนั่นนี่มากมาย กว่าจะได้พักก็ปาไปครึ่งชั่วโมง ทศวรรษได้แต่นั่งกลอกตารออย่างใจเย็น รอจนกว่าสืบสานจะสำรวจทุกซอกทุกมุมของห้องในโรงแรมจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีกล้องซ่อนไว้
เขาเดินไปโอบกอดเอาหน้าซุกถูไถกับแผ่นหลังกำยำนั้นที่เห็นได้ชัดว่ากำลังตึงเครียด
“สืบ เป็นอะไรไป ทุกครั้งที่มานอนแปลกที่คุณมักจะมีอาการแบบนี้ทุกที” ทศวรรษที่เอาหน้าซุกไว้กับแผ่นหลังนั้นไม่เห็นใบหน้าที่ขาวซีดของคนในกระจก
จะเรียกว่าเป็นปมในใจได้ไหมนะ บางเรื่องมันก็ยากที่จะพูดให้ใครได้ฟัง สืบสานแม้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย ไม่ต้องกังวลกับปัจจัยสี่ทั้งหลาย แต่เขากล้าพูดได้เต็มปากว่า
‘เงินทำให้เขาสุขสบาย แต่ไม่ได้ทำให้เขาสุขใจ’
จากมุมของคนนอกอาจจะพูดว่างั้นเอาเงินในบัญชีทั้งหมดของคุณมาให้ผมสิ ผมจะทำให้คุณเห็นว่าเงินนั้นซื้อความสุขได้มากขนาดไหน นั่นเพราะพวกเขาไม่ได้ประสบกับชะตากรรมที่พี่น้องแย่งชิง วางแผนฆ่ากันเพื่อฮุบสมบัติจนต้องคอยระแวงเรื่องอาหารการกิน พี่น้องที่คลานตามกันมาพอแต่งงานมีคู่สมรสกับแตกแยกกับพี่น้องร่วมสายเลือดเกิดศึกนองเลือดเพียงเพราะไม่พอใจในระบบกงสี ต่างฝ่ายต่างหาวิธีการและแผนการสกปรกเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน และหลาย ๆ อย่างในหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ของไทยเองก็เคยมีการพาดหัวข่าวพี่น้องฆ่าล้างตระกูลเพื่อชิงสมบัติ เศรษฐินีถูกฆ่านั่งเผายางในป่า หลายคนอิจฉาลูกหลานคนรวย แต่ลูกหลานคนรวยก็อิจฉาครอบครัวธรรมดาที่พี่น้องปรองดอง มีอะไรปรึกษาถามไถ่ช่วยเหลือกัน ครอบครัวเป็นครอบครัวเดียวกัน ผูกพันรักใคร่จริงใจ ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ สืบสานไม่พูดอะไรได้แต่เพียงกอดตอบอ้อมแขนนั้นเบา ๆ
“คุณพักผ่อนเถอะ ผมคงคิดมากไป”
“ไม่หรอก ตรวจไว้ย่อมดีกว่า ผมก็ไม่อยากจะเป็นดาราหนังโป๊ให้ใครดูฟรี ๆ หรอก” สืบสานหันมากอดตอบ กอดรัดแมวเหมียวที่กำลังคลอเคลียเจ้าของเมื่อเห็นว่าเจ้าของกำลังหงุดหงิดและมีเรื่องกวนใจ ทศวรรษถูไถกับหน้าอกแกร่งของสืบสานภายใต้ร่มผ้าซ่อนหน้าอกและหน้าท้องเป็นลอนกำยำเอาไว้ สองมือจากโอบกอดเปลี่ยนเป็นปัดป่ายไปทั่วหน้าอกกว้าง
“ไหนบอกว่าไม่อยากเป็นดาราหนังโป๊ไง” สืบสานหลุบตามองคนตัวขาวที่เอาคางเกยไว้บนหน้าอกเขาด้วยสีหน้ายั่วยวน แถมยังพรมจูบกลางหน้าอกเขาหลาย ๆ ครั้งด้วย
“แค่หอม ไม่ได้บอกว่าจะให้กินนี่ครับ”
“แกล้งยั่วตาใสนี่เรา”
“แล้วได้ผลไหมล่ะครับ” สองมือใหญ่บีบเคล้นแก้มก้นกลมอย่างมันมือ ความเครียดที่มีอยู่ก่อนหน้าก็ค่อยละลายหายไปกับอากาศ บางทีเขาอาจจะวิตกและกังวลมากเกินไป สืบสานเดินออกมาจากวังวนของบ้านหลังนั้นแล้ว แล้วคนตรงหน้าก็เป็นแพลำใหญ่ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในตอนที่กำลังจะจมน้ำอยู่ท่ามกลางทะเลคลั่ง หากใครพบเจอกับตัวเองก็ต้องสติแตกกันทั้งนั้น บ้านหลังใหญ่กลับกลายเป็นสวนสัตว์ เหมือนไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันเลย สุดท้ายกลับยัดเยียด “ความหวังดี” แทนคำขอโทษ เขารับไม่ได้ และไม่มีวันยอมรับได้อย่างเด็ดขาด!
แล้วจะไม่ให้สืบสานรักคนตรงหน้าหมดใจได้ยังไง คิ้วมุ่นที่ขดเข้าหากันอีกฝ่ายก็ยืดตัว เหยียบอยู่บนหลังเท้าเขา สุดท้ายมือเล็ก ๆ นั้นก็โน้มใบหน้าของเขาให้ก้มมาหาตัวจุมพิตที่หัวคิ้วมุ่นนั้น
“เพี้ยง หาย” ตลอดเวลาทศวรรษเองก็รู้ว่าสืบสานมีเรื่องในใจแต่เขาไม่เคยเอ่ยถาม เพราะเขามีวิธีการระบายของเสียภายในจิตใจของสืบสานโดยเฉพาะ
“ถ้าพรุ่งนี้ลุกไม่ขึ้นอย่าโทษพี่ละกัน”
“ก็เอาสิ ใครกันแน่ที่จะลุกไม่ขึ้นน่ะ” นัยน์ตาสบประสานไม่มีใครยอมใคร และสืบสานก็ไม่มีวันให้ใครหน้าไหนได้เห็นร่างกายที่ขาวเนียนนี้เป็นแน่
และคืนนั้นก็เป็นคืนที่ทศวรรษถูกผีผ้าห่มอำตลอดทั้งคืน
พอย้อนนึกไปถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของสืบสาน มือที่กำโทรศัพท์ก็กำแน่นมากกว่าเดิม สองมือเย็นเฉียบ และไม่แปลกใจเลยที่สืบสานจะหันหลังให้กับบ้านคุณาปกร การติดกล้องในห้องลูกในขณะที่โตแล้วเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัว พ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิดแต่ไม่ใช่เป็นเจ้าของชีวิต อีกอย่างหากสืบสานเป็นเพียงเด็กแรกเกิดก็พอทำเนา เด็กวัยรุ่นต้องการเวลาเป็นส่วนตัว แถมยังติดตรงเตียงนอน คนบ้านนี้คิดอะไรกันแน่ ไม่แน่ว่าองศาของกล้องอาจจะถ่ายไปถึงตรงโซฟา ที่คุณหญิงหายเงียบไปไม่หาเรื่องเขาอาจเป็นเพราะเห็นความเป็นไปภายในห้องลูกชายหมดก็เป็นได้ เขาไม่ได้นอนร่วมเตียงเดียวกับสืบสาน ไม่รู้ว่ากล้องเองจะได้ยินเสียงสนทนาด้วยหรือเปล่า
นี่ขนาดห้องลูกชาย แล้วห้องลูกสาวล่ะ? ทศวรรษหันหลังมามองสืบสานที่นอนหลับตาพริ้ม ทศวรรษปรับสายตาให้เข้ากับความมืดก่อนจะรีบเดินไปในห้องกดส่งข้อความไปหาสานฝันทันที
“ฝัน นอนหรือยัง” รอไม่กี่อึดใจอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา
“ยังค่า มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ทศ”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







