LOGIN“มายืนทำเอ็มวีอะไรตรงนี้คะอีทศ” เสียงแจ๋น ๆ ของมะเดี่ยวดังมาก่อนตัว ทศวรรษที่กำลังสูดกลิ่นอายบริสุทธิ์ของผืนดิน กอข้าวตรงหน้าหันมามองอีกสามคนด้วยหัวคิ้วที่มุ่นเข้าหากัน สีหน้าอิหลักอิเหลื่ออย่างชัดเจน ใครบ้างไม่เหลียวมองจนสุดสายตา
“พวกมึงจะไปไหนกัน” ก็อีกสามคนสวมวิกและแต่งตัวสีแสบตาตัดกับท้องนาและผืนป่าแห่งนี้มาก โดยเฉพาะต้นตาลที่สวมเสื้อหนังครึ่งตัวสีแดงสด วิกผมสีทองแสบตา รวมไปถึงรองเท้าบูตสีแดงและกางเกงขาสั้นหนังสีดำ ต้นตาลสะบัดวิกผมพลางหมุนตัวก่อนจะเอ่ย “เพราะทุกที่คือรันเวย์”
“เอาพวกมึงว่า” ทศวรรษคร้านจะใส่ใจความนิยมชมชอบของเพื่อนสาวแต่ละคน ตอนนี้ทศวรรษหัวดำ แต่งตัวเรียบง่ายแตกต่างจากอีกสามคนอย่างสิ้นเชิง อีกอย่างสามคนนั้นก็ขึ้นแท่นอินฟลูที่มีคนติดตามนับแสนคน ถ่าย Vlog ทุกวันเป็นปกติ เปิดช่องในหลายแพลตฟอร์ม เงินอยู่ในอากาศของจริง และคอนเทนต์ของพวกเขาก็มักจะเล่าเรื่องตลกโปกฮาในชีวิตประจำวัน ฟีลเม้ามอยนั่นนี่ ไม่เหมือนกับทศวรรษที่ไม่ค่อยโลดแล่นในโลกออนไลน์ นาน ๆ ถึงจะโผล่มาแจมทีในช่องของสามสาว
“ข้าวเหนียวของกาฬสินธุ์อร่อยและหวานจริง ๆ กูคิดไม่ผิดที่มา” ทศวรรษว่า
“เห็นมะ บอกแล้ว ข้าวเหนียวบ้านกูได้รับการจดลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการด้วยนะขอบอก” มะเดี่ยวได้ดีก็โอ้อวดใหญ่ สีหน้าภาคภูมิใจสุด ๆ ยิ่งขนตาที่ติดเหมือนปีกอีกานั้นเวลากะพริบด้วยสีหน้าแบบนี้ยิ่งดูน่าหมั่นไส้เข้าไปใหญ่ สมกับเป็นเจ้าถิ่น แถมยังสำทับอีกหลายประโยค
“ขอบเขตของการผลิตข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์อยู่ในพื้นที่อำเภอเขาวง อำเภอกุฉินารายณ์ (เฉพาะตำบลนาโกและตำบลหนองหาง) และกิ่งอำเภอนาคู (เฉพาะตำบลนาคูและตำบลบ่อแก้ว) และที่สำคัญกูอยากเห็นข้าวบ้านกูไปเฉิดฉายที่ต่างแดน รวมไปถึงอยู่ในเหล้าของมึง แพคเกจจิ้งเลิศ ๆ มินิมอลเหมือนขวดน้ำหอมแบรนด์ดัง กลายเป็นเหล้าที่ดื่มคู่กับอาหารเหลา ว่าแต่มึงจะตั้งชื่อเหล้าขาวนี้ว่าอะไร มึงคิดหรือยัง?” ทศวรรษส่ายหน้า
“โปรเจกต์เพิ่งเริ่ม กูคาดว่าคงใช้เวลาอีกหลายปี อย่างเร็ว 3 ปี อย่างช้าก็ 5 ปี กูไม่อยากทำลวก ๆ อยากให้มันวางขายอยู่บนชั้นในหลาย ๆ ภูมิภาคด้วยซ้ำ” ทศวรรษน้ำเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง และความฝันที่มี
“ผัวทำเบียร์ เมียทำเหล้า แต่บ้านนี้ไม่มีใครแดกเหล้าเก่งกันสักคน” ปลายฟ้าค่อนแคะ ทศวรรษทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เพื่อนสาวหนึ่งกรุบ ทั้งสี่คนต่างโอบกอดกันยืนเรียงกันหน้ากระดานโดยมีทศวรรษเป็นจุดศูนย์กลาง
“เอาจริงกูแปลกใจมากกกก ที่มึงดั้นด้นมาถึงกาฬสินธุ์เพราะทางภาคเหนืออย่างจังหวัดตากก็มีพันธุ์ข้าวชื่อดังที่คนนิยมนำมาทำเหล้าขาวเหมือนกัน อย่างข้าวหอมนิลจังหวัดเชียงใหม่ กูว่าข้าวลืมผัวของจังหวัดตากเหมาะกับโปรเจกต์นี้ของมึงที่สุด” ต้นตาลจีบปากจีบคอว่า
“ก็กูอยากอุดหนุนอีมะเดี่ยวไงคะ ปกติออกจะฉลาด แต่ตอนนี้...” ทศวรรษหรี่ตาพลางกอดอกเบะปากให้ต้นตาลหนึ่งที
“ใช่สิ!!!!! กูมันโง่งม เชอะ” ต้นตาลสะบัดหน้าหนี แสร้งทำเป็นงอน
“กูไม่ง้อนะ บอกไว้ก่อน” แล้วทั้งสี่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน นานแล้วที่ไม่ได้เห็นอีทศเพื่อนรักมีปากมีเสียงสำแดงฤทธิ์เดชออกมาอย่างนี้ แสดงว่าสภาพจิตใจในตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว
“ไหน ๆ ก็อายุปูนนี้กันละ กูว่าพวกเรามาลงขันทำธุรกิจกันเถอะ มึง และมึง” ต้นตาลบุ้ยหน้าไปยังมะเดี่ยวและปลายฟ้า “มึงชอบแต่งหน้า อีปลายชอบแต่งตัวทำเสื้อผ้า กูชอบทำการตลาด พ่วงวิกไปด้วย ซื้อวิกแถมแต่งหน้าและแต่งตัวให้เข้ากับทรงผม และทรวดทรงองค์เอว เรียกได้ว่ามาที่นี่ครบจบที่เดียว ทำแบรนด์เครื่องสำอาง เสื้อผ้าให้มันจบ ๆ ไป กูอยากจะรู้ว่าพวกเราจะรวยได้สักแค่ไหนในชาตินี้”
“ว่าอีทศโปรเจกต์ล้านแปดมึงก็ใช่ย่อยนะอีต้น” ปลายฟ้าว่า แต่สีหน้ากลับตรงกันข้าม
“นั่นสิ พวกเราจะลอยไปลอยมาอย่างนี้ไม่ได้ อีกอย่างอินฟลูใคร ๆ ก็เป็นได้ ไม่ได้จีรังยั่งยืน เดี๋ยวนี้มีสมาร์ตโฟนกันหมด ใครอยากไลฟ์ก็ไลฟ์ได้เลย ไม่ต้องรอแสงส่องมาถึงอย่างสมัยก่อน” มะเดี่ยวว่า
“ตอนนี้พวกเรายังมีแรงทำ ล้มลุกคลุกคลานไปกับมัน ถ้าไม่รวยอย่างที่หวัง อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำละวะ” ต้นตาลเสริม
“พ่วงนี้ก้อนโตไปด้วยอีกหนึ่งกรุบ ผ่อนยันหลานบวชไม่รู้จะหมดหรือเปล่า” ปลายฟ้าพูดไปตามความจริง
“เอ้าอี่นี่ ปากเสีย” มะเดี่ยวแหว
“กูคิดออกแล้วว่าจะให้เหล้าขาวของกูชื่ออะไร” สีหน้าทศวรรษชื่นมื่น ยิ้มระรื่นเมื่อนึกถึงชื่อที่วิ่งวนอยู่ในหัว ดื่มแล้วทำให้คิดถึงบรรยากาศท้องไร่ ท้องนา กลิ่นหอมของรวงข้าว “พิสุทธิ์รำพึง” กูว่าชื่อนี้เข้ากับมันมาก” พลางกวาดสายตามองท้องนาที่รวงข้าวกำลังเอนไหวไปตามลมสุดลูกหูลูกตา
“งั้น...รจรินทร์ เป็นไง?” ต้นตาลหันไปถามพรรคพวกที่เหลือ มะเดี่ยวปรบมือหนึ่งฉากก่อนจะแผดเสียงดัง
“เลิศ ชื่อเก๋ มีความเป็นไทย ไม่ตายละติน มุ่งหน้าสู่สากล”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







