LOGINสืบสานลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็คุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างดี สานฝันเองก็ตาแดงก่ำเมื่อเห็นพี่ชายฟื้นตัว พอหันไปเห็นน้องสาวร้องไห้ตาแดงก่ำเขาก็กลืนน้ำลายเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา
“พี่ ไม่เป็นอะไร”
“พี่สืบ” หลังจากเมื่อคืนที่สืบสานล้มฟุบหมดสติไป ที่บ้านก็รีบกุลีกุจอนำตัวส่งโรงพยาบาลทำการสแกนสมองยกใหญ่ หมอบอกเป็นผลข้างเคียงจากการกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรง ดีที่ไม่มีเลือดคั่งในสมอง และทำให้เกิดการสูญเสียความทรงจำในระยะสั้น และอาจมีภาวะแทรกซ้อนอย่างเช่นการได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจและอารมณ์ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับอาการของตัวเอง
ดูเหมือนว่าชื่อของทศวรรษจะเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี รวมไปถึงความขัดแย้งภายในบ้านในตอนมื้อค่ำ พี่ชายเธอที่เมื่อก่อนเข้มแข็งและห้าวหาญเหมือนเหล็กกล้า ตอนนี้กลับรับเรื่องราวที่กระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกไม่ได้เสียแล้ว
“พี่สืบ ออกจากโรงพยาบาลแล้วพักสักหน่อยไหมคะ เรื่องงานค่อยว่ากัน ใช่ว่าไม่มีเราบริษัทจะเดินหน้าไม่ได้สักหน่อย” สานฝันพูดอย่างเอาแต่ใจ แต่ก็จริงดังที่เธอว่า…ตอนเขาก้าวเข้าไปในบริษัทได้รับสายตาดูแคลนจากตำแหน่งตั้งแต่บนลงล่าง โต๊ะทำงานก็แปลกตาหยิบจับอะไรไม่คุ้นมือเลยสักอย่าง บริษัทใหญ่โตอย่างนั้นเขาคงไม่มีความสามารถมากพอที่จะรับช่วงต่อ และไม่ใช่ทางเดินที่เขาเลือกไว้ตั้งแต่แรกแน่ ๆ สืบสานหลับตาพลางพยักหน้าเบา ๆ สานฝันสวมกอดพี่ชายน้ำหูน้ำตาไหลไปหมด นี่แหละหนาสายสัมพันธ์พี่น้องที่ตัดกันไม่ขาดจริง ๆ ในสามพี่น้องเธอสนิทกับพี่ชายมากกว่าพี่สาวอย่างทอฝัน เพราะมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันนั่นคือ…หัวขบถ และรักอิสรเสรี
เมื่อพรรณพิลัยที่มาเยี่ยมลูกชายได้ยินเจตจำนงของลูกชายจากปากของลูกสาวคนเล็กก็เกิดความไม่พอใจในทันที
“ได้ยังไงแม่ไม่ยอมเด็ดขาด นี่อย่าบอกว่าหมอนั่นมาเป่าหูพี่ชายลูกอีกนะ” สานฝันกลอกตา ทศวรรษมาเฝ้าไข้ก็จริง แต่พอเห็นท่าทีว่าพี่ชายเธอจะตื่นก็ขอตัวกลับ เธอกำลังจะอ้าปากรั้งไว้ก็รั้งไม่อยู่ อีกอย่างถึงแม้ว่าพี่ชายเธอจำอะไรไม่ได้ในตอนนี้แต่ความรู้สึกที่คุ้นเคย และแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติไม่ได้หาได้ที่บ้านใหญ่ของคุณาปกร พี่ชายเธอต้องการสถานที่พักฟื้นและฟื้นความทรงจำควรเริ่มจากสถานที่ที่คุ้นเคยก่อนไม่ใช่เหรอ…
“คุณแม่ พี่สืบพูดเอง อีกอย่างพี่สืบตอนนี้ก็อารมณ์อ่อนไหว รับอะไรแรง ๆ ไม่ได้หรอกค่ะ ก็ดูได้จากเมื่อคืน เขาเก็บความเครียดไว้กับตัวจนระเบิดออกมาเป็นลมหมดสติไปนั่นแหละ” แต่พรรณพิลัยไม่มีทีท่าลดราวาศอกลงแม้แต่น้อย
“ไม่รู้ล่ะกว่าแม่จะได้พี่ชายลูกคืนไม่ใช่เรื่องง่าย”
“แม่! พี่สืบแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แม่จะพรากเขาออกจากกันบาปนะคะ” พรรณพิลัยไม่สนบาปบุญที่ลูกสาวเธออ้างก่อนจะเชิดหน้า
“แล้วยังไง การแต่งงานครั้งนั้นพ่อแม่ไม่ได้เห็นด้วยสักนิด หย่าตอนนี้ก็ไม่สาย หนูเคทน่ะ…”
“แม่คะ ทำไมแม่ไม่แต่งงานกับเคธงเคธีนั่นเสียให้รู้รอด ลับหลังผู้ใหญ่แม่นั่นกร้านโลกขนาดไหน ที่ครองโสดมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีใครอยากจะแต่งงานด้วยไม่ใช่เหรอ กินฟรีมาตั้งนาน!!”
“ยัยฝัน ใครสั่งให้สอนลูกพูดอะไรแบบนี้ เพราะหมอนั่นใช่ไหม”
“แม่! หนูโตแล้วคิดได้ มีความคิดของตัวเอง ต่อให้ไม่มีพี่ทศเคธีก็ไม่เหมาะกับพี่สืบ” เสียงสองแม่ลูกทะเลาะกันเสียงดังจนสืบสานที่หลับตาพักผ่อนได้ยินทั้งหมดตั้งแต่ประโยคแรก
“แม่เหนี่ยวรั้งพี่สืบได้แค่กายก็เท่านั้นแหละ หากพี่สืบฟื้นความทรงจำทั้งหมดกลับมาเมื่อไหร่คนที่จะเสียใจที่สุดก็คือตัวของคุณแม่เอง”
“สานฝัน!”
“หนูพูดเรื่องจริง สักวันแม่จะไม่เหลือใครแม้แต่หนู”
“นี่ สานฝัน กลับมา กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง ปีกกล้าขาแข็งใหญ่แล้วนะเรา สานฝัน!” เสียงเรียกไล่ตามหลังก็ไม่ทำให้สานฝันหยุดเท้าที่ก้าวเดิน บางครั้งลูกสาวอย่างเธอก็ไม่เข้าใจมารดาบังเกิดเกล้าจริง ๆ ว่าจะบังคับลูกให้ได้อะไรขึ้นมา
พี่ชายเธอชมชอบรักใคร่เพศเดียวกันแล้วอย่างไร? ก็ไม่ได้ลดคุณค่าและความสามารถของอีกฝ่ายเลย พี่สืบเรียนดี กีฬาเด่น นอกจากเรื่องนี้เธอก็ไม่เคยเห็นพี่ชายทำตัวมะเกกเกเรเหมือนลูกชายบ้านอื่นที่พ่อแม่เอาแต่สปอยลูก พี่สืบเดินตามเส้นทางที่ผู้เป็นแม่วางไว้ให้เสมอโดยไม่เคยปริปากบ่นหรือพูดถึงความต้องการของตัวเอง
มีแต่ตอนที่อยู่มหา’ ลัย ปีสามปีสี่นี่แหละที่พี่สืบเปิดตัวคนรักว่ากำลังคบหากับผู้ชายที่ชื่อ…ทศวรรษ และเป็นครั้งแรกที่ครอบครัวเห็นอีกด้านของลูกชาย สืบสานที่เคยว่านอนสอนง่ายกลับเป็นคนยอมหักไม่ยอมงอ เขายอมถูกตัดออกจากกองมรดก เงินกงสี ดีกว่าแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเพราะเขาคิดว่าตลอดเวลาเขาทำหน้าที่ลูกที่ดีมามากพอแล้ว มีเพียงเรื่องนี้ที่เขายอมไม่ได้อีกต่อไป สานฝันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่ก็พอจะเดาได้ว่าแม่และพี่ชายของเธอทะเลาะกันใหญ่โต จนพี่สืบเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปไม่มาเหยียบที่บ้านนี้อีกเลยร่วมสิบปี
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็



![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

