LOGINนับวันความสัมพันธ์ทั้งสองกลับร้าวฉานมากกว่าเดิม ทศวรรษแม้จะร้อนใจมากแค่ไหนแต่ก็ทำได้เพียงจัดการงานตรงหน้าให้เสร็จโดยเร็ว บริษัทของเขากำลังจะย้ายฐานการผลิตไปที่บ้านเกิดในจังหวัดจันทบุรี ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าความคิดใคร
สืบสานเหมือนนักวางแผนมือฉมัง ทศวรรษเองก็ขบคิดมาหลายวัน เพราะอะไรสืบสานถึงให้เขาย้ายบริษัทไปที่บ้านเกิด รวมไปถึงตอนนี้กำลังก่อสร้างบ้านไม่ไกลจากบ้านเดิมของเขา หรือนี่อาจเป็นสัญญาณแรกที่สืบสานให้เขาได้ตั้งตัว
ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจกำลังหมดรักเขาแล้วก่อนจะเกิดอุบัติเหตุก็เป็นได้
ทศวรรษสะบัดไล่ความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว หากเป็นอย่างนั้นจริงเช้าวันนั้นพวกเรายังกอดกันกลม สืบสานเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมางเมินหรือทำตัวห่างเหิน กลับกันพวกเราต่างกอดกันและกันอย่างหวงแหนมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
ทศวรรษลูบไล้ไปยังแปลนบ้านตรงหน้า นึกไปถึงตอนที่สืบสานเอาแปลนบ้านหลังนี้มาให้เขาดู
“ตรงนี้ห้องของเรา ตรงกับพระอาทิตย์ขึ้นพอดี”
“ไม่เอา วันไหนนอนตื่นสายพระอาทิตย์เผาจนเกรียมแน่” ตอนเด็ก ๆ นายแม่บ่นแทบทุกวัน สายโด่ป่านนี้ลูกชายตัวดียังไม่ยอมโผล่หัวออกมาจากห้อง พระอาทิตย์เผาก้นเขาจนแสบร้อนแต่ทศวรรษก็ไม่ยอมลุกออกจากเตียงดูดวิญญาณหลังนั้น
สืบสานหัวเราะ “มีพี่อยู่ จะเอียงตัวบังให้ทศเอง”
“พี่สืบอะ” ทศวรรษกระเง้ากระงอด
“ตื่นมารับพระอาทิตย์ตอนเช้าไม่ดีตรงไหน ผิวจะได้สวย ๆ ไง”
“แล้วใครที่ทำให้ทศตื่นสาย” สืบสานบีบจมูกที่เชิดรั้นของคนรักอย่างมันเขี้ยว
“แล้วใครกันที่ยั่วพี่”
“แล้วพี่สืบหลวมตัวเองทำไม” ปากว่าแต่มือนั้นก็ซุกซนไม่หยุด หายลับเข้าไปในกางเกงนอนของสืบสานก่อนจะหยอกเย้ากับพวงไข่ทั้งสองข้างอย่างมันมือ
“ยั่วตาใสชัด ๆ” สืบสานว่า
“มันน่ารักออกนี่นา” สืบสานรีบจับมือเล็ก ๆ นั้นมางับอย่างมันเขี้ยว
“นี่แน่ะซนนักนะ”
“โอ๊ยเจ็บ เจ็บ ๆ พอแล้ว” เสียงหัวเราะของทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบครางกระเส่าในเวลาต่อมา ทศวรรษหลับตาลงช้า ๆ กับความหลังนั้น พักสายตาสักครู่ก่อนจะลืมตาเพื่อพบกับความจริงในตอนนี้ พักใจได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์เลขาหน้าห้องก็ดังขึ้น
“คุณอันดงมาขอพบค่ะ” ทศวรรษคลึงหัวตาทันทีที่ได้ยินชื่อนี้
“ให้เขาเข้ามาได้”
คอนโดของปลายฟ้า
เรื่องราวบานปลายใหญ่โตเกินกว่าจะคิดอะไรคนเดียวได้ ดังนั้นแก๊งเพื่อนสมัยมหา’ ลัยก็ถือโอกาสรวมตัวกันในวันนี้เพื่อช่วยเพื่อนรักช่วงชิงผัวจากอ้อมอกแม่ผัวใจร้าย
มะเดี่ยว : “เรื่องเป็นไงมาไง ตอนแรกน้ำเสียงและท่าทางของมึงเหมือนอีพี่สืบกำลังจะตาย”
ปลายฟ้า : “ตอนเห็นในไลฟ์กูสะดุ้งโหยงเลยอีห่า”
ทศวรรษ : “ไม่ตายก็เหมือนตายแหละตอนนี้”
ต้นตาล : “ยังไง”
ทศวรรษ : “หลังอุบัติเหตุสืบความจำเสื่อม…คนอื่นเขาจำได้หมด เหลือแต่กูเพียงคนเดียวที่เขาจำไม่ได้”
ทุกคนที่เหลือ : “หา!”
ต้นตาล : “มึงแน่ใจนะว่าอีพี่สืบไม่ได้เล่นละคร ยังกะละครหลังข่าว”
ทศวรรษ : “ถ้าเขาเล่นละครอยู่จริงก็คงจะสมบทบาท สายตาที่เขามองกู…ทั้งเย็นชาและห่างเหิน”
มะเดี่ยว : “แล้วมึงจะทำยังไงต่อไป”
ทศวรรษ : “เขาบอกว่าตามติดอยู่อย่างนี้ไม่สู้ไปอยู่บ้านเขาด้วยกันเสียเลย”
ต้นตาล : “อีห่า…ลวงไปฆ่าชัด ๆ อย่าบอกว่ามึงตกลง” พอเห็นทศวรรษไม่ตอบทุกคนก็ต่างถอนหายใจออกมา ศึกนี้…ช่างใหญ่หลวงนัก ศึกในบ้านรับมือยากกว่าศึกนอกบ้านมากนักโดยเฉพาะเรื่องแม่ผัวกับลูกสะใภ้
ปลายฟ้า: “อีทศมึงคิดไง…ไปอยู่บ้านใหญ่ คุณหญิงแม่หยิกหลังมึงช้ำแน่”
ทศวรรษ : “ก็ยังดีกว่าปล่อยผัวให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา ไม่รู้ว่าจะโดนกรอกหูอะไรมาอีก”
มะเดี่ยว : “เรื่องมาไงเป็นไงวะ เมื่อก่อนอีพี่สืบรักมึงปานจะดมดาก”
ทศวรรษ : “ก็เรื่องอุบัติเหตุรถคว่ำแหละ แต่ก่อนหน้านี้แม่เขาก็ตามจิกกูมาตลอดลับหลังพี่สืบ”
ปลายฟ้า : “อย่าบอกว่ามึงก็ไม่เคยบอกผัวเลยเรื่องวีรกรรมสุดแสบของแม่ผัว?”
ทศวรรษพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักใจ “ใจกูอยากให้เขาคืนดีกับทางบ้านเขาด้วยซ้ำ อีกอย่างแม่ลูกกันยังไงคงตัดกันไม่ขาด”
มะเดี่ยว : “แม่พระไหมล่ะมึง”
ต้นตาล : “กูว่าเรื่องนี้มีเงี่ยนงำ”
ทุกคน : “เงื่อนงำ!!!!”
ต้นตาล : “เออ…รู้ค่ะ”
ปลายฟ้า : “มุกไม่ฮาพาเพื่อนเครียด”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็






![เฝ้า(รอ)รัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
