LOGIN“คืนนี้วันศุกร์ผมต้องกลับไปนอนที่บ้าน ผมคงทำตามคำสั่งของคุณไม่ได้” ทศวรรษถึงขั้นเอาทะเบียนสมรสมาขู่หากเขาไม่ยอมกลับไปที่คอนโดห้องนั้น แถมยังบังคับให้เขานอนที่นั่นให้ได้อีก
“อ้อ…” ทศวรรษขานรับไปอย่างนั้น
“บอกคนรับรถให้ไปส่งผมที่บ้าน”
“แล้วคุณไม่อยากฟังแล้วเหรอว่าเบียร์นี้มีที่มายังไง”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับผม ผมคงดีใจหรอกที่คราฟท์เบียร์แบ่งพื้นที่ทางตลาดกับบ้านผมน่ะ”
“อ้อ เบียร์บ้านคุณถูกปากอยู่เจ้าเดียวว่างั้น?” ทศวรรษเบะปาก แต่สืบสานกลับเลือดขึ้นหน้า
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาลามปามบ้านผม”
“อ้อ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมากีดกันตลาดเบียร์กัน อร่อยไม่อร่อยให้ลูกค้าตัดสินไม่ดีกว่าเหรอไง”
“งั้นเหรอ” สืบสานเอียงตัวมาใกล้ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำเสียดแทงไปถึงกระดูกคนฟัง
“สักวันผมจะเหยียบบริษัทคุณให้จม อย่าหวังว่าจะโลดแล่นอยู่เส้นทางสายนี้ได้อีก”
“เอาสิ หุ้นส่วน 51% ก็เป็นของคุณ คุณเองก็มีสิทธิ์ในบริษัท จะสร้างหรือทำลายก็แล้วแต่คุณ แต่พนักงานบริษัทตัวเล็ก ๆ ก็คงจะขำไม่ออก เจ้าของบริษัทกลับทำลายบริษัทที่สร้างเองมากับมือเพียงเพราะอีโก้ที่มันสูงเสียดฟ้า”
“ผมไม่ได้ทำเพราะอีโก้ แต่ที่ผมทำเพราะเกลียดคุณ” ทศวรรษม่านตาเบิกกว้างแต่ก็ทำใจดีสู้เสือผลักอกอีกฝ่ายอย่างแรง
“คิดว่าผมจะกลัวคุณเหรอไง ถ้าคุณแตะต้องบริษัทก็อย่าหวังว่าจะได้ใบหย่าจากผมไปง่าย ๆ ต่อให้ผมตายผมก็จะทำให้คุณสืบพันธุ์ไม่ได้อีกคอยดู!” ฝ่ามือเหมือนคีมเหล็กบีบลงลำคอทศวรรษอย่างไม่ออมแรง
“ก่อนหน้าผมคงตาบอดหรือไม่ก็หลงผิดจริง ๆ นั่นแหละที่จดทะเบียนสมรสกับคนหน้าด้านแบบคุณ ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่ตั้งบริษัทมาชนกับทางบ้านของตัวเอง” ทศวรรษไม่ได้คิดแม้แต่จะปกป้องตัวเอง
“เอาสิ บีบคอผมให้ตายไปเลย คุณก็จะได้เป็นอิสระ!” น้ำเสียงสั่นเครือแต่สีหน้าและแววตาไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด สืบสานผลักอีกฝ่ายจนชนกับผนังรถอย่างแรง
“หึ ฆ่าคุณก็เสียมือเปล่า ๆ คุณบีบผมอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอก” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปเคาะกระจก เลื่อนกระจกออกอย่างแรงก่อนจะสั่งคนขับ
“ไปส่งผมที่บ้านคุณาปกร”
“ครับ” สั่งเสร็จก็นั่งหันหลังให้อีกฝ่ายหลับตาจนถึงปลายทาง เขาไม่อยากจะเห็นหน้าอีกฝ่ายที่ได้ชื่อว่าคู่สมรสอะไรนั่นอีก
คู่สมรสงั้นเหรอ เอาสิ…หากอีกฝ่ายไม่ยอมหย่าเขาก็จะไม่ปรานีจะทำทุกวิถีทางให้เจ้าตัวยอมออกปากขอหย่าเอง!
หลังจากรถแล่นมาถึงรั้วคฤหาสน์คุณาปกร คุณชายผู้สูงศักดิ์อย่างสืบสานก็ลงจอดลงโดยที่ใบหน้าปราศจากอารมณ์ กระชับสูทอย่างลวก ๆ สองเท้ากลับชะงักเมื่อได้ยินคำพูดทะเล้นของคนข้างหลัง
“ฝันดีนะครับ…สามี อย่าลืมฝันถึงผมด้วยล่ะ” เขาปรายตามองเห็นอีกฝ่ายโบกมือหยอย ๆ หน้าระรื่นเหมือนไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ก่อนหน้าเลยสักนิด แถมยังส่งมินิฮาร์ทมาให้อีกเขาเลยหันไปปิดประตูดังปึงอย่างแรง แม้ว่าจะเป็นประตูบานเลื่อนก็เถอะ สืบสานรีบสาวเท้าเข้าตัวบ้านที่มีแม่บ้านยืนคอยรับใช้อยู่หน้าประตูอย่างนอบน้อม ลับหลังบานประตูรถรอยยิ้มนั้นพลันจืดเจื่อนลง ถ้วยรางวัลชนะเลิศที่ทศวรรษกำไว้ในมือตั้งแต่ได้มา ตอนนี้แนบอยู่กับหน้าอก เขากอดมันไว้แน่นคล้ายกับว่ามันเป็นตัวแทนของใครอีกคน แรงบีบที่คอเมื่อครู่ทศวรรษไม่คิดปัดป้อง เพราะลึก ๆ เขาไม่อยากทำร้ายคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทางพฤตินัย ไม่ใช่ว่าเขาสู้ไม่ได้ แต่เขาไม่คิดสู้ตั้งแต่แรก ก่อนหน้านั้นพวกเรารักกันมากจริง ๆ สองมือนั้นที่คอยปัดเป่า คอยโอบกอดเขานั้นอย่างทะนุถนอมแต่วันนี้กลับแปรเปลี่ยนไป มันอาจเป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ทศวรรษคิดปลอบใจตัวเอง พยายามประคองเศษหัวใจที่เหนื่อยล้าและเต้นอย่างเหี่ยวเฉาในทุก ๆ วัน ปลอบประโลมมันว่าสักวันชีวิตคู่ของเราจะกลับมามีความสุขตามเดิม
แม้ว่าเขาจะเป็นคู่สมรสตามกฎหมายก็จริง แต่ก็ถูกกีดกันจากครอบครัวคุณาปกร เพราะโรงพยาบาลเอกชนเป็นหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวด้วยเช่นกัน แม้จะมีทะเบียนสมรสแต่อำนาจก็ด้อยกว่าเป็นไหน ๆ เขาเป็นเพียงลูกชาวไร่ชาวสวนคนหนึ่งของจังหวัดจันทบุรีก็เท่านั้น
เดิมทีความรักครั้งนี้ก็ไม่ควรจะสมหวังตั้งแต่แรก…
“พี่สัญญาว่าต่อแต่นี้ต่อให้ทางบ้านตัดหางปล่อยวัดพี่
แต่พี่จะไม่มีวันปล่อยมือจากทศเด็ดขาดเราดีกะพี่ขนาดนี้พี่จะไปหาใครได้อีก…หืม” สองร่างที่ต่างกอดก่ายกันบนเตียงกว้างในห้องนอน ตระกองกอดกันเช้าค่ำ แต่ทว่าตอนนี้เตียงกว้างกลับเย็นชืดไร้เงาของใครอีกคนเป็นเวลาเกือบสี่เดือนเต็มสี่เดือนที่เขาต้องพยายามข่มตานอนอย่างยากลำบาก แต่เพราะประโยคถ้อยคำสัญญานั้นที่ทำให้ทศวรรษปักใจไม่อาจยอมแพ้ต่อโชคชะตานี้ได้
สืบสานรักเขาขนาดนั้น รักขนาดที่ว่ายอมตัดจากครอบครัวเพื่อที่จะใช้ชีวิตคู่จดทะเบียนสมรสด้วยกันกับผู้ชายบ้าน ๆ คนนี้ แต่ทว่าครั้งนี้…คำตอบอาจเปลี่ยนไปจากเดิม อาจรวมไปถึงใจคนและความรู้สึก
แม้ว่าล้อรถจะหยุดนิ่งอยู่ใต้คอนโดแต่เสียงโฮภายในรถของผู้เป็นนายกลับทำให้คนขับวัยใกล้เกษียณอย่างเขาพลันหดหู่ไปด้วยไม่ได้ “สารภี” เป็นคนเชียงใหม่ ทำหน้าที่ขับรถให้กับเจ้านายสองคนนี้มาได้สามปีกว่าแล้ว แม้ว่าเขาจะเป็นคนหัวโบราณไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรักใคร่ของหนุ่มสาวและคนรักเพศเดียวกัน แต่คู่ตรงหน้าเขากลับตรงกันข้าม
คุณสืบสานเคยรักและทะนุถนอมคุณทศวรรษขนาดนั้น หลังจากอุบัติเหตุก็เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน เสียงร้องปานจะขาดใจนั้นทำเอาคนนอกอย่างเขาก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน ได้แต่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับอยู่อย่างนั้น นั่งรอเป็นเพื่อนในรถเงียบ ๆ จนกว่าเจ้านายจะสงบลง
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







