เข้าสู่ระบบ“น้องดา!” เตโซอุทานออกไปด้วยความตกใจพลางลุกขึ้นยืนพร้อมกับเตชินที่ลุกขึ้นพลางหันไปมองดาริกาที่เดินเข้ามาภายในห้องของพราวมุกพร้อมกับเจ้าของห้องซึ่งมีสีหน้าบอกบุญไม่รับอย่างขอโทษเตโซ
“มุกกลับจากโรงพยาบาลแล้วเจอกับน้องดาที่ถูกรปภ. กำลังกันไม่ให้เข้ามา ก็เลย...นี่แหละคะ” พราวมุกอธิบายด้วยน้ำเสียงลำบากใจกึ่งรู้สึกผิดที่ทำให้ดาริกาเข้ามาเกี่ยวข้องจนได้ทั้งที่เตโซพยายามกันให้ดาริกาอยู่ห่างจากเรื่องนี้มาตลอด
“มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมพี่โซ พี่เปรมไม่ได้ฆ่าพ่อใช่ไหม พี่เปรมจะทำไปทำไม พ่อดีกับพี่เปรมขนาดนั้น พี่เปรมไม่มีทางทำแบบนั้น ไม่เชื่อดาไม่เชื่อ มันไม่จริงใช่ไหมคะ” ดาริกาเอ่ยถามเสียงสะอื้นไห้พร้อมกับที่หยดน้ำตาล่วงลงอาบแก้มมองเตโซด้วยความสับสนและผิดหวังที่เตโซพูดเรื่องที่ไม่ใช่ความจริง
“น้องดา พี่...” เตโซเอ่ยขึ้นอย่างอึกอักพลางจะขยับเข้าไปหาดาริกาด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกที่กำลังช็อกของสาวเจ้า
แต่ทว่า...
“พี่ พี่เป็นคนฆ่าพ่อของดาจริงๆ น้องดา พี่ขอโทษ พี่ผิดเอง พี่ผิดที่อ่อนแออกตัญญูต่อพ่อน้องดา พี่...”
เปมิกาเปิดประตูก้าวเดินออกมาช้าๆ พลางพูดในสิ่งที่เตโซลำบากใจจะพูดออกไปแทนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมหยาดน้ำตาไหลลงอาบแก้มจนตาแดงไม่ต่างจากดาริกาที่ค่อยๆ หันมามองตนทั้งน้ำตา เปมิกาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้กว่านี้ด้วยความรู้สึกผิดจจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าของน้องสาวคนนี้ เธอทำได้แค่เพียงหลุบสายตาต่ำเมื่อเห็นน้ำตาของดาริกาที่รินไหลออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุด
น้ำตาที่เธอไม่อยากเห็นมันจากดาริกาเลยสักนิด
ดาริกามองพี่สาวที่ถูกรับเลี้ยงมาเป็นลูกบุญธรรมอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร ปล่อยให้น้ำตามากมายไหลรินลงอาบแก้มด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่ในใจ ทั้งเสียใจเจ็บปวดกับเรื่องราวที่มันสวนทางกันกับสิ่งที่เข้าใจมาตลอด ทั้งยังไม่อยากเชื่อว่าเปมิกาจะเป็นคนลงมือทำร้ายคนเป็นพ่อทำร้ายเธอในคืนนั้น มิหนำซ้ำสิ่งที่เธอเจอในคืนนั้นไหลย้อนกลับมาให้เธอเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าเป็นเตโซแล้วจะเป็นเปมิกาที่ทุกคนเชื่อใจได้อย่างไรกัน
เธอไม่อยากเชื่อ
ดาริกามองเปมิกาทั้งน้ำตาทั้งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งโดยไม่พูดคำใดออกไปเพราะเธอกำลังสับสนกับความรู้สึกภายในใจของตัวเองที่เอ่อล้นออกมามากมายเมื่อเรื่องเมื่อหกปีก่อนกำลังจะถูกเปิดเผยจากคนเป็นพี่สาวที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเปมิกา
นับตั้งแต่คืนนั้นหญิงสาวลืมเรื่องทุกอย่างแม้กระทั่งเปมิกาจนกลับมาจำได้อีกครั้งก็ไม่เคยนึกถึงเพราะสิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้คือเปมิกากำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา จึงทำให้เธอไม่ได้ดึงพี่สาวคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายเพราะเธอคิดมาตลอดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นโดยไม่มีเปมิกาถือว่าเป็นลิขิตแล้วที่จะทำให้พี่สาวคนนี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องมาตั้งแต่แรกอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข
เธอคิดเช่นนั้นมาตลอด
แล้วทำไมในวันนี้เธอต้องมาพบกับความจริงที่ไม่อยากเชื่อเลยสักนิดว่าคนที่เชื่อใจที่สุดคนที่ทุกคนห่วงใยและให้ความสำคัญมากที่สุดคือคนร้ายตัวจริง
ทำไมกัน…
“เตพาน้องดามานั่งก่อน” เตโซเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลเมื่อเห็นดาริการ้องไห้ออกมาไม่หยุด ดวงตากำลังสั่นไหวด้วยความสับสนยากจะรับความรู้สึกมากมายที่ก่อตัวขึ้นจนยืนตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด
“ครับ” เตชินรับคำพี่ชายก่อนตะก้าวเดินเข้าไปใกล้ดาริกาที่เหมือนสติไม่อยู่กับตัวเพราะทันทีที่เขาค่อยๆ แตะตัวหญิงสาวกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้แต่อย่างใดจนเขาเป็นห่วงขึ้นมาฉับพลัน
สาวเจ้ายอมให้เตชินพาไปนั่งแต่โดยดีอย่างไม่รู้ตัว แม้แต่ยามที่เตชินกอบกุมมือที่สั่นไหวเอาไว้แน่นเธอก็ยังคงตัวสั่นเทาร้องไห้ออกมาอย่างไร้เสียงสะอื้นไห้บ่งบอกให้รู้ว่าทั้งเจ็บปวดรวดร้าวและช็อกเกินกว่าจะควบคุมสติได้
ซึ่งทั้งเตชินและเตโซไม่เคยเห็นดาริกาเป็นเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่เกิดเรื่องในคืนนั้นเมื่อหกปีเตโซก็ไม่เห็นหญิงสาวตัวสั่นขนาดนี้มาก่อน ไม่ได้สั่นเพราะความโกรธแต่กำลังช็อกจนยากจะควบคุมกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นจนดตโซเกิดความกังวล
เพราะสิ่งที่ทุกคนได้ยินจากปากของเปมิกาเป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อ ยิ่งกับดาริกาด้วยแล้วยิ่งไม่น่าใช่ความจริง ทุกคนต่างรู้ดีว่าครอบครัวของดาริการักและดูแลเปมิกาดีมากแค่ไหนจนใครๆ ต่างก็พูดว่าคนที่เป็นลูกสาวตัวจริงของธนากรคือเปมิกา
เขาไม่แปลกใจเลยที่ดาริกาจะยอมรับความจริงไม่ได้จนรู้สึกกังวลมากเช่นนี้
“คุณเปรมนั่งลงก่อนนะคะ” พราวมุกเลือกที่จะเดินเข้าไปหาเปมิกาเพื่อปลอบประโลมเธอก่อนจะพาไปนั่งฝั่งตรงข้ามดาริกา
“ดา ถ้ายังไม่พร้อมฟังเรากลับกันก่อนดีกว่าไหม” เตชินมองเปมิกาก่อนตะหันกลับมามองดาริกาที่เหมือนเริ่มรู้สึกตัวเมื่อเขากระชับมือหนาที่กอบกุมมือเล็กเพื่อส่งความอุ่นใจให้กับเธอ
“ไม่คะ ดาอยากรู้ความจริง…ความจริงที่ออกมาจากปากของพี่สาวดา” ดาริกาหันไปตอบเตชินเสียงแผ่วด้วยเพราะยังได้สติไม่เต็มร้อยก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองเปมิกาพอดีกับที่น้ำตาไหลรินอีกครั้ง
“น้องดา พี่เห็นคัวกับเตนะ” เตโซเอื้อนเอ่ยขึ้นเสียงนุ่มพลางยื่นมือไปหวังจะเช็ดน้ำตาให้แต่แล้วก็ต้องเลื่อนขึ้นสูงเล็กน้อยลูบศีรษะของเธอแทน แสดงความเป็นพี่ชายที่อบอุ่นมาตลอดของดาริกา
“ดาจะฟังคะ ดาไม่รู้อะไรเลยมานานมากพอแล้ว มันถึงเวลาสักทีที่ความจริงควรเปิดเผยให้ดาเลิกกลายเป็นคนโง่ ดา…” เธอพูดออกมาจากความรู้สึกที่อัดอั้นก่อนจะสะอื้นขึ้นจนต้องหยุดพูดพลางหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลอีกครั้ง
“พี่จะพูดทุกอย่าง พี่จะบอกหมดทุกอย่าง...ทุกอย่างรวมไปถึงคนที่หน้าไหว้หลังหลอกอย่างไอ้ศิน!” เปมิกายิ่งรู้สึกผิดกับดาริกาเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวเจ้าพูดออกมา ไม่วายมีอารมณ์โกรธแค้นศศินทั้งน้ำเสียงและสีหน้าที่กรุ่นโกรธขึ้นมาฉับพลัน
ทว่า คำพูดในท้ายประโยคของเปมิกาต่างทำให้ทุกคนฉงนแกมงุนงงอย่างไม่เข้าใจเมื่อบุคคลที่ไม่น่าจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงถูกพูดถึง
“ศิน? ศินเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยคะ” ดาริกามองสบสายตาเปมิกาพลางถามออกไปด้วยความสบสับแกมหวาดหวั่นอยู่ในใจลึกๆ เพราะตอนนี้เธอกำลังจะได้รู้ความจริงที่มักจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ทั้งนั้น
เปมิกามองสบสายตาดาริกาอย่างไม่คิดหลบสายตาเมื่อเธอกำลังจะพูดความจริงออกไป ความจริงที่เป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างดาริกา
“เกี่ยวสิ มันเกี่ยวยิ่งกว่าคุณเตโซเสียอีน้องดา เพราะมัน...มันทำให้น้องดาต้องสูญเสียทั้งพ่อทั้งแม่ไป!”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







