เข้าสู่ระบบบทที่ 17
คนร้ายตัวจริง
เตโซมองหน้าดาริกาสลับกับเปมิกาด้วยความรู้สึกผิดแกมโกรธแค้นศศินไม่ต่างจากเปมิกาก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่กล้าสบสายตาเมื่อดาริกาหันมามองอย่างต้องการคำตอบสำทับเปมิกาจากเตโซ คนเป็นพี่สาวบุญธรรมมองน้องสาวด้วยแววตาหมองเศร้าก่อนจะเริ่มพูดความจริงเมื่อหกปีก่อน
หกปีที่ทำให้ดาริกาสูญเสียทุกอย่างไปอย่างไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้สักนิด
“เรื่องมันเริ่มจากที่พ่อของน้องดาไปทลายแก๊งค้ามนุษย์แล้วเลือกที่จะช่วยพี่ พยายามจับคณินให้ได้แต่ก็พลาดสาวไม่ถึงตัว หลังจากนั้นคณินก็ส่งศินคอยมารังควานพี่พยายามให้พี่ตกหลุมรักมันแล้วก็สำเร็จ ตอนนั้นพี่ไม่รู้ว่ามันคือลูกของคณิน เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนจะเกิดเรื่องเมื่อหกปีแค่สองปีเอง” เปมิกาเริ่มเล่าขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มแรกที่ไม่มีใครรู้เรื่องมาก่อน
“แต่...ตอนนั้นศิน ศินยังไม่เคยเจอพี่เปรมไม่ใช่เหรอคะ ทำไม...” ดาริกาเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจเมื่อเปมิกาพูดจบ น้ำตายังคงไหลรินกับความจริงที่ค่อยๆ เปิดเผย หากแต่ไร้เสียงสะอื้นไห้
“เราเจอกันข้างนอก เวลาศินมาบ้านพี่ก็ไม่เคยอยู่บ้านจนกระทั่งวันที่เกิดเรื่องกับแม่ของดา ในวันนั้นพี่เห็นกับตาว่าศินเป็นคนพักแม่ของดาตกตึกเพราะพี่ขึ้นไปรับลมรอแม่ของดาเพื่อกลับบ้านด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าศินกับแม่ของดาจะขึ้นมาที่ดาดฟ้าเพื่อคุยเรื่องที่จะจับมือกับคณินในการเป็นหุ่นส่วนกัน…” เปมิกาเงียบลงด้วยความไม่กล้าพูดออกไปจนดาริกาเร่งด้วยความร้อนใจ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ” ดาริกาเอ่ยถามทั้งหวั่นกลัวทั้งร้อนใจที่จะอยากรู้ความจริง
“แม่ของน้องดาไม่ยอมเพราะเป็นการทำงานที่ทุจริตเพื่อฟอกเงิน...คุณอาปรึกษากับพี่ด้วยเพราะพี่ก็มีหุ้นรองจากแม่ของน้องดา จริงๆ แล้วคณินคุยกับแม่ของน้องดามานานแล้วแต่ไม่ยินยอมจนคณินเริ่มวางมือให้เป็นศศิน หลังจากนั้นศินก็ทำหน้าที่แทนโดยไม่ได้ประกาศให้ใครรู้ พอแม่ของน้องดาไม่ยอมก็ยื้อยุดฉุดกระชากจนศินเผลอผลักคณอาตกตึกแล้วอ้างว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ตอนนั้นคุณอากรก็เอาผิดศินไม่ได้เพราะยังเป็นเยาวชนอยู่” เตโซพูดแทนเปมิกาที่เกิดลำบากใจที่จะพูดออกมา
“เป็นอย่างที่คุณโซพูดทั้งหมด เพราะพี่กลัวและตอนนั้นพี่ก็โง่ตาบอดรักศินเลยได้แต่เก็บเงียบมาตลอด ไม่ใช่ว่าพี่ไม่วิ่งออกไปแต่เพราะวิ่งไปไม่ทันก็เลย...” เปมิกาเงียบลงเพราะไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง
“แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ หลังเหตุการณ์คุณอากมลล่ะครับ” ครานี้เป็นเตชินที่เอ่ยถามออกไปพลางบีบกระชับมือที่เขากำลังกุมมือเล็กอยู่ด้วยความร้อนใจไม่ต่างจากสาวเจ้า
“หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ศินที่เห็นพี่ก็คอยข่มขู่มาตลอดไหนจะคณินคนที่ส่งคนมาจับพี่ไปให้แก๊งค้ามนุษย์ พี่จับหน้ามันไม่ลืมเลยน้องดา พอมาสบโอกาสมันก็มาข่มขู่พี่ ทั้งพ่อทั้งลูกจนพี่กลัวเกินกว่าจะมีความกล้า มันทั้งขู่ทั้งบังคับจนพี่ได้เป็นคนดูแลบริษัทของแม่น้องดาต่อทั้งที่มันควรเป็นของน้องดา พี่ขอโทษ พี่ขอโทษนะน้องดา” เปมิกาสะอื้นไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดอีกครั้ง
“ยังไงต่อคะ...” ดาริกาเอ่ยถามต่อด้วยความเหนื่อยล้าและอ่อนแรงที่จะเอื้อนเอ่ยออกไปมากกว่านี้กับความจริงที่เธอไม่รู้อะไรเลยสักนิด
“หลังจากนั้นมันก็ให้พี่โอนทุกอย่างเป็นของมัน เรื่องนี้คุณพ่อรู้แต่ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร ยกให้มันไปดีกว่ามันมาทำร้ายพี่ แต่ใครจะคิดว่ามันยังไม่ยอมหยุด มันตามรังควาญและยังข่มขู่พ่อเพื่อให้พ่อยอมรับสินบน แต่เพราะพ่อปฏิเสธ คืนนั้น…” เปมิกาพูดด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวกับความจริงที่ตัวเองต้องพบเจอและยังต้องพูดสิ่งที่ปิดบังมานาน
แม้จะรู้สึกโล่งใจที่ได้พูดหากแต่มันก็เจ็บปวดและทรมานตัวเองในเวลาเดียวกันเมื่อมันคือการทำร้ายดาริกาด้วยเช่นกัน เปมิกาไม่รู้ว่าจะชดใช้ให้กับดาริกาได้อย่างไรเมื่อสิ่งที่เธอลงมือทำร้ายมันเอากลับคืนมาไม่ได้ ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งหมดสิ้นทุกอย่าง ไร้ครอบครัวที่อบอุ่นเช่นเคยนับตั้งแต่คืนนั้นเมื่อหกปีก่อน
เมื่อหกปีก่อนที่กลายเป็นฝันร้าย…
‘ศิน!’
ธนากรลุงขึ้นตบโต๊ะขึ้นเสียงใส่เด็กวัยสิบหกปีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่กลับมีนิสัยที่กร้าวร้าวเจ้าคิดเจ้าวางแผนไม่ต่างจากคนเป็นพ่ออย่างคณิน ทั้งที่ธนากรรู้ว่าหากเมื่อคณินส่งค่อให้กับลูกชายผลลัพธ์จะน่ากลัวแค่ไหน แต่ไม่คิดเลยว่าจะเลวร้ายกว่าที่คิด
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







