เข้าสู่ระบบครู่เดียวที่เรือนร่างของสาวเจ้าสั่นสะท้านเมื่อเรียวนิ้วทั้งสองสอดเข้าออกที่โพรงคับแน่นอ่อนนุ่มหลังใช้เพียงปลายนิ้วเดียวดันขอบแพตตีแล้วสอดทั้งมือเข้าไปก่อนใช้นิ้วกดคลึงแล้วสอดเข้าออกจนต้องยกสะโพกรับเรียวนิ้วทั้งสอดที่สอดใส่เข้าออก ปลายนิ้วหัวแม่มือกำลังเย้าหยอกกดคลึงอยู่ที่เม็ดเสียวจนเธอวาบหวิวที่ท้องน้อยจนครางออกมาไม่เป็นภาษาไปทั้วห้องนอน
“อ่าส์ พี่เต ดาจะไม่ไหวแล้ว อะ อ่า”
“ปลดปล่อยออกมาเลยน้องดา”
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกจากทรวงเต้าเลื่อนใบหน้าขึ้นไปประกบจูบอีกครั้งเมื่อเอื้อนเอ่ยจบ เรียวนิ้วทั้งสองยังคงทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีจนเกิดเสียงเมื่อหยาดน้ำหวานปริ่มออกมามากขึ้นจนในที่สุดเรือนร่างบางก็ลอยเคว้งอยู่กลางเมฆนุ่มก้อนใหญ่อย่างสุขสมเมื่อเขาพาเธอลอยให้ถึงฝั่งฝันอย่างเอาใจก่อนจะยันตัวผละออกชันเข่ากับเตียงนอนคร่อมสาวเจ้าเอาไว้พลางถอดเสื้อของตัวเองแล้วโน้มตัวลงไปประกบปากจูบเธออีกครั้งเมื่อมือน้อยๆ เล่นซุกซนยกขึ้นมาลูบขึ้นลงที่เป้ากางเกงของเขาซึ่งมันตุงออกมาราวกับซิบกางเกงจะปริแตกออกมาไม่ต่างจากความรู้สึกของเขาที่อึดอัดจนอยากปลดปล่อยในเรือนร่างอรชรของเธอเสียแล้วอย่างอดใจไม่ไหว
“ทำให้พี่ได้ไหมคะเด็กดี”
เขาผละออกเคลื่อนใบหน้าไปที่ข้างแก้วแล้วเอ่ยกระซิบบอกมากกว่าจะขอร้องให้เธอทำในสิ่งที่เขาต้องการ หากแต่เธอไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็มีความเหนียมอายอยู่เล็กน้อยกับครั้งแรกที่เธอจะมอบความสูงให้กับเขาบ้าง
แต่ทว่า…
“ดะ ดา ดาไม่เคย”
สาวเจ้ายอมรับออกไปตามตรงซึ่งเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มก็รู้อยู่เต็มอก จึงเรียกรอยยิ้มเอ็นดูและหลงในตัวเด็กน้อยคนนี้เข้าอย่างจัง เขามองเธอด้วยรอยยิ้มจนถึงดวงตาก่อนจะลุกขึ้นถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนเผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แน่นตั้งแต่ช่วงบ่ามาที่หน้าอกแกร่ง ลงมาที่หน้าท้องซึ่งเผยให้เห็นมัดกล้ามเป็นลอนๆ ที่เรียกว่าซิกแพค สายตาที่แสนซุกซนไล่ลงมาที่เส้นวีไลน์ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งขยับไปนั่งคุกเข่าที่ขอบเตียงจนชุดนอนร่นลงมาเกือบครึ่งตัว หากไม่ได้จ้อพับแขนอีกข้างของเธอรั้งสายชุดนอนเอาไว้
“เล่นรู้ไว้นะเรา หลังจากนี้พี่จะสอนแล้วทำกับพี่แค่คนเดียวนะครับเด็กดี”
เตชินยกยิ้มอย่างมีความสุขพลางยื่นมือไปทัดผมของดาริกาข้างหนึ่งก่อนจะลากไล้ปลายนิ้วที่แก้มเนียนลงมาที่ลำคอ บ่าจนมาถึงหัวไหล่อย่างอ้อยอิ่งแล้วจบลงที่สายชุดนอนที่ถูกรั้งเอาไว้ เขาใช้เพียงปลายนิ้วชี้เกี่ยวออกจากแขนของเธอจนมันร่นลงไปกองที่เอวกับสะโพกของเธอ เผยให้เห็นทรวงอกอวบทั้งสองเต้าเต็มตาซึ่งปลายยอดสีหวานชูชันรอเขาสัมผัส
หากแต่ก็ต้องหักห้ามใจเปลี่ยนเป็นยื่นมือไปตรงหน้าของเธอเพื่อเริ่มการสอนบทเรียนรักใหม่ให้ เมื่อมือเล็กวางลงบนมือหนา เขาก็ไม่รอช้าจับข้อมือของเธอให้มาครอบครองท่อนเนื้อร้อนของเขาที่แข็งขึงขึ้นอย่างไม่เต็มลำท่อนเสียเท่าไร ล้อมรอบด้วยเส้นเอ็นที่ปูดโปนเล็กน้อย ทว่าเมื่อมือเรียวบางได้ครอบครองเข้าจนมือเรียวบางกำไม่มิด ความปวดร้าวก็แล่นผ่านจากมือเรียวบางไปสู่ทั่วเรือนร่างของชายหนุ่มจนต้องเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงพลางหลับตาลงพร้อมสอดเธอด้วยการออกแรงให้เธอรูดรึงท่อนเนื้อร้อนอย่างอ้อยอิ่งจนมันขยับขยายขึ้นเต็มมือกว่าเดิม
“อ่า…”
เตชินครางกระเส่าจนสองแก้มของดาริการ้อนผ่าว เงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนหลับตาพริ้มอย่างรู้สึกดีที่เธอกำลังรูดรึงท่อนเอ็นของเขาจนชูชันตั้งขึ้นกว่าเดิม ครานี้เธอดึงสายตากลับมาที่ท่อนเนื้ออวบใหญ่ของเขาอีกครั้งก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้และใช้ปากครอบครองท่อนเอ็นร้อนด้วยสัญชาตญาณที่กำลังตะโกนอยู่ในจิตสำนึกซึ่งค่อยๆ ดังขึ้นมาจนเธอตัดสินใจทำมันโดยไม่ต้องรอให้เขาออกคำสั่งต่อไป
“เยี่ยม…ดีมาก อ่า”
ชายหนุ่มครางกระเส่าด้วยความรู้สึกดี ยกมือขึ้นวางลงบนศีรษะของหญิงสาวเอาไว้ขณะที่เธอใช้ปากครอบครองดูดดุนท่อนเอ็นร้อนอย่างไม่ประสาหากแต่ช่างสร้างความซาบซ่านให้กับเขาไม่น้อย ยามที่ลิ้นเล็กโลมเลียสลับรูดรึงท่อนเอ็นร้อนจนเขาต้องครางออกมาอย่างพึงพอใจ ยิ่งยามที่เธอดุดดันด้วยลิ้นและกระพุ้งแก้วความปวดร้าวที่ท่อนเนื้อทวีขึ้นจนเขาแทบทนไม่ไหว ใช้มือหนารวบผมยาวสลวยไว้ที่ท้ายทอยแล้วออกแรงช่วยกดเบาๆ หากแต่สำหรับสาวเจ้าทั้งลึกและคับแน่นที่เรียวปากจนแทบจะสำลัก หากแต่เขายังถอดถอนออกไปก่อนที่จะปล่อยสิ่งอัดแน่นออกมา
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







