เข้าสู่ระบบ“พูดออกมา น้องดาพูดแล้วพี่จะคิดดูอีกทีว่าจะเซ็นเอกสารนี้หรือเปล่า” เตโซยื่นข้อเสนอออกไปเพื่อใช้กดดันดาริกาอย่างไม่ให้รู้สึกอึดอัดใจมากจนเกินไป
“ดา...ดาแค่อยากไปทบทวนตัวเองในที่ที่ไม่มีพี่เตคะ บางทีการได้อยู่ไกลกัน ได้อยู่คนเดียว มันอาจจะมีอะไรดีขึ้นและชัดเจนมากกว่านี้ค่ะ ดายอมรับนะคะว่าดาเริ่มไม่แน่ใจในความรู้สึกแล้วตั้งแต่เรื่องของศินเมื่ออาทิตย์ก่อน” ดาริกาพรูลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด
“ทำไมถึงไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ดาเป็นเจ้าของหัวใจ เป็นคนที่รู้สึก ทำไมต้องไปฟังคนอื่นพูดด้วย เชื่อหัวใจเชื่อตัวเองสิ น้องดาชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองมาตลอดเลยนะ ทำไมคราวนี้ถึงลังเลซะล่ะ หวั่นไหวไปกับพูดคนอื่นไปได้กันล่ะคนเก่ง” เตโซพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปนั่งลงบนขอบโต๊ะข้างๆ ดาริกาก่อนจะยื่นมือไปวางลงบนศีรษะของหญิงสาวอย่างเอ็นดูพลางโยกไปมาเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน
“พี่โซพูดก็ถูกค่ะ แต่ดาก็อยากทบทวนตัวเองอีกครั้ง นะคะ ดาอยากแน่ใจกว่านี้เพราะบางทีสิ่งที่ศินพูดอาจจะเป็นความจริงที่ดายังไม่รู้ตัวก็ได้ ขอให้ดาได้ลองทบทวนตัวเองหน่อยนะคะ ถ้าดาได้มั่นใจก็คงจะมีอะไรๆ ดีมากกว่าก็ได้นะคะ นะคะพี่โซ ให้ดาได้ออกไปลองใช้ชีวิตได้ทบทวนตัวเอง ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองจริงๆ โดยที่ไม่มีใครมาพูดให้ตัดสินใจ นะคะ” ดาริกาเงยหน้ามองเตโซอย่างขอร้องอ้อนวอนทั้งที่มือหนาแสนอบอุ่นยังคงวางอยู่บนศีรษะ
“พี่จะยอมเซ็นเอกสารให้ ส่วนเรื่องที่จะยอมให้ไปหรือเปล่า พี่จะรอให้ดาได้ใช้เวลาคิดตลอดทั้งคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันอีกที ผ่านงานเลี้ยงคืนนี้ไปก่อนได้ไหมครับ” เตโซเข้าใจความต้องการของดาริกาจึงยอมที่จะเซ็นเอกสารให้เพื่อพบกันคนละครึ่งทาง
เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้ดาริกาไปเรียนต่อไกลถึงต่างประเทศ หากคิดจะเรียนต่อจริงๆ เขาก็ยินยอมที่จะให้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือของประเทศก็ได้ แต่ไม่อยากให้ไปไกลถึงต่างประเทศเช่นนั้น อย่างไรเขาก็อดที่จะเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้หากอยู่ไกลหูไกลตา แม้จะไม่มีเรื่องของศศินแล้วก็ตามแต่ก็ยังห่วงเธออยู่ดี
“คืนนี้เหรอคะ” หญิงสาวขมวดคิ้วถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ
“คืนนี้ งานเลี้ยงส่งมอบตำแหน่งให้เตรับช่วงต่อ...พี่เห็นนะว่าเราสองคนหลบหน้ากันตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล คืนนี้ดาลองเผชิญหน้ากับเตโดยที่ไม่เดินหนีไม่หลบตา เผชิญหน้าตรงๆ เผื่อจะคิดอะไรได้บ้าง แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันอีกที” เตโซอธิบายให้ดาริกาได้เข้าใจถึงจุดประสงค์ของเขาที่คิดจะช่วยก่อนจะเลือกเส้นทางที่อาจจะผิดหรือถูกก็เป็นได้
“ดา...” เธอมองหน้าเขาด้วยความลังเล
“น่า นะ ลองทำตามที่พี่แนะนำก่อน มันไม่เสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ ลองการเผชิญหน้าก่อนนะคนเก่ง” เขาพูดพลางยื่นใบหน้าลงไปใกล้พล่งโยกศีรษะสาวเจ้าด้วยความอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อเธอส่งยิ้มกลับมาให้
ทว่า ประตุห้องทำงานที่ถูกปิดอยู่ก็ถูกเปิดออกมาแค่เพียงเล็กน้อยเมื่อคนที่เปิดประตูคือเตชิน ทันทีที่สายตาเห็นเตโซกำลังยิ้มให้กับดาริกาด้วยท่าทางที่สนิทสนมมากกว่าเขาที่มีให้กับหญิงสาว ฉับพลันคำพูดของศศินก็ดังขึ้นมาในหัวทันทีเพราะทุกสิ่งที่เขาเห็นและได้ยินบนรถเมื่อสองสัปดาห์ก่อนใช่ว่าเขาจะลืมมันไป
‘ดาแน่ใจเหรอว่ารักมันจริงๆ น่ะดา’ ศศินปล่อยมือออกจากแขนของดาริกายืดหลังตรงถามกลับยไปเสียงเรียบ
‘พูดอะไรของศิน’ ขมวดคิ้วถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจทั้งที่ทุกคนรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเตชิน
‘ดาอาจจะรักมันเพราะมันเป็นเหมือนพี่ชายของดาที่สนิทและเล่นกับดามาตั้งแต่เด็กก็ได้ ดาคงเข้าใจผิดก็ได้ ดาติดมันมาตั้งแต่เด็ก ดา ดาลองคิดให้ดี ไม่ว่าดาจะเจ็บตัวดาจะเสียใจไม่ว่ากับเรื่องอะไร มันเข้าไปปลอบดาเข้าไปดูแลดาไม่ต่างจากพี่ชายคนหนึ่ง ไปเที่ยวหรือเล่นสนุกมันก็เล่นเป็นเพื่อนดา แตกต่างจากเราที่มองดาในฐานะผู้หญิงที่เรารักมาตลอด’ ศศินพูดเสียงเข้มนิ่งอย่างจริงจัง
“เธอมองฉันเป็นพี่ชายหรือผู้ชายคนหนึ่งกันแน่ดาริกา”
คำพูดของศศินในวันนั้นทำให้เขาคิดไม่ตกมาถึงสองสัปดาห์จนต้องหลบหน้าดาริกาจนเขาเองที่ทนไม่ไหวที่จะต่างคนต่างหลบหน้ากันเช่นนี้จึงอยากมาหาเตโซเพื่อขอคำปรึกษาจากคนเป็นพี่ชาย แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเห็นเตโซกับดาริกาเช่นนี้จึงทำให้เขาฉุกคิดไปถึงเรื่องที่เขาได้รู้ว่า...
คนที่จะต้องแต่งงานกับดาริกาและควรมีฐานะเป็นสามีของเธอที่แท้จริงแล้วก็คือเตโซไม่ใช่เขา
ความจริงที่ซ่อนอยู่มาตลอดอาจจะกำลังเผยออกมาแล้วก็เป็นได้ที่ว่าคนที่เธอรู้สึกมากกว่าพี่ชายอาจะเป็นเตโซไม่ใช่เขา ที่ผ่านมาก็เป็นเพราะเรื่องราวในอดีตที่อาจเป็นสาเหตุที่ซ่อนความรู้สึกจริงๆ ของเธอ จนทุกอย่างจบลงความรู้สึกของดาริกาถึงได้เผยออกมาในที่สุด ก็คงเป็นเช่นนั้นกระมัง
เตชินเลือกที่จะปิดประตูลงก่อนจะหมุนตัวเดินออกห่างจากหน้าประตูห้องทำงานของพี่ชายกลับไปที่ห้องของตัวเองทันทีด้วยความรู้สึกที่มากมายหลากหลายจนน่าหงุดหงิดใจเมื่อเขาได้เห็นแล้วว่าหัวใจของเธออาจจะเป็นของเตโซก็เป็นได้ ยิ่งภาพสิ่งที่เตโซคอยดูแลปกป้องหญิงสาวก็ยิ่งตอกย้ำให้เขาได้เห็นถึงความชัดเจนที่ว่าเขาอาจจะเป็นได้แค่พี่ชายของเธอ
เป็นได้แค่พี่ชายจริงๆ งั้นหรือ...
หรือมันอาจจะถึงเวลาแล้วที่ตัวจริงจะต้องทำหน้าที่ต่อจากพี่ชายเช่นเขา
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







