เข้าสู่ระบบงานเลี้ยงเปิดตัวท่านประธานบริหารบริษัทคนใหม่ดำเนินจนมาถึงช่วงเวลาที่ท่านประธานคนใหม่จะต้องพบปะคนในงานเพื่อแสดงถึงการเป็นผู้บริหารคนใหม่ที่จะไม่ถือตัวกับลูกน้องและแสดงให้เห็นว่าน้องชายอดีตท่านประธานบริหารจะไม่ได้คิดจะเปลี่ยนการบริหารและไม่คิดจะเปลี่ยนอุดมคติต่างไปจากเดิมจนทุกคนรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นที่ไม่ใช่คณะบอร์ดบริหาร
เพราะเตโซมองผู้ถือหุ้นเปรียบเสมือนลูกค้าที่ควรให้เกียรติและดูแลให้ดีทั้งที่ต้องปันผลให้ก็ตาม แต่เหล่าผู้ถือหุ้นนี้ยังช่วยหาลูกค้าให้กับบริษัทมาตลอด หนำซ้ำยังเป็นลูกค้าต่างชาติที่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เตโซจึงให้ความสำคัญไม่ต่างจากเหล่าบอร์ดบริหารจึงกำชับกับเตชินเป็นพิเศษ และไม่วายที่จะดึงดาริกาให้อยู่ใกล้กับเตชินให้ได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าข่าวเรื่องศศินจะถูกปิดไม่ให้ออกสื่อไปแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีวงในนำไปพูดถึงกัน เตโซจึงเห็นแก่ตัวใช้โอกาสนี้เปิดตัวน้องสะใภ้อย่างดาริกาให้ทุกคนได้รู้โดยทั่วกันและยังกระตุ้นให้คนทั้งสองได้เข้าใจกับความรู้สึกของตัวเองเสียที
“สวัสดีครับท่านประธานคนใหม่” จิรันเดินเข้ามาทักทายเตชินพร้อมกับพราวมุกและปิ่นอนงค์ จึงไม่ทันทักทายเตโซที่ขอตัวไปพบเหล่าบรรดาผู้อาวุโสของบริษัทเพื่อแจ้งเรื่องที่เตโซยอมไปเป็นประธานบริหารบริษัทของดาริกาชั่วคราว
“สวัสดีครับคุณจิรัน ขอบคุณสำหรับคำยินดีและการต้อนรับผมนะครับ ผมสัญญาว่าการบริหารยังคงเหมือนเดิมอย่างที่พี่โซบริหารครับ” เตชินยิ้มรับคำทักทายก่อนจะมองไปที่สองสาวด้วยสายตาดีใจแกมฉงนเมื่อพบว่าหญิงสาวอีกคนยังไม่เคยเห็นหน้าคาตามาก่อน
“ผมเชื่อครับ อ้อ ลืมแนะนำหลานสาวคนโตของผมอีกคน ปิ่น ปิ่นอนงค์ ลูกสาวของพี่ใหญ่ครอบครัวภรรยาผมครับ เธอเพิ่งเดินทางกลับมาหลังจากเรียนจบก่อนจะบินไปบริหารรีสอร์ตที่ภูเก็ตครับ ปิ่นนี่คุณเตชิน” จิรันแนะนำให้คนทั้งสองรู้จักกันอย่างไม่เป็นทางการเท่าไรเมื่อในวันนี้แค่ให้หลานสาวคนโตมาเป็นเพื่อนพราวมุกก่อนพาไปส่งที่สนามบินหลังงานเลี้ยงจบ
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณปิ่นอนงค์ เรียกผมว่าเตก็พอครับ” เตชินยื่นมือไปทำความรู้จักพร้อมรอยยิ้มเป็นกันเองก่อนจะหันไปยักคิ้วให้กับพราวมุก
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเต เรียกปิ่นก็พอคะ” ปิ่นอนงค์ส่งยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเอง
“ไม่ได้นะคะ นายต้องเรียกง่าพี่ปิ่น พี่ปิ่นอายุเท่ากับพี่โซเลยน่ะ” พราวมุกยิ้มก่อนจะแย้งออกไปอย่างเป็นกันเอง
“อ๋อ ครับพี่ปิ่น” เตชินยิ้มรับอย่างเป็นกันเองจนลืมไปว่าควรแนะนำใครที่ยืนเงียบฟังมานานจนจิรันต้องทักขึ้นมา
“ไม่แนะนำสาวน้อยข้างหลังหน่อยเหรอครับท่านประธาน” จิรันร้องทักด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“...เธอชื่อดาริกาครับ เรียกน้องดาเหมือนผมกับมุกก็ได้ครับ” เตชินเอ่ยขึ้นแนะนำเพียงคำสั้นเท่านั้น
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องดา เอ่อ ปิ่นขอตัวสักครู่นะคะ มีสายสำคัญโทร. เข้ามา” ปิ่นอนงค์ทักทายก่อนจะก้มลงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เมื่อเห็นชื่อคนโทร. เข้ามาจึงขอตัวแล้วเดินออกจากกลุ่มไปทันที
“คุณปู่โทร. มาคะคุณลุง ไม่รับล่ะเป็นเรื่อง” พราวมุกเห็นคนโทร. เข้ามาจึงหันไปให้คำตอบกับจิรัน
“ผมได้ยินมาว่าเจ้าสัวหวงหลานสาวคนโตที่สุดแล้ว ไม่คิดว่าจะจริงและได้เห็นหลานสาวคนโตในวันนี้” เตชินเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“หวงยิ่งกว่างูหวงไข่อีก” พราวมุกสำทับ
“เธอไม่น้อยใจหรือไง” เตชินหันไปถามพลางยิ้มขัน
“ไม่ล่ะ หลานทุกคนได้รับความรักความเอาใจใส่เท่ากันหมด แต่พี่ปิ่นพิเศษนิดหน่อย เรื่องส่วนตัวน่ะ ฉันขอไม่พูดนะ” พราวมุกให้คำตอบด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปทางเตโซซึ่งเดินกลับมาหลังคุยธุระเรียบร้อย
“ขอโทษนะครับ ผมขอตัวน้องดาก่อน พอดีทางผู้อาวุโสอยากคุยธุระเรื่องบริษัทของน้องดาน่ะครับ เต ดูแลทางนี้ไปก่อนนะ” เตโซเอ่ยพลางตบบ่าเตชินก่อนจะหันไปยิ้มให้กับจิรันและพราวมุกก่อนจะคว้าข้อมือดาริกาเดินกลับไปทางเดิม
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” เมื่อเดินออกมาได้พอสมควรดาริกาจึงเอ่ยถามออกไป
“ผู้อาวุโสอยากคุยเรื่องที่ดาบอกพี่ว่าจะไปเรียนต่อ ทางผู้ใหญ่อยากให้ดาเก็บเงินเอาไว้แล้วจะยื่นทุนให้ไปเรียนแต่ภายในประเทศนะ เพราะพวกท่านอยากให้ดาบริษัททั้งที่นี่แล้วก็ที่บริษัทแม่ของดา รู้หรือเปล่าว่าเราน่ะชื้อใจผู้อาวุโสได้หมดเลยนะกับการฝึกงานแล้วก็เรื่องของศิน ทุกคนเลยมองเห็นถึงความรับผิดชอบได้ดีของน้องดา” เตโซให้คำตอบพลางเดินไปยังกลุ่มผู้บริหารที่รอดาริกาอยู่
“พี่โซคะ...ดาตัดสินใจแล้วคะ ดาจะไม่รับเงินทุนเพราะดาจะไปอังกฤษคะ ดาตัดสินใจได้แล้วว่าจะไปจากที่นี่ ไปทบทวนตัวเองอยู่กับตัวเองให้มากขึ้น สำหรับวันนี้ทำให้ดาได้ตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายคะว่าดาจะไปอังกฤษ” ดาริกาหยุดเดินพลางเอ่ยเรียกเตโซแล้วเงียบลงก่อนจะหันไปมองที่เตชินซึ่งมีท่าทางสนิทสนมกับพราวมุกตามปกติ หากแต่กับเธอกลับเย็นชาหมางเมินใส่ตลอดทั้งงาน
ไม่สิ...ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา
สองเดือนที่เธอฝึกงานจนส่งเล่มจบก็มีแต่เตโซที่อยู่กับเธอตลอดแต่กับเตชินเลือกที่จะเมินใส่กันจนเธอเองก็ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าไปด้วยเช่นกัน
“น้องดา...” เตโซมองหญิงสาวก่อนจะหันไปมองเตชิน
“เขาแนะนำดาให้คนอื่นในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง ถ้าเขายอมพูดออกมาให้ชัดเจนกว่านี้ก็คงดีค่ะ เขาไม่เคยชัดเจนเลย ดาใช้เวลาคิดก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่ม...ดาจะลองดูอีกครั้งว่าวันนี้พี่เตจะทำตัวยังไงกับดา ตั้งแต่เริ่มงานจนตอนนี้เขาก็ไม่พูดกับดาเลยนอกจากเมื่อกี้ที่แนะนำดา ดา...” ดาริกาพูดออกไปทั้งหมดของความรู้สึกทั้งที่สายตายังคงมองเตชิน
เธอพบว่าเขากลับกลายเป็นเหมือนเมื่อก่อนหลังจากเธอสูญเสียความทรงจำ จึงทำให้เธอสับสนและไม่เข้าใจไปมากกว่าเดิมรวมไปถึงตัวของเธอเองด้วย ยิ่งตอกย้ำให้เธอไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเธอคิดยังไงกับเขากันแน่ ทั้งที่เธอพยายามทำตามที่เตโซบอกแล้วเพื่อหาความแน่ใจอีกครั้งก่อนตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายแต่แล้วมันก็ออกมาในแบบที่ทำให้เธอสับสนไปมากกว่าเดิม
เธอถึงตัดสินใจได้ในทันที
“ดาตัดสินใจเร็วไปหรือเปล่า อาจเป็นเพราะเตต้องทักทายคนอื่นก็...” เตโซไม่อยากให้ดาริกาไปอยู่ไกลหูไกลตาและไม่อยากให้คนทั้งสองที่ใจตรงกันอยู่ห่างไกลกัน เพราะคนทั้งสองผ่านเรื่องราวมาด้วยกันมากกมายเกินกว่าจะมองว่าเป็นพี่น้องกัน
เขาดูออกอย่างไม่มีข้อกังขาว่าคนทั้งสองใจตรงกัน
“ดาตักสินใจแล้วค่ะ พี่โซคะ ถือว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ยังไงล่ะคะว่าระหว่างดากับพี่เตตกลงแล้วมันเป็นเพราะความต้องการพี่ชายน้องสาวหรือมากกว่านั้น ดาตัดสินใจได้ว่าควรไปเพื่อทบทวนแต่ดาก็ยังไม่รู้ว่าใจจริงๆ ของตัวเองคิดยังไงด้วย ปล่อยดาไปเถอะนะคะ” ดาริกาแทรกขึ้นขัดจังหวะเพราะไม่อยากให้คำพูดของเตโซทำให้เกิดความลังเลอีก
“น้องดา” เตโซมองดาริกาด้วยสายตาเป็นห่วงแกมหงุดหงิดน้องชายที่ทำให้ดาริกาเกิดความรู้สึกเช่นนี้
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







