เข้าสู่ระบบบทที่ 3
การเสียสละของใครอีกคน
ปัง! ปัง!
เสียงปืนที่ถูกลั่นไกดังขึ้นสองนัดระหว่างที่เคนกำลังพาดาริกาเข้าไปยังท่าเรือร้างที่ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนักทำให้เท้าของคนทั้งสองหยุดชะงักด้วยความตกใจ โดยเฉพาะดาริกาที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยตั้งแต่ถูกพาขึ้นรถมาถึงที่แห่งนี้เพราะเคนไม่ยอมปริปากพูดออกมาและไม่รู้เลยว่าเตชินได้สะกดรอยตามพวกเขาสองคนมา แน่นอนว่าชายหนุ่มได้ยินเสียงปืนจนเกือบวิ่งเข้าไปดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดด้วยความเป็นห่วงหากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเคนเอื้อนเอ่ยชื่อพี่ชาย
“คุณโซ!” เคนอุทานออกมาด้วยความตกใจกลัวสุดขีด
“พี่ พี่เคนหมายความว่ายังไงคะ พี่โซ เกิดอะไรขึ้นกับพี่โซกันแน่คะ” ดาริกาหันขวับไปถามเคนทันทีด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ อย่างไรบอกไม่ถูก แต่การที่อีกฝ่ายเอ่ยชื่อเตโซออกมานั่นหมายความว่าจะต้องมีเรื่องไม่ดีเป็นแน่
“คุณโซ...” เคนไม่ได้อยากจะพูดอะไรมากในตอนนี้เพียงแค่อยากเข้าไปด้านในแต่หากไม่พูดอะไรเลยหญิงสาวก็อาจเป็นอันตรายได้ ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดไปมากกว่านี้เสียงปืนและเสียงน้ำแตกกระจายทำให้เคนตัดสินใจกระชากแขนดาริกาวิ่งเข้าไปทันทีด้วยความกลัว
ปัง! ตูม!
“พี่ พี่โซใช่ไหมคะที่อยู่ข้างใน พี่โซ...กรี๊ด!” ดาริกาถามระหว่างที่กำลังวิ่งตามแรงดึงของเคนก่อนจะหยุดวิ่งกระชากแขนตัวเองออกจากมือของเคนมาปิดปากตัวเองด้วยความตกใจเมื่อสายตาปะทะกับภาพที่เตโซถูกคนตัวสูงใหญ่ปล่อยมัดใส่อย่างรุนแรงจนล้มกระแทกไปต่อหน้าต่อตา
เสียงของเธอทำให้เตโซที่ล้มลงไปช้อนสายตาขึ้นไปมองอย่างยากลำบากหากแต่จำเสียงของดาริกาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน จึงได้เห็นว่าเคนพาดาริกามาที่นี่ทั้งที่เขาสั่งให้พาเธอไปหลบให้ปลอดภัยเมื่อฝั่งตรงข้ามข่มขู่ด้วยรูปของเธอที่กำลังเที่ยวสนุกกับเพื่อนที่สถานบันเทิงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทว่าสายตาก็มองเลยไปเห็นเตชินที่ค่อยๆ เดินพ้นจากด้านหลังของเคนและดาริกาให้เขาได้เห็นจนต้องเปรยชื่อน้องชายออกมา
“เต...”
“มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”
น้ำเสียงเข้มตวาดขึ้นทำให้ทั้งดาริกาและเคนหันขวับไปมองด้วยความตกใจไม่ต่างจากภาพเหตุการณ์ที่เห็นก่อนหน้าที่เกิดขึ้นกับเตโซ
“แหม มาหาถึงที่เลยนะครับคุณหนูของผม ไม่เจอกันนานเลยนะครับคุณหนูดา“ เสียงเย้ยหยันเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างรู้จักดาริกาเป็นอย่างดีพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่น่าสะอิดสะเอียน
“เคน! พาน้องดาไปจาก โอ๊ย!”
ปัง!
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นแทบจะทันทีที่เจ้าของรอยยิ้มที่น่ากลัวลั่นไกปืนไปที่ขาของเตโซ ทว่าสร้างความกลัวเพิ่มมากขึ้นให้กับคนทั้งสามที่คิดจะก้าวเข้าไปหาเตโซหากถูกเจ้าของรอยยิ้มน่ารังเกียจหันกลับมาข่มขู่คนทั้งสาม
“อย่าคิดที่จะก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว! อ้อ ยกเว้นคุณหนูคนดีของผมนะครับ มา มาอยู่ข้างๆ มัน” น้ำเสียงที่น่าสะอินสะเอียนยังคงเอื้อนเอ่ยออกมาซึ่งทำให้คนฟังอยากจะหาที่ปิดหูมาทันที
“น้ารงค์ น้ารงค์ทำแบบนี้ทำไมคะ” ดาริกาเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความหวาดกลัวแต่เท้าของเธอก้าวเข้าไปหาเจโซอย่างไม่ลังเลด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นธิรงค์อดีตคนสนิทของบิดาไม่มีท่าทีจะลั่นไกปืนเธอจึงตรงเข้าไปประคองเตโซให้พิงลงบนตัวเธอทันที
“จะบอกว่าคุณหนูช่างโง่เขลาก็คงจะไม่ได้ จะโทษก็คงต้องโทษพ่อของคุณหนูกับผู้ปกครองที่แสนดียอมเอาตัวเองมาตายแทนโดยไม่บอกอะไรเลย แหม ช่างแสนดีจังนะครับคุณเตโซ วรากุลพาณิช” ธิรงค์แค่นเสียงหัวเราะพูดออกมา
“พี่โซ มันเกิดเรื่องอะไรกันแน่คะ ทำไมน้ารงค์ถึงพูดแบบนั้น” ดาริกาสะอื้นไห้เมื่อเห็นเลือกสีแดงสดทะลักไหลออกมาจากบาดแผลที่ขาและบริเวณหน้าท้องด้านขวาของเตโซ
สายตาหวาดกลัวมองหน้าเตโซที่ทำเพียงมองมาที่เธออย่างนิ่งสงบทุกครั้งที่เกิดปัญหาเพื่อให้เธอคลายความกังวล หากแต่บัดนี้มันเกินกว่าที่เธอจะไม่กังวลและไม่เก็บเอาไปคิดให้วุ่นวายเฉกเช่นทุกครั้ง
“บอกไปสิ! บอกออกไปเผื่อกูจะยอมไว้ชีวิตมึงกับนังคุณหนูดา” ธิรงค์พูดราวกับเป็นเรื่องที่ต่อรองกันได้
แต่ทว่าสำหรับเตโซแล้วคือเรื่องใหญ่เกินไปที่ดาริกาจะรับรู้เรื่องนี้ไหว แม้ว่าความจริงจะเป็นเรื่องที่ดีที่ควรพูดออกมาแต่คงไม่ใช่สำหรับหญิงสาวจริงๆ เพราะมันหมายถึงการถือมีดแล้วแทงเข้าเต็มๆ ที่หัวใจของเธอนับครั้งไม่ถ้วน
ซ้ำไปซ้ำมา…
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







