เข้าสู่ระบบ“ได้คะ พี่เคนคะ ดาฝากด้วยนะคะ เอ่อ...” ดาริกาพยักหน้ารับคำรินนราก่อนจะหันไปพูดกับเคน ทว่าไม่ทันจะบอกเรื่องที่ควรห้ามเด็ดขาดรินนราก็แทรกเข้ามาก่อน
“ถึงแล้วคะคุณหนู เรารีบไปก่อนดีกว่าคะ เราต้องไปหาผอ. ทุกคนเลยนะคะ” รินนราพูดพลางก้าวเดินออกจากลิฟต์นำหน้าดาริกา
“ได้คะๆ พี่นรา” ดาริกาได้แต่เดินตามรินนราออกไป ทำเพียงได้แค่เหลียวหลังไปมองเคนที่ยกยิ้มส่งมาให้เท่านั้น
“ก่อนจะพบกับผอ. พี่จะอธิบายคร่าวๆ นะคะ ไม่แน่ใจว่าท่านประธานได้บอกอะไรคุณหนูไปบ้าง” รินนราพูดขึ้นระหว่างเดินไปตามทางเดินตรงไปยังห้องของผู้อำนวยการประจำแผนกประชาสัมพันธ์
“บอกแค่ส่วนของคณะผู้บริหารคะอย่างอื่นพี่โซอยากให้ดามาศึกษาเอาเองคะ” ดาริกาตอบออกไปตามตรง
“งั้นพี่ขอเป็นคนอธิบายให้ฟังนะคะ” รินนราพยักหน้ารับรู้
“ยินดีคะ ฝากพี่นราแนะนำสั่งสอนดาด้วยนะคะ” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างให้กับรินนราอย่างขอบคุณ
“เป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วคะ โอเคคะ สำหรับผอ. ปรเมศจะดูแลงานประชาสัมพันธ์ทั้งหมดของบริษัทคะ ไม่ว่าจะที่นี่หรือย่อย รองจากคุณปรเมศก็คือหัวหน้าฝ่ายที่ช่วยผอ. ดูแลพนักงานอีกทีคะ รองมาอีกก็คือรองหัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่าย แน่นอนคะว่าทั้งสามตำแหน่งจะมีผู้ช่วยแต่ไม่ใช่เลขานะคะ ระบบของบริษัทหลักๆ เลยคะ” รินนราอธิบายจบก่อนจะหยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าห้องเตรียมจะเคาะประตูแต่ก็ถูกดาริการั้งเอาไว้
“พี่นราคะ พี่พามาแบบนี้ผอ. ก็รู่น่ะสิคะว่าดาเป็นใครทั้งที่พี่ เอ่อ คุณเตไม่อยากให้ดาเปิดเผยว่าเป็นใคร” ดาริกาเอ่ยถามทันที
“ใช่ค่ะ แต่กรณีผอ. เป็นข้อยกเว้นคะ เพราะเวลามีเอกสารจากผอ. โดยตรง คุณหนูจะต้องเป็นคนรับเอกสารและดูรายละเอียดแทนคุณเตก่อนส่งให้เซ็นคะ” รินนราอธิบายด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดู
“หมายความว่าดาจะต้องมาพบผอ. ด้วยตัวเองเหรอคะ” ถามกลับเพื่อคลายความสงสัย
“ใช่แล้วคะ อีกเหตุผลคือบริษัทเราให้ตำแหน่งผอ. เข้าร่วมประชุมสำคัญได้ด้วยไม่ต่างจากคณะผู้บริหารคะ ยกเว้นตำแหน่งหัวหน้ากับรองหัวหน้า เพราะทั้งสองตำแหน่งนี้ผอ. จะเป็นคนมาแจกแจงงานอีกทีคะ” รินนราอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“อ๋อ ดาเข้าใจแล้วคะ” ดาริกาพยักหน้าอย่างเข้าใจด้วยรอยยิ้มพลางสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพรูออกก่อนจะพูดออกไป “ดาพร้อมแล้วคะ”
“ไม่ต้องเกร็งนะคะคุณหนู สบายๆ คะ” รินนราพูดจบพร้อมส่งยิ้มให้กำลังใจก่อนจะหันกลับไปเคาะประตูห้องเพื่อขออนุญาตเจ้าของห้อง
“เชิญครับ” เสียงของผู้อำนวยการปรเมศดังขึ้น
“สบายๆ นะคะ” รินนราพูดก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
ดาริกาส่งยิ้มให้รินนราก่อนจะเพิ่มกำลังใจให้กับตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปด้านในตามทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาทำงานของคนอื่นมากไปกว่านี้เพราะที่มาที่นี่ผู้อำนวยการก็คงไม่รู้ รินนราถึงได้รีบทำเวลานอนนาดนี้อีกทั้งเจ้าตัวก็มีงานอื่นทำอีกนอกจากพาเธอมาแนะนำตัวกับผู้อำนวยการตามคำสั่งเตชินนอกเหนือตารางงาน
เตชินที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต้องชะงักชำเลืองสายตาไปที่ประตูก่อนจะดึงสายตากลับมามองเวลาก็ต้องขมวดคิ้วฉงนและนึกอดทึ่งไม่ได้ว่าดาริกาไปพบกับผู้อำนวยการครบทุกคนเร็วขนาดนี้ทั้งที่เขาให้เวลาถึงก่อนเที่ยงเท่านั้น
ทำงานได้ดีจริงๆ เชียว
“เข้ามา”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อคิดว่าเป็นดาริกาที่กลับมาโดยไม่คิดเงยหน้าไปมองที่ประตูเพราะคิดว่าเป็นดาริกาที่ทำตัวนอบน้อมต่อเขา และทันทีที่เสียงประตูเปิดเข้ามาจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่แล้วก็ต้องชะงัก สีหน้าเรียบตึงกว่าเดิมก่อนจะเอ่ยชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ
“เร็วดี…พี่เคน”
“เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมแค่เอาของมาวางให้คุณหนูครับ”
เคนที่เห็นท่าทีของเตชินเปลี่ยนไปก็รีบอธิบายออกไปทันทีพลางยกมือที่ถือกล่องใส่ของเล็กน้อยให้น้องชายเจ้านายได้เห็น แต่ยังไม่กล้าขยับเท้าไปไหนเมื่อเห็นสายตาไม่ไว้ใจติดหงุดหงิดของเตชินที่มองมา
“เจ้าตัวไม่มีมือมีเท้าเดินไปเอาเองหรือไง” พูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อได้รู้ว่าเคนกลายเป็นคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับดาริกาดีเกินกว่าฐานะตัวเอง
“คุณเตชินก็รู้ว่าคุณหนูเห็นคัตเตอร์ไม่ได้” เคนตอบกลับตามปกติก่อนจะก้าวเท้าเมื่อเห็นว่าเตชินไม่ได้สั่งห้ามนอกจากบ่นคนตัวเล็กตามปกติที่ชอบบ่น
“หยุดอยู่ตรงนั้น” เตชินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะลุกขึ้นก้าวเท้ายาวตรงไปหาเคนก่อนจะแย่งเอากล่องมาถือเอง “ผมจัดการเอง พี่เคนกลับไปทำงานของตัวเองเถอะครับ”
“ครับ แต่ผมว่างตั้งแต่คุณโซเสีย ผมยินดีดูแลคุณหนูต่อจากคุณโซได้นะครับ อีกอย่างคุณเตชินเกลียดคุณหนูไม่ใช่หรือครับ” เคนลอบมองสีหน้าของเตชินขณะที่พูดออกไป แม้จะรู้ว่าคำพูดของตัวเองอาจจะไม่เข้าหูคนฟังอย่างเตชิน
“ใช่แล้วจะทำไม” เตชินเริ่มตวัดเสียงตอบออกไปมากขึ้นเมื่อเริ่มจะไม่พอใจต่อเคน
“แล้วทำไมคุณเตถึงให้คุณหนูอยู่ที่นี่ครับ” เคนยังคงยิงคำถามต่ออย่างมีชั้นเชิง
“เรื่องของผม” เตชินตอบก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานของดาริกาแล้ววางกล่องลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ ด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“คุณเตครับ ผมไม่เข้าใจ เมื่อก่อนคุณเตสนิทและดูแลคุณหนูกว่าใคร ห่วงไปหมดทุกอย่างยิ่งกว่าคุณโซ ทำไมมันเกิดอะไรขึ้นครับถึงจากที่ดีๆ ถึงได้เกลียดคุณหนูมากขนาดนี้ครับ หรือคุณหนูไปทำอะไรให้คุณเตเกลียดครับ” เคนเริ่มเปลี่ยนโทนเสียงให้เข้มขึ้น ท่าทางเริ่มเปลี่ยนจากที่ยืนปกติอย่างให้เกียรติเริ่มมีมาดของความเป็นผู้ใหญ่ส่งไปให้เตชิน
“…” เตชินนิ่งเงียบ มือหนากำร่องที่ถือกล่องแน่นไม่คิดหันกลับไปมองเคน
“ตอบสิครับ ให้คำตอบที่เป็นความจริงแล้วผมจะรักษาระยะห่างจากคุณหนู ผมจะให้สิทธิ์ดูแลคุณหนูกับคุณเต” เคนเพ่งมองเตชินจากด้านหลังเพื่อสังเกตอาการนิ่งเงียบของอีกฝ่ายเพื่อเก็บข้อมูลในส่วนของเตชินเอาไว้บ้าง
เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวดาริกาหลังจากงานฌาปนกิจบิดาของสาวเจ้าเตชินก็เปลี่ยนไปโดยชิ้นเฉิง และอาจเพราะเขาพลาดตรงนี้ที่ไม่ได้ใส่ใจเตชิน เอาแต่ให้ความใส่ใจดาริกากับทำตามคำสั่งของเตโซจนละเลยเจ้านายคนนี้ไปจนพลาดข้อมูลบางอย่างไปก็เป็นได้
“พี่ไปมีสิทธิ์กับเธอตั้งแต่เมื่อไร” สิ้นคำพูดของเคนแทบจะทันที เตชินก็หันไปขึ้นเสียงใส่เคนอย่างลืมไปว่าเขานับถือเคนเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง
“คุณโซให้สิทธิ์ผมครับ” เคนยังคงใส่ไฟเข้าไปอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นความจริงก็ตาม
“ผมเกลียดเธอ โอเคมั้ยครับ ไม่ใช่ผมไม่รู้ว่าดารู้สึกยังไงกับผม มันง่ายมากที่เธอจะหลอกให้พี่โซยอมจัดงานแต่งกับผม ผมเกลียดผู้หญิงที่ใข้เล่ห์มารยาที่สุด นี่แหละครับความจริง!” เตชินระเบิดออกไปพลางก้าวเดินเข้าไปหาเคน จ้องสบตาเคนอย่างไม่คิดหลบ
สายตาของเตชินฉายออกมาชัดเจนว่ากำลังโกรธและไม่พอใจในตัวของเคน ความเคารพนับถือที่เตชินมีต่อเคนไม่มีอยู่ในสายตาและท่าทีเลยแม้แต่เสี้ยวนิด แววตาที่วาวโรจน์จนเคยสัมผัสได้ว่าเตชินรู้สึกจริงๆ อย่างที่ระบายมันออกมาทางสายตา เมื่อเห็นท่าทางของเตชินจึงทำให้เคนตัดสินใจที่จะยอมแพ้กับการหยั่งเชิง ก่อนจะพูดขึ้นเพื่อให้เตชินได้สงบสติอารมณ์เสียก่อน
แต่ทว่าน้ำเสียงสั่นเครือของดาริกาที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ทั้งเตชินและเคนหันขวับไปมองด้วยความตกใจ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







