Mag-log in“ถ้าเสร็จแล้วเรากลับกันเถอะ”
น้ำเสียงเย็นชากล่าวออกไปอย่างเยือกเย็น โดยไม่ได้สนใจว่าคนตรงหน้ากำลังยิ้มให้เขาด้วยแววตาที่เป็นประกาย
เธียร์มาส่งน้ำฟ้าที่บ้านของเธอ ก่อนจะพบกับผู้เป็นพ่อของหญิงสาว เมื่อเห็นรถเข้ามาจอดผู้เป็นพ่อและแม่ก็ออกมายืนรอเพราะนี่ก็เป็นเวลาดึกแล้ว ชายหนุ่มลงจากรถมาสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสองคน
“สวัสดีครับคุณลุงคุณน้า ผมพาน้องมาส่งแล้วครับ”
เธียร์เปิดประตูให้หญิงสาวลงจากรถ
หยาดพิรุณก็เดินขากะเผลกลงมา ผู้เป็นพ่อจึงสังเกตเห็นขาของหญิงสาวก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที
“ขาไปโดนอะไรมา ไปทานข้าวอะไรทำไมได้แผลกลับมาแบบนี้”
มานพเอ่ยถามทั้งคู่ออกไปด้วยน้ำเสียงแข็ง พร้อมหันไปมองหน้าธีรติเพื่อฟังคำตอบจากเขา
“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ”
เขาเอ่ยตอบเสียงนิ่งเรียบ
“หนูไม่ระวังเองค่ะคุณพ่อ ชนโต๊ะจนแก้วหล่นแตกกระเด็นมาโดนขาฟ้าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก พี่เธียร์พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลมาแล้วค่ะ”
หยาดพิรุณอธิบายกับผู้เป็นพ่อออกไป
“หนูต้องระวังมากกว่านี้นะลูก”
ชายวัยกลางคนก็รีบหันมาโอ๋ลูกสาวของเขาทันที
“ถ้าอย่างงั้นผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ ผมมีธุระต่อ สวัสดีครับ”
ชายหนุ่มกล่าวลาผู้ใหญ่ทั้งสองพร้อมกับเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป
เธียร์และสิงหากลับมาเจอกันที่คอนโดเพื่อวางแผนตามหาลินลดาด้วยวิธีอื่น แต่ก็ให้คนของเขาอีกบางส่วนออกตามหาต่อไปตามที่ต่างๆ ที่คิดว่าเธอจะไป สิงหาพยายามจะตามจากจีพีเอสโทรศัพท์ของหญิงสาว แต่เนื่องจากลินลดาปิดเครื่องโทรศัพท์ทำให้ไม่พบสัญญาณจีพีเอส
ชายหนุ่มหันไปมองหน้าธีรติพร้อมส่ายหัวเบา ๆ
“โถ่เว้ย ! ไปไหนของเธอนะ”
ชายหนุ่มร่างสูงสบถออกมาอย่างหัวเสีย แววตาของเขาทั้งโกรธทั้งเป็นห่วงเธอ เขากังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนลินเพราะติดต่อเธอไม่ได้นานหลายชั่วโมงแล้ว ใบหน้าร้อนรนได้แต่จินตนาการไปต่าง ๆ นานา
“นายครับ ๆ จีพีเอสระบุตำแหน่งของเธอแล้วครับ”
สิงหาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมกับรีบบันทึกตำแหน่งของเธอเอาไว้
คนร่างสูงรีบเข้ามาดูและเห็นว่าตำแหน่งของเธอหยุดนิ่งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแต่บริเวณที่เธออยู่นั้นอยู่นอกเมืองออกไปอีก เมื่อเห็นเช่นนั้นเธียร์ก็ตัดสินใจรีบติดต่อเธอทันที
หญิงสาวขับรถโดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าตอนนี้กำลังจะมุ่งหน้าไปที่ใด ได้แต่ขับไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้เธอมาโผล่อีกจังหวัดหนึ่งเสียแล้ว
แต่แล้วจู่ ๆ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อรถของเธอดันน้ำมันหมดขึ้นมากลางทาง อีกทั้งแถวนี้ยังไม่มีปั๊มน้ำมันอีกด้วย เพราะเธอขับออกมาจากตัวเมือง คนตัวเล็กเริ่มกลัวเมื่อสองข้างทางนั้นมีแต่ความมืดมีเพียงไฟจากหน้ารถของเธอแค่ดวงเดียว
“นี่มันวันซวยอะไรของฉันเนี่ย !”
มือเล็กทุบไปที่พวงมาลัยอย่างรุนแรง
ลินลดารู้สึกกลัวจนร้องไห้ออกมา ความรู้สึกของเธอมันตีกันไปหมด เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเครื่องเพื่อจะพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือแต่ไม่รู้ว่าจะติดต่อหาใคร
“ฮึก ฮึก ฮือออ”
เสียงร้องไห้โอดครวญในขณะที่มือกำลังไถหน้าจอหารายชื่อคนที่เธอจะไปขอความช่วยเหลือ แต่สุดท้ายแล้วมันก็มาหยุดอยู่ที่ชื่อของชายหนุ่ม
“คุณเธียร์”
นลินปาดน้ำตาที่ไหลอาบเต็มสองแก้มออก หญิงสาวกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะติดต่อหาเขาดีไหม แต่แล้วเป็นก็เขาเองที่ติดต่อมาหาเธอในทันที ยิ่งทำให้คนตัวเล็กร้องไห้โฮกันไปใหญ่
“ฮือออ ฮือ...อออ”
ริมฝีปากเล็กคว่ำเบะจนดูน่าเกลียด ของเหลวใสไหลออกจากดวงตาสวยอย่างไม่หยุดหย่อน เธอปฏิเสธตัวเองไม่ได้จริง ๆ ว่าช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องการเขามากที่สุด
นลินกดรับโทรศัพท์ของเขาไปทั้งที่ยังสะอื้นอยู่แบบนั้น
“อยู่ไหนของเธอเนี่ย !”
เสียงแข็งตะโกนเอ่ยถามออกไปทันทีที่เธอรับสายเขา
“ฮือออ กลัววว...”
ประโยคสั้น ๆ ที่เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำเอาหัวใจของคนปลายสายหล่นวูบลงอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้นนลิน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ! เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
ร่างสูงเอ่ยถามเธอออกไปด้วยน้ำเสียงร้อนรนพร้อมรีบเดินหน้าตั้งออกจากห้องไป เขาสั่งให้ลูกน้องไปเตรียมรถเพื่อที่จะไปหาเธอให้เร็วที่สุด
“มันมืดมากเลย ฮืออ... ลินกลัว”
น้ำเสียงสั่นเครือร้องไห้จนเสียงขึ้นจมูก
หญิงสาวมองซ้ายมองขวาด้วยความรู้สึกที่หวาดระแวง ทั้งสองข้างทางมีแต่ความมืดมิดมีรถวิ่งผ่านทีไรเธอก็ตกใจกลัวและก้มหมอบลงทันที
หัวใจของเขาเหมือนแตกสลายออกเป็นเสี่ยง ๆ แค่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ เขาก็รับรู้ถึงความหวาดกลัวของหญิงสาวได้ทันที
“เธอรอฉันอยู่ตรงนั้นนะ ฉันส่งคนของฉันล่วงหน้าไปแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังจะไปหาเธอ...รอฉันนะนลิน”
เสียงชายหนุ่มเอ่ยกับเธอไปพร้อมรีบวิ่งลงมาขึ้นรถ
“ผมขับให้ครับนาย”
สิงหาที่วิ่งตามลงมาอาสาจะขับรถให้
“ฉันขับเอง”
ชายหนุ่มรีบก้าวขาขึ้นไปบนรถพร้อมสตาร์ตแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว สิงหาเองก็นั่งรถไปกับเขา
เธียร์ให้สิงหาส่งข้อมูลที่อยู่ของเธอให้กับลูกน้องคนอื่น ๆ และคนที่อยู่ใกล้ที่สุดกำลังล่วงหน้าไปหาเธอก่อน
วินาทีนั้นร่างสูงเหยียบคันเร่งแบบไม่คิดชีวิตจนคนข้าง ๆ อย่างสิงหาต้องหาที่จับยึดเหนี่ยวเอาไว้
เป็นครั้งแรกที่เขาได้นั่งรถที่เจ้านายขับเพราะปกติแล้วเขาจะเป็นคนขับรถให้กับเธียร์ เมื่อได้ลองนั่งวันนี้สิงหาขอสัญญาว่าจะไม่นั่งรถที่คุณเธียร์ขับอีกต่อไป เขายังไม่อยากตายตอนหนุ่ม
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







