เข้าสู่ระบบ“มาคนเดียวเหรอครับ”
ชายตรงหน้าเอ่ยถามนลิน เห็นว่าเธอนั่งเพียงลำพังเงียบ ๆ จึงอยากชวนคุยตามหน้าที่ของคนทำงานบริการ
“แล้วเห็นฉันมากี่คนล่ะ นายนี่ถามแปลก” คนตัวเล็กอารมณ์ไม่ค่อยจะคงที่เมื่อเจอคำถามพร้อมกับหน้าตาทะเล้นของเขาก็ทำเอาหญิงสาวต้องเหวี่ยงวีนใส่เขาออกไป
เมื่อเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเธอก็ไม่รอช้าที่จะยกจนหมดแก้วในรวดเดียว
ปัก !
เสียงแก้วเปล่ากระทบกับโต๊ะอย่างแรง
“เอามาอีกสิบ”
ร่างบางสั่งเครื่องดื่มออกไป ทำเอาบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่ตรงนั้นต่างหันไปมองหน้ากัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธพร้อมทำเครื่องดื่มมาให้เธอ
สามแก้วผ่านไป...
สี่แก้วผ่านไป...
ห้าแก้วผ่านไป...
“ฮือออ ที่ผ่านมามันไม่มีความหมายอะไรเลยหรือไง ฉันเป็นตัวอะไรในชีวิตคุณ ฮือออ”
เจ้าของร่างบางเริ่มเรื้อนและร้องไห้แบบไม่สนใจใคร หญิงสาวพร่ำเพ้อตามความรู้สึกในตอนนั้น เธอนั่งร้องไห้อย่างควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ในใจนึกถึงแต่เรื่องราวของเธียร์
พนักงานหนุ่มจึงเดินไปบอกกับผู้จัดการ ประจวบกับเจ้าของร้านก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเช่นกัน
“ผู้จัดการครับ พอดีตอนนี้มีลูกค้าเมาแล้วโวยวายเสียงดังเลยครับ อีกอย่างเธอมาคนเดียวด้วยครับผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี”
ชายหนุ่มเอ่ยออกไป
คนร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงนั้นหันมามองทันที ผู้จัดการยังไม่ทันได้ตอบ เจ้าของร้านอย่างธามก็ลุกขึ้นเดินลงไปดูทันที เมื่อเขาเดินมาถึงบาร์ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก เขาจึงเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เธอ
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
น้ำเสียงอ่อนเอ่ยถามเธอออกไป หญิงสาวปาดน้ำตาแล้วหันมามองเขา
“ช่วยไปไกล ๆ ทีค่ะ”
ความปากแซ่บของหญิงสาวอย่างนลินทำเอาชายหนุ่มเริ่มจะสนใจเธอแล้วสิ
ธามหันไปมองหน้าบาร์เทนเดอร์เพื่อให้เขาทำเครื่องดื่มมาให้
“อกหักมาเหรอครับ”
ชายหนุ่มยกเครื่องดื่มขึ้นมานั่งดื่มเป็นเพื่อนเธอ
ลินลดาหันไปมองแรงใส่ชายร่างสูงที่กำลังมาวอแวเธออยู่ตอนนี้ คนตัวเล็กมองตาขวางใส่เขาออกไป
“....”
“ไม่บอกก็พอจะรู้ ร้องไห้จนน้ำมูกไหลหมดละ”
พูดจบเขาก็มองดูใบหน้าของหญิงสาวก่อนจะหันไปกระดกแก้วเหล้า
มือเล็กรีบเอามือเช็ดออกเพราะรู้สึกอาย แต่ทว่าเธอโดนเขาหลอกเข้าเสียแล้ว
“นี่นาย !”
หญิงสาวเลิกร้องไห้แล้วหันไปทะเลาะกับคนข้าง ๆ แทน
“เธอดูเด็กกว่าฉันนะ เรียกพี่สิ พี่ธาม”
ธามหันไปมองเธอด้วยสายตาที่จริงจัง เป็นครั้งแรกที่เจอกับผู้หญิงคนนี้ แต่เธอทำให้ผู้ชายอย่างเขารู้สึกใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ
“ไร้สาระ”
หญิงสาวละสายตาจากเขาแล้วหันมายกเครื่องดื่มขึ้นดื่มต่อ
ร่างสูงเลื่อนโทรศัพท์ไปเรื่อยก็เจอข่าวของน้องชายตัวเอง ชายหนุ่มกดเข้าไปดูก็เจอคลิปที่ผู้หญิงมีเรื่องกันกลางห้างแต่คนในคลิปหน้าคุ้นมากเลย นลินหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเธอก็แย่งมากดดับหน้าจอแล้วคว่ำลงทันที
ธามจึงหันมามองหน้าของนลินด้วยสายตานิ่ง ๆ
“ฉันไม่อยากคิดถึงเรื่องพวกนี้”
น้ำเสียงที่พยายามเข้มแข็งพูดออกมา เพียงแต่แววตาเธอกลับดูอ่อนแรงจนปิดบังเขาไว้ไม่ได้ ดวงตากลมบวมเป่งเมื่อผ่านศึกการร้องไห้มาอย่างยาวนาน
“โอเค งั้นผมจะไม่ถามเรื่องพวกนี้กับคุณ”
ชายหนุ่มชวนเธอคุยเรื่องอื่นและความตลกหน้านิ่งของเขาก็ทำเอาหญิงสาวหลุดหัวเราะและยอมเปิดใจพูดคุยทำความรู้จักกับธาม
บรรยากาศที่เงียบสงัดในห้องมืดมีเพียงแสงรำไรจากตึกในยามค่ำคืนสาดแสงเข้ามาในห้องเผยให้เห็นชายหนุ่มที่นั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟาเพียงลำพังในห้องกว้าง
เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นทำให้เธียร์หลุดจากภวังค์ของห้วงความคิด
“ครับป๊า”
เสียงเรียบเอ่ยขึ้นเมื่อกดรับสายจากผู้เป็นพ่อ
“แกไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก ! พรุ่งนี้เช้าเข้ามาหาฉันที่บ้านด้วย สร้างแต่เรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้น !”
น้ำเสียงแข็งจากผู้เป็นพ่อตะโกนด่าทอเขาผ่านโทรศัพท์ ผู้เป็นพ่อคงจะทราบเรื่องแล้วสินะ
“ครับ”
ธีรติตอบกลับไปสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงพร้อมสีหน้าที่ดูสลดใจ ธนาจึงกดวางสาย ใบหน้าของชายร่างสูงเผยสีหน้าคิดหนักตลอดเวลา เขากำลังคิดหาหนทางที่จะจัดการกับเรื่องนี้
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับปัญหาหนัก คนหนึ่งก็พ่อคนหนึ่งก็เมีย เขาลำบากใจที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง แต่การที่จะขัดคำสั่งผู้เป็นพ่อ มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน
เช้าวันรุ่งขึ้นหญิงสาวตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่แปลกไป เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืน แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก เธอมองไปรอบ ๆ ห้องที่ถูกตกแต่งโทนเรียบ ๆ แต่ดูมีระเบียบเป็นอย่างมาก หญิงสาวค่อย ๆ ลุกจากเตียงแล้วเปิดประตูออกจากห้องไป นี่มันชั้นบนของร้านเหล้านี่ เธอเริ่มจะจำเรื่องราวเมื่อคืนได้แล้ว และภาพที่เธอเมาจนอ้วกใส่ผู้ชายคนหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัวของเธอ
“โอ๊ย อะไรของแกเนี่ยนลิน แล้วจะเมาอะไรขนาดนั้น”
หญิงสาวรู้สึกอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี มือเล็กทุบหัวตัวเองเบา ๆ
“ตื่นแล้วเหรอ”
เสียงชายหนุ่มเอ่ยทักมาจากทางด้านล่าง เป็นเหตุให้นลินหันไปมองเขา
“ลงมานี่เร็ว”
หญิงสาวค่อย ๆ เดินลงไปชั้นล่างตามที่เขาบอก
“นั่งรอตรงนี้ เดี๋ยวพี่ไปหาอะไรมาให้กิน ดูทรงน่าจะแฮงค์หนัก”
เขายกยิ้มมุมปากให้เธอก่อนจะเดินไปทางข้างหลังร้าน นลินแอบมองไปรอบ ๆ ร้าน ไม่มีใครเลยสักคนแต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงยังอยู่ที่นี่อีก เขาไม่กลับบ้านหรือไง
ไม่นานชายหนุ่มก็ยกถ้วยข้าวต้มมาวางลงตรงหน้าเธอ เขาสังเกตเห็นว่านลินทำสีหน้าแปลกใจเขาจึงเอ่ยออกไปกับเธอ
“ร้านพี่เอง พี่เป็นเจ้าของร้าน ห้องที่ลินนอนก็เป็นห้องพักเวลาที่พี่มาสิงอยู่ร้านเนี่ยแหละ แต่ไม่ต้องห่วง เมื่อคืนพี่นอนอยู่โซฟาชั้นสอง”
นลินยิ่งตกใจ
...นี่ฉันไปอ้วกใส่เจ้าของร้านเลยเหรอเนี่ยแถมตื่นมาเขายังทำข้าวต้มให้ฉันกินอีก...บ้าไปแล้ว...
“รู้จักชื่อลินได้ไงคะ”
ร่างบางเริ่มพูดเป็นกันเองกับชายหนุ่ม
“แหม่ ให้เล่าเรื่องเมื่อคืนดีไหม ฮ่า ๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยแซวเธอพร้อมหัวเราะเบาๆ
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
หญิงสาวก้มหน้าซดข้าวต้มอย่างเขินอาย เมื่อคืนเธอคงจะสร้างวีรกรรมไว้เยอะแน่ ๆ
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข






![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
