LOGINผ่านไปหนึ่งวันกับการทำงานกับเอกสารกองสูงเกือบเท่าหัว
“ขวัญข้าวจ๊ะ” “คะรุ่นพี่” “มาดูคอมให้พี่หน่อย มันเป็นอะไรไม่รู้” เอ่อ! ฉันล่ะอยากจะบอกรุ่นพี่คนที่เรียกฉันไปดูคอมให้จริงๆว่าฉันไม่ได้เรียนจบสาขาคอมพิวเตอร์มานะที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นของคอมพี่ได้ ฉันมองไปในห้องนี้ก็เหลือแค่ฉันที่อยู่ในห้องทำงานกับรุ่นพี่คนนี้เรียกฉันไปดูคอมให้ โอเคเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเรียกฉัน คนอื่นออกไปทานข้าวกันหมดแล้วสินะ “ได้ค่ะ” ก็นั่นแหละสุดท้ายฉันก็เดินไปดูคอมให้พี่คนนั้น ถึงแม้ฉันจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องคอม แต่ฉันพอจะเดาๆทำไปก่อนเผื่อฟลุ๊คแก้ไขได้ขึ้นมา “เห้ย! ได้แล้ว” แล้วพี่คนนั้นก็สะดุ้งพูดขึ้นมาอย่างน่าตกใจในขณะที่เขากำลังเฝ้ามองฉันทำอยู่ ‘ขวัญเอ้ยขวัญมายัยขวัญข้าว’ ตกใจอะดิตกใจเสียงรุ่นพี่เมื่อกี้ แต่ไม่ใช่แค่ตกใจที่พี่เขาพูดขึ้นเสียงดังหรอกนะ ฉันตกใจตัวเองด้วยที่จู่ๆฉันก็แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพี่คนนี้ได้เฉยเลย พระเจ้า! “ขอบคุณนะจ๊ะน้องขวัญข้าว” “ค่ะไม่เป็นไรค่ะ” “เนี่ยแหละพี่รู้แล้วว่าถ้าคอมเป็นอะไรอีกที่จะเรียกใครมาดูให้” “คะ? ดะ…ด่ะได้ค่ะ” หน้างงๆของฉันที่เหมือนในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด คือว่าฉันละสงสัยจริงๆว่าที่นี่ไม่มีพนักงานด้านคอมพิวเตอร์หรือยังไง แล้วจู่ๆปากฉันก็ตอบรับพี่เขาไปซะด้วยนะ “ไปกินข้าวกันดีกว่าจ๊ะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง” รุ่นพี่พูดพลางหยิบกระเป๋าก่อนเดินนำฉันออกไป เออเว้ย! อย่างน้อยก็ได้กินข้าวฟรีกับการเสียเวลาตอนนี้ ดีนะที่รุ่นพี่เขาใจดีเลี้ยงข้าวฉันประหยัดไปหนึ่งมื้อแล้วเรา …วันเสาร์ วันหยุดวันนี้ฉันเอางานกลับมาทำที่ห้องด้วยเพราะกลัวว่าจะทำไม่เสร็จทันวันที่หัวหน้าต้องการ ตอนนี้มันเหลืออีกเยอะเลยไม่รู้ว่าแค่ในวันหยุดสองวันนี้จะทำทันไหม ลุกขึ้นมาจากเตียงในสภาพที่น้ำก็ยังไม่อาบยังอยู่ในชุดนอนมานั่งบนโต๊ะทำงานหยิบแว่นสายตาขึ้นมาใส่ก่อนเปิดคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานและแฟ้มงานขึ้นมาทำต่อ ตึ๊งงงง~ ตึ๊งงงง~ สายเรียกเข้า {คุณแม่} หือ! ทำไมแม่โทรมานะ เอ่อ! ฉิบหายละฉันลืมไปเลยว่าวันนี้นัดกับคุณแม่ไว้ว่าจะไปแก้บนด้วยกัน “ค่ะแม่ แป๊บหนึ่งนะคะ หนูกำลังออกจากคอนโดแล้วค่ะ” ‘โอเคๆ แม่รออยู่บ้าน เตรียมของเสร็จหมดแล้วมา “ค่ะๆ” ให้ตายเถอะ ฉันลืมไปได้ยังไง รีบๆๆๆๆ รีบแต่งตัวออกไปตอนนี้เลย ไม่ได้แล้วอาบน้ำแปรงฟันล้างหน้าก็พอแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าไม่ต้องแต่งแล้วเดี๋ยวไปรับแม่ช้า ไม่อยากให้แม่รอนาน “มาแล้วค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยเอาของขึ้นรถ” ฉันพูดขึ้นมาพลางเดินไปถือของมาที่รถช่วยแม่ “นานจัง รถติดเหรอ” “เอ่อคือว่า” “เข้าใจแหละวันนี้มันวันหยุดรถเลยติดเป็นธรรมดา” “จริงๆหนูลืมด้วยแหละแม่ว่าวันนี้ต้องไปแก้บน” “อ้าว!” “ดีที่แม่โทรมา” “ก็ต้องโทรสิ แม่ทำอะไรเสร็จหมดแล้วก็เลยโทร” “ว่าแต่แม่จำได้ใช่ไหมว่าแม่ไปที่ไหน” “ถามอะไรงงๆนะเรา กินข้าวยังเนี่ยตั้งแต่เช้าถึงตอนนี้” “ยังเลยค่ะ” “ว่าแล้วไง พูดอะไรงงๆ” “งงตรงไหนแม่ หนูก็ถามพูดแล้วนะ พูดถามว่าแม่จำทางได้ใช่ไหมที่ที่แม่ไปบนไว้” “เมื่อกี้ไม่ใช่แบบนี้นะ อันนี้เข้าใจแล้ว” “ใช่เหรอแม่” “ใช่สิ อาหารเมื่อเช้าก็ไม่เลือกด้วยสิพ่อเรากินไปหมดแล้ว ไปขึ้นรถจะได้ไปบนให้เสร็จ จะแวะซื้ออะไรกินก่อนก็ได้” “ค่ะ” ฉันก็เริ่มงงว่าเมื่อกี้ฉันพูดอะไรที่มันดูงงๆไปเหรอ แต่ฉันไม่ได้หิวหรืออยากกินอะไรเลยนะ ฉันแค่อาจจะเบลอๆเพราะเมื่อเช้าตื่นเช้าไปหน่อยและนอนไม่ค่อยพอ หลังจากที่ไปเสร็จไม่อยากจะบรรยายสภาพตัวเองที่แม่แต่งตัวให้โคตรจะเหมือนตัวตลก ไหนแม่บอกแต่งตัวสวยๆไม่ใช่เหรอหรือฉันจำผิด แล้วคือฉันเต้นไม่เป็นก็ให้ฉันเต้นจนได้อ่ะแม่ ชอบบนอะไรที่ลูกไม่ชอบทำจริงๆเลยนะแม่ “เก่งมากลูกแต่นี้แหละเสร็จแล้ว ของก็ถวายเจ้าแม่เรียบร้อยแล้ว เก่งมากๆ” “แม่หนูอายคน ดูสิคนเยอะเลย เมื่อกี้ก็ก้มหน้าก้มตาเต้นไม่อยากมองเห็นใคร” “ฮ่าๆ มาๆแม่ถอดชุดให้” ดูสิแม่ยังขำฉันเลยอ่ะ ไม่ตลกให้มันรู้ไป “แวะร้านอาหารกินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนนะคะแม่” “ได้สิ” @ร้านอาาหาร มาถึงร้านอาหารอย่ารวดเร็วเพราะฉันหิวข้าวมากตอนแรกว่าจะแวะหาไรกินก่อนมาแก้บน แต่ฉันก็ไม่แวะอยากจะแก้บนให้เสร็จก่อนค่อยมากินทีเดียวให้จบๆ แล้วมันบังเอิญอะไรจังมาเจอหัวหน้าอยู่ร้านอาหารนี้ด้วย สั่งอาหารเสร็จแล้วค่อยเงยหน้ามาเห็นหัวหน้าตัวเองนั่งกินข้าวหัวโด่ตรงโต๊ะห้องด้านในสุด โคตรจะวีไอพีแถมคงามหล่อยังกระแทกกระจกมาให้ฉันมองเห็นเขาอยู่ด้านในที่ไกลแค่ไหนก็เห็น “อุ้ย!” ฉันเผลอมองเขานานไปจนหัวหน้าเขามองออกมาเห็นฉันด้วยเช่นกัน แต่ด้วยถามที่เขาหน้าจะนั่งคุยธุระอยู่ด้วยเขาก็เลยไม่ได้โฟกัสการมองมาที่ฉันต่ออีก มองมาแค่เพียงแป๊บเดียวก่อนหันไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าที่กำลังพูดคุยกันอยู่ พอกินข้าวเสร็จแล้วฉันกำลังจะเดินไปจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนี้ที่กินกับแม่ แต่พนักงานก็บอกว่ามีคนจ่ายให้แล้ว “ใครจ่ายคะบอกได้ไหม” “คุณผู้ชายที่อยู่โต๊ะด้านในสุดก่อนหน้านี้ค่ะแต่ตอนนี้เขากลับออกไปสักพักแล้ว” “อ๋อโอเคค่ะ” หัวหน้าแน่ๆเพราะหัวหน้าออกไปได้สักพักแล้ว แล้วเขาจะมาเลี้ยงเราทำไมกันนะ ดีนะที่บอกแม่ออกไปรอที่รถก่อน ถ้าแม่รู้ว่ามีคนเลี้ยงข้าวมีหวังแม่ถามยาวแม่ แล้วถ้ารู้ว่าเป็นใครเลี้ยงอีกมีหวังโดนแม่ยุให้รีบมีแฟนแม่ๆ แม่ยิ่งชอบอยู่คนมีฐานะหน้าที่การงานมั่นคงแล้วแม่จะไม่ถามฉันหรอกว่าฉันชอบไหม รีบไปส่งแม่กลับบ้านกันดีกว่สจะไปกลับไปทำงานต่อที่ห้อง @ที่คอนโด เวลา 19:00 นาฬิกา ไปส่งแม่ที่บ้านก็ว่าจะรีบกลับคอนโดแต่ที่ไหนได้คนที่บ้านพวกญาติๆทั้งหลายก็ชวนอยู่เล่นด้วยกันก่อนตอนนี้ค่ำแล้วถึงจะได้กลับมาคอนโด ปริ๊ง~ หือ! หัวหน้าาาาา! หัวหน้ามีไลน์ส่วนตัวฉันได้ไง เสียงข้อความไลน์เข้าไม่ตกใจเท่าเห็นว่าไลน์ที่เด้งขึ้นมาคือหัวหน้า มันคือรูปหัวหน้าชัดเจนเลย 11 : คุณอยู่ไหน กลับยัง ชื่อไลน์เป็นตัวเลข 11 ด้วยนะ 11 นี่น่าจะเลขมงคลของหัวหน้ามั้งถึงเอามาตั้งเป็นชื่อ ชอบกินของหวาน : พึ่งกลับถึงห้องค่ะ ฉันพึ่งสังเกตเวลาที่หัวหน้าส่งข้อความมันตั้งแต่ 1 ชั่วโมงที่แล้ว จากนั้นฉันก็เลยไปนั่งทำงานต่อ ผ่านไป 3 ชั่วโมงงต่อมา 11 : ออกมารับผมหน่อย ร้านนี้… หัวหน้าส่งข้อความมาหาอีก บอกให้ออกไปรับพร้อมส่งโลเคชั่นที่อยู่มาให้ด้วย เอาไงดีละถ้าปฏิเสธก็ไม่กล้าถ้าจะไม่ตอบก็กลัวอีกทำอะไรก็กลัวไปหมดนอกจากออกไปรับให้จบๆ ชอบกินของหวาน : ได้ค่ะ พอมาถึงที่ที่หัวหน้าบอกให้มารับก็เจอว่ามันเป็นไนต์คลับ แล้วด้านหน้าก็คนเยอะด้วย ฉันมองหาว่าหัวหน้านั่งรออยู่ตรงไหนของหน้าร้านหรือเปล่า ก็ยังไม่เจอ ฉันก็เลยส่งข้อความบอกให้หัวหน้าออกมาเพราะฉันมาถึงแล้ว หัวหน้าเดินออกมาจากร้านด้วยสภาพที่ดูมอมเมา เดินเซไปมาจนฉันต้องรีบลงจากรถไปพยุงตัวหัวหน้าพาเดินมาขึ้นรถ แล้วจับหัวหน้ายัดเข้าไปนั่งเบาะหลังคนขับของรถเก๋งคันเก่งฉัน ก่อนจะขับรถออกไปจากบริการไนต์คลับนี้เอ๊ะว่าแต่คอนโดหรือบ้านหัวหน้าเขาอยู่ตรงไหนกันนะ “หัวหน้าคะ ให้หนูไปส่งไหนคะ” หันหลังมาถามหัวหน้าก็เจอว่าเขาอยู่ในท่าเอนตัวลงนอนที่เบาะนั่งด้านหลังแถมเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววจะตอบกัน นอนนิ่งไปเลย ถามอะไรเขาก็เงียบนิ่งไปแล้วไม่ตอบฉัน ฉันควรเอาไงกันดี หรือจะปล่อยทิ้งข้างถนนเลยดีไหมเนี่ย! ล้อเล่นน๊าาา! ใครจะไปกล้าทิ้ง .“เราจะหยุดงานจริง ๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวเงยหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังลังเลเหมือนคนไม่ชินกับการปล่อยภาระไว้ข้างหลัง บลูมองเธอด้วยสายตานิ่งแต่แฝงความเอ็นดู “เธอน่ะหยุด แต่ฉันไม่หยุดหรอก บ่ายถึงเย็นฉันมีคุยงานข้างนอก วันนี้ไม่เข้าบริษัท” “อ๋อค่ะ… งั้นฉันไปทำงานดีกว่านะคะ” เธอขยับจะลุก เขาคว้ามือเธอไว้ทันที “บอกว่าให้หยุดหนึ่งวันไง ได้ฟังที่พูดไหม” ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…” บลูถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังจัดการความคิดบางอย่างในหัว “เดี๋ยววันนี้ฉันส่งคนไปดูแลย่าแทนเธอก่อนหนึ่งวัน” เธอรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” “ฟังก่อน” เขาขัดขึ้นนุ่ม ๆ แล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่แค่วันเดียว… เอาแบบประจำเลยดีกว่า” ขวัญข้าวนิ่งไป “หมายความว่ายังไงคะ” “ฉันจะจัดการเรื่องคนดูแลย่าฉันแบบให้มาอยู่ดูแลประจำแทนเธอ” เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ส่วนเธอ… ฉันจะให้ย้ายมาทำงานที่นี่เต็มตัว” “เอางั้นเหรอคะ…” เสียงเธอแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” เขาสบตาเธอชัดเจน “ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน” หัวใจเธอเต
ขวัญข้าวกลืนน้ำลายเบาๆ ปลายนิ้วเธอกำชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสบกันในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะหลบเลี่ยงความรู้สึกได้ บลูรับรู้ทุกอย่างจากท่าทีเล็กน้อยนั้น เขาไม่เร่ง ไม่รุก เพียงก้มลงแตะหน้าผากเธออีกครั้ง ราวกับย้ำให้แน่ใจว่าทุกอย่างเกิดจากความสมัครใจ“ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ เธอบอกฉันได้เลยนะ” เสียงเขานุ่มลงกว่าที่เคย “เพราะฉันอยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เธอเลือกเองเหมือนกัน”ขวัญข้าวไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงขยับเข้าไปในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำยืนยันบลูถอนหายใจแผ่ว คล้ายปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้เนิ่นนาน มือของเขาโอบเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพาเธอ… ไปบนเตียงนุ่มปลายนิ้วของบลูคลายจากชายเสื้อเธอช้า ๆ ราวกับให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ แต่ขวัญข้าวกลับเป็นฝ่ายจับมือเขาไว้แทนสายตาที่เคยสั่นไหวก่อนหน้านั้นกลับนิ่งขึ้น คล้ายตัดสินใจบางอย่างในใจได้แล้ว“ฉันไม่ได้กลัวนะคะ…” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นลมหายใจ “แค่… ไม่เคยใกล้ใครแบบนี้มาก่อน”รอยยิ้มของบลูอ่อนลงทันที ไม่ใช่รอยยิ้มมั่นใจแบบที่เขามักมีเวลาอยู่ในห้องประชุม แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทะนุถนอมความรู้สึก
เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา ดึงลงมาช้าๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะไม่แน่ใจ”บลูหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่แตะผ่าน แต่ลึกซึ้งขึ้น ชัดเจนขึ้น ราวกับยอมรับในสิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอดมือของเขาวางลงที่เอวเธอโดยอัตโนมัติ ขณะที่เธอขยับเข้าไปชิด จูบนั้นยืดเยื้อเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทำให้เวลาทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกัน บลูหลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนจะพิงหน้าผากกับเธอ“แต่ถึงยังไงคำตอบแค่นี้จากเธอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันแน่ใจหรอกนะว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันจริงๆ” เขาคลายมือออกช้าๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่จำเป็น แต่สายตายังคงผูกเธอไว้เหมือนเดิม“…?” เธอนิ่งไปในทันทีกับคำพูดแบบนั้นของบลู ในหัวเอาแต่คิดว่าควรจะต้องทำไงต่อดี“ออกไปก่อน อีก 5 นาทีผมมีประชุม” เขาพูดออกมาเสียงเบา “แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง”เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เธอหันกลับมาบลูยังยืนอยู่ที่เดิมและครั้งนี้เขาไม่ได้หลบสายตาเธอ บางอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้วแม้ยังไม่มีคำจำกัดความก็ตาม เข
“โอ๊ะ! คุณบลู ไหนบอกว่าจะให้เวลาฉันคิดก่อนไงคะ”เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับไปผลักเขาออก เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของบลูโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่“ฉันรอไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยชิดข้างใบหู “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะได้มาเจอเธอแบบวันนี้ ฉันกลับไปนั่งคิดทบทวนมาทุกอย่าง คิดจนแน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร…และฉันก็ยอมรับมันแล้ว”เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อของตัวเองไว้ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสติ“เหลือแค่เธอแล้วนะ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “เหลือแค่เธอที่ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง“แต่ว่าเราสองคน…” เธอพยายามเอ่ย เสียงแผ่วลงราวกับรู้ดีว่าประโยคนี้จะนำไปสู่เรื่องอะไร“ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” บลูขัดขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง “ถ้าคนมันจะรักกัน ต่อให้อยู่คนละฐานะ คนละโลก มันก็รักกันได้ ไม่มีใครเขาแบ่งชนชั้นกันแล้วในยุคนี้”หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความจริงใจในแววตาของเขาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม“ฉันว่าคุณบลูน่าจะเมานะคะ” เธอฝืนยิ้ม
“คุณบลู…มันเลยเวลาแล้วนะคะ”“…!” บลูนอนนิ่งไม่ตอบกลับอะไร“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณบลู” “ฉันขอเพิ่มเวลาอีกนิด ฉันพึ่งจะได้นอนเพียงนิิดเดียวเอง”“คุณจะนอนก็นอนไปสิคะ แค่ปล่อยฉันออกไปฉันต้องไปทำหน้าที่ของฉัน” บลูค่อยๆ ขยับแขนที่โอบกอดเธอไว้ออกจากตัวเธอ แล้วหันตัวไปอีกทางแล้วหลับต่อ ก่อนเธอขวัญข้าวลุกจากเตียงนอนแล้วออกจากห้องนอนนี้ไป และไม่ลืมที่จะล็อกประตูเพราะกลัวคุณย่าท่านจะเข้ามาเจอหลานตัวเองในห้องของเธอขวัญข้าว“คุณย่าคะไปกันค่ะหนูเตรียมของเสร็จแล้ว”“จ๊ะๆ” คุณย่าเดินออกจากด้านในตัวบ้านพร้อมกับขวัญข้าวที่คอยระวังพยุงคุณย่าอยู่ไม่ห่าง“นั่นรถบลูนี่ บลูเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กันทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง” ย่าออกมาเจอรถของบลูที่จอดอยู่ เลยสงสัยว่าหลานตัวเองมาตั้งแต่ตอนไหนถึงได้ไม่รู้เรื่องเลย“คุณบลูมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ดึกมากๆแล้ว สงสัยคุณบลูเห็นว่าคุณท่านเข้านอนแล้วก็เลยไม่อยากรบกวนคุณท่าน”“แล้วบลูมาทำอะไร ธุระหรือมาพักผ่อนหาฉันเฉยๆ เขาได้บอกไว้ไหม”“ไม่ได้บอกอะไรเคยค่ะ”“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”ขวัญข้าวได้ยินคำถามนี้ถึงกับแอบตกใจเล็กน้อย เพราะบลูกำลังนอนอยู่ห้องเธอ“น่าจะนอนพักผ่อนอยู่ที่ห
ผ่านไป 2 สัปดาห์กับการที่ฉันได้มาทำงานที่บ้านสวนนี้ ทำงานและหลับนอนที่นี่ ตอนแรกคิดว่างานจะหนักเพราะวันแรกฉันเห็นคุณย่าแกนั่งรถเข็นนึกว่าเดินไม่ได้ แต่ความเป็นจริงแกเดินได้ แต่อาจจะไม่ได้แข็งแรงตามอายุของท่านที่เยอะแล้ว ถ้าถามว่าฉันทำอะไรบ้างในแต่ละวัน หลักๆเลยนะในหนึ่งวันที่ทำเริ่มตั้งแต่ตอนเช้าตื่นนอนตั้งแต่เช้าพาคุณย่าเขาไปวัดไหว้พระทำบุญกลับมาหาอาหารให้คุณย่าเขาทานต่อด้วยทำความสะอาดบ้านแค่ในตัวบ้านนะไม่รวมพื้นที่สนามหญ้ากว้างๆรอบบ้านพวกนั้นเพราะมีคนสวนดูแลอยู่แล้ว เสร็จจากทำความสะอาดก็ทานมื้อเที่ยงพร้อมคุณย่าจากนั้นมานั่งเล่นอ่านหนังสือให้คุณย่าเขาฟังในตอนบ่ายก่อนแกพักสายตาช่วงเวลานี้ฉันก็ออกไปซื้อของเข้ามาทำมื้อเย็นให้แกทาน แรกๆ ฉันไม่ทำให้แกทานเลยนะฉันสั่งแบบทำสำเร็จมาให้แกทานทุกมื้อ แต่พอมีวันนึงฉันอยากลองโชว์ฝีมือให้คุณย่าเขาทานสักมื้อ ตอนทำให้ครั้งแรกไม่คิดว่าจะได้ทำอีก ย่าเขาบอกให้ฉันทำอีกแบบนี้ก็แสดงว่าติดใจฝีมือฉันละสิ ทานมื้อเย็นเสร็จก็เก็บกวาดล้างจงล้างจานเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ล็อกบ้านทุกประตู ปิดฟงปิดไฟให้หมดทุกดวงเข้าห้องนอนเป็นอันเสร็จสิ้น ก็มีแค่นี้แหละสิ่งที่ฉันต







